“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ไสยอาสัญ“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”
เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร
บทที่ ๑ บ้านเดิม
“นะโมเม สุขคะโต นะโมเม โสปัตติ นะโมสุคะโต โหติ อะสัญญัตตา จะ สัมภะวา ปัจจุปันนา ปัญจะพุทธา เสติ นะโมสุคะโต จะ อะนาคะตา นะมา มิหัง”
เสียงสวดบริกรรมคาถาจบลงแต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ร่างชักดิ้นชักงอของคนที่นอนอยู่บนพื้นยังคงเป็นเช่นเดิม อาจารย์แก้คุณไสยไว้หนวดเครายาวยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อกาฬที่ไหลย้อยเต็มหน้าคิ้วขมวดผูกเป็นปมจนปัญญาจะช่วยเหลือหญิงตรงหน้าแล้ว
“เฮ้อ…มันโดนของแรง กูช่วยไม่ได้แล้ว มึงทำใจเถอะ”
“อาจารย์ทองดี ช่วยลูกฉันด้วยเถอะจ้ะ ฉันมีลูกสาวคนเดียวนะอาจารย์ ช่วยฉันด้วยนะจ๊ะ ขอร้อง” หญิงวัยกลางคนคลานเข่าอยู่เบื้องหน้ามองร่างลูกสาวที่นอนชักตาเหลือกค้างน้ำตาของผู้เป็นแม่ไหลพรากพยายามขอความช่วยเหลือกับอาจารย์หมอผีที่ก่อนหน้านี้อวดอ้างว่าตนเก่งกล้าสามารถช่วยอาการของลูกสาวตนได้แน่นอน
แต่เมื่อพาลูกสาวมาตอนนี้กลับบอกว่าจนปัญญาช่วยไม่ได้เสียแล้ว
“กูช่วยไม่ได้จริง ๆ ลูกมึงมันดวงตกของที่ลูกสาวมึงโดนมันก็แรงมาก มึงอย่าทำให้กูลำบากใจเลยกลับไปทำใจซะ” อาจารย์โบกมือไล่หญิงที่เข้ามาเกาะแข้งขาด้วยสีหน้ารำคาญใจเหลือจะทน
“อาจารย์ทองดี ช่วยด้วยเถอะ ต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ยอม”
“เฮ้อ…ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากช่วย แต่ถ้ามึงยืนยันอย่างนั้นกูจะลองวิธีสุดท้ายดู แต่…”
“แต่อะไรจ๊ะ อาจารย์บอกมาเลย ฉันพร้อมทำ”
“มึงต้องให้ลูกสาวมึงทำพิธีที่นี่สามวันสามคืนกูจะลองยืดดวง มันเป็นวิธีสุดท้ายแล้ว”
“ได้จ้ะได้ ขอแค่ช่วยได้อยู่กี่วันกี่คืนก็ได้จ้ะ”
“แต่กูต้องทำพิธีนี้กับลูกมึงแค่สองคน ห้ามมีใครรบกวน” อาจารย์ทองดีหันบอกหญิงตรงหน้าท่าทีขึงขังจริงจัง
“ฉันอยู่ด้วยไม่ได้เหรอจ๊ะ” หญิงกลางคนหยุดถามอาจารย์อย่างพะวักพะวงเพราะห่วงลูกสาว
“ถ้ามีคนอื่นกวนสมาธิการยืดดวงอาจจะขาดแล้วทีนี้ลูกสาวมึงตายทันทีแน่ ที่กูยืดดวงเพราะของที่ลูกสาวมึงโดนมันแรงมาก ถ้าดวงมันอ่อนกว่านี้คงอยู่ไม่พ้นสามวันห้าวันแน่”
“งั้น…งั้นก็ได้จ้ะ ฉันขอรออยู่หน้าตำหนักได้ไหมจ๊ะ”
“เออได้…เดี๋ยวกูให้ลูกศิษย์หาที่ให้มึงพักรอลูก ไอยอดมึงพาไป” อาจารย์ทองดีพยักหน้าให้ลูกศิษย์พาตัวหญิงวัยกลางคนออกไปก่อน
“ครับ อาจารย์” ยอดเดินนำหญิงวัยกลางคนออกไปยังปรายตาไปทางร่างหญิงสาวที่นอนอยู่บนพื้น ยกยิ้มมุมปากน้อย ๆ ทว่าไม่มีใครทันเห็น
