“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ไสยอาสัญ - บทที่ ๑๕ แฟน โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ,ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไสยอาสัญ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,ไทย,ดราม่า,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ผี,ดราม่า

รายละเอียด

ไสยอาสัญ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“อา ยะ เส หิ นะ มะ มัง รัก อา ยะ เส หิ นะ มะ สัง หลง อา ยะ เส หิ นะ มะ เม คลั่งใคร่ เส หิ เส หิ รักหลง งงงวย ไม่อาจถอนตัวถอนใจไปจากกู”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

เด็กชายที่สูญเสียครอบครัวไปด้วยวิธีอันโหดเหี้ยม ภาพ ติดตานั้นจึงกลายเป็นฝันร้ายคอยตามหลอกหลอนทำให้เด็กชายเมื่อโตเข้าสู่วัยกำดัดต้องเดินเข้าสู่วังวนของไสยศาสตร์อวิชาเพื่อจะแก้แค้นให้ครอบครัวและต้องคอยช่วยเหลือแก้วตาดวงใจให้พ้นจากอันตรายไปด้วย บทสรุปความรักของคนปากหนักจุดจบของการแก้แค้นจะเป็นอย่างไร

สารบัญ

ไสยอาสัญ-# คำเตือน,ไสยอาสัญ-# บทนำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑ บ้านเดิม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒ ยาสั่ง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓ แม่สื่อ,ไสยอาสัญ-บทที่๔ แต่งงาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๕ ข่าวดี,ไสยอาสัญ-บทที่ ๖ เรื่องแปลก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๗ เงาดำ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๘ โดนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๙ ถอนของ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๐ เปลี่ยน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๑ ฝากฝัง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๒ แทงใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๓ สาหัส,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๔ ระบายอารมณ์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๕ แฟน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๖ เสน่ห์ดอกรัก,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๗ คนแปลกหน้า,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๘ ยังไม่ใช่ตัวการ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๑๙ ส่งไปตาย,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๐ ย้ายบ้าน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๑ สั่งห้าม,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๒ รอไม่ไหว,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๓ ดูแล,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๔ อาจารย์,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๕ ไม่มั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๖ พ่อ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๗ หวั่นใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๘ รู้เรื่อง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๒๙ ไม่พูดไม่จด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๐ ปรับความเข้าใจ,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๑ ช่วยเหลือ (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๒ รวมสาย (เพื่อน),ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๓ สะสาง,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๔ อ้อมกอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๕ วันคลอด,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๖ อธิฐาน,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๗ เฝ้ามองดู,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๘ สิ้นสุดตลอดไป,ไสยอาสัญ-บทที่ ๓๙ อันวาดลูกพ่อลูกแม่,ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด (ธีม : สายลม),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๑ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวาด ๒ (ธีม : หิมะ),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา (ธีม : เพื่อนรัก),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๑ (ธีม : ไออุ่น),ไสยอาสัญ-ตอนพิเศษ อันวา ๒ (ธีม : ไออุ่น)

เนื้อหา

บทที่ ๑๕ แฟน

บทที่ ๑๕ แฟน

ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าร่างเล็กจะพาตัวเองกลับขึ้นห้องนอน เมื่อเข้ามาบนโต๊ะเล็กริมประตูมียาเม็ดสีขาววางอยู่พร้อมขวดน้ำดื่ม หยิบยาใส่ปากยกน้ำดื่มตามแล้วไปทิ้งตัวนั่งบนเตียงอากาศรอบห้องเย็นส่งผลให้หญิงสาวหนาวเพราะตัวเองกลับจับไข้อีกครั้ง

เอนตัวหลับตานอนด้วยความเหนื่อยอ่อนเสมือนกำลังเข้าสู่ห้วงฝันโสตประสาทมีเสียงบางอย่างดังกระทบอยู่ห่าง ๆ แต่พิษไข้กลับลากเธอจมลงบึงแห่งนิทรารมณ์ 

ก้ำกึ่งระหว่างตื่นและหลับทั่วสรรพางค์คล้ายโดนไอไฟลามเลียเนื้อให้แผดไหม้แต่มีหยาดพิรุณโปรยปรายดับไอร้อน ความร้อนรุ่มของผิวกายพลันถูกชะโลมด้วยไอเย็นเหงื่อกาฬทั่วร่างเหือดแห้งคลายปั่นป่วน

