“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทที่ ๑๓ สาหัส
ทางด้านฤหัสที่ออกนอกหมู่บ้านเพราะถูกตามตัวให้มาช่วยชาวบ้านที่มีคนมาบอกว่าถูกผีเข้าตั้งแต่เช้าก็รู้สึกกระวนกระวายใจเช่นกัน ยิ่งเวลาล่วงเลยนานขึ้นเท่าไหร่ใจก็ยิ่งกระสับกระส่ายยิ่งขึ้นเท่านั้น
แม้จะเป็นหมู่บ้านข้างเคียงแต่ด้วยระยะทางห่างมากและบ้านของคนที่ถูกผีเข้าเหมือนจะตั้งแยกห่างจากบ้านอื่น ๆ มาก และได้ยินว่าคนนี้มีอาชีพเป็นสัปเหร่อชื่อพุก ถึงจะแอบตะหงิดใจแต่ก็ต้องรอดูก่อน
“บ้านหลังนั้นแหละจ้ะพ่อหมอ ไอพุกมันอยู่ข้างใน” รถชาวบ้านขับนำทางเข้ามายังกระท่อมหลังเล็ก ๆ อยู่ท้ายหมู่บ้านเข้าเขตป่าช้าของวัดในหมู่บ้าน
“อืม” ฤหัสตอบรับสั้น ๆ เท่านั้น สาวเท้าไปยังประตูพอเปิดเข้าไปในบ้านก็เจอร่างผอมแห้งของชายคนหนึ่งอายุราวสี่สิบกว่านอนราบอยู่บนเสื่อเก่า ๆ หมอนสภาพเก่าขาดบ้านไม่มีไฟฟ้า แต่เมื่อชายสัปเหร่อนั้นลืมตาขึ้นมาเห็นมองฤหัสมันกลับแสยะยิ้มแปลก ๆ เสียงรถของชาวบ้านที่พามาก็ขับกลับออกไปแล้ว
“มึงมาจนได้” เสียงที่พูดกลับก้องกังวานผิดจากร่างซูบผอมของเจ้าตัว
“มึง!!!” เสียงนี้เขาจำได้ว่ามันเป็นเสียงคนที่พูดคำอัปมงคลในงานแต่งเขา และมันก็เป็นพ่อของผีโหงพรายที่เขาเลี้ยงไว้ตอนนี้
“หึ…มึงจำกูได้แล้วสินะ กูเคยพูดไว้แล้วว่ายังไงมันก็ต้องตายอยู่กันไม่ยืด”
“มึงหลอกกูออกมา” ฤหัสเข้าใจในทันทีว่าเขาถูกหลอกออกมาจากบ้าน นั่นแปลว่าอาจจะเกิดเรื่องที่บ้านของเขา
“ฮ่า…ฮ่า…มึงรู้ตัวตอนนี้ก็สายไปแล้ว” เสียงแหบของสัปเหร่อฟังแล้วรู้สึกเย็นพอ ๆ กับบรรยากาศรอบข้าง แดดที่ส่องสว่างก่อนหน้านี้กลับครึ้มลงในทันใด
“เรื่องลูกมึงกูไม่ได้ตั้งใจ” เพราะความผิดพลาดร้อนวิชาในวัยหนุ่มถึงทำให้เขามีตราบาปติดตัว เพราะอาจารย์ทินอูรู้ถึงวิญญาณอาฆาตนี้อาจารย์ถึงไม่ยอมให้เขาอยู่บ้านเดียวกับสร
“กูไม่สน มึงทำให้ลูกกูต้องตาย กูก็จะเอาคืนเหมือนกันแต่เป็นสองเท่า” ได้ยินอย่างนั้นเขาไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงจึงเดินกลับไปเปิดประตูกระท่อม แต่ด้านหน้าเขากลับมีเงาดำหลายสายขวางอยู่และเสียง โหยหวนสายหนึ่งดังเข้ามา เสียงนั้นคุ้นหูมาก มันเป็นเสียงของแม่เขา แล้ววิญญาณสายหนึ่งก็ลอยมาจากในภาชนะที่ถูกปิดผนึกไว้ด้วยยันต์สีแดงที่ลงอักขระไว้ด้วย
