“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ไสยอาสัญ - บทที่ ๒ ยาสั่ง โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไสยอาสัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า

รายละเอียด

ไสยอาสัญ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร

สารบัญ

ไสยอาสัญ-# คำเตือน,ไสยอาสัญ-# บทนำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑ บ้านเดิม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒ ยาสั่ง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓ แม่สื่อ,ไสยอาสัญ-บทที่๔ แต่งงาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๕ ข่าวดี,ไสยอาสัญ-บทที่ ๖ เรื่องแปลก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๗ เงาดำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๘ โดนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๙ ถอนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๐ เปลี่ยน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๑ ฝากฝัง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๒ แทงใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๓ สาหัส,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๔ ระบายอารมณ์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๕ แฟน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๗ คนแปลกหน้า,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๐ ย้ายบ้าน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๑ สั่งห้าม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๒ รอไม่ไหว,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๓ ดูแล,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๔ อาจารย์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๕ ไม่มั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๖ พ่อ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๗ หวั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๘ รู้เรื่อง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๙ ไม่พูดไม่จด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๐ ปรับความเข้าใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๑ ช่วยเหลือ (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๒ รวมสาย (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๓ สะสาง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๔ อ้อมกอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๕ วันคลอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๖ อธิฐาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๗ เฝ้ามองดู,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๘ สิ้นสุดตลอดไป,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๙ อันวาดลูกพ่อลูกแม่,ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด (ธีม : สายลม),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๑ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๒ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา (ธีม : เพื่อนรัก),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๑ (ธีม : ไออุ่น),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๒ (ธีม : ไออุ่น)

เนื้อหา

บทที่ ๒ ยาสั่ง

บทที่ ๒ ยาสั่ง

‘ช่วยด้วยจ้ะ…พ่อหมอ…ช่วยด้วย’ 

“ช่วยด้วยจ้ะ พ่อหมอ ช่วยด้วย” เสียงผู้หญิงร้องตะโกนดังแว่วมาจากที่ไกล ๆ ดังเรื่อยมาถึงหน้าบ้านเสียงเคาะประตูถี่รัวร่างสูงใหญ่ที่อยู่บนเตียงนอนก้าวเท้าลงจากเตียงเดินออกมาดูว่าใครมาร้องเอะอะในเวลาดึกดื่นขนาดนี้ เมื่อเปิดประตูก็เห็นว่าเป็นหญิงสาวสีหน้าตื่นตกใจยืนตัวหอบโยนอยู่หน้าบ้าน

“มีอะไร” น้ำเสียงทุ้มเข้มสีหน้าราบเรียบไร้อารมณ์อยู่เป็นนิจมุ่นคิ้วเมื่อมองเลยไปยังด้านหลังของหญิงสาวเบื้องหน้า 

“ขอโทษที่มารบกวนตอนดึกนะจ๊ะ แต่พ่อกับแม่จ้ะ พ่อกับแม่ฉันแย่แล้ว ช่วยฉันด้วยเถอะพ่อหมอ” หญิงสาวพูดพลางน้ำตารื้นไหลอย่างคนไร้ที่พึ่งพิง ประโยคจับความไม่ได้แต่ถึงอย่างนั้นคนฟังก็พอเดาถึงสถานการณ์ได้

“อืม…เข้ามายืนรอตรงนี้ ฉันจะไปเอาของก่อน” พ่อหมอยื่นมือดึงแขนหญิงสาวเข้ามายืนรอใต้ชายคาบ้านของตัวเองก่อนกลับเข้าบ้านยังปรายสายตาออกไปทางนอกบ้านแล้วกำชับ หญิงสาวอีกครั้งอย่างเข้มขรึม 

“ยืนรอตรงนี้ห้ามไปไหนเด็ดขาด”

“จ้ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับไว ๆ แม้จะร้อนใจแต่ก็เบาใจลงได้เมื่อพ่อหมอตกปากรับคำยอมช่วย ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครไม่รู้จักพ่อหมอฤหัสที่เพิ่งย้ายกลับมาอยู่เมื่อไม่นานมานี้ 

ถึงชาวบ้านจะเรียกว่าพ่อหมอแต่พ่อหมอฤหัสก็ไม่ได้ตั้งสำนักหรือตำหนักหมอแบบหมอผีคนอื่น ๆ จะช่วยเฉพาะคนที่เดือดร้อนจริงเท่านั้น

