“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ไสยอาสัญ - บทที่ ๖ เรื่องแปลก โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไสยอาสัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า

รายละเอียด

ไสยอาสัญ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร

สารบัญ

ไสยอาสัญ-# คำเตือน,ไสยอาสัญ-# บทนำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑ บ้านเดิม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒ ยาสั่ง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓ แม่สื่อ,ไสยอาสัญ-บทที่๔ แต่งงาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๕ ข่าวดี,ไสยอาสัญ-บทที่ ๖ เรื่องแปลก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๗ เงาดำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๘ โดนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๙ ถอนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๐ เปลี่ยน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๑ ฝากฝัง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๒ แทงใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๓ สาหัส,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๔ ระบายอารมณ์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๕ แฟน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๗ คนแปลกหน้า,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๐ ย้ายบ้าน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๑ สั่งห้าม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๒ รอไม่ไหว,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๓ ดูแล,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๔ อาจารย์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๕ ไม่มั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๖ พ่อ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๗ หวั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๘ รู้เรื่อง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๙ ไม่พูดไม่จด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๐ ปรับความเข้าใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๑ ช่วยเหลือ (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๒ รวมสาย (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๓ สะสาง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๔ อ้อมกอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๕ วันคลอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๖ อธิฐาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๗ เฝ้ามองดู,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๘ สิ้นสุดตลอดไป,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๙ อันวาดลูกพ่อลูกแม่,ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด (ธีม : สายลม),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๑ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๒ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา (ธีม : เพื่อนรัก),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๑ (ธีม : ไออุ่น),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๒ (ธีม : ไออุ่น)

เนื้อหา

บทที่ ๖ เรื่องแปลก

บทที่ ๖ เรื่องแปลก

ฤหัสนิ่งคิดครู่หนึ่งก็เห็นตรงตามที่ภรรยาว่าจึงพยักหน้าตกลง 

 “เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้ายังไงพี่จะแวะบอกให้สรมาอยู่เป็นเพื่อน แล้วอย่าทำงานอะไรหนัก ๆ ล่ะ” หันมาบอกภรรยาสาวที่เดินมาส่งตนเองถึงหน้าบ้านกำชับให้มั่นใจเพราะปณิตามักชอบหยิบจับขอทำงานอยู่ตลอด

“ได้จ้ะ พี่ฤกษ์ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ ณิตาจะระวังตัวเองกับลูกให้ดีเลยจ้ะ” 

“ดีมาก พี่ไปก่อน”

“จ้ะพี่…อ่ะ”

“มาให้พี่หอมก่อน จะได้ชื่นใจ” ขณะที่กำลังยืนเพื่อจะออกไปทำงานแต่ก็รั้งใบหน้างามของภรรยาเข้ามาใกล้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวกดจุมพิตริมฝีปากอวบอิ่มอย่างเบิกบานใจ

“พี่ฤกษ์ เดี๋ยวชาวบ้านก็มาเห็นเข้าหรอก” มือเล็กตีต้นแขนสามีเบา ๆ ไม่จริงจังนักเพียงเขินอายหากมีใครมาเห็นการกระทำของตนกับสามี เพราะทั้งคู่ยืนอยู่หน้าบ้าน

“ไม่เห็นเป็นไร พี่จูบเมียตัวเอง จุ๊บ…” ไม่ว่าเปล่ายังโน้มหน้าจูบซ้ำอีกคราตำแหน่งเดิม มองดวงหน้าที่ซับเลือดฝาดของภรรยากำลังเม้มปากสีชาดอย่างขวยเขินในสายตาเขานั้นยิ่งน่ารักน่าใคร่มากขึ้นกว่าเดิม 

“พี่ฤกษ์ ณิตาเขินนะ” ว่าพลางกวาดสายตาสอดส่ายไปทางซ้ายขวาของหน้าบ้านมองว่ามีใครผ่านมาบ้างหรือเปล่า ณิตาถอนหายใจยาวออกมาเมื่อไม่มีใครเดินผ่านมาเห็นการแสดงความรักของทั้งสอง

