“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทนำ
แรม ๑๕ ค่ำ เดือนยี่(๒) ปีขาล พุทธศักราช ๒๕๓๐
รัตติกาลปกคลุมทั่วผืนฟ้าไร้เงาจันทร์ในคืนเดือนดับ เสียงร้องที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดดังครวญสดับค่ำคืนนี้ให้ดูน่าวังเวงยิ่งขึ้น ควันธูปลอยคลุ้งหน้าหิ้งพิธีมีร่างหญิงนางหนึ่งนอนดิ้นรนเนื้อตัวสั่นเทิ้มสายตาเหลือบมองร่างชายที่กำลังถือมีดพร้านั่งอยู่ข้าง ๆ ปากเริ่มบริกรรมคาถา
“โอม กะ จ่า ถง เล้า ชะ น่า ทัง โผลก ตะ ลัย ชั่ง ซะ โอ เลอ ข้ง โอ เลอ โดง โอ เลอ ชะ เค ละ โอ เลอ ชะ ซวา คู้ โอ เลอ ชะ เซ้ย ฆัง เหงย ไถน ถง โย่ว วิญญาณเร่ร่อน ผีตายห่า ผีพราย ผีตายโหง สัมภเวสีทุกตน จงมาสิงสถิตอยู่ที่นี่” เมื่อเริ่มสวดคาถาเงาดำหลายสายของเหล่าผีที่ถูกเรียกก็มารวมกันเป็นจุดเดียว
“กรี๊ด…” เสียงกรีดร้องของหญิงทุรนทุรายเมื่อคมมีดค่อย ๆ บาดลึกลงที่ลำคอเลือดสีสดฉีดพุ่งขึ้นเปรอะเปื้อนใบหน้าของชายที่เป็นคนลงมีด ร่างหญิงนั้นจึงเริ่มชักเกร็งกระตุกเป็นระยะ
ใบหน้าครึ่งซีกแฝงอยู่ในเงาของผ้าโพกหัวโผล่พ้นให้เห็นเพียงด้านเดียว ทั้งแสยะยิ้มน่าสะพรึงสายตาจดจ้องอยู่ที่ปลายมีดของตนปากยังท่องคาถาไม่หยุดพร้อมลงน้ำหนักมือมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อบทสวดใกล้จบ
‘ฉึบ’
“หึ…” คาถาจบลงพร้อมกับศีรษะที่หลุดจากคอเสียงหัวเราะต่ำ ๆ เค้นจากลำคออย่างพึงพอใจ สายตาจ้องร่างผู้เคราะห์ร้ายที่หยุดดิ้นอย่างนิ่งเฉยก่อนจะหันไปมองลูกศิษย์ที่จับร่างหญิงที่นอนแน่นิ่งเป็นเชิงให้ปล่อย
“เส เลอ มัง สัง เลอ มัง หิ เลอ มัง ฆัง เลอ มัง ทุกดวงวิญญาณจงสถิตตกเป็นทาสอยู่ใต้คำสั่งกู” วิญญาณเงาดำทุกสายหลอมเข้าไปอยู่ในศีรษะของหญิงตรงหน้า นิ้วยาวแตะผงทองคำเปลวเขียนอักขระกำกับลงบนหน้าผากของ ศีรษะ จากนั้นเก็บเข้าถุงเรียบร้อยก็สะบัดมือปัดเทียนบนหิ้งจนล้ม ไฟเริ่มลามไหม้ตัวหิ้งไม้ทิ้งร่างไร้หัวไว้ในห้องก้าวย่างอย่างไม่รีบร้อนเดินจากออกมาจากบ้านไม้นั้น
“มึงกลับไปได้แล้ว ถึงเวลากูจะเรียกมึงเอง”
“ครับ อาจารย์” ลูกศิษย์หนุ่มตอบรับแล้วเดินแยกออกไปอีกทาง ส่วนคนเป็นอาจารย์ก็เดินแยกไปอีกทาง