เมื่อหันกลับไปมองก็เห็นดวงวิญญาณที่มีเค้าโครงเดียวกับแม่ของเขาในความทรงจำ และเป็นดั่งที่คิดเมื่อเห็นหน้าตาของดวงวิญญาณคือแม่ และได้กลายเป็นผีบริวารของคนที่เลี้ยงกักขังไว้
!!! แม่ !!! เพียงฤหัสเริ่มท่องคาถาเพื่อจะปลดปล่อยวิญญาณ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของร่างผอมสัปเหร่อก็ดังขึ้น มือสะบัดทีเดียวพร้อมทั้งท่องคาถาวิญญาณทุกดวงก็เข้ามารุมทึ้งที่ร่างเขา แต่เข้าประชิดตัวเขาไม่ได้สายตาแข็งกร้าวของสัปเหร่อเพ่งนิ่งมาที่ตะกรุดบนคอเขา
“เส สิ มา นัง เก สิ เส นะ มะ อะ เส สิ กา อิ สะ” บทสวดปลุกของจบผลก็สัมฤทธิ์ทำให้วิญญาณผีที่เข้ามารุมทึ้งต้องล่าถอยไป
“หึ…แค่นั้นมันยังช่วยอะไรมึงไม่ได้หรอก” พูดจบมือเหี่ยวก็ล้วงขวดบรรจุของเหลวบางอย่างออกมาจากนั้นก็เริ่มบริกรรมคาถา
“เก มิ โอ เลอ โผลง สัง กัม โอ เลอ ข่ง ตะ สิ โอ เลอ ท่า เส นะ โอ เลอ ฆัง” ขณะสัปเหร่อท่องคาถาลมทั่วบริเวณกรรโชกอย่างแรง เสียงโหยหวนของผีในป่าช้าเริ่มร้องแหลมพร้อมกันนั้นวิญญาณของแม่ก็พุ่งเข้ามาทางเขา
“อึก…พรวด…” ฤหัสกระอักเลือดออกมาทันทีจนลงไปนั่งทรุดลงกับพื้น จึงทำได้เพียงท่องคาถาปล่อยโหงพรายของตัวเองออกไป
เมื่อจะท่องคาถากันของอีกบทฝ่ายชายแก่ก็ปล่อยควายธนูเข้าปะทะอย่างแรง วิชาของคนตรงหน้าเก่งกว่าเขาทั้งยังเหี้ยมกว่าเขา
“มึงเป็นคนฆ่าแม่กูเพราะงั้น…”
“คนที่ฆ่าแม่มึงไม่ใช่กู แต่เป็นอาจารย์กู แล้วตอนนี้อยู่ที่บ้านมึงกับเมียมึง” จุดประสงค์ของคนตรงหน้าไม่ใช่ฆ่าเขาแต่เพื่อถ่วงเวลาเขา ใจหวาดหวั่นถึงสิ่งที่จะเกิดกับลูกเมียแทบคลั่งแต่วิชาอาคมเขาไม่สามารถเอาชนะได้
“เด็กเมื่อวานซืนอย่างมึงยังต้องเรียนอีกเยอะ” มุมปากยกโค้งยิ้มหยามหยันแต่กลับไม่ลงมือหนักขึ้น เพียงแค่กักเขาไว้เท่านั้น
