“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
ตอนที่ 24
อฐิกรมองภาพนั้นด้วยความหงุดหงิดใจเล็กน้อย ไอ้มอสมันรู้จักกับกานดาเหรอถึงได้จับมือจับไม้กัน
“นั่งลงก่อนสิ”
มอสเอ่ยบอกกานดาที่พยายามแกะมือของเขาออก เหมือนว่าเธอไม่อยากเจอเขายังไงยังงั้น หน้าตาและท่าทางของเธอมันฟ้องว่าเธอกลัวอะไรบางอย่าง
กานดายืนนิ่งไม่ทำตามที่เขาบอก
“ปล่อยแขนฉันด้วยค่ะ ฉันจะไปทำงาน”
อฐิกรและลูกน้องมองดูด้วยความสนใจร่วมถึงธาราด้วย
“เธอรู้จักฉันทำไมต้องทำเป็นไม่รู้จักด้วย”
มอสไม่ยอมและพูดกับกานดาอีกครั้งจนกว่าเธอจะยอมรับและพูดกับเขา
“ไอ้มอสมึงจะเปลี่ยนแบตอย่างดีเลยมั้ย หรือจะเอาราคาประหยัด”
อฐิกรตั้งใจถามเพื่อนเพื่อขัดจังหวะให้กานดาได้หนี เขารู้ว่าเธอรู้สึกไม่ดีที่เห็นไอ้มอส เหมือนเธอจะหลบหน้าหลบตาไม่อยากเจอไอ้มอส และเหมือนทั้งสองจะรู้จักกันดูจากท่าทางที่ไอ้มอสมันพูดและตอแย้กานดาไม่เลิก
“เอาอย่างดีสิวะ”
มอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดโดยไม่หันหน้าไปตอบเพื่อนดี ๆ
“ปล่อยฉันนะคะ”
กานดาพูดแล้วก็สบัดมือออกจากการจับแขนเธอไว้ เขาไม่ยอมและจับแขนเธอแน่นขึ้นไปอีก นี่เขาคิดจะจับแขนเธอไว้โดยไม่ปล่อยเธอใช่ไหมกานดาคิดในใจ
หรือเธอจะกัดแขนเขาดีไหมนะ
เธอคิดอยู่ แต่เธอก็ไม่กล้าทำแบบนั้นกับเขา เดี๋ยวมันจะดูว่าเธออยากหนีออกไปจากตรงนี้มากเกินไป แต่ถ้าไม่ทำเขาต้องซักไซ้ถามเธอจนอฐิกรรู้และได้ยินในสิ่งที่มอสถามเธอแน่ คิดได้แบบนั้นกานดาก็ก้มหน้าลงไปกัดแขนเขาหนึ่งที
“โอ้ย! นี่เธอทำบ้าอะไรเนี่ย เจ็บนะเว้ย!”
มอสปล่อยมือทันทีที่โดนกานดากัด เขาร้องออกมาด้วยความเจ็บ
พอเธอเป็นอิสระเธอก็รีบวิ่งไปที่บ้านของอฐิกรทันทีด้วยความโล่งอก
“เกือบคุณอิฐรู้เรื่องของเธอแล้วมั้ยล่ะ”
กานดาพูดกับตัวเองแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนโซฟาในบ้านของเขาเพื่อพักเหนื่อยจากเรื่องเมื่อกี้
‘ถึงเธอจะหนีออกมาได้ คุณอิฐก็สงสัยและถามไอ้มอสอยู่ดี
แล้วคุณอิฐก็จะต้องรู้เรื่องของเธอแน่ ๆ ทำไมไอ้มอสมันต้องบังเอิญมาร้านของเจ้านายเธอด้วย ทำไงดี เธอไม่อยากให้อฐิกรรู้เรื่องของเธอ ถ้าเขารู้เขาอาจจะไม่ชอบเธอมากกว่าเดิมก็ได้’
กานดาคิดด้วยความกลุ้มใจกับปัญหานี้ ในเมื่อเขารู้แล้วเธอจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับอย่างเดียว
เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอเคยเรียนห้องเดียวกันกับเขา ตอนนั้นเธอหน้าตาไม่ดีแถมยังเฉิ่มอีก เธอกลัวว่าเขาจะรังเกลียดเธอที่เธอเคยเป็นเด็กคนนั้นที่ชอบแอบมองเขาอยู่บ่อย ๆ
ก็เขาไม่เคยเหลียวมอง หรือตั้งใจมองเธอจริง ๆ ซักครั้งเลย เธอเลยคิดว่าเขาคงไม่ชอบและเกลียดเธอ ถึงไม่เคยมองหน้ากันเลย แต่ถ้าเขาได้รู้ว่าเธอเป็นเด็กคนนั้น เธอก็ไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้สึกยังไง เธอกลัวอย่างเดียวว่าเขาจะไล่เธอออก และมีท่าทีที่ห่างเหินกันมากกว่าปกติ เหมือนเธอเป็นขยะที่เขาไม่อยากเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าตัวเองจะติดความเหม็นไปด้วย