“แก้ว…ลูกล่ะ” เมื่อเดินลงมาถึงชานบ้านด้านล่างก็มีชายวัยกลางคนรีบเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน
“พี่ชัย ลูกอยู่ข้างบนจ้ะ อาจารย์ทองดีกำลังจะทำพิธีให้” แก้วตอบสามีทั้งดวงตายังบวมแดงเพราะร้องไห้มานาน
“ไปพาลูกกลับบ้านเร็ว พี่หาคนที่จะช่วยลูกได้แล้ว” ชัยบอกกับภรรยาแล้วหันไปมองชายหนุ่มที่ยืนรออยู่ข้างรถ
“ไม่ได้…อย่าไปรบกวนอาจารย์” ยอดพูดขึ้นแล้วเดินมาขวางหน้ากันสองสามีภรรยาไว้หน้าบันไดทางขึ้น
“ใช่จ้ะพี่ชัย อาจารย์ทองดีกำลังจะทำพิธียืดดวงให้ลูกอยู่นะจ๊ะ ห้ามรบกวนไม่อย่างนั้นจะ…”
“กรี๊ด…ช่วยด้วย…” ยังพูดไม่ทันจบทุกคนก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวดังมาจากด้านบนตำหนัก
“ณิตา!!!” ชัยถีบยอดที่ยืนขวางจนล้มคะมำกับพื้น รีบวิ่งขึ้นบันไดไปทันทีส่วนแก้วก็สาวเท้าตามสามีไปติด ๆ
ชัยถีบประตูเข้าไปอย่างแรงเมื่อเปิดออกก็เห็นอาจารย์ทองดีกำลังนั่งคล่อมอยู่บนร่างลูกสาวพยายามกระชากเสื้อหญิงสาวให้หลุด ออก
“ไอเหี้ย…มึงจะทำอะไรลูกสาวกู” ชัยเดินปรี่เข้าไปกระชากอาจารย์ทองดีที่ทำตัวชั่วไม่สมกับชื่อแล้วรัวมือเท้าใส่ไม่ยั้ง
“ณิตา ลูก” แก้วที่ตามเข้ามาติด ๆ รีบเข้าไปประคองสวมกอดลูกสาวเอาไว้แน่น ก้มมองอาการลูกสาวที่สะลึมสะลือไม่ค่อยได้สติพร้อมสะอื้นไห้อย่างตื่นตกใจกับเหตุการณ์
“ไอสัตว์ ไอเหี้ย มึง…ไอเลวมึงอย่าอยู่เลย” ชัยสามีตอนนี้ประเคนทั้งลูกเตะและหมัดใส่อาจารย์ทองดีที่ไม่ได้ตั้งหลักกองอยู่ที่พื้น หน้าตาบวมช้ำไปหมด
“โอ้ย…กูจะช่วย ลูกมึงนะ” คนแก่วัยสี่สิบเศษยังคงแถสีข้างถลอกใช้มือป้องใบหน้าจากหมัดของชัยเป็นพัลวัน สายตามองหาไอยอดลูกศิษย์ก็หายหัวไปเลย
“พอแล้ว ๆ พี่ชัย รีบพาลูกกลับเถอะ ลูกชักอีกแล้ว” แก้วรีบร้องห้ามสามี เพราะตอนนี้ลูกสาวไม่ได้สติกลับมาเกร็งชักอีกครั้ง
“มึง…กูฝากไว้ก่อน” ชัยชี้หน้าหมอผีตัณหากลับกล่าวอาฆาตแล้วรีบหันมาอุ้มร่างลูกสาวขึ้นเพื่อพากลับบ้าน
ลงมาถึงรถที่จอดอยู่ด้านล่างก็นำลูกสาววางท้ายกระบะเห็นว่าชายหนุ่มที่มาด้วยเดินไปท่องอะไรมุบมิบจากนั้นลูบศีรษะลูกสาวเขาสองสามครั้งอาการชักของลูกสาวจึงสงบลงทันตาเห็นเลย
แก้วนั่งหลังกระบะกับลูกสาวส่วนชายหนุ่มกลับมานั่งข้างคนขับกับชัย เมื่อคนพร้อมแล้วสารถีจึงออกรถกลับไปยังหมู่บ้านโดยไม่รอช้า
เมื่อกลับมาถึงบ้านชัยและแก้วก็พาลูกสาวมาวางนอนไว้กลางห้องแล้วนั่งอยู่ด้านข้างลูกสาวระหว่างรอชายหนุ่มที่กำลังจุดธูปเทียน บูชาเพื่อจะทำพิธี
ชายหนุ่มกลับมานั่งด้านข้างหญิงสาวที่หลับไร้สติ จากนั้นใช้สายสิญจน์โยงคล้องศีรษะให้หญิงสาวแล้วเริ่มสวดคาถาจากนั้นก็ใช้มีดเล่มเล็กกดจิ้มลงไปที่ปลายนิ้วของหญิงสาวหยดลงขันสามหยดแล้วบริกรรมคาถาต่อ
