“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
ตอนที่ 15
ดนิดาหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกไปด้วยความโมโห บรรยากาศรอบตัวก็เงียบลงอย่างน่าอึดอัด เธอเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองยังคงนั่งอยู่บนตักของอฐิกร มือของเขาวางอยู่ที่เอวของเธออยู่ราวกับว่ายังไม่ทันได้รู้สึกตัวว่าตัวเองโอบเอวเธอไว้และยังไม่ได้ปล่อยมือ
ออก
“ขะ…ขอโทษค่ะ!” เธอรีบผุดลุกขึ้นแทบจะในทันทีเมื่อดนิดาเดินออกไปไกลแล้ว เธอก้มหน้าหลบสายตาเขา แก้มแดงจัดจนแทบไม่ต้องปัดบลัชเพิ่ม หัวใจยังเต้นแรงไม่ยอมสงบ
เธอทำสำเร็จแล้ว ยัยดาออกไปตามที่เขาต้องการ แต่ทำไมคนที่รู้สึกวุ่นวายใจที่สุดกลับกลายเป็นเธอเองกันนะ
เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเขา ได้แต่ยืนบิดชายกระโปรงแน่น ความเขินอายไหลท่วมไปทั้งตัว ต่างจากตอนที่กล้าพุ่งเข้าไปนั่งตักเขาเมื่อครู่ราวกับเป็นคนละคน
ทั้งแคร่ไม้ไผ่เงียบงัน เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่ยังไม่เข้าที่ของเธอ และความใกล้ชิดเมื่อครู่ที่ยังติดอยู่ในความรู้สึกไม่จางหาย
“ไม่เป็นไรมันก็แค่การแสดงอย่าไปคิดมาก”
อฐิกรบอกเธอด้วยความไม่ถือสาที่กานดาทำอะไรเกินเลยจนดนิดาต้องร้องลั่นออกมาด้วยความไม่พอใจ และเขาก็ไม่คิดด้วยว่าเธอจะกล้ามานั่งตักของเขาเหมือนว่าเราเป็นอะไรกัน แต่ที่จริงเป็นแค่แฟนปลอม ๆ
เธอเล่นได้ดีจนเขาอยากจ้างเธอให้มาสกัดกั้นดนิดาไม่ให้เข้าใกล้เขาได้มากกว่านี้ อฐิกรชมกานดาอยู่ในใจเขาไม่ได้พูดอะไรออกไปอย่างที่ใจคิด เขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่กล้าทำแบบนี้กับเขาเลยสักครั้ง ขนาดว่าดนิดามาหาเขาทุกวันเขายังไม่ชอบเลย แต่ถึงยังไงงานนี้ก็รวมอยู่ในค้าจ้างของเธอด้วย มันก็ดีเหมือนกันที่เธอมาทำงานกับเขาจะได้กันน้องดาออกจากเขาไม่มากก็น้อย ที่ผ่านมาเขาทั้งอึดอัดและไม่อยากให้ดนิดามายุ่งวุ่นวายด้วย เขาขี้เกียจจะคุยด้วยแล้ว เขาเคยบอกน้องดาไปหลายครั้งแล้วว่าเขาคิดกับเธอแค่น้องสาว เขาไม่เคยคิดมากเกินกว่านั้น จะบอกยังไงดนิดาก็ไม่ยอมแพ้ที่จะอยากได้เขามาเป็นแฟน มีครั้งหนึ่งที่เขาโมโหบอกเธอไปว่า พี่ไม่ได้รักเธอ เลิกยุ่งวุ่นวายกับพี่สักที ปิ่นโตที่เธอเอามาให้ก็ไม่ต้องเอามาอีก พี่ไม่กินและไม่อยากจะกินด้วย
เขาพูดไปตรง ๆ จนดนิดาร้องไห้วิ่งออกไปเลย หลังจากนั้นสองสามวันน้องเขาก็ไม่มาอีก เขาก็นึกดีใจที่ดนิดาเลิกตามตื้อเขาแล้ว สุดท้ายสิ่งที่เขาคิดมันก็ไม่ใช่
ที่เธอหายไปก็เพราะไปตั้งหลักอยู่ เธอไม่ยอมแพ้เลยจริง ๆ ผู้ชายมีตั้งเยอะตั้งแยะทำไมไม่ไปชอบ ทำไมต้องมาชอบเขาด้วยก็ไม่รู้ ตั้งแต่
ดนิดาเดินผ่านหน้าร้านของเขาและเห็นเขากำลังนั่งทำงานอยู่ หลังจากนั้นเธอก็เริ่มมาที่ร้านและหาของกินมาให้ไม่เว้นวัน จนเขารำคาญและอึดอัดแต่เขาจะไปทำอะไรได้ พูดตรง ๆ ด้วยก็แล้ว จะทำยังไงดนิดาก็ไม่มีวันถอยและยอมรับว่าเขานั้นไม่ได้รักเธอ แต่ที่เขาลากกานดามาเล่นด้วยก็เพราะเหตุผลนี้นี่แหละ แต่ถ้ากานดาทำได้ดีเขาก็มีรางวัลให้
กานดาได้ยินแบบนั้นเธอก็หายเขินอายทันที เธอไม่ชอบที่เขาพูดแบบนี้เลย มันก็จริงอย่างที่เขาว่า ที่เธอกับเขาทำให้ดนิดาเห็นเมื่อกี้มันแค่การแสดงที่เขาอยากไล่ดนิดาออกไปจากร้านของเขา เขาไม่รู้นิว่าเธอแอบชอบเขาอยู่ เธอรู้สึกน้อยใจนะที่เขาพูดแบบนี้ เขาไม่ผิดหรอกที่ทำให้เธอเสียใจแต่เป็นเธอเองต่างหากที่เอาใจไปหวั่นไหวกับเขาเอง เขาคงไม่รู้สึกอะไรที่เธอทำไปเมื่อกี้ มีแต่เธอนั้นแหละที่เป็นอยู่คนเดียว ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้จริง ๆ ถึงจะบอกตัวเองว่ามันเป็นไปไม่ได้เขามีคนที่จะแต่งงานด้วยแล้ว แต่เธอก็อดที่จะเจ็บและเสียใจไม่ได้