“มึงเป็นอะไรวะ ร้องเสียงดังเชียว”
อฐิกรเดินเข้ามาถามเพื่อน ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่แรก ที่เขาถามเพราะอยากรู้ว่าไอ้มอสมันจะว่ายังไง มันจะปิดบังเรื่องที่มันรู้จักกานดาไหม ถ้าเขาไม่เอ่ยถามมันจะบอกเขารึเปล่า
“ก็ยัยลูกจ้างของมึงมันมากัดแขนกู”
มอสพูดด้วยความฉุน ที่ยัยกานกล้ากัดเขา กลัวไอ้อิฐรู้หรือไงถึงได้มากัดแขนเขาแบบนี้ และทำเป็นไม่รู้จักกันถึงได้รีบร้อนจะหนีหน้าเขา คิดแล้วเขาก็อยากจะตามไปเอาคืนหญิงสาว ไม่เป็นไรหรอก เขาจะบอกไอ้อิฐเองว่ากานดาคือใคร มันคงจำกานดาไม่ได้สินะ ขนาดเขายังต้องคิดนานว่ายัยนี่มันเป็นใครถึงได้คุ้นหน้าขนานนี้ ไอ้อิฐจำไม่ได้น่ะถูกแล้ว เพราะมันไม่เคยเหลียวมองกานดาเลย ขนาดว่าเรียนอยู่ห้องเดียวกันหนึ่งปี มันก็ไม่เคยชายตามองยัยแว่นผิวแทนเลยสักครั้ง เขารู้นะว่าตอนนั้นกานดาแอบมองเพื่อนของเขาอยู่ บ่อย ๆ แต่ไอ้อิฐมันคงไม่รู้ เพราะสนใจแต่การเรียนและเล่นกีฬา และมันก็ไม่ค่อยได้คุยกับผู้หญิงในห้องด้วย
“มึงไปทำไรให้เขากัดมึงได้ล่ะ กูเห็นนะว่ามึงจะทำอะไรลูกจ้างกู ดีที่เขาไม่ถีบมึง”
“นี่มึงเข้าข้างยัยนั่นเหรอ นี่กูเพื่อนมึงสมัยมอต้นนะเว้ย”
มอสพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย
“แล้วทำไมวะ มึงทำตัวรุ่มรามกับลูกจ้างกูทำไม”
“ถ้ากูไม่ทำแบบนี้กูจะรู้มั้ยล่ะ นี้มึงจำไม่ได้จริง ๆ เหรอวะ”
“รู้อะไร”
อฐิกรถามเพื่อนด้วยความสงสัย
“กูจะบอกมึงให้ลูกจ้างคนนี้ มึงเคยรู้จัก”
มอสบอกเพื่อนไม่หมด เขาอยากให้มันคิดเอง
“กูไม่เคยรู้จัก มึงพูดบ้าอะไร หรือว่ามึงกับคุณกานรู้จักกันมาก่อนเหรอ”
“ก็ใช่น่ะสิ มึงเห็นท่าทางที่ยัยกานพยายามหลบเลี่ยงกูไหม นั่นแหละเขารู้จักกู แต่เขาก็ทำเป็นไม่รู้จัก”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกูวะ”
“เกี่ยวสิ นี่ขนาดกูใบ้ให้มึงแล้วนะ มึงยังไม่รู้อีกเหรอ มึงไม่รู้สึกคุ้นยัยนั่นบ้างเหรอวะ”
มอสถามเพื่อให้เพื่อนได้คิด
อฐิกรครุ่นคิดอยู่ในใจหลังจากที่มันถามเขา
จะว่าไปเขาก็รู้สึกคุ้น ๆ กานดาอยู่นะ แต่เขานึกยังไงเขาก็นึกไม่ออก รู้แค่ว่าเหมือนเขาเคยเจอเธอที่ไหนเมื่อนานมากแล้ว หรือว่าเขาจะคิดมากไปเอง อฐิกรคิดในใจด้วยความไม่แน่ใจว่ามันใช่อย่างที่ตัวเองคิดรึเปล่า
“กูไม่แน่ใจวะ กูรู้สึกคุ้น ๆ อยู่ กูไม่รู้มึงก็บอกหน่อยสิวะ กูคิดไม่ออก”
“ก็ได้ลูกจ้างของมึงคนนี้มึงเคยรู้จัก มึงจำยัยแว่นตัดผมหน้าม้าตัวสูง ๆ ได้มั้ย ผิวไม่ค่อยขาวออกจะแทนเลย แล้วหน้าก็มีแต่สิวด้วย”
อฐิกรขมวดคิ้วและพยามยามคิดในสิ่งที่เพื่อนบอก
“ใครวะ”
อฐิกรถามด้วยความสงสัย ที่มันพูดมาเขาจำไม่ได้เลยจริง ๆ
“ยัยนั่นเรียนห้องเดียวกับมึงตอนอยู่ ม.2 มึงจำได้รึยัง”