ไม่ว่าจะท่องคาถาบทไหนก็แก้อะไรไม่ได้เลย เห็นร่างผอมแห้งนั่งขัดสมาธิหลับตาบริกรรมคาถาบทใหม่และทันทีนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงคนหนึ่ง เสียงนั้นคล้ายเป็นเสียงของณิตากำลังกรีดร้อง และเสียงของสรกำลังร้องขอให้ช่วย
‘พี่ฤกษ์ณิตาขอโทษ ช่วยลูกเราด้วย’
‘ฮือ…พี่ฤกษ์ช่วยสรด้วย’
“สร…ณิตา!!! มึงทำอะไร พรวด!!!…” จบประโยคตะโกนฤหัสก็กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง ใบหน้าแดงก่ำกุมหน้าอกตัวเองเจ็บเสียดอย่างยากบรรยาย แทบขยับไม่ไหว
“หึ…ก็ตอนแรกมึงเลี้ยงมันไว้ทำอะไรล่ะ หลังจากที่มึงรู้ว่าโดนยาเสน่ห์จนต้องแต่งงาน มึงก็เคยคิดจะเลี้ยงมันไว้ทำโหงพรายไม่ใช่ เหรอ” รอยยิ้มหยันบนใบหน้าของชายแก่ดูแล้วคล้ายจะเป็นแยกเขี้ยวมากกว่า ร่างผอมบางยืนขึ้นจากนั้นก็มายืนค้ำหัวเขาตรงหน้าวางมือลงบนกระหม่อมของเขาแล้วท่องคาถา
“ปล่อยกู ปล่อย…อึก” ยกมือขึ้นไปจับข้อมือของคนที่กดหัวเขาอยู่ แต่กลับพลักออกไม่ได้
“ไถน สิ เม ลี เส มา เป สา เอ เลอ เม หิ ตัง เก” นัยน์ตาที่มองลงมาที่เขานั้นพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มนั้นดูน่าสะอิดสะเอียน ตอนนี้เลือดไหลออกจากจมูกของฤหัส ฝ่ามือของชายแก่นั้นร้อนเสมือนไฟกำลังเผาอยู่บนหัวเขา
คนที่คุมฤหัสไม่ใช่ร่างนี้แต่เป็นดวงจิตที่ครองกายของสัปเหร่อนี่ต่างหาก ร่างเขาสั่นเทาเหมือนมีบางอย่างกำลังจะเคลื่อนย้ายออกจากตัวเขา คน ๆ นี้กำลังจะดึงเอาของที่อยู่ในตัวเขา
“กูยอมให้มึงทั้งหมด มึงแค่ปลอยน้องกูลูกกับเมียกูไป เรื่องลูกมึงกูไม่ได้ตั้งใจกูขอโทษ” แววตาแข็งกร้าวเงยสบนัยน์ตาคมเข้มของชายที่มองลงมา
“มาสำนึกเอาตอนนี้สายไปแล้ว กูจะเอาทุกอย่าง ถึงมึงไม่ยอมกูก็จะเอาฮ่า…ฮ่า” เสียงหัวเราะเค้นออกมาจากลำคอ มือยังกดศีรษะของฤหัสให้ต่ำลงอยู่ในท่าเหมือนฤหัสกำลังก้มหัวให้มัน ดวงตาเพ่งลงบนหลังคอที่ตอนนี้ปรากฏรอยสักน้ำมันเป็นยันต์คุ้มภัยโบราณพร้อมอักขระที่ลงไว้
“หึ…ปล่อยกู” มือทั้งสองของฤหัสค้ำเข่าเกร็งลำคอและหัวไม่ให้กดต่ำกว่าเดิม จมูกและมุมปากมีเลือดไหลหยดไม่ขาดสาย ทั่วแผ่นหลังร้อนราวถูกไฟแผด ครั่นเนื้อตัวเจ็บจากภายในถึงผิวหนังชั้นนอก
“ไถน สิ เม ลี เส มา เป สา เอ เลอ เม หิ ตัง เก…อึก แค่ก…แค่ก” ริมฝีปากพุกสัปเหร่อท่องคาถาอยู่ ๆ ก็ไอสำลักออกมาจนต้องกุมหน้าอกตัวเอง มือกร้านเหี่ยวผลักหัวของฤหัสออกเหมือนเกิดปัญหาบางอย่าง กลับไปนั่งขัดสมาธิแล้วบริกรรมคาถาอีกบทเพียงไม่นานร่างของชายสัปเหร่อก็ตัวอ่อนล้มพับลง
อากาศทั่วบริเวณปลอดโปร่งขึ้นทันตาฤหัสรีบลุกจากพื้นเข้าไปดูร่างของชายชราที่นอนแน่นิ่งแต่ยังไม่หมดลม เขารีบท่องคาถาสะกดวิญญาณของแม่กลับเข้ามาในขวด
แล้วรีบเดินออกจากกระท่อมไปขึ้นรถตัวเองโดยไม่ใส่ใจกับอาการเจ็บของตัวเอง ตอนนี้สิ่งที่ห่วงที่สุดคือสร ณิตาที่ท้องแก่อยู่ที่บ้าน
เท้าเหยียบคันเร่งเข็มบนหน้าปัดบอกถึงความเร็วที่เกือบจะสุดไมล์รถ ในใจภาวนาอย่าให้เรื่องร้ายอะไรเกิดกับสรเลย หวังว่าเมียจะ ปลอดภัยรวมถึงลูกด้วย
สายตาเพ่งมองถนนเบื้องหน้ามือปาดเช็ดเลือดที่ออกทางจมูกไปด้วย เมื่อเข้าเขตหมู่บ้านท้องฟ้าครึ้มฝนไปทั่ว อากาศขมุกขมัวเม็ดฝนโปรยลงเม็ดประปรายจากนั้นก็หนาเม็ดขึ้นและกระหน่ำเทลงมาแทบมองถนนไม่เห็น ตัวบ้านเขาค่อนข้างห่างจากบ้านของคนอื่น ๆ ทั้งยังเป็นถนนลูกลังเส้นเล็กจึงยิ่งลำบากในการสัญจรเข้าไปใหญ่
พอรถถึงหน้าบ้านเขารีบลงจากรถไม่แม้กระทั่งดับเครื่องยนต์ ฝ่าฝนวิ่งเข้าบ้านโดยเร็วแต่เสียงจากในบ้านก็ทำให้เขาหัวใจหล่นไปอยู่ที่พื้น
“พี่ณิตา…ฮือ…พี่ณิตา ช่วยด้วย!!!…ช่วยพี่ณิตาด้วย อึก…ฮือ” สรหลังวนอยู่กับที่มานานแต่อยู่ ๆ ก็เหมือนฟ้าโปร่งขึ้นทำให้เธอเดินออกมาจากตรงที่เดิมได้
ฟ้าครึ้มเหมือนฝนตั้งเค้าตกอยู่จึงมัวสลัว สรรีบวิ่งกลับมาถึงหน้าบ้านด้วยอาการหอบ ถึงหน้าบ้านก็เห็นรอยรองเท้า เมื่อสรสืบเท้าเข้าไปในบ้านมองตรงหัวบันไดขั้นล่างสุดก็เห็นเลือดนองอยู่เต็มพื้น
“พี่…อึก พี่ณิตา กรี๊ดดดดดด….” สรเห็นร่างของพี่ณิตานอนเหยียดตรงด้านข้างกองเลือดตาเหลือกกลับขึ้นด้านบน ปากมีเศษผ้าสีแดงอุดอยู่และดูเหมือนจะมียันต์อักขระเขียนไว้ด้วย
มือเท้าสรตอนนี้เย็นเฉียบกลิ่นคาวเลือดคลุ้งเหม็น หัวใจบีบรัดแทบหายใจไม่ออก ลมสายหนึ่งตีจากท้องขึ้นมายังอกคล้ายอยากอา เจียน และมันจุกอัดอยู่ตรงลำคอตาพร่าด้วยน้ำตา
“ณิตา…” เสียงเข้มดังราวสายฟ้าของฤหัสที่วิ่งเข้ามาชนร่างที่ยืนสั่นเทาของสรจนล้มลงกับพื้น มือใหญ่ประคองร่างของภรรยาไว้แน่นเขย่าเบา ๆ ใบหน้าแดงก่ำเปลี่ยนเป็นซีดเผือด
“พี่ฤกษ์…พี่ณิตา สรขอโทษ สรไม่น่าทิ้งให้พี่ณิตาอยู่บ้านคนเดียวเลย” พูดพลางสะอื้นสับสนไม่รู้จะเรียงลำดับคำอย่างไรดี
“ณิตา ลืมตามองพี่หน่อย ณิตา” เสียงเรียกของพี่ฤกษ์นั้นสั่นเครือมือจับคางเรียวของภรรยาเขย่าเบา ๆ มือสั่นเทานั้นไม่กล้าลงน้ำหนักแรงเนื่องด้วยกลัวร่างภรรยาบอบช้ำ
จริงอยู่ในตอนแรกที่เขารู้ว่าณิตาทำเสน่ห์ใส่เขาก็อยากจะฆ่าเธอทิ้ง แต่กว่าจะรู้ก็หลังจากแต่งงานแล้วมันมีอะไรเกินเลยไปแล้วแก้ไขไม่ได้ ตอนหลังมารู้ว่าณิตาท้องมันก็ทำให้เขายอมอภัยและเปิดใจรับณิตาเข้ามาในชีวิต
“พี่ฤกษ์ อึก…พาไปโรงพยาบาลก่อน…ฮือ” สรน้ำตาอาบแก้มร้องสะอึกหัวใจบีบรัดราวถูกบีบทั้งกลัวทั้งรู้สึกผิดสุมอยู่ในอก กัดริมฝีปากแตะต้นแขนชายหนุ่มพยายามเรียกพี่ฤกษ์ที่ตอนนี้เหมือนสติสัมปชัญญะจะหลุดไปแล้ว
เธอเห็นดวงตาของเขาแดงก่ำ มุมปากและจมูกมีเลือดไหลมือก็สั่น ๆ กอดร่างอาบเลือดของพี่ณิตาแน่นแล้วเริ่มเขย่าร่างพี่ณิตาแรงขึ้น
“ณิตา ลืมตามองพี่ก่อน ณิตาอยู่กับพี่ก่อนนะ พี่ขอโทษ”
“กรี๊ดดดด…พะ พี่ฤกษ์” สรกรีดร้องสุดเสียงมือสั่นเทาตะปบปากตัวเองสายตาเพ่งนิ่งไปยังร่างของพี่ณิตาที่ดูผิดปกติโดยที่ตอนแรกเธอไม่ทันได้สังเกตนั่นคือ ท้อง
“ท้อง!!!ของพี่ณิตา หลาน…” สายตาของฤหัสที่เพ่งมองตามก็เห็นว่าช่วงหน้าท้องที่ควรนูนป่องของภรรยาในตอนนี้กลับยุบเล็กกว่าปกติ เขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปจับช่วงท้องแล้วดึงขอบกระโปรงเอวสูงลงช้า ๆ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตานั้นกระชากสติเสี้ยวสุดท้ายของเขาทิ้งจนหมด
“ณิตา!!!!ลูก…”
“ฮึก…ฮือ…อึก” สรแทบกลั้นอาการคลื่นเหียนไว้ไม่อยู่ สะอึกช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า หน้าท้องของพี่ณิตามีรอยผ่าเป็นทางยาว สรปิดปากวิ่งพรวดออกไปทางหน้าบ้านอาเจียนทันที