“ไป” ร่างสูงใหญ่เดินกลับออกมาจากด้านในของบ้านสะพายย่ามผ้า ในมือถือมีดพร้าด้วยหนึ่งเล่ม ร่างของหญิงสาวเดินตามหลังพ่อหมอไปแผ่นหลังกว้างในเสื้อสีกรมท่ากางเกงขายาวสีดำก้าวยาวจนหญิงสาวต้องออกวิ่งตาม

ใช้เวลาราวยี่สิบนาทีก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งสายตาพินิจอยู่ครู่ก็จำได้ว่าเป็นบ้านของชัยที่เขาเคยมาตอนกลับมาถึงหมู่บ้านวันแรก จึงหันมองหญิงสาวที่ตามหลังมาอีกครั้งถึงจำได้ว่าเป็นลูกสาวของชัยคนที่ตนเคยช่วย ไว้ครั้งนั้น 

“พ่อกับแม่อยู่บนบ้านจ้ะ” หญิงสาวรีบเดินนำเข้าบ้านแต่เห็นว่าพ่อหมอยังคงยืนอยู่ที่เดิม แต่ยกมีดพร้าขึ้นประนมมืออยู่ช่วงอกท่องบางอย่างเป่าลงบนมีดแล้วทำท่าเหมือนฟันมีดลงตรงบันไดทางขึ้นบ้าน 

ไม่ทันที่จะได้สงสัยหญิงสาวก็ได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้น จากที่ลมสงบตอนนี้ฝุ่นดินรอบบ้านลอยฟุ้งต้นไม้ใบหญ้าถูกพัดด้วยแรงลม ขนทั่วร่างของหญิงสาวลุกชันรีบลูบเส้นผมตัวเองที่รู้สึกเหมือนหัวโตและผมฟูขนพองสยองอย่างบอกไม่ถูก

“สะ เสียงอะ…” หญิงสาวมองหน้าพ่อหมอเอ่ยปากจะถามแต่ถูกตัดบทเสียก่อน

“อย่าถาม อย่าทัก ได้ยินหรือเห็นอะไรก็เงียบไว้” เสียงเข้มไม่บ่งบอกอารมณ์พูดขึ้นแล้วเดินเข้าบ้านนำหญิงสาวเข้าไปก่อน

“…” หญิงสาวหยักหน้าหงึกแล้วเดินตามเข้าไปในบ้านและไม่รู้ว่าพ่อหมอรู้ได้ยังไงแต่พ่อหมอก็เดินนำไปที่ห้องนอนของพ่อแม่แล้วโดยที่เธอยังไม่ได้บอกเส้นทาง

“พ่อ แม่ ฮือ…” หญิงสาวรีบเดินเข้าไปข้างเตียงใบหน้าซีดเซียวของสองสามีภรรยาบนเตียงนอนนั้นเมื่อฤหัสเห็นก็ขมวดคิ้วเป็นปมแน่นขึ้นอีก มองปราดเดียวก็รู้ว่าสองผัวเมียนี่โดนยาสั่ง

“หยุดร้องแล้วไปเอาไข่ไก่มาสองฟอง” หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเข้มสั่งขึ้น

“จ้ะ ๆ ” หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องไปหยิบไข่เพียงครู่ก็กลับมาส่งไข่ดิบสองฟองให้ จากนั้นก็เห็นพ่อหมอตอกไข่ไก่กรอกปากพ่อกับแม่ เพียงแค่นั้นทั้งคู่ก็มีอาการจะอาเจียนหญิงสาวรีบหยิบกระโถนมารองอาเจียนของพ่อแม่ไว้

“แหวะ…แหวะ/แหวะ…แหวะ” สิ่งที่ออกมาคืออาหารที่กินกันเข้าไปเมื่อเย็น แต่ทุกอย่างมีเมือกสีดำ ๆ ด้วย หลังอาเจียนหมดไส้หมดพุงใบหน้าของทั้งคู่ยังขาวซีดไม่ เปลี่ยนทั้งหายใจเหนื่อยหอบจนต้องเอนพิงหัวเตียง

“พ่อหมอ” ชัยพยายามทรงตัวนั่งตรงมองหน้าพ่อหมอฤหัส

“ไปเอาน้ำอุ่นกับขันมา” พ่อหมอหันไปสั่งหญิงสาวอีกครั้ง เมื่อได้รับคำสั่งก็ไม่รอช้ารีบไปทำตามทันทีเช่นกัน 