“โอม อะ สะ ถง มา เร นะ ไถน เลอ หิ โต เว โย เสย อะ สะ โย ชี เว คง นะ มะ ชัย เร สะ เช” นิ้วยาวแตะจุ่มเลือดในขันแล้วจรดแตะบนหน้าผากของหญิงสาวพร้อมบริกรรมคาถาไปด้วยจนครบ ๓ จบ
จากนั้นใช้ไข่เลื่อนถูวนจากแขนทั้งสองข้างมาถึงหน้าท้องแล้วลากลงไปถึงปลายเท้า จากนั้นนำไข่ใส่ขันเลือดของหญิงสาวเอาไว้
“พากลับไปนอนพักได้แล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยบอกส่วนมือก็เทน้ำเปล่าลงในขันพร้อมกับสวดคาถากำกับไปด้วย เสร็จแล้วจึงได้เทไข่ถอนของ เลือดและน้ำมนต์ใส่ภาชนะไว้ เพื่อนำไปทำลาย
“อาจารย์แล้วลูกสาวผมจะตื่นตอนไหนครับ” ชัยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าอาจารย์หนุ่มกำลังเก็บของใส่ย่ามผ้า
“ไม่เกินพรุ่งนี้เช้าก็ตื่นแล้ว อย่าลืมให้กินน้ำมนต์กับล้างหน้าทุกเช้า ใช้น้ำมนต์ที่ฉันให้ไว้จนครบอาทิตย์” เมื่อย้ำบอกชัยอีกครั้งหลังทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มกำลังจะเดินออกจากบ้าน
“ครับ ขอบคุณอาจารย์มาก นี่ค่าเหนื่อยเล็ก ๆ น้อย ๆ ครับ” ชัยยกมือไหว้พร้อมกับส่งซองเงินให้ชายหนุ่ม แต่เขายกมือกันเอาไว้ก่อน
“ไม่เอาเงินหรอก ฉันแค่ผ่านมาช่วย และไม่ได้จะตั้งตนเป็นอาจารย์ ต่อไปเรียกฉันว่าฤหัส” เงินเขามีพอแล้วที่ช่วยถือว่าเป็นค่าอาศัยติดรถมาด้วยเท่านั้น
“ครับ เอ๊ะ…ฤหัส ใช่ลูกศิษย์อาจารย์ทินอูตอนนั้นหรือเปล่า” ชัยเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ
“อืม” คนถูกถามพยักหน้าแล้วไม่ตอบอะไรอีก
ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินออกมาจากบ้านของชัยเดินมุ่งหน้ากลับไปยังทิศทางที่เขาเคยเดินจากออกมาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากเดินมาสักพักใหญ่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าบ้านหลังเล็กอันคุ้นตา
ทุกอย่างยังเหมือนเดิม จะมีที่เปลี่ยนไปก็เพียงบริเวณรอบบ้านที่ถูกต่อเติมขึ้นเล็กน้อยและหน้าบ้านมีสวนดอกไม้เล็ก ๆ เพิ่มขึ้นมา ตอนนี้ยังมีหญิงสาวกำลังยืนหันหลังรดน้ำดอกไม้อยู่อีกคน
“อาจารย์ทินอูอยู่ไหม”
“พ่ออยู่ใน…พะ…พี่ฤกษ์!!!” หญิงสาวถือบัวรดน้ำหันกลับมาเห็นชายหนุ่มก็ยกมือขึ้นปิดปาก เบิกตาจ้องร่างชายหนุ่มพูดเสียงเครือ
“อืม…อาจารย์…”
“พี่ฤกษ์…หนูคิดถึงพี่มาก พี่กลับมาแล้ว กลับมาสักที”
หญิงสาวโผกอดชายหนุ่มเต็มรักโดยที่อีกคนไม่ทันตั้งตัวเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวจะจำเขาได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะตัวเขาแทบจำเธอไม่ได้ก็จากเด็กอ้วนกลมตอนนี้โตแล้วแต่ที่เหมือนเดิมคือยังขี้แยไม่เปลี่ยนเท่านั้นเอง
[ แง…พี่…ฮึก” เช้าตรู่ฟ้ายังไม่ทันสว่างเสียงเด็กร้องแข่งกับไก่ขันเด็กหนุ่มที่กำลังหุงข้าวบนเตาหินสามเส้ามุ่นคิ้วรำคาญใจ ครั้นจะผละมือไปหาเจ้าเด็กขี้แยก็กลัวข้าวไหม้เนื่องจากกำลังอังหม้อข้าวเพื่อให้น้ำแห้งโดยทั่วถึง