“ไม่เห็นต้องอาย พี่ก็จูบก็หอมเมียอยู่ทุกวัน จริงไหมลูกพ่อ” ฤกษ์กล่าวด้วยรอยยิ้มเต็มหน้าก่อนจะก้มลงมองช่วงท้องของภรรยาที่ยังแบนราบไม่มีรอยนูนออกมาให้เห็นว่ามีอีกหนึ่งชีวิตกำลังเจริญเติบโตอยู่ในนั้น

“ลูกเพิ่งมาอยู่ จะรู้อะไรจ๊ะพี่ฤกษ์” ถึงจะพูดอย่างนั้นปณิตาก็ยกมือเรียวขาวขึ้นมาลูบหน้าท้องเบา ๆ เหมือนกับว่าถ้าลงน้ำหนักแรงเพียงนิดอาจกระทบกระเทือนกับลูกที่เพิ่งจะมาอยู่ได้

“หึ…ว่าแต่พี่ เอาล่ะ พี่ไปทำงานก่อน จำไว้อย่าเดินเยอะหรือทำงานอะไรหนักเข้าใจไหม เสร็จงานแล้วพี่จะรีบกลับมา”

“จ้ะพี่…จุ๊บ” ณิตาพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายกับคำกำชับของสามีทั้งยังเขย่งเท้ายืดสุดความสูงตัวเองหอมแก้มสามีด้วยความเร็วแล้วรีบก้มหน้างุดหมุนตัวเดินเข้าบ้านไม่กล้ามองหน้าสามีอีก 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะพึงพอใจของสามีดังไล่หลังทำให้ใจดวงน้อยของปณิตาเต้นคร่อมจังหวะ รู้สึกแก้มร้อนลามไปถึงใบหูทั้งสองข้างไม่รู้ว่ามันขึ้นสีด้วยหรือไม่ 

ปณิตาอายเพราะตนไม่เคยแสดงความรักในที่โล่งแจ้งประเจิดประเจ้อเช่นนี้มาก่อนเลยสักครั้ง รวมทั้งพี่ฤกษ์ก็เช่นกันแต่คงเพราะข่าวดีเรื่องลูกเลยทำให้ทั้งสองตื่นเต้นดีใจมากจึงทำให้ทั้งคู่เผลอลืมและกล้าแสดงออกมากขึ้นกระมัง

ปณิตาเข้าบ้านมาหยิบไม้กวาดทำความสะอาดบ้านแล้วถูบ้านตามลำดับแต่ต้องเดินขึ้นห้องไปหยิบเสื้อแขนยาวมาสวมอีกชั้นเพราะอยู่ ๆ ก็รู้สึกหนาวขึ้นมา ข้าวปลาอาหารเธอก็หุงหาแต่เช้าแล้วโดยมีพี่ฤกษ์ช่วยและส่วนใหญ่ปณิตาแทบจะไม่ได้ทำอะไรมากเพราะพี่ฤกษ์ห้ามซึ่งสามีให้เหตุผลว่ากลัวเธอเหนื่อย

“พี่ณิตา พี่ณิตาจ๊ะ สรมาแล้วจ้ะ” เสียงสดใสของหญิงสาวที่คุ้นหูดังเข้ามาจึงทำให้ณิตาวางมือจากการพับผ้าในห้องนอนเดินลงมายังชั้นล่าง

“จ้า…มาแล้วเหรอน้องสร หิ้วอะไรมาเยอะแยะเลย” ณิตายิ้มต้อนรับหญิงสาวที่มาช่วยงานและอยู่เป็นเพื่อนตนเป็นประจำทุกวันในช่วงปิดเทอม หรือแม้กระทั่งช่วงเปิดเทอมก็ยังแวะนำขนมมาให้ในช่วงเช้า หลังเลิกเรียนในช่วงเย็นก็มายังแวะมาช่วยงานบ้านตลอด

