“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 18 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ
เนื้อหา
ตอนที่ 18
ตอนที่ 18
อฐิกรค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความหนักหัว สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นถุงยาที่วางอยู่ข้างเตียง ที่เขารู้เพราะถุงยาสีขาวมันมีชื่อร้านเขียนไว้ที่ถุงอยู่ ตัวใหญ่ขนาดนั้นเขาก็เลยรู้
พอเขาจะเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่หน้าตู้เสื้อผ้า เท้าของเขาก็ไปเตะเข้ากับเสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีขาว
“เสื้อมาตกอยู่ตรงนี้ได้ไง”
อฐิกรพูดกับตัวเองด้วยความแปลกใจที่เสื้อมันมาอยู่ตรงนี้
เขาจำได้ว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อตัวนี้ มันอยู่ในตู้ไม่ใช่เหรอ
อฐิกรคิดด้วยความสงสัยแล้วก้มเก็บเสื้อแล้วโยนใส่ตะกร้าอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกะละมังสีฟ้าที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้กับหน้าต่างเขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเลยเดินไปดู ในกะละมังมันมีน้ำกับผ้าผืนเล็กสีขาวอยู่ในนั่นด้วย
อยากบอกนะว่าไอ้ป้องเช็ดตัวให้เขาเมื่อคืน แล้วยาที่วางอยู่มันก็ซื้อมาให้ตามที่เขาบอกมันจริง ๆ แต่ไอ้ป้องเนี่ยนะจะมาทำแบบนี้ให้เขา เขาไม่อยากจะเชื่อเลย ด้วยความอยากรู้และสงสัย เขาก็เลยเดินไปหยิบมือถือบนหัวเตียงต่อสายหาเพื่อนทันที
(ว่าไงวะ)
ธารากรอกเสียงงัวเงียใส่โทรศัพท์ด้วยความง่วงงุน
“เมื่อคืนมึงได้มาเช็ดตัวให้กูไหม”
(ห๊ะ! มึงว่าอะไรนะ)
คราวนี้ธาราตื่นเต็มตาเมื่อได้ฟังคำถามของเพื่อน
“คือกูเห็นกะละมังกับผ้าเช็ดตัวอยู่ในห้องกู กูก็เลยสงสัย คิดว่ามึงเช็ดตัวให้กู เพราะเมื่อคืนมึงซื้อยามาให้กู กูก็เลยคิดว่าเป็นมึง ตกลงใช่มึงใช่ไหม”
(ใช่ก็บ้าแล้ว เมื่อคืนกูไม่ได้ไปบ้านมึง ยาที่มึงเห็นกูให้กานซื้อมาให้มึงเอง)
“ห๊ะ! อย่าบอกนะว่าคุณกานเช็ดตัวให้กู”
อฐิกรพูดด้วยความตกใจตาเบิกกว้าง
หรือว่าเมื่อคืนเขานอนกอดกานดากันนะ ตอนเช้าตื่นขึ้นมาเขาก็ไม่เห็นเธอนิ มันคงไม่ใช่หรอกมั้ง อฐิกรได้แต่ปลอบใจตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งเขาก็คิดว่าเขานั้นนอนกอดเธอจริง ๆ ถ้าฝันว่าได้นอนกอดหมอนข้างจริง ทำไมหมอนข้างมันถึงได้นุ่มนิ่มเหมือนคนเลยล่ะ เธออาจจหนีไปตอนที่เขานอนหลับไม่รู้เรื่องก็ได้ เขาก็เลยไม่เห็นเธอในตอนเช้า
'โอ้ย! ไม่อยากคิดแล้วเว้ย ปวดหัว’
อฐิกรคิดในใจด้วยความปวดหัวกับเรื่องนี้ จะใช่หรือไม่ใช่ เขาก็คงต้องไปถามเจ้าตัวเอง แต่เขาก็ไม่กล้าถามเธออยู่ดี มันรู้สึกอายยังไงก็ไม่รู้ ให้มันแล้วกันไปก็แล้วกัน เขาไม่อยากถามเธอให้มองหน้ากันไม่ติด ถ้ามันจริงขึ้นมาเขาก็อายเป็นนะ
(ก็คงจะใช่ละมั้ง คุณกานนี่ทำงานคุ้มค่าจ้างมาก)
“มึงไม่ต้องมาพูด ทำไมมึงไม่ไปซื้อยาให้กู บอกแล้วไงว่าอย่าใช้คุณกานไปซื้อ”
อฐิกรว่าให้เพื่อนเสียงเข้มอย่างไม่พอใจเมื่อได้รู้ว่าเพื่อนให้กานดาซื้อยามาให้เขา เขาว่าแล้วไงว่ามันต้องเป็นแบบนี้ แบบนี้ไงเขาเลยไม่อยากให้เธอมาหาเขาตอนที่ฟ้ามันมืดสนิทแล้ว เขาไม่ได้ไม่ชอบกานดานะ แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันก็ควรจะเว้นระห่างเวลาที่มาหาเขาถึงบ้าน เขาไม่รู้สึกตัวเฉย ๆ ถ้าเขารู้ว่าเธอเข้ามาในห้องของเขา เขาจะไล่เธอกลับบ้านเลย ไม่ให้เธอมาเช็ดตัวให้เขาแบบนี้หรอก แถมยังจะมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอีก กานดาไม่อายหรือไงที่กล้าเปลี่ยนเสื้อให้เขา เธอคงไม่หวั่นไหวสินะที่เห็นร่างกายส่วนบนของเขา คงจะเห็นจนชินตาแล้วสิ ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ถอดเสื้อเวลาทำงานตอนที่อากาศมันร้อนอบอ้าว เห็นว่ามีผู้หญิงอยู่ด้วยเขาเลยไม่กล้าทำ รู้อย่างนี้แล้วเขาไม่เกรงใจเธอแล้วกัน อฐิกรคิดในใจ
(ทำไมวะ ก็กานอยู่ใกล้มึงไง กูเลยโทรบอกให้เขาไปซื้อยาให้มึงมันก็ถูกแล้วนิ)
ธาราหงุดหงิดกับคำพูดของเพื่อน ก็แค่เขาวานให้กานดาช่วยไปซื้อยาให้ทำไมมันต้องมาโวยวายใส่เขาด้วย
(หรือมันมีอะไรที่กูไม่รู้)
ธาราพูดอย่างที่ใจคิด ทำไมมันต้องโมโหขนาดนั้นด้วย ถ้ามันไม่มีอะไร มันต้องมีอะไรในก่อไผ่แน่ ๆ ถึงได้โทรมาถามเขาตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ คนอย่างไอ้อิฐมันตื่นเช้าเสียทีไหน นอกจากมันจะมีธุระมันถึงจะตื่นเช้า ส่วนมากมันตื่นแปดโมงเช้าไม่ก็เจ็ดโมงครึ่ง ส่วนวันหยุดมันตื่นเกือบจะสิบโมงเกือบทุกอาทิตย์
“ไม่มีอะไร”
อฐิกรชะงักกับคำถามของเพื่อน ไม่กี่วินาทีเขาก็ตั้งตัวทันและตอบคำถามมันด้วยน้ำเสียงปกติไม่มีพิรุจอะไร
(ไม่มีแล้วมึงมาว่าให้กูทำไม)
ธาราถามกลับด้วยความสงสัยและไม่ค่อยเชื่อที่เพื่อนบอกซักเท่าไหร่
“ก็กูไม่ชอบไง”
(ไม่ชอบ คือไม่ชอบกานเหรอวะ)
“ไม่ใช่แบบนั้น คือกูไม่ชอบให้ผู้หญิงขึ้นมาบนห้องกู”
(ออ ก็ตอนนั้นมันมืดแล้ว อีกอย่างกูก็ขี้เกียจขับรถไปบ้านมึง กูก็เลยใช้ให้กานไปซื้อยาแทน)
“ไม่เป็นไร กูไม่ว่ามึงแล้ว แต่ถ้าครั้งหน้ามึงยังทำอีกกูจะเตะมึงจนก้นช้ำเลยคอยดู”
(คร้าบคุณเพื่อน)
ธาราพูดด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
อะไรจะขนาดนั้นแค่ผู้หญิงขึ้นห้องมันไม่ได้เลยหรือยังไง ก็แค่เอายาขึ้นไปวางไว้ให้เอง อะไรจะขนาดนั้น สงสัยคนที่ไม่ใช่แฟนมันไม่มีสิทธิ์ขึ้นไปเลยใช่ไหม
อะไรจะหวงห้องขนาดนั้น ก็แล้วแต่มันเถอะ เอาที่มันสบายใจก็แล้วกัน
อฐิกรวางสายจากเพื่อนแล้วเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น ตัวของเขามันยังร้อนและยังมึนหัวอยู่เพราะเมื่อคืนเขาไม่ได้กินยา
กานดาตื่นเช้ามาทำอาหารให้อฐิกรตามปกติ
วันนี้เธอทำข้าวต้มหมูสับให้เขากินและก็แกงจืดใส่ผักกาดเยอะ ๆ พอเธอทำเสร็จแล้วเธอก็ตักแกงจืดใส่ถ้วยแล้วเอาไปวางที่โต๊ะกินข้าวให้เขาเหมือนอย่างเคย จังหวะที่เธอจะเอาถ้วยไปวางบนโต๊ะนั้นเท้าของเธอก็ไปเหยียบกระโปรงของตัวเองจนสะดุดล้มถ้วยที่เธอ
ถือมาด้วยมันก็ร่วงหล่นลงพื้นทำให้แกงจืดหกลงพื้นจนหมดแถมถ้วยสวย ๆ ของเขามันก็แตกด้วย ตอนนั้นเองที่อฐิกรเดินลงมาและได้เห็นเหตุการณ์นั้นทั้งหมด
กานดาล้มลงในท่าที่มือทั้งสองข้างค่ำพื้นไว้ ดีที่เธอเอามือยันไว้ได้ทันไม่อย่างงั้นหน้าของเธอได้ฟาดพื้นแน่แต่เธอก็ไม่ได้เจ็บอะไรมาก กานดายันตัวลุกขึ้นแล้วรีบก้มเก็บถ้วยที่มันแตกขึ้นมาด้วยความรีบร้อนเธอกลัวว่าเขาจะมาเห็นเข้า กานดาหารู้ไม่ว่าเขานั้นกำลังเดินมาทางนี้และมองดูเธออยู่ เธอรีบเก็บจนเกินไปจนทำให้นิ้วของตัวเองโดนเศษถ้วยที่แตกบาดจนเลือดซึมออกมาจากปลายนิ้วมือข้างขวา
“โอ้ย!”
เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บนิด ๆ หลังจากนั้นเธอก็ก้มเก็บเศษถ้วยเอามากองไว้ข้าง ๆ เธอเก็บเศษใหญ่ ๆ เอามากองไว้ก่อน ส่วนเศษที่มันแตกอันเล็ก ๆ เธอก็ค่อยเอาไม้กวาดมากวาดใส่ที่ตักขยะ
จังหวะที่ลุกขึ้นเธอก็เหลือบไปเห็นเขาเดินมาถึงตัวเธอแล้ว เธอตกใจตาเบิกกว้าง เธอยังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าเขาตรง ๆ แบบนี้
ปกติเขาจะตื่นแปดโมงไม่ใช่เหรอนี่มันก็เพิ่งจะเจ็ดโมงตรงเอง
เห็นแบบนั้นกานดาก็รีบหมุนตัวเดินออกไป เธอรีบเกินจนไม่ได้มองพื้นว่าน้ำมันอยู่ตรงไหนบ้าง เท้าของเธอก็เหยียบน้ำแก้มเข้าเต็ม ๆ จนทำให้เท้าของเธอลื่น เธอนึกว่าตัวเองจะล้มก้นจ้ำเบ้าไปแล้ว แต่เธอคิดผิดเพราะอฐิกรรีบวิ่งเข้ามากอดเธอไว้จากทางด้านหลังไว้ได้ทันนั้นยิ่งทำให้เธอหัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ
'ทำไมเธอถึงซุ่มซามขนาดนี้นะยัยกาน'
กานดาบ่นให้ตัวเองในใจขณะอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขา ทำไมเธอถึงต้องมาโดนเขากอดอีกก็ไม่รู้ รู้ไหมว่าหัวใจของเธอมันสั่นไหวทุกครั้งเลยที่เขาใกล้ชิดเธอ
“ระวังหน่อยสิ จะรีบไปไหน”
เขาคลายอ้อมกอดออกแล้วดุเธอด้วยใบหน้าที่เข้มกว่าปกติ
หลังจากที่กานดาเป็นอิสระเธอก็รีบถอยห่างออกจากเขาก้าวหนึ่ง และเธอก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาขอบคุณเขาแบบเต็มใจได้จริง ๆ เพราะตอนนี้เธอเขินอายและไม่อยากมองตากับเขาตรง ๆ
“ฉันไม่ได้รีบค่ะ แค่จะไปเอาไม้กวาดมากวาดเศษแก้วเฉย ๆ”
กานดาบอกเขาด้วยน้ำเสียงปกติ
“เวลาพูดกับฉันเธอต้องเงยหน้าด้วย ไม่ใช่ก้มหน้าแบบนี้”
อฐิกรมองเธอก้มหน้าด้วยความหงุดหงิด ทำไมถึงต้องก้มหน้าคุยกับเขาด้วย
“ค่ะ”
กานดาตอบแค่นั้นเธอก็หันหลังเดินหนีเขาไป
อฐิกรเห็นแบบนั้นเขาก็ยิ่งหงุดหงิด เธอเห็นเขาเป็นอากาศธาตุหรืออย่างไร พูดแล้วก็ไป แถมยังพูดกับเขาโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาอีก จะกลัวอะไรเขานักหนา เขาก็แค่นอนกอดเธอเอง ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นเสียหน่อย ทำมาเป็นไม่กล้า ทีถอดเสื้อเขาเพื่อเช็ดตัวเธอยังกล้าทำเลย
พอเขากอดทำไมต้องหลบหน้ากันด้วย นี่เขาเป็นอะไรไปก็แค่เธอหลบหน้าเขาเอง หลบได้ก็หลบไป เดี๋ยวพอปวดคอก็เงยหน้าขึ้นมาเองแหละ จะก้มหน้าก็ก้มไปสิ
ทำไมเขาต้องไปสนใจเธอด้วย เธอก็แค่พนักงานที่แม่ส่งมาทำงานที่ร้านของเขาก็เท่านั้น คิดได้แบบนั้น เขาก็เดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว รอเธอตักอาหารใหม่เข้ามาแทนที่ที่มันตกแตกไป เขาก็เห็นอยู่ว่าเธอรีบเดินหนีเขาจนเกือบจะล้มลงไปบนพื้น ดีที่เขาช่วยเธอไว้ทัน เมื่อกี้เขาไม่น่าช่วยเธอเลย น่าจะให้ล้มลงไปเหมือนตอนแรกที่เขาเห็น คำขอบคุณก็ไม่มีสักคำ