ฝ่ามือใหญ่ส่งสัมผัสอุ่นเกาะกุมเข้ากับฝ่ามือนุ่ม ร่างเล็กกระสับกระส่ายเพราะฤทธิ์ไข้และพิษความเศร้าโศกในใจกำลังกัดกินทรมาน ส่วนลึกของจิตสำนึกแม้ในยามหลับใหล

ร่างใหญ่นั่งริมเตียงรู้ดีทุกอย่างว่าไม่ใช่ความผิดของหญิงสาว แต่ในช่วงเวลาที่เขาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็ได้เอ่ยคำทำร้ายจิตใจคนฟังไปแล้วทั้งยังพลั้งทำเธอเจ็บตัวไป มืออบอุ่นอันน้อยที่ได้เกาะกุมในตอนนี้เคยพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง จากนี้จะไม่ยอมพลาดและปล่อยไปอีกครั้งแน่

เขาก็โทษตัวเองกับสิ่งผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดแล้วกระทำลงไปโดยไม่รู้ว่าเหตุใดตนถึงได้ขาดสติเพียงนั้น ไม่ได้มีเพียงเธอที่รู้สึกผิดแต่เขาเองก็ไม่ต่างกัน เขาก็เคยคิดจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคุณไสยตั้งแต่ครั้งที่เขาทำพลาดจนทำให้ผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งต้องตาย  

คิดจะหลบกลับมายังบ้านเดิมเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับทางสายดำ แต่ทุกอย่างกลับผิดพลาดไปหมดมาถึงตอนนี้เขาจะทำทุกอย่างเพื่อส่งมันนรกให้ได้ ส่งคนที่พรากชีวิตลูกและคอยจ้องจะทำร้ายคนที่เขาสาบานว่าจะดูแลไปตายให้หมด 

“สร ลุกขึ้นมากินยาก่อน” เสียงทุ้มปลุกร่างบางที่สั่นเทาใบหน้าแดงเพราะพิษไข้ให้ลุกขึ้นมากินยาเมื่อถึงเวลา แสงไฟในห้องสว่างพาลพาให้ดวงตาที่ขยับต้องหรี่ปรือช้า ๆ สายตาพร่าเลือนมองคนเบื้องหน้าไม่ชัดเจน หูได้ยินเสียงเคยคุ้นแต่ใบหน้าที่เห็นกลับไม่ใช่คนคุ้นเคย 

“อาทิตย์” หญิงสาวหัวคิ้วขมวดมุ่นเพ่งมองคนตรงหน้าเหตุใดเสียงและใบหน้ากลับไม่ใช่เจ้าของเดียวกัน 

“ไว้จะเรียกมันมาเฝ้าดีไหม” เสียงห้วนคุ้นหูพูดผสมความไม่สบอารมณ์ปล่อยมือหมายดึงกลับ

“พี่ฤกษ์…เหรอ” มือนุ่มร้อนผ่าวกระชับความอบอุ่นไว้แน่น ถามซ้ำพลางสะบัดหน้าไปมาเพื่อปรับสายตาให้มองได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“เห็นหน้าพี่เหมือนหน้ามันหรืิอไง” 

“จ้ะ หน้าเหมือนแต่เป็นเสียงพี่” ร่างเล็กพยักหน้าตอบกะพริบตาถี่ ๆ มองใบหน้าอันแสนเย็นชาของคนตรงหน้าที่ตอนนี้มุ่นคิ้วเป็นปมมองหน้าเธอ

“สรได้…อืม..กินยาซะ” เสียงเข้มเหมือนมีคำถามแต่ก็ระงับไว้เปลี่ยนเรื่องให้หญิงสาวกินยาก่อน

ร่างเล็กรับยามากินอย่างว่าง่ายแต่แล้วสายตาก็เหลือบมองเห็นกะละมังน้ำกับผ้าวางอยู่กับพื้น ถัดจากนั้นเป็นกองเสื้อผ้าของตัวเองทั้งยังมีเสื้อชั้นในเมื่อสำรวจมองเสื้อของตัวเองก็เห็นว่าเป็นชุดใหม่ 