“รู้ตัวใช่หรือเปล่าว่าโดนยาสั่ง” นัยน์ตาเข้มมองหน้าสองสามีภรรยานิ่งและเหมือนคนทั้งคู่จะรู้อยู่แล้วเพราะไม่มีอาการตื่นตกใจแต่อย่างใด

“ฉันก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วพ่อหมอ พวกมันอยากได้ณิตาลูกสาวฉันมาก พอฉันไม่ยอมยกให้เพราะณิตามันไม่ได้ชอบพอ พวกมันก็ทำ สารพัดวิธีเลย” แก้วพูดขึ้นพร้อมกับเช็ดปาดน้ำตาส่วนชัยกุมมือภรรยาไว้แน่นสีหน้าเป็นทุกข์

“น้ำร้อนมาแล้วจ้ะ” หญิงสาวที่ถูกพูดถึงเดินถือกาน้ำร้อนพร้อมแก้วและขันกลับเข้ามา 

“เทน้ำมาสองแก้ว” พ่อหมอมองหน้าหญิงสาวถอนหายใจยาวช้า ๆ แล้วล้วงของออกมาสองชิ้น จากนั้นก็ใช้แท่งสีขาวนวลฝนกับแท่นหินเล็กขนาดพก สะดวกแล้วใส่ลงไปในแก้วน้ำยื่นส่งให้คนทั้งสองบนเตียง มันคืองาช้างสรรพคุณสามารถฝนผสมน้ำให้คนโดนยาสั่งดื่มได้

“อืม…หยุดร้องแล้วไปนั่งตรงนั้น” เห็นหญิงสาวยังร้องจึงชี้นิ้วไปทางปลายเตียงให้หญิงสาวไปนั่งรอรวมอยู่กับพ่อแม่

พ่อหมอยืนอยู่ข้างเตียงจากนั้นก็ยกมือพนมขึ้นเหนือศีรษะสามครั้งแล้วตั้งนะโม ๓ จบเบื้องหน้าเขาเทน้ำจากกาใส่ขันน้ำเปล่าที่วางอยู่ ก่อนแล้ว แล้วเริ่มท่องบทสวด

“อิติปิจะสุคะโต โลกะนะโถ อะระหัง ปัตโต นะนิพพะนัง สิวัง ระวัง มะอะอุ สุขัง ปิยังมะมะฯ” เมื่อท่องจบบทลง ๑ จบก็เป่าลมไปทางทั้งสามที่พนมมืออยู่ จากนั้นก็สวดอีกครั้งเมื่อครบ ๕ จบก็เป่าลงบนน้ำในขัน

“ขอบคุณครับพ่อหมอ ถ้าไม่ได้พ่อหมอพวกเราแย่แน่” ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกยกมือไหว้ขอบคุณพ่อหมอที่มาช่วยครั้งนี้ และเป็นครั้งที่สองแล้ว

“เอาไปผสมน้ำไว้กิน” เขามองหน้าคนทั้งสามแล้วหยุดที่ใบหน้าหญิงสาวคนสุดท้าย จากนั้นก็ดึงสร้อยเชือกป่านปั่นเป็นเกรียวส่งให้หญิงสาวที่ยังทำหน้าสงสัยอยู่

“ให้ฉันเหรอจ๊ะ แล้วของพ่อแม่ล่ะ”

“ใส่ไว้ห้ามถอด เธอจำเป็นต้องใช้” หลังกำชับแล้วหันมองหน้าสองสามีภรรยาที่ยังซีดขาวนัยน์ตาสีอ่อนยากเดาอารมณ์ทอดมองด้วยความว่างเปล่าก่อนจะขอตัวกลับบ้าน เพียงคิดในใจว่าอะไรมันจะเกิดเขาคงฝืนไม่ได้ 

“ฉันกลับแล้ว”

“เดี๋ยวฉันไปส่งจ้ะ” หญิงสาวลงจากเตียงรีบเดินตามหลังพ่อหมอไป ส่วนสองสามีภรรยามองหน้ากันแล้วน้ำตารื้นเอ่อเต็มเบ้าเมื่อคล้อยหลังลูกสาวเดินออกจากห้องไป