“สังขยาฟักทองกับขนมกล้วยจ้ะ นึ่งเสร็จก็เอามาเลย ยังอุ่นอยู่พี่ณิตาลองชิมสิจ๊ะ” สรเอ่ยบอกพร้อมกับเดินเอาขนมไปวางบนโต๊ะในห้องครัวแล้วจัดขนมใส่จานพลางพูดคุยยิ้มเล่นไปกับณิตา

“สรทำเองหมดเลยเหรอ หน้าตาน่ากินมากเลยหื้ม…หอมมากด้วย” ณิตาว่าพลางสูดกลิ่นหอมของขนมที่สรกำลังจัดใส่จานยังมีควันลอยออกมาจาง ๆ อุ่นร้อนน่ากินอย่างยิ่ง

“ใช่จ้ะ อ่อ…แล้วก็มีเนื้อแดดเดียวทอดกับเพี้ยเนื้อด้วย แม่ของอาทิตย์ตักมาแบ่งให้จ้ะ บอกให้ตักมาให้พี่ฤกษ์กับพี่ณิตาด้วย”

“อื้อหือ…น่ากินมากเลย แล้วชั้นล่างนี่อะไรจ๊ะ…ว้าย…” 

“อย่า…พี่…” ปณิตาที่กำลังมองว่าปิ่นโตชั้นสุดท้ายในเถาคืออะไรก็ร้องอุทานขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นอะไรโดยที่สรเองก็ห้ามไม่ทันเพราะรู้ว่าพี่ณิตาไม่ทาน

ในนั้นคือกบทูดที่ถูกชำแหละเป็นชิ้นส่วนลอกหนังจนหมด เหลือเพียงเนื้อสีขาวทอดและโรยด้วยกระเทียมเจียวหอมฉุย เนื่องด้วยช่วงนี้กบทูดหรือกบภูเขากำลังออกและจำได้ว่าพี่ฤกษ์ชอบกินอาหารเมนูนี้มาก ปภัสสรจึงทำมาให้ด้วย

“แหวะ…อ้วก…” เพียงเห็นปณิตาก็ลมตีมวนในกระเพาะพะอืดพะอมรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาจึงเดินปิดปากปิดจมูกเข้าห้องน้ำโดยเร็ว

“พี่ณิตา เป็นอะไรมากไหมจ๊ะ พี่ณิตา…สรขอโทษจ้ะ” สรเห็นอาการของณิตาแล้วก็ตกใจหน้าซีดรีบสาวเท้าตามณิตาเข้าไปลูบแผ่นหลังเบา ๆ ก้มมองอย่างเป็นห่วง

“อ๊อก…อ้วก…” อาการคลื่นเหียนอาเจียนยังตีรวนปั่นป่วนอยู่ ทำให้ณิตาอ้วกอาหารที่กินเข้าไปเมื่อเช้าออกมาจนหมดไส้หมดพุง

“พี่ณิตา ไหวไหม พี่ไปหาหมอไหมจ๊ะ” สรลูบหลังไปพลางรวบผมสลวยของณิตาที่หลุดลุ่ยไม่ให้ปรกหน้าเลอะน้ำอาเจียนให้ ทั้งเป็นกังวลกับอาการของณิตาด้วยเพราะตอนนี้อ้วกไม่หยุดถึงขั้นอาเจียนน้ำย่อยสีเหลืองออกมาด้วยแล้ว

“ไม่..อ้วก..แหวะ..ไม่เป็น…ไรจ้ะ” เสียงตอบกระท่อนกระแท่นเพราะลมยังคงตีทำให้มวนท้องไม่หาย แต่ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมาก 

“น้ำล้างจ้ะพี่” ประภัสสรเอื้อมไปตักน้ำในโอ่งส่งให้ปณิตาบ้วนปาก

“ขอบใจ…มากจ้ะสร” ณิตารับขันน้ำจากสรบ้วนปากล้างหน้าล้างตาจนสะอาดแล้วได้เดินมานั่งพักที่เก้าอี้ห้องกลางโดยมีสรคอยประคองเดินออกมา เพราะแทบหมดเรี่ยวแรงเพราะการอาเจียนเมื่อสักครู่