“พี่…เสื้อสร” ในใจประหม่าผนวกสะเทิ้นอายแก้มขลับสีเลือดฝาดสลับซีดขาว มือเล็กขยุ้มกำเสื้อจนยับยู่แน่นเพราะตอนนี้รู้สึกแล้วว่าตนเองไม่ได้ใส่ชั้นในจึงรีบดึงผ้าห่มคลุมอกที่นูนชี้ผ่านเสื้ออยู่

“เมื่อก่อนพี่ก็เคยเช็ดตัวให้ ตกใจอะไร” เสียงเข้มพูดแล้วหยิบกะละมังน้ำเดินออกไปจากห้องทิ้งให้คนฟังนั่งใบ้อึ้งเพียงคนเดียว

หญิงสาวก้มมองเสื้อตัวเองแล้วมองแผ่นหลังกว้างสลับไปมาคิ้วผูกเป็นโบว์ขบคิดว่าคำพูดนั้นถูกหรือไม่ถูกตรงไหน แต่ศีรษะที่ปวดหนึบเพราะพิษไข้ทวีขึ้นจำต้องทิ้งเรื่องในสมองไปชั่วครู่

“เคยเช็ดตัวให้ ตกใจอะไร” พูดง่ายไปไหม ก็ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กสี่ห้าขวบแล้วน่ะสิไม่ตกใจได้เหรอ แต่แล้วก็สะดุ้งเมื่อเสียงห้วนพูดดังมาจากประตูอีกครั้งเรียกสติเธอให้ตื่นทิ้งความคิดห่างไปไกล

“นอน พรุ่งนี้ไม่หายจะให้หมอจิ้มเข็มให้น้ำเกลือที่โรงบาล”

“จ้ะ” หญิงสาวหดคอเข้าใต้ผ้าห่ม พี่ฤกษ์รู้จักเธอดีและรู้ว่าต้องขู่ยังไงให้เชื่อฟัง 

สิ้นเสียงขานตอบมือใหญ่ก็ปิดสวิตช์ไฟแล้วดึงประตูปิดอย่างเบามือ นั่นคือสิ่งที่เขาคิดแต่กระนั้นกลับยังดังปังไม่เป็นดั่งตั้งใจเพราะ ความหยาบกร้านโดยนิสัยของเขานั่นเอง

ร่างเล็กสะดุ้งเสียงกระแทกของประตูเข้าใจว่าเจ้าของบ้านรำคาญตนและสิ่งที่เขายังเหมือนเดิมคือไม่ต้องการร่วมชายคาเดียวกับเธอ โดยการให้เธอไปนอนโรงบาลพรุ่งนี้หรือเปล่า

สมองเตลิดคิดไปไกลดวงตาเบิกโพลงมองเพดานคิดวนซ้ำ ๆ ว่าต่อไปเธอจะทำยังไงต่อกับชีวิต เหมือนว่าอยู่ไปก็ไร้ประโยชน์คิดนานเข้าดวงตาก็เริ่มปรือเพราะยาออกฤทธิ์ 

ใบหน้าของใครอีกคนกำลังปรากฏขึ้นเบื้องหน้าและในสมอง รอยยิ้มอบอุ่นเสียงแห่งความห่วงใยการกระทำอ่อนโยนของคน ๆ นั้นกำลังคืบคลานประทับเข้ามาในใจเธออย่างไม่รู้ตัว ‘อาทิตย์’    

ลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้านี้ยังคงหนักหัวและปวดเมื่อยไม่สบายตัวนักจากพิษไข้แต่จะเรียกว่าเช้าก็ไม่ได้เพราะเห็นเข็มนาฬิกาบอกเวลาตอนนี้คือเกือบเก้าโมงแล้ว

ใช้สองแขนยันค้ำพื้นเตียงขยับตัวลุกนั่งพิงหัวเตียงได้ชั่วครู่ สะบัดศีรษะไล่ความมึนงงครั้นหย่อนเท้าลงพื้นก็ได้ยืนเสียงประตูถูกเปิดเข้ามา 

“พี่ฤกษ์…” ร่างเล็กสะดุ้งรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดอกทันทีมองหน้าคนที่จ้องมาตาปริบ ๆ

“ไปล้างหน้า แล้วกินข้าวกินยา” เสียงเข้มเอ่ยพร้อมทั้งยกชามข้าวมาวางไว้ที่โต๊ะเล็กในห้อง ร่างใหญ่เดินมาใกล้ใช้ฝ่ามืออังหน้าผากเนียนจ้องตาคนตัวเล็กที่เบิกโพลงมองมาด้วยความงุนงงอยู่ชักมือกลับแล้วก้าวออกจากห้องไปไม่พูดอะไรอีก

“จ้ะ” คนนั่งมึนงงพยักหน้าตอบมองหลังที่เดินออกไปตาปริบ ๆ แล้วหยิบผ้าขนหนูเดินลงไปชั้นล่างเพื่อจัดการตัวเอง จากนั้นก็ได้กินข้าวกินยาที่ถูกเตรียมไว้เรียบร้อย เมื่อเธอถือชามข้าวลงมาล้างที่ครัวก็พบว่าเจ้าของบ้านกำลังจะออกไปจากบ้าน

“พี่ฤกษ์…จะไปไหนจ๊ะ”

“ธุระ…เดี๋ยวกลับมา กินข้าวกินยาให้ตรงเวลา ห้ามไปไหน” 

“แล้ว…” ครั้นจะถามอีกแต่ก็เห็นร่างสูงเดินไปยังรถแล้วจึงต้องยืนมองตามแผ่นหลังด้วยความสงสัย ว่าตัวเองควรจะอยู่บ้านนี้ต่อจริง ๆ เหรอ สมองยังคิดเพ้อส่วนเท้าเดินกลับมานั่งเอามือเท้าคางอย่างครุ่นคิดเหม่อลอยไปครู่ใหญ่ 

“สร สรอยู่ไหม” เสียงคุ้นเคยตะโกนเรียกดังมาจากหน้าบ้าน หญิงสาวได้ยินก็ยิ้มกว้างผุดลุกออกไปหาก็พบอาทิตย์ยืนอยู่หน้าบ้าน ในมือถือถุงถ้าเดาไม่ผิดคงจะเป็นของกินเหมือนเดิม

“อาทิตย์ เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ ถืออะไรมาด้วย” 

“แวะเอาขนมมาให้สร” ชายหนุ่มยื่นถุงขนมส่งให้ปภัสสร ปลายนิ้วสัมผัสถูกผิวเนียนของสรเล็กน้อย

“ขอบคุณนะ เข้ามานั่งในบ้านก่อนสิ” 

“ไม่ทันแล้วอ่ะ เดี๋ยวอาทิตย์ต้องไปทำงานอีก” ชายหนุ่มทำหน้าเสียดายที่ไม่ได้เข้าไปเพราะต้องเร่งไปทำงาน

“หื้ม…อาทิตย์ทำงานที่ไหนเหรอ ทำนานยัง” 

“ทำงานร้านกาแฟที่ตัวอำเภอ วันนี้วันแรก”

“อ่อ ดีจังเลยสรก็อยากทำงานบ้าง” ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินชายหนุ่มบอกว่าทำงานซึ่งตนเองก็อยากทำงานเหมือนกัน

“สรไปทำกับอาทิตย์ไหม ที่ร้านเขายังรับพนักงานเพิ่มนะ”

“อยากทำ แต่…”

“ต้องขออนุญาตพี่ฤกษ์ก่อนใช่ไหม”

“อืม…ใช่” ในใจแม้ไม่เห็นความจำเป็นว่าตนต้องขออนุญาติพี่ฤกษ์แต่จะไม่บอกเลยก็ไม่ได้

“งั้นสรก็ลองขอดู อาทิตย์อยากให้สรไปทำงานด้วยนะ จะได้..”

“จะได้อะไรเหรอ” หญิงสาวจ้องหน้าชายหนุ่มที่ทำท่าอึกอักอยู่

“อาทิตย์จะได้เจอสรทุกวันไง” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับลูบหัวตัวเองอย่างวางไม้วางมือไม่ถูกเก้อเขินกับสิ่งที่ตนพูดออกไป

“เอิ่ม…อาทิตย์”

“สร…อาทิตย์ชอบสรชอบมานานแล้ว เราลองคบเป็นแฟนกันไหม” ชายหนุ่มเอื้อมมาจับมือเรียวไว้มั่นใบหน้าแดงลามไปถึงใบหู

“อาทิตย์…” ปภัสสรทำตัวไม่ถูกดวงหน้าขาวก่อนหน้านี้ขึ้นสีเลือดฝาดเช่นกัน

 “นะสร เราเป็นแฟนกันนะ” ชายหนุ่มรบเร้าทั้งยังกระชับมือเรียวแน่นขึ้นจนสัมผัสได้ว่าฝ่ามือนั้นชื้นเหงื่อเนื่องจากตื่นเต้น สายตารอคอยคำตอบรับจากหญิงสาว

“เอิ่ม…ก็…….ได้” เสียงตอบลากยาวแผ่วเบาพาให้คนรอคอยใจหวั่นไปด้วย

“เย้…อาทิตย์ดีใจมากสร เราเป็นแฟนกันแล้ว” ชายหนุ่มสวมกอดหญิงสาวไว้ด้วยความลืมตัวแต่เมื่อรู้สึกตัวก็รีบผละออก

“อาทิตย์ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินนะอาทิตย์ดีใจจนลืมตัวไปหน่อย” ชายหนุ่มยืนทำท่าเก้ ๆ กัง ๆ อย่างทำตัวไม่ถูกมือไม้ยกลูบหน้า ลูบผมพัลวันทั้งส่งยิ้มเขินให้ปภัสสรมองดวงหน้าที่งามขึ้นสีเลือดยิ้มขวยเขินด้วยเช่นกัน

“อืม…” หญิงสาวหยักหน้าเข้าใจอาทิตย์แม้จะไม่เข้าใจตัวเองนักว่าเหตุใดตนถึงรู้สึกดีใจที่ถูกขอเป็นแฟนทั้งที่…เมื่อก่อนก็ไม่เคยรู้สึกว่าจะชอบอาทิตย์ในเชิงชายหญิงหรือเธอชอบแต่ไม่รู้ตัว

“สร อย่าเพิ่งบอกพี่ฤกษ์นะ”

“ทำไม…เหรอ”

“ก็ถ้าบอกอาทิตย์กลัวพี่ฤกษ์จะว่าสรนะสิ อาทิตย์กลัวว่าคนอื่นจะมองสรไม่ดี” ชายหนุ่มใช้ฝ่ามือลูบศีรษะหญิงสาวเบา ๆ สองสามครั้ง

“อืม…เข้าใจแล้ว” สรหยักหน้ายิ้มเขิน ๆ เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่ามีเหงื่อผุดเต็มกรอบหน้าของอาทิตย์

“เหงื่อออกเต็มเลยอาทิตย์” 

“อาทิตย์ตื่นเต้นอ่ะ ดูสิฝ่ามือเหงื่อยังออกเลย”

“เอ๊ะ…มืออาทิตย์โดนอะไรมา เหมือนรอยไหม้เลย” หญิงสาวมองตามมือที่อาทิตย์บอกแต่กลับสะดุดรอยดำคล้ายถูกไหม้และเหมือนรอยบาดกลางฝ่ามือชายหนุ่ม

“อ่อ…โดนไหม้ตอนก่อไฟน่ะ อาทิตย์ไปทำงานก่อนนะเดี๋ยวสาย”

“อืม…ได้” 

“พรุ่งนี้จะเอาขนมมาฝากอีก ไปก่อนนะ” ชายหนุ่มยิ้มโบกมือให้หญิงสาวแล้วก้าวเร็ว ๆ มุ่งไปทางทิศที่ออกไปตัวอำเภอ

มองส่งแผ่นหลังของชายหนุ่มแล้วปภัสสรก็เดินเข้าบ้านถือขนมเข้าครัวจัดใส่จาน มีขนมต้มกล้วยบวชและมันเชื่อมทุกอย่างคือของโปรดเธอเมื่อตักชิมปรากฏว่าอร่อยไม่หวานจนเลี่ยนจึงยกทั้งขึ้นห้องไป กินในคราวแรกก็อยากแบ่งไว้ให้เจ้าของบ้านบ้างแต่พอได้ชิมแล้วก็กลับเปลี่ยนใจเอาไว้กินเองคนเดียวดีกว่า

ด้วยยังมีไข้อ่อน ๆ เมื่อกินขนมไปแล้วก็ล้มตัวนอนเพราะร่างกายเริ่มรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ ครั้นหลับตาลงภาพทับซ้อนบางอย่างก็ปรากฏขึ้นในคลองจักษุ ใบหน้ายิ้มแย้มของอาทิตย์ลอยเด่นขึ้นมาอีกครั้งในใจพองโตเหมือนตื่นเต้นดีใจแต่ก็เหมือนมีบางอย่างฉุดดึงไม่ให้คิดคำนึงถึง มีสองฝ่ายซ้ายขวาในสมองและหัวใจเถียงค้านกันไปมาประเด็นหลักตัวต้นเหตุคือชายหนุ่มผู้ที่ตกลงเป็นแฟนกันเมื่อเช้า ดวงตาเริ่มหรี่ปรือทุกสิ่งอย่างในสมองเริ่มขาวโพลนไม่มีอะไรเหลืออยู่ในหัวแล้วจมเข้าสู่ห้วงนิทรา

ตื่นอีกครั้งก็เป็นเวลาช่วงบ่ายล่วงเข้ายามเย็นแล้ว หากไม่ได้ยินเสียงดังจากชั้นล่างก็คงไม่ตื่น ลุกจากเตียงนอนขึ้นมาหมายจะนำถ้วยจานขนมลงไปเก็บพร้อมกับล้างหน้าตาก็ไม่พบแล้ว บนโต๊ะเล็กมียาและขนมหลายห่อวางแทน

อยู่ ๆ ก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวในใจกลับดีใจตื่นเต้นแปลก ๆ ลงมาชั้นล่างก่อนเข้าห้องน้ำก็เห็นเจ้าของบ้านกำลังยกชามข้าวมา วางบนโต๊ะ ควันลอยคลุ้งส่งกลิ่นหอมเตะจมูกยั่วน้ำลายจนน้ำย่อยในกระเพาะทำงาน

“เที่ยงได้กินยาหรือเปล่า” คำถามห้วน ๆ พร้อมสายตาคมที่จ้องมาพร้อมคิ้วมุ่นขมวดเข้า หากัน

“ไม่ได้กินจ้ะ หลับยาว” ตอบเสียงอ่อย ๆ เกรงจะโดนเอ็ดแต่ผิดคาด เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ว่าอะไร

“ไปล้างหน้า”

“จ้ะ” พยักหน้าตอบรับเบา ๆ แล้วเดินเข้าห้องน้ำถึงเวลามื้อเย็นทั้งสองก็นั่งร่วมโต๊ะอาหารกันเงียบ ๆ จนจบมื้ออาหาร เมื่อเก็บจานชามล้างเรียบร้อยพอจะแยกเข้าห้องนอนก็ต้องชะงักเท้าก่อน

“สวดมนต์ก่อนนอนด้วย แล้วอย่าไปสนิทกับอาทิตย์มากนัก” เสียงเข้มขรึมพูดทิ้งประโยคไว้เท่านั้นแล้วแยกเดินเข้าห้องนอนตัวเองไปทันที

หญิงสาวพยักหน้าตอบไร้เสียงเมื่อเข้าห้องนอนก็ทำตามคำสั่งคือสวดมนต์ก่อนนอน ส่วนอีกเรื่องที่ถูกเตือนกลับไม่อยู่ในหัวเลยทั้งยังงงด้วยว่าเธอสนิทกับอาทิตย์เมื่อไหร่กัน เมื่อสวดมนต์แล้วล้มตัวนอนใจกลับรู้สึกปลอดโปร่งเบาสบายอย่างบอกไม่ถูก

ขณะกึ่งหลับกึ่งตื่นเหมือนได้ยินเสียงบทสวดอะไรบางอย่างดังลอยเข้าหูมาคล้ายเป็นเสียงที่คุ้นเคยแต่ความหนักของหนังตานั้นถ่วง ให้ต้องหลับไม่สามารถสนใจเสียงอะไรได้อีก