“ส่งแค่นี้พอ กลับเข้าไปในบ้าน คืนนี้ไม่ว่าจะได้ยินอะไรก็ห้ามทักเด็ดขาด” 

“ได้จ้ะ ขอบคุณพ่อหมอมากนะจ๊ะที่มาช่วย ไว้พรุ่งนี้ฉันจะทำขนมไปฝากจ้ะ” หญิงสาวยกมือไหว้อีกครั้ง

“ต่อไปเรียกชื่อฉัน” เสียงราบเรียบเอ่ยบอกดวงตากดมองดวงหน้าเผยยิ้มของหญิงสาวชั่วครู่แล้วค่อยเบนสายตาออกพลางหมุนตัวเดินกลับบ้านของตน

“จ้ะ กลับดี ๆ นะจ๊ะ” ร่างเล็กมองแผ่นหลังอยู่ครู่ใหญ่จนลับตาริมฝีปากจึงยกยิ้มกว้างขึ้น เข้าใจแล้วทำไมสาว ๆ ในหมู่บ้านถึงได้บอกว่าพ่อหมอหล่อ และสาว เล็กสาวใหญ่ต่างพากันชื่นชอบกันนักคิดพร้อมเดินกลับเข้าบ้านปิดประตูลงกลอนเรียบร้อย

ร่างสูงขายาวก้าวเรื่อย ๆ กลับมาถึงครึ่งทาง ลมสายหนึ่งพัดให้ผมประบ่าที่มัดรวบครึ่งหัวเป็นประจำจนปลายผมสยายยุ่งเล็กน้อย ดวงตาที่เพ่งเพียงเส้นทางเดินเบนมองไกลขึ้นถึงเห็นเงาดำหลายสายหลบอยู่หลังต้นไม้และพุ่มหญ้าสูงสองข้างทาง

“มะ มะ นะ เลอ เซอ นะ ภะ ถะ นะ นะ มะ เลอ เซอ นะ ภะ ถะ ดวงวิญญานเร่รอน สัมภเวสีทุกตน จงไปสู่สุคติ” บทสวดจบลงก็เป่าไปทั่วสองข้างทางเดินจากนั้นก็สาวเท้ายาวกลับบ้านตนเอง 

เมื่อกลับมาถึงบ้านหลังล้างเนื้อตัวเรียบร้อยล้มตัวนอนไพล้นึกถึงเรื่องที่ต้องเจอพรุ่งนี้ก็ถอนหายใจยาวออกมาหลับตาลงช้า ๆ พอเคลิ้มจะหลับก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยดังขึ้น

[ ฤกษ์ ฤกษ์ ลูกอย่ากลับบ้านสายนะ ]

ร่างใหญ่บนเตียงพลิกตัวไปอีกด้านพยายามข่มตาหลับ แต่เพียงแค่หลับตาภาพเหตุการณ์คืนนั้นก็โผล่ออกมาที่ผ่านมาเขาช่วย ใครต่อใครได้แต่ไม่สามารถช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นจากเรื่องราวในคืนนั้นได้เสียที

ครั้งหนึ่งตอนยังเป็นลูกศิษย์อาจารย์หาญ เขาเคยถามเพื่อน ๆ อีกสามคนว่าทำไมถึงเรียนสายนี้ ตอนนั้นเขาไม่นึกเสียใจแต่พอสำนึกได้เขาก็ถลำลึกแล้ว

ฤหัส : ไอกริชทำไมมึงถึงมาเรียนกับอาจารย์หาญวะ

คมกริช : กูก็แค่อยากรู้วิชาไปหากิน สายดำมันเงินดี 

[มันตอบแถมยังยักคิ้วพร้อมกับบิดนิ้วทำท่าทะเล้นตามเคย ในบรรดาเราสี่คนก็มีมันนี่แหละดูจะทะเล้นสุด แต่ก็เหมือนมีบางอย่างที่มันยังปิดบังเพื่อน ๆ แต่อย่างว่าคนเรามันมีเรื่องที่ไม่อยากพูดกันทั้งนั้น ]

ฤหัส : ไอฤทธิ์มึงล่ะ

พันฤทธิ์ : กูไม่ได้อยากเรียนนักหรอก ถ้าไม่ใช่เพื่อคนที่กูรัก

[สั้น ๆ ตามสไตล์คนพูดน้อยของไอพันฤทธิ์ ]