“พี่ณิตานั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวสรไปหยิบจานขนมมาให้จ้ะ”

“จ้ะ…” ณิตาพยักหน้าน้อย ๆ หลับตาอย่างอ่อนเพลีย

“มาแล้วจ้า…ขนมกล้วยหอม ๆ สังขยา หวาน ๆ ” สรยกขนมสองจานที่ตนจัดใส่จานเรียบร้อยนำมาเสิร์ฟให้กับณิตาที่หลับตาพักอยู่

“อื้ม…หอมจริง ๆ ได้กลิ่นแล้วหิวเลย” 

“หิวก็รีบกินเลยจ้ะ มีอีกเยอะถ้าไม่พอเดี๋ยวสรทำให้อีก”

“ขอบใจมาก ๆ นะจ๊ะสร ถ้าไม่ได้สรพี่คงลำบากหลายอย่างแน่เลย”

“แหะๆ…ไม่เป็นไรจ้ะ พี่ฤกษ์กับพี่ณิตาก็เป็นเหมือนพี่ชายพี่สาวของสร”

“จ้า…พูดเหมือนกันเลยนะสองพี่น้อง เวลาพี่พูดกับพี่ฤกษ์ว่าเกรงใจสรที่ต้องมาช่วยงานบ้าน พี่ฤกษ์ก็บอกว่าไม่ต้องเกรงใจเพราะสรก็เป็นเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง อืม…อร่อยมากสังขยาหวานกำลังพอดีเลย”

“อ่อ…จ้ะ พี่ลองชิมขนมกล้วยดู พี่ฤกษ์…ชอบกินพี่ณิตาก็น่าจะชอบนะลองชิมเลยจ้ะ”

“ได้จ้ะ…แต่พี่ว่ายังไงก็อร่อยอยู่แล้ว เพราะเห็นทำอะไรมาก็อร่อยทุกอย่าง พี่ฤกษ์ก็ชมบ่อย ๆ ว่าสรทำกับข้าวขนมอร่อยทุกอย่างเลย ยิ่งถ้าเป็นบัวลอยไข่หวานเอามาเท่าไหร่ก็หมดทุกครั้ง”

“พี่สองคนชอบก็ดีจ้ะ ไว้สรจะทำมาให้บ่อย ๆ ว่าแต่พี่ณิตาหน้าซีด ๆ ไม่เป็นอะไรจริง ๆ ใช่ไหมจ๊ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คงเพราะอ้วกเมื่อกี้ล่ะมั้ง” 

“สรขอโทษนะจ๊ะ สรทำมาเผื่อพี่ฤกษ์ไม่คิดว่าพี่แค่เห็นก็จะอ้วกหนักขนาดนี้” สีหน้ารู้สึกผิดของสรนั้นทำให้ณิตานึกขำขึ้นมา ทั้งรักเอ็นดูเด็กสาวคนนี้เหมือนน้องสาวคนหนึ่ง 

“จ้า…ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรเลย อย่าคิดมากเมื่อก่อนก็เห็นได้แต่วันนี้จมูกมันเกิดกระแดะอะไรขึ้นมาไม่รู้พอได้กลิ่นก็เหม็นสาบขึ้นมาเฉยเลย”

“เหม็นสาบเหรอ หรือว่าสรจะทำไม่สะอาดพี่ณิตาถึงเหม็น” สรมุ่นคิ้วสงสัยว่าตนจะล้างกบไม่สะอาดหรือเปล่า 

ณิตาที่เห็นสรขมวดคิ้วแทบผูกเป็นโบว์ก็ยิ้มออกมาแล้วนึกย้อนว่าเพราะเหตุใดตัวเองถึงเหม็น แล้วคาดเดาความน่าจะเป็นบางอย่างขึ้นมาได้จึงรีบบอกสรไม่ให้เด็กสาวต้องเครียดหรือคิดมาก

“พี่ว่าไม่ใช่หรอก อาจเป็นเพราะพี่แพ้ท้องเลยเหม็นล่ะมั้งจ๊ะ”