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันไปเรียกภัทรกับวัชนะคะ”
กานดาพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เธอทำเหมือนกับว่าคำพูดเมื่อกี้มันไม่มีผลทางใจกับเธอเลย พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินออกไปทันที เธอไม่อยากอยู่กินข้าวกับเขาแล้ว จะว่าเธอโกรธเขาก็ได้ โกรธทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยซักนิด
ธารามองกานดาที่เดินห่างออกไปจากตรงนี้ด้วยความสงสัยกับท่าทางของเพื่อนร่วมงานสาว เมื่อกี้เขาเห็นแววตาที่ดูหม่นเศร้าของกานหลังจากที่ไอ้อิฐมันพูดจบประโยค เขาเห็นแค่แปบเดียว เหมือนเธอพยายามซ่อนมันไว้ไม่ให้ใครเห็น เขาได้แต่เก็บไว้ในใจไม่กล้าบอกไอ้อิฐ รอให้เขาแน่ใจกว่านี้ก่อน ไม่กล้าฟันธงเดี๋ยวไอ้อิฐมันหาว่าเขาเพ้อเจ้อคิดไปเอง
“อ้าว พี่กำลังจะขึ้นไปเรียกพอดี น้องดากลับแล้วนะ”
กานดากำลังเดินขึ้นบันได เธอก็เห็นชายหนุ่มทั้งสองคนกำลังเดินลงมาพอดี
“ทำไมกลับไงจังครับ”
ธวัชเอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติ
ดนิดาไม่กลับไวขนาดนี้ แปลก หรือว่ายัยนั่นจะมีธุระเลยรีบกลับวะ กลับไปก็ดีแล้ว เขาจะได้สบายหูขึ้น
“พี่ไปพักก่อนนะ”
กานดาไม่ตอบ เธอพูดในสิ่งที่เธอยากบอก พูดเสร็จเธอก็เดินผ่านชายหนุ่มทั้งสองไปด้วยใบหน้าปกติแต่ลึก ๆ เธอก็อดน้อยใจไม่ได้ว่าเมื่อกี้ที่เอาโอบเอวเธอเขาไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ไม่รู้สึกเขินไม่รู้สึกใจเต้นแรงกับเธอเลยใช่ไหม ใช่สิเธอมันก็แค่ลูกหนี้ของคุณนาย เขาไม่มีวันมารักเธอหรอก ยังไงซะเขาก็เลือกคนที่แม่เขาหาให้อยู่ดี
เธอจะมาคาดหวังให้เขารักเธอไม่ได้หรอก เธอคิดว่าที่เธอมาอยู่ที่นี่กับเขา เขาอาจจะรักเธอก็ได้ ถึงเธอจะใช้เวลาอยู่กับเขาอีกหลายปีกว่านี้คนไม่รักยังไงก็คือไม่มีวันรัก
“อะไรวะ”
นภัทรเอ่ยถามเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ ที่รุ่นพี่ของไอ้วัชไม่ตอบคำถาม พูดแค่ว่าตัวเองจะไปพักผ่อนซักงั้น ตอบไม่ตรงคำถาม
“ไม่รู้วะ สงสัยคงจะหงุดหงิดมาละมั้ง”
ธวัชพูดขึ้นเพราะตอนพี่กานเห็นพวกเขา เขาเห็นใบหน้าที่บูดบึ้งเล็กน้อยบนใบหน้าของกานดา เพียงไม่กี่วินาที เธอก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แต่เขารู้สึกได้ว่าพี่กานกำลังงอนใครอยู่ และจากที่เขาเคยเป็นเพื่อนรวมงานของพี่กานเขารู้
“มึงรู้ได้ไงว่าพี่เขาอารมณ์บ่จอย”
“ปกติพี่กานไม่เป็นแบบนี้ กูรู้ ถ้าถามแล้วไม่ตอบหรือตอบไม่ตรงคำถามคือกำลังโกรธหรืองอนให้ใครอยู่”
ธวัชบอกเพื่อนตามที่ตัวเองรู้ และเคยทำงานรวมกับพี่เขานานนับปี เวลาที่พี่กานเป็นแบบนี้เพื่อน ๆ ในกลุ่มกานดาจะรู้ และบอกเขาว่าพี่กานกำลังงอนหรือหงุดหงิดอะไรซักอย่างซึ่งบางครั้งเขาก็รู้จากเพื่อน ๆ ของกานดา แต่บางครั้งเพื่อนของพี่กานก็ไม่ได้บอกเขา เวลาที่พี่กานโกรธหรืองอน กานดามักจะเงียบหรือไม่ก็พูดน้อยบางครั้งก็ไม่ค่อยตอบเวลาที่ตัวเองกำลังโกรธให้ใครบางคนอยู่
“แล้วพี่เขากำลังโกรธใครอยู่วะ”
“ไม่รู้วะ ปะไปกินข้าวกัน กับข้าวที่พี่กานทำโครตอร่อยไม่รู้ว่าเฮียกินหมดรึยัง”
ว่าจบธวัชก็เดินนำไปก่อนเพื่อน