ฤหัส : ไอจักรตามึง

จักรเจ้า: กูมาอยู่นี่เพราะกูไม่มีที่ไป ตั้งแต่แม่กูตายกูก็อยู่ร่วมบ้านกับพ่อเลี้ยงที่เป็นต้นเหตุทำให้แม่กูต้องตายไม่ได้ อีกอย่างเป็นลูกศิษย์สำนักนี้อย่างน้อย ๆ กูก็มีที่ซุกหัวนอน

ฤหัส : เออกูขอโทษด้วยเว้ยที่ถาม

จักรเจ้า : ไม่เป็นไร แต่ก็ถือว่ากูโชคดีที่มาเจอพวกมึง

[มันพูดแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่คงเป็นเรื่องที่มันไม่อยากพูดถึง]

จักรเจ้า : ถามแต่พวกกู มึงล่ะไอหัส

ฤหัส : กูจะล้มคนคนหนึ่ง

พันฤทธิ์ : ใครวะ

ฤหัส : กูก็ไม่รู้ แต่วันหนึ่งกูจะล้มมันให้ได้ 

คมกริช : เออ ยังไงมึงก็ยังมีพวกกู

ฤหัส : เออ ขอบใจพวกมึงมาก

เป็นอย่างที่อาจารย์ทินอูบอกทุกอย่างอยู่ที่ใจของเรา ถึงจะลองละไม่คิดไม่แค้นแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เขาถึงขั้นลองบวชเพื่อทำจิตใจให้สงบ แม้แต่ครองผ้าเหลืองพึ่งร่มกาสาวพัสตร์แล้วโทสะในใจก็ไม่อาจลบล้างหรือลดน้อยลงได้เลย

“อสาธุ สาธุนา ชิเน. พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี” พระอาจารย์อุปัชฌาย์สอนสั่งเสมอแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหักใจได้ ในวันที่เพื่อนติดต่อให้กลับไปเอาหนังอาจารย์เขาไม่ลังเลเลยสัก นิดที่จะไป วันที่กำลังจะก้าวออกมาจากวัดพระอาจารย์ก็ยังย้ำเตือนสติเขา

“อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย. ชนะตนนั้นแหละเป็นดี” สุดท้ายเขาก็ไร้สติและก้าวเข้าสู่เส้นทางมืดเต็มตัว

“กมฺมุนา วตฺตตี โลโก. สัตว์โลกยอมเป็นไปตามกรรม” พระอาจารย์มองแผ่นหลังเด็กหนุ่มที่ตั้งมั่นเดินเข้าสู่อกุศลกรรมบถทั้งที่รู้ดีว่าสุดปลายทางมีแต่ทุกข์

ไม่ทันได้หลับตานอนจากฟ้าสีดำก็สว่างเป็นเวลาเช้าแล้ว และตอนนี้หูก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกดังมาจากหน้าบ้านอีกแล้ว

“พ่อหมอ แย่แล้วจ้ะ ไอชัยกับอีแก้วสองผัวเมียมันตายแล้วจ้ะ” เมื่อมาเปิดประตูก็เห็นชาวบ้านสองสามคนยืนหน้าซีดอยู่หน้าบ้าน พูดเสียงสั่นกลัวยืนเกาะจับมือกันอยู่

“ตายก็พาไปวัดสิ มาบอกฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้หรอก” 

“พาไปแล้วจ้ะ ตั้งแต่เช้ามืดแล้วแต่…” หญิงวัยกลางคนทำท่าขนลุกขนชันลูบแขนไปมา

“มานี่ ข้าบอกเอง คือตอนเช้าตีสี่หนูณิตาก็ร้องไห้มาบอกว่าพ่อแม่ตายแล้ว พวกชาวบ้านก็ช่วยกันเอาศพไปวัดแล้วก็แยกย้ายกันไป ช่วยเตรียมงานแต่…แต่พอพวกเราไปดูอีกทีศพของแม่แก้วหัวหายไปจ้ะ แต่ศพของตาชัยยังอยู่ครบปกติ” 

“ศพหัวหายเหรอ” นัยน์ตาสีอ่อนเข้มขึ้นฉับพลัน เขารีบเดินกลับห้องหยิบย่ามแล้วไปที่วัดทันทีเพื่อดูให้มั่นใจถึงสิ่งที่ตนสงสัย 

[เป็นมัน ต้องเป็นมันแน่ ]