บริเวณโดยรอบเงียบสงัดลมเอื่อยพัดใบไม้ไหว เด็กชายหัวเกรียนในชุดมอซออายุคงราว ๆ เจ็ดถึงแปดขวบไม่ได้สวมรองเท้ากำลังสับขาเร่งสุดฝีเท้า เนื่องจากเกรงว่าตนจะโดนทำโทษเพราะมัวแต่เที่ยวเล่นเพลินจนกลับบ้านเอามืดค่ำดึกดื่น
ทั้งที่แม่สั่งย้ำนักย้ำหนาว่าวันนี้ห้ามกลับหลังตะวันตกดิน ไหล่สะพายย่ามผ้าลายแถบเก่าคร่ำคร่าเนื้อตัวมอมแมมเปื้อนดินโคลนที่ลงเล่นมาตลอดทั้งวัน
“โอ๊ะ…ขอโทษครับ” เด็กชายที่เร่งเท้าวิ่งชนเข้ากับชายคนหนึ่งจนถุงในมือเขาหล่นลงพื้น เมื่อก้มลงไปจะเก็บถุงให้นั้นมือกลับถูกชายตรงหน้าปัดออกอย่างแรง
“อย่าแตะต้อง” เสียงห้าวเข้มพูดขึ้นสายตาทั้งคู่สานสบกันชั่วครู่ เด็กชายจึงรีบหลบเบือนหน้าหนีเพราะนัยน์ตาคู่นั้นแวววาวแลดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกแล้วชายคนนั้นก็เก็บถุงขึ้นแล้วถือเดินจากไป
เด็กชายมองตามชั่วครู่เหมือนเขาจะได้กลิ่นสาบคาวคล้ายเลือด แต่ก็ละความสนใจแล้วมุ่งกลับบ้านตนเองเดินกึ่งวิ่งกลับมาถึงหน้าบ้านไม้หลังเล็กกะทัดรัดก็ชะงักเท้าก่อนจะเข้าบ้าน ทำท่าสูดลมหายใจลึกมือเล็กปัดรอยเขรอะของดินบนเสื้อผ้ากางเกงของตนออกให้ได้มากที่สุด
“แม่ กลับมาแล้วครับ” ตะโกนบอกพร้อมทั้งดันประตูเข้าบ้าน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบจึงมองไปทางห้องครัวที่มีเพียงโต๊ะกินข้าวกั้นจากส่วนกลางของบ้านก็ไม่เห็นเงาร่างผู้เป็นแม่เด็กชายยิ้มย่องนึกในใจว่าวันนี้พ้นโทษเนื่องจากแม่คงเข้านอนไปแล้ว
ระหว่างก้าวเดินกลับห้องตนเองก็ยกเท้าสูงวางลงพื้นให้เบาที่สุด ช่วงเดินผ่านห้องของแม่เหมือนได้กลิ่นไหม้ลอยมากำลังจะเปิดประตูห้องของตัวเองแต่สายตากลับเหลือบไปทางห้องของแม่อีกครั้งเห็นแสงไฟลอดช่องใต้บานประตูเหมือนมันจะสว่างกว่าปกติ
“แม่ครับ” แม้ใจไม่อยากถูกแม่ทำโทษแต่หากแม่ยังไม่นอนแล้วทำไมถึงไม่ขานตอบเขา แบบนี้มันผิดวิสัยไม่ใช่สิ่งปกติที่แม่จะทำทั้งยังมีกลิ่นควันลอยโชยออกมา เด็กชายก้าวช้า ๆ แล้วดันประตูห้องแม่เปิดเข้าไป
“แม่ครับ!!!” เด็กชายเสียงสั่นเครือบวกความตกใจร้องก้องห้องสายตาเห็นปลายเท้าแม่นอนโชกเลือด เทียนบนหิ้งล้มไหม้ลามทั่วหิ้งไม้แล้ว เด็กชาย วิ่งเข้าไปทันทีแล้วภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับทำให้เด็กชายถึงขั้นล้มก้นกองกับพื้นตาเบิกกว้างเนื้อตัวสั่นเทาอย่างหนัก
ใช้ทั้งมือเท้าค่อย ๆ คลานรวมไปกับอาการสั่นเข้าไปใกล้ ภาพตรงหน้าทำให้เด็กชายแทบสิ้นสติปากอ้าค้างไม่มีเสียงสำเนียงใดถูกเปล่ง ออกมาจากลำคอ ราวกับมีมือยักษ์บีบไว้เด็กชายช็อกไปเสียแล้วเพราะร่างผู้เป็นแม่ไร้ศีรษะเลือดทะลักนองเจิ่งพื้นชวนน่าสะพรึง
ขณะที่เด็กชายยังคงอ้าปากตาค้างร่างไร้วิญญาณของแม่ก็กระตุกเกร็งลุกขึ้นมานั่งต่อหน้าเขาอย่างฉับพลัน
“เฮือก…แม่!!!” เด็กหนุ่มสะดุ้งตื่นจากฝันตัวเปียกโทรมเหงื่อกาฬเม็ดใหญ่ผุดพรายเต็มกรอบหน้าทรวงอกสะท้อนหายใจหอบหนักสายตาเหม่อมองไร้จุดหมายทั่วห้องนอนเงียบ ๆ
เก้าปีมาแล้วทุกครั้งที่หลับก็ยังคงฝันเหมือนเดิมตลอดและเป็นฝันเดียวที่เขาคิดว่าคงจะฝันตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่
“พี่ ตื่นทำไม หาว…” เด็กหญิงตัวน้อยเดินลากผ้าห่มมานั่งยองข้างเขาเอื้อมมือน้อยป้อม ๆ จับแขนเด็กหนุ่มปากหาวกว้างเพราะนอนยังไม่เต็มอิ่มตากลม ปรือจ้องเขาด้วยอาการสะลึมสะลือ
“…” สายตาว่างเปล่ามองเด็กหญิงอ้วนกลมที่ชอบมาขอนอนข้าง ๆ ทั้งบางทีเขายังต้องกล่อมโดยการอุ้มไม่ก็ต้องตบก้นเบา ๆ จนกว่าจะหลับแต่คืนนี้เขาให้เด็กอ้วนนอนแยกอยู่อีกฝั่งมีเพียงม่านผ้าเป็นฉากกั้นเท่านั้น เพราะนึกรำคาญเด็กน้อยช่างเป็นตัวยุ่งในสายตาเขาเสียจริง
“นอน นอน ตบ ตบ” เจ้าหนูอวบอ้วนเข้ามากอดแขนเด็กหนุ่มเป็นการบ่งบอกว่าให้เขากล่อมนอนแม้จะระอาใจแต่เธอเป็นลูกสาวของอาจารย์เจ้าของบ้านที่เขามาซุกหัวนอน เขาก็ไม่มีสิทธิ์จะเกี่ยงงอนอะไรได้
หลังประสบเหตุการณ์สะเทือนขวัญคืนนั้นเขาช็อกจนพูดไม่ได้ไปเกือบปีจนอาจารย์รับเขามาดูแลและได้อยู่กับเด็กอ้วนน้อยช่างพูด เขาจึงได้กลับมาพูดอีกครั้ง
“เฮ้อ…หลับตา” เด็กหนุ่มถอนหายใจน้ำเสียงเย็นชาไม่ต่างจากสีหน้าดึงแขนตัวเองออกจากเจ้าหนูตัวยุ่งแล้วล้มตัวนอนเคียงเด็กน้อยจากนั้นมือใหญ่ก็ตบเบา ๆ บนสะโพกกลมเป็นจังหวะช้า ๆ ไม่นานเด็กอ้วนข้างกายก็หลับไปและเขาเองก็ผล็อยหลับตามเช่นกัน
[เรื่องปกติธรรมดาที่เจ้าตัวเด็กหนุ่มคงไม่สังเกตคือเวลามีเด็กหญิงตัวน้อยนอนด้วยเขามักจะหลับและไม่ฝันถึงเหตุการณ์เลวร้ายนั้นเลย ]