“อ่อ..จ้ะ…ห๊ะ พี่บอกว่าเพราะอะไรนะจ๊ะ”

“พี่ท้องจ้ะ เพิ่งตรวจรู้เมื่อเช้า” ณิตาพูดพลางก็ยกจานขนมกล้วยถือแล้วจ้วงตักกินอย่างเอร็ดอร่อย

“จริงเหรอจ้ะ ดีใจด้วยนะพี่ณิตา สรจะมีหลานแล้ว” สรยิ้มแก้มปริดีใจจากใจจริงเพราะตลอดที่ผ่านมาพี่ณิตามักจะพูดถึงเรื่องการมีลูกและเล่าว่าพี่ฤกษ์เองก็อยากมีลูกมาโดยตลอดเช่นกัน

ปณิตายิ้มตักขนมในจานพลางเอามือลูบท้องน้อยเบา ๆ ทำให้สรอยากลองจับดูบ้างแต่ก็ไม่กล้าขอ แต่ณิตาเห็นจึงเป็นฝ่ายเรียกให้หญิงสาวมาลองจับดู

“สรอยากลองจับไหม มานี่สิ” 

“จ้ะ สรขอจับหลานหน่อยนะจ๊ะ” ณิตาจับมือสรมาวางประกบลงบนท้องน้อยของตนเองแล้วปล่อยให้หญิงสาวลูบเล่นพูดคุยไปเรื่อย

“สวัสดีจ้ะ หลานอาโตเร็ว ๆ ออกมาให้อาอุ้มเร็ว ๆ นะ” 

“เร็วเกินไปจ้ะสร พี่เพิ่งท้องอีกหลายเดือนกว่าหลานจะออกมา”

“แหะ ๆ ก็สรอยากเจอหลานเร็ว ๆ นี่จ๊ะ” ทั้งสองยังพูดเล่นยิ้มหัวเราะกันอยู่สักพัก หลังจากกินขนมอิ่มปณิตาก็เริ่มง่วงงุน

“พี่ณิตาขึ้นไปนอนพักเถอะจ้ะ สรไปซักผ้าก่อนเดี๋ยวกลับมา”

“ไม่เป็นไร พี่ไปช่วยซักด้วยดีกว่า” 

“พี่ณิตานอนพักเถอะอย่าไปเลย เดินไปไกลกว่าจะถึงเดี๋ยวหลานสรเหนื่อย”

“แหม่…สองคนพี่น้องเห่อจังเลย เดี๋ยวต่อไปคงต้องให้พี่ฤกษ์ซื้อเครื่องซักผ้ามาแล้วล่ะ”

“ต้องเห่อเป็นธรรมดา ก็หลานคนแรกที่รอมานานนี่นา” สรยิ้มแป้นให้ณิตาพร้อมกับหยิบเสื้อผ้าใส่กะละมังแล้วเอาผงซักฝอกกับแปรงขัดผ้าใส่ไปด้วย

“ก็ได้ งั้นพี่ขึ้นไปนอนก่อนนะ” ปณิตายิ้มส่ายหัวเบา ๆ มองแผ่นหลังบางเดินห่างออกไปแล้วตนเองก็เดินขึ้นชั้นสองเข้าห้องนอน แต่เมื่อผ่านห้องพระก็รู้สึกเย็นหลังวาบ เหมือนมีไอเย็นมาปะทะจากด้านหลัง 

“เอ๊ะ…หนาวจัง” ณิตาสาวเท้าเดินกลับเข้าห้องนอนตนเองล้มตัวลงนอนบนเตียงไม้ที่สามีเป็นคนประกอบทำขึ้นมาเองกับมือ เมื่อตากำลังจะเคลิ้มหลับ อยู่ ๆ ก็ได้ยินเสียง…ตุบที่หน้าต่างห้องเหมือนมีอะไรมาชนเข้า แต่เพราะหนังตาที่หนักอึ้งณิตาจึงหลับตานอนไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก