“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 10 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25

เนื้อหา

ตอนที่ 10

ตอนที่ 10

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“คุณอิฐอยู่ไหมคะ”
เธอร้องเรียกเขาเสียงไม่เบานัก เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เธอก็เคาะประตูห้องของเขาอีกครั้ง

'หรือว่าจะไม่อยู่วะ’
เธอคิดในใจ แต่เธอเห็นรถเก๋งกับรถกระบะของเขาจอดอยู่ในโรงจอดรถอยู่นะ หรือว่าจะนอนหลับวะ ด้วยความสงสัยเธอก็เลยเปิดประตูเข้าไป มันไม่ได้ล็อคเธอก็เลยเดินเข้าไปเลย ภาพที่เธอเห็นคือเขานอนหันหลังอยู่ทางหน้าต่าง เธอวางถุงขนมไว้ที่โต๊ะข้างเตียงของเขา แล้วเธอก็เดินอ้อมไปดูเขานอน 

“ขนาดนอนหลับยังหล่อเลย”
เธอพูดกับตัวเองเสียงเบา พร้อมกับย่อตัวนั่งหย่องย่องดูใบหน้าที่ขาวใสของเขา ขนตาก็ยาวงอนงามอย่างกับผู้หญิง ส่วนจมูกของเขานั้นมันก็ชั่งโด่งเสียจริง จนเธออยากจะเอามือไปจับดูจริง ๆ ว่ามันใช่ของจริงหรือไม่ 
เธอค่อย ๆ ก้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เขา ทำเหมือนว่าเธอกำลังจะก้มหน้าหอมแก้มเขาจริง ๆ แต่เธอไม่กล้าทำหรอก เธออยากมองหน้าเขาใกล้ ๆ ใกล้จนเธอใจสั่น เธอก็อยากลองหอมแก้มดูเขานะ แต่ก็กลัวว่าเขาจะตื่น และมันก็ดูฉวยโอกาสเขาเกินไป คิดได้แบบนั้นกานดาก็เอาหน้าออกห่างจากเขาด้วยความเสียดาย แก้มขาว ๆ ของเขาเธออยากจะเข้าไปฟัดไปหอมให้หายคิดถึงไปเลยแต่เธอก็ได้แค่คิดเท่านั้น ถึงอยากจะทำอย่างที่ใจคิดก็เถอะ ถ้าเขารู้ว่าเธอแอบหอมแก้มเขา เดี๋ยวเขาส่งเธอกลับบ้านแล้วหาว่าเธอเป็นโรคจิตที่แอบมาหอมแก้มเขาตอนเขานอนหลับอยู่ในห้องพักส่วนตัว
ระหว่างที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืนนั้น เท้าของเธอทั้งสองข้างก็เหยียบเขาที่ชายกระโปรงยาวเกือบถึงตาตุ่ม เธอตกใจตาเบิกกว้างทันทีที่ริมฝีปากของเธอไปแตะแก้มของเขาเข้าอย่างแรง ไม่รู้ว่าแก้มของเขาจะช้ำรึเปล่าก็ไม่รู้ เธอไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ นะ เธอรีบเอาปากออกจากแก้มเขาทันทีด้วยความกลัวว่าเขานั่นจะตื่นขึ้นมา

'ไอ้กระโปรงบ้า’
กานดาขอนคอดอยู่ในใจด้วยความว้าวุ่น
อฐิกรสะดุ้งตื่นทันที
ดวงตาของเขาลืมขึ้นด้วยความงุนงงและงัวเงีย
ภาพแรกที่เขาเห็นคือเธอยืนอยู่ข้างเตียงและคิดอะไรอยู่คนเดียว
กานดาก้มหน้ามองเขาด้วยความตกใจตาเบิกกว้างเธอแข็งค้าง หน้าแดงจัดและพูดอะไรไม่ออก
อฐิกรมองหน้ากานดาแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ปนดุนิดหนึ่งว่า

“นี่คุณแอบมาแต๊ะอั๋งผมเหรอ”

“....”
กานดานิ่งเงียบไม่ตอบอะไรในคำถามของเขา
อฐิกรขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มือหนึ่งยันเตียง อีกมือยกขึ้นแตะแก้มตัวเองเหมือนยังรู้สึกถึงแรงเมื่อครู่
ดวงตาของเขาจ้องมาที่กานดาตรง ๆ อย่างตั้งใจ

“คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง”
น้ำเสียงต่ำ ดุ และจริงจัง 

“ใครอนุญาต”
กานดารีบถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใจเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก

“ฉะ…ฉันแค่จะเอาขนมมาให้ค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจะ”

“ไม่สำคัญ”
อฐิกรขัดขึ้นทันทีโดยไม่ให้เธอพูดจนจบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและมองหน้าเธอด้วยความไม่พอใจ

“นี่ห้องผม คุณรู้ไหมว่าการเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตมันเสียมารยาทมากแค่ไหน”
กานดาทำหน้ารู้สึกผิดเธอทั้งอายทั้งตกใจ

“ขอโทษค่ะ คือฉันเคาะประตูเรียกคุณแล้ว อีกอย่างประตูมันก็ไม่ได้ล็อกฉันก็เลยเปิดเข้ามา มีคนเอาขนมมาให้คุณค่ะ”
อฐิกรเงียบไปครู่หนึ่ง สายตายังคงมองเธอไม่วาง
ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ อย่างคนพยายามควบคุมอารมณ์

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก ขนมน่ะคุณค่อยให้ผมก็ได้ไม่ใช่เข้ามาในห้องของผมโดยพลการ”
อฐิกรว่าเสียงดุ แต่เบาลงเล็กน้อย
กานดาพยักหน้ารับทันที

“ค่ะ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้อง
ก่อนที่อฐิกรจะเหลือบมองไปที่ถุงขนมบนโต๊ะ แล้วพูดเสียงเรียบว่า

“ใครเอามาให้ผม”

“แฟนคุณค่ะ”
กานดาแกล้งตอบไปแบบนั้นเพราะเธออยากรู้ว่าเขาโสดไหม หรือยัยนั่นเป็นแฟนเขาจริง ๆ 

“แฟน”
อฐิกรทวนคำด้วยความสงสัย เขาเนี่ยนะจะมีแฟน

“ค่ะ ฉันเห็นผู้หญิงเอาขนมมาฝากให้คุณ และดูท่าเธออยากจะเข้ามาหาคุณมาก ๆ เลยค่ะ ฉันก็เลยคิดว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นแฟนคุณอิฐแน่ ๆ แต่ถ้าฉันเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วยค่ะ”
หรือว่ายัยนั่นไม่ใช่แฟนของเขาวะ เธอคิดในใจ

“ฉันยังไม่มีแฟน ขนมนั่นน่ะคุณเอาไปกินให้หมดเลยนะ”
กานดาได้ฟังก็แอบอมยิ้มอยู่ในใจด้วยความดีใจ ที่เขายังโสด

“ทำไมล่ะคะเธอคนนั้นอุตส่าห์เอามาฝากคุณนะ คุณไม่กินสักหน่อยเหรอ”
เธอก็ถามไปอย่างนั้นแหละ เธออยากรู้ว่าทำไมเขาไม่กินของที่ยัยแต่งตัวเปรี้ยวคนนั้นเอามาให้
พูดเหมือนไม่อยากกินเลย กานดาคิดในใจ

“ไม่! ถ้าเธอไม่กินก็ฝากเอาไปทิ้งด้วยล่ะกัน”
อฐิกรว่าเสียงเข้ม ทำไมเขาต้องกินของที่ดนิดาเอามาให้ด้วย รู้ว่าเขาไม่ได้ชอบ ก็ยังจะขยันเอาของมาให้ และมาหาเขาได้ทุกวี่ทุกวันไม่เหนื่อยบ้างเหรอ

“เอาสิค่ะ”
กานดารีบเดินไปหยิบถุงขนมแล้วเดินออกไปจากห้องทันที ไม่เอาได้ไง มีแต่ของอร่อยทั้งนั้นถ้าเอาไปทิ้งมันน่าเสียดายแย่ ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบแม่นั้น แต่เธอก็จะกินขนมยัยนั่นอยู่ดี ถือว่าเธอช่วยกินขนมที่อฐิกรไม่ต้องการแล้วกัน

“วันนี้ดีจัง ได้ทั้งหอมแก้มเขา ได้ทั้งขนม”
กานดาพูดกับตัวเองด้วยรอยยิ้มแล้วเธอกลับที่พักของตัวเองอย่างคนอารมณ์ดี
แก้มเขาทั้งนุ่มทั้งขาว ต้องขอบคุณกระโปรงที่มันทำให้เธอได้หอมแก้มเขาแรง ๆ ถ้าไม่มีชุดกระโปรงยาวถึงตาตุ่ม เธอคงไม่มีโอกาสได้จุ๊บแก้มเขาแบบนี้หรอก ถึงในตอนแรกเธอจะด่าไอ้กระโปรงนี่ก็ตาม ก็ตอนนั้นเธอตกใจและคิดว่ากระโปรงพาซวยที่ทำให้เขาตื่นและรู้ว่าเธอแอบมาแต๊ะอั๋งเขา แต่มันก็ซวยได้จังหวะโครตดี ถึงเธอจะถูกเขาดุ แต่มันก็คุ้มค่ากับการที่ได้มองหน้าเขาใกล้ ๆ แล้วยังได้สัมผัสแก้มของเขาอีก