“ณิตา ณิตา อึก” เสียงร้องคำรามของพี่ฤกษ์ดังสนั่น น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้นปะทุเหมือนมันกำลังจะระเบิดในไม่ช้า ฤหัสหลับตาแน่นกอดร่างภรรยา ในใจตอนนี้เจ็บราวถูกเหล็กแหลมแทงทะลุ
ปภัสสรยืนสั่นเทาอยู่หน้าบ้านน้ำตาอาบสองข้างแก้ม เป็นความผิดเธอที่ไม่อยู่บ้านเป็นเพื่อนพี่ณิตาทั้งที่พี่ฤกษ์สั่งย้ำหนักหนาทุกอย่างเป็นเพราะเธอ
เสียงร้องขานชื่อพี่ณิตาจากปากพี่ฤกษ์ยิ่งเสียดแทงเข้าหู จิตใจของปภัสสรให้กลัวและเย็นเยียบลงช้า ๆ สมองราวกับได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของคืนนั้น สมองขาวโพลนไม่มีสิ่งใดปรากฏนอกจากเสียงพี่ฤกษ์สั่งเธอให้อยู่บ้านห้ามออกไปไหนและเสียงพี่ฤกษ์เรียกชื่อพี่ณิตาผนวกความเจ็บปวดในตอนนี้
เธอได้ยินเสียงเหมือนเสียงฝีเท้ากำลังเดินเข้ามาใกล้และหยุดอยู่ข้างเธอ เมื่อเงยขึ้นก็เห็นพี่ฤกษ์ยืนจ้องเธอพร้อมทั้งกระชากแขนเธออย่างแรง เสื้อผ้าเนื้อตัวย้อมเลอะไปด้วยสีแดงนัยน์ตาทั้งคู่แดงก่ำจ้องเธอราวจะกินเลือดกินเนื้อ
“โอ้ย…พี่ฤกษ์ สร…สรขอโทษ” มือใหญ่กระชากต้นแขนเรียวถึงจะเจ็บแต่ก็ไม่กล้าร้องอุทธรณ์ ทำได้เพียงกัดฟันทน จากปกติเธอก็ไม่เคยเห็นความอ่อนโยนจากสายตาคู่นี้อยู่แล้ว ตอนนี้เธอเห็นเพียงแค่ความโกรธความเกลียดที่มองมายังเธอ
“ฉันบอกเธอให้อยู่กับณิตา ฉันย้ำกับเธอแล้ว” น้ำเสียงเย็นชาคุกรุ่นโทสะนั้นยิ่งทวีแรงบีบแขนเธอราวกับต้องการบีบให้แหลกคามือ
“โอ้ย…สรเจ็บ พี่ฤกษ์ ฮึก…” ใบหน้าที่ซีดอยู่แล้วกลับซีดลงเรื่อย ๆ เมื่อแรงของฝ่ามือนั้นไม่ผ่อนปรนลง มีแต่จะเพิ่มกำลังยิ่งขึ้น
“แค่นี้เธอบอกเจ็บเหรอ แล้วที่ณิตาต้องเจอล่ะ ไม่ทรมานกว่าหรือไง”
“ฮือ…พี่ฤกษ์ สรขอโทษ สรไม่ได้ตั้งใจ”
“หึ…ขอโทษ ขอโทษแล้วมันได้อะไร” เสียงตะคอกใส่หูนั้นแทบจะทำให้แก้วหูแตก มืออีกข้างฤหัสพลันกระชากบีบเขย่าตัวสรจนเซ
“ฮือ…พี่ฤกษ์ เจ็บ” ร่างเล็กเซไปมาต้นแขนทั้งสองข้างเจ็บระบมด้วยแรงของคนที่ต้องการจะบดเธอให้แหลกคามือ ตอนนี้ฤหัสราวกับคนเสียสติลากร่างเล็กให้เดินเข้ามาในบ้านพลักให้ล้มกองข้างร่างภรรยาที่นอนอยู่บนกองเลือด