อฐิกรคิดตาม เขานึกไปถึงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบใส่แว่นตัดผมสั้นหน้าม้า ตัวสูงผิวแทน ดูไม่ได้โดดเด่นและสวยเท่าเพื่อนรวมชั้นมากนัก แต่ที่เห็นจะโดดเด่นเลยเห็นจะเป็นแว่นที่ใหญ่และหนาเตอะกับผมหน้าม้าและสีผิว ใช่เธอคนนั้นอยู่ห้องเดียวกับเขาตอนอยู่มอสอง หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปเรียนที่อื่น ตอนนี้กับตอนนั้นเธอเปลี่ยนไปมาก อย่างกับคนละคน เขาเลยจำเธอไม่แค่รู้สึกคุ้น ๆ ตั้งแต่แรกที่เขาเห็นหน้าเธอ
“ออ! กูจำได้แล้ว คนที่ชอบแอบมองกูตอนเรียนในห้องน่ะเหรอ”
อฐิกรคิดออกแล้ว ถ้ามันไม่บอกว่ากานดาเรียนห้องเดียวกันกับเขาตอนอยู่มอสองเขาจำไม่ได้หรอก ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอโตขึ้นจะสวยและผิวขาวกว่าเมื่อก่อน ทำไมเขาจำกานดาไม่ได้เลยนะ ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจำเธอไม่ได้มันก็หลายปีมาแล้วตั้งแต่สมัยเรียนมอต้น ด้วยกัน อีกอย่างเขาก็ไม่ได้สนใจกานดามากนักในสมัยนั้น
“ใช่คนนั้นแหละ”
“ทำไมมึงถึงจำได้วะมอส”
อฐิกรถามเพื่อนด้วยความอยากรู้
“ทำไมกูจะจำยัยนั่นไม่ได้ ทั้งโรงเรียนมีแค่กานดาที่ใส่แว่นและตัดผมสั้นอยู่คนเดียว อีกอย่างกูก็เรียนที่โรงเรียนนั่นจบพร้อมกานดาเลย”
“ออ แล้วทำไมคุณกานถึงต้องหลบเลี่ยงมึงด้วยวะ”
ถึงว่าไอ้มอสมันจำกานดาได้
“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน หรือว่ายัยกานกลัวว่ากูจะจำได้ ก็เลยหลบหน้ากู”
มอสคิด
“ทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยวะ”
อฐิกรพูดขึ้นด้วยความสงสัย ทำไมกานดาต้องหลบหน้าเพื่อนเก่าด้วย เธอไม่ดีใจเหรอที่ได้เจอเพื่อน ทำไมต้องทำตัวไม่อยากเจอไอ้มอสด้วย เขาล่ะไม่เข้าใจเธอเลยจริง ๆ
มอสไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเพื่อน เขารู้ว่าทำไมกานดาถึงได้มีปฏิกิริยาแบบนั้นเมื่อเจอเขา ตอนแรกเขาคิดว่ากานดาไม่อยากเจอ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันเป็นเพราะอะไรถ้าเขาเดาไม่ผิดอะนะ ถ้าเขาไม่บอก
อฐิกร กานดาก็จะไม่มีวันสมหวังน่ะสิ ที่ผ่านมาเขารู้ว่ายัยกานคิดยังไงกับอฐิกร ถึงเขาจะไม่ได้สนิทกับกานดาแต่เวลาเจอหน้ากันเขาก็ทักทายเธอตลอดเพราะครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ห้องเดียวกันกับเธอ
ในเมื่อเธอไม่กล้าที่จะบอกไอ้อิฐจนมันย้ายไปเรียนที่อื่น เขานี่แหละจะเป็นคนบอกมันเอง มันจะได้รู้ว่ากานดาแอบชอบมันนานแค่ไหนแล้ว
ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนทั้งสองเอง ว่าจะทำยังไง แต่ยังไงเขาก็อยากให้ยัยกานสมหวัง เขาไม่รู้ว่าอฐิกรคิดยังไงกับกานดา แต่เขาอยากเป็นพ่อสื่อให้เพื่อนสาวที่ไม่ได้เจอกันนานได้สมหวังในรัก
ถึงกานดาไม่อยากให้เขาพูด เขาก็จะพูด มั่วแต่เก็บไว้แล้วเมื่อไหร่ไอ้อิฐมันจะรู้ ถ้ากานดารู้แล้วว่าเพื่อนเขาคิดยังไง เพื่อนสาวของเขาก็จะได้มีเวลาตัดใจและทำใจ ไม่ใช่มาแอบชอบไอ้อิฐอยู่ฝ่ายเดียว โดยที่มันไม่เคยรู้อะไรเลย ให้มันรู้หน่อยก็ดี บางทีมันอาจจะต้องตาต้องใจกานดาขึ้นมาบ้างก็ได้ มอสคิดในใจ