“แงง…พี่…” เสียงร้องยิ่งดังขึ้นเขาจึงต้องเดินเข้าไปอุ้มเด็กอ้วนออกมาไม่เช่นนั้นถ้าอาจารย์ตื่นขึ้นมาเขาคงได้โดนว่าอีก และวันนั้นเขาก็ไม่โดนว่าเรื่องเด็กอ้วนร้องไห้แต่โดนด่าเรื่องทำข้าวไหม้แทน ตอนนั้นในใจก็นึกรำคาญเหตุใดเด็กหญิงอ้วนกลมถึงติดเขาแจขนาดนั้นยิ่งนานวันเขาจะไปไหนก็ตามติดเป็นเงาเลยทีเดียว ]
“พ่ออยู่ในบ้านจ้ะ” หญิงสาวผละกอดและดึงแขนชายหนุ่มเดินเข้าบ้าน ส่วนคนถูกจับจูงก็เดินตามแรงฉุดของหญิงสาวไปเงียบ ๆ
“พ่อจ๋า…พ่อ พี่ฤกษ์กลับมาแล้วจ้ะ” เสียงใสของหญิงสาวตะโกนบอกพ่อส่วนมือยังคงดึงแขนของชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย
“อืม…อย่าเสียงดัง สรไปต้มต้นลูกใต้ใบมาให้พ่อทีตอนนี้พ่อมีเรื่องจะคุยกับฤกษ์”
“ได้จ้ะ” หญิงสาวรับคำด้วยรอยยิ้มแล้วเดินจากไปทางครัวปล่อยให้คนทั้งสองได้พูดคุยกัน
“อาจารย์”
“เป็นยังไงเจอสิ่งที่ตามหาหรือเปล่า” ทินอูมองหน้าลูกศิษย์หนุ่มที่ไม่ได้เจอกันนานแล้วถามขึ้น
“ไม่ครับ”
“เดี๋ยวเอ็งก็ย้ายกลับไปอยู่บ้านเก่าเอ็งซะ”
“ทำไมครับ” ฤหัสเงยมองหน้าอาจารย์แล้วมุ่นคิ้วถาม
“สิ่งที่เอ็งพากลับมาด้วย มันอยู่นี่ไม่ได้”
“ครับอาจารย์” ฤหัสตอบรับเข้าใจที่อาจารย์ต้องการสื่อความหมาย ทำให้เขานึกย้อนไปถึงวันนั้นที่เขาจะย้ายออกไป
“คิดดีแล้วเหรอว่าจะไป” เสียงทุ้มเอ่ยถามสายตาจ้องเขม็งอย่างรู้ว่าที่แท้จริงแล้วเด็กหนุ่มไม่ได้จะไปเรียนหนังสืออย่างที่อ้าง
“ครับ อาจารย์” เด็กหนุ่มก้มหน้าตอบเสียงอ่อนไม่กล้าสบตาอาจารย์ที่มองเขาไม่วางตา หากแต่ในใจก็รู้สึกผิดแต่เขาไม่สามารถทนอยู่อย่างนี้ต่อไปได้อีกแล้ว
“ถึงต่อไปมันจะพรากสิ่งสำคัญของเอ็งไปอีกเหรอ”
“ครับ อาจารย์”
“เรื่องทุกอย่างอยู่ที่ใจ หักใจได้ก็จะเป็นผลดีกับตัวเอง” อาจารย์ทินอูพยักหน้าน้อย ๆ แล้วเอ่ยเตือนใจเด็กหนุ่มเพียงประโยคเดียวแล้วถอนหายใจยาวอย่างปลงตก อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดไม่อาจฝืนชะตาได้
“แกร๊ก…พี่” เด็กน้อยที่แอบฟังอยู่นานจากนอกห้องเผลอลืมตัวเรียกขึ้นด้วยตะครุบปากไว้ไม่ทัน
“พี่ฤกษ์หนูจะไม่ร้องไห้แล้วอย่าไปนะ” เด็กหญิงตัวน้อยดึงมือเด็กหนุ่มรั้งไว้ไม่อยากให้เขาไป
“เฮ้อ…พี่จะไปเรียนนะสรเดี๋ยวพี่กลับมา” เด็กหนุ่มถอนหายใจยาวแล้วบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อือ…ฮึก” เด็กน้อยอ้วนกลมสะอื้นพยักหน้าหงึกหงักน้ำตาไหลอาบแก้มกลมเป็นลูก ทั้งน้ำมูกก็ยืดเลอะเปรอะแต่เด็กหนุ่มก็ไม่รังเกียจใช้แขนเสื้อเช็ดให้อย่างเบามือจากนั้นก็เดินจากออกมา จากที่นั่นโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยร้องสะอื้นส่งอยู่ด้านหลัง