“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 20 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ

เนื้อหา

ตอนที่ 20

ตอนที่ 20

หลังจากที่เธอป้อนข้าวให้เขากินจนหมดถ้วยแล้ว เขาก็กินยาที่เธอเอามาให้ต่อ เธอไม่อยากลุกออกจากเก้าอี้ เดี๋ยวเขาจะหาว่าเธอขัดคำสั่งของเขา

“เอามือมา”
อฐิกรหันหน้ามาสั่งเธอเสียงเข้ม

“....”
กานดาเงียบและเธอก็ไม่ส่งมือให้เขา เขารู้เหรอว่าเธอโดนเศษถ้วยแตกบาดนิ้ว 
ไม่หรอกมั้ง เขาไม่เห็นเธอตอนเก็บเศษแก้วด้วยซ้ำ จะรู้ได้ยังไง

“ฉันบอกให้เอามือมา เธอนี่ทำไมสั่งยากจัง หรืออยากโดนไล่ออก”
ว่าจบอฐิกรก็คว้ามือของเธอมาดูเองเสียเลย เขามองดูรอยแผลที่นิ้วมันก็ไม่มี พอเขาจะคว้ามืออีกข้างของเธอมาดู กานดาก็เอามือไปไขว้หลังไว้ ไม่ให้จับมือเธอมาดูได้
เธอหน้าบึ้งเมื่อได้ยินคำว่าไล่ออกจากปากเขาอีกครั้ง พูดอย่างอื่นไม่เป็นหรือไง เธอได้ยินจนรำคาญแล้วคำนี้ เอะอะอะไรก็ขู่เธอ เมื่อเธอไม่ทำตามคำสั่งของเขา
กานดาขี้เกียจจะพูดกับเขาแล้วเธอเลยยื่นมือข้างที่มีแผลไปให้เขา มันจะได้จบ ๆ และเธอจะได้ไปทำอย่างอื่นต่อที่ไม่มีเขาอยู่ตรงนี้
อฐิกรจับมือเธอมาดู แผลมันก็ไม่ลึกมากแค่เศษแก้วบาดเป็นรอยเล็ก ๆ เธอไม่น่าจะเจ็บเลยด้วยซ้ำ แค่เลือดซึมออกมานิดหน่อย

“พี่อิฐขา พี่อิฐ”
กานดาได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเรียกอฐิกรเสียงดัง เธอก็รีบดึงมือกลับอย่างไว เธอไม่ต้องเดินไปดูก็รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร 
ยังไม่ทันที่อฐิกรจะคว้ามือของกานดาขึ้นมาอีกครั้ง ดนิดาก็เดินเข้ามาแล้ว เธอจ้องหน้ากานดาอย่างจิกกัดก่อนที่จะมองหน้าคนที่เธอรักแล้วส่งยิ้มหวานไปให้
กานดารู้ว่ายัยนี่มันจะต้องเดินมานั่งร่วมโต๊ะกับเธอแน่ เธอก็เลยรีบลุกขึ้นแล้วจะเดินออกไป เธอไม่อยากมีปัญหากับผู้หญิงของเขา ดูท่าดูจะหวงอฐิกรมาก 
กานดายังไม่ทันทำอย่างที่ใจคิด อฐิกรก็คว้าเอวกานดาไว้แล้วยกตัวเธอมานั่งที่ตักของเขา

“ว้าย! นี่คุณทำบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวผู้หญิงของคุณก็เข้าใจผิดหรอก”
กานดาพูดเสียงเบากับเขาเพราะกลัวว่าคนที่กำลังเดินมาจะได้ยิน

“อร้ายยย! พี่อิฐ พี่อิฐจะชอบมันไม่ได้นะ ดามาก่อนมัน”
ดนิดาที่เห็นภาพนั้นเธอก็ร้องออกมาด้วยความโมโหและไม่พอใจที่ยัยนั่นมันได้นั่งตักพี่อิฐของเธอ เธอมาก่อนทำไมมันถึงได้แซงหน้าเธอไปขนาดนี้ ที่ตรงนั้นเธอควรจะได้นั่งเหมือนกัน คิดได้แบบนั้นดนิดาก็รีบสาวเท้าไปหาคนทั้งสองด้วยหัวใจที่อยู่ไม่สุข เพราะเห็นยัยกานดาได้มากกว่าที่เธอไม่เคยได้รับจากอฐิกรเลย กานดาและอฐิกรหันหน้ามามองคนที่กำลังเดินหน้าบูดเข้ามาอย่างไม่ได้สนใจ  

“เข้าใจผิดสิดี คุณลืมแล้วเหรอว่าคุณตกลงจะช่วยผมแล้วไง”
อฐิกรยื่นหน้าไปพูดใกล้ ๆ ใบหูของกานดา จังหวะนั้นเองที่ทำให้เธอหัวใจเต้นแรง มันใกล้เกินไปแล้ว ถึงจะเป็นด้านข้างใบหน้าของเธอ แต่เธอก็อดที่จะใจสั่นและหวั่นไหวไม่ได้

“ฉันไม่ได้ลืม แต่นี่มันเวลางาน ฉันยังไม่ได้ไปทำความสะอาดร้านคุณเลย”

“ก็ชั่งสิ ตอนนี้งานของคุณก็คือช่วยผม ทำความสะอาดร้านจะทำเมื่อไหร่ก็ได้ ผมเป็นเจ้านาย คุณต้องเชื่อฟังผม”

“ค่ะ”
เมื่อเธอทำอะไรไม่ได้เธอก็ได้แต่ตอบรับเขา

'ยัยน้องดาจะมาตบหน้าเธอไหมเนี่ย เดินหน้าแดงหน้าดำมาหาเธอเหมือนอย่างกับว่าแค้นเธอเอามาก ๆ’
กานดาคิดอย่างหวั่น ๆ อยู่ในอก ยัยนั่นคงไม่ทำถึงขนาดนั้นหรอกใช่ไหม ถ้าเธอโดนตบจนหน้าแดง เธอจะเอาคืนคนที่เล่นอะไรแผง ๆ ที่ทำให้เธอโดยหมายหัวจากดนิดาแน่ เล่นอะไรไม่บอกเธอก่อนเลย สงสัยจะเอาคืนที่เมื่อวานเธอทำอะไรไม่บอกเขาสินะ เล่นแบบนี้ใจเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวน่ะสิ คนยิ่งแอบชอบอยู่รู้ไหม เขาคงไม่รู้หรอกเพราะเธอไม่ได้บอกและคนอื่นก็ไม่มีใครรู้ด้วย

ปึก! 
ดนิดาวางปิ่นโตลงอย่างแรงด้วยความโมโหและไม่พอใจ แล้วรีบไปดึงแขนกานดาให้ลงจากตักของอฐิกร

“ลงมาเดี๋ยวนี้นะ”
ดนิดาทั้งพูดและดึงแขนกานดาอย่างไม่ยอม

“นี่ฉันเจ็บนะยัยบ้า หยุดดึงได้แล้ว ฉันจะลงอยู่หรอกน่า”
กานดาพยายามเอามือของดนิดาออกจากมือของเธอ แต่ยัยดาก็จับมือเธอไว้แน่นอย่างกับมือปลาหมึกที่เกาะแขนเธอไว้ เธอเจ็บเล็กน้อยที่ยัยรุ่นน้องนั้นจับข้อมือเธอ ว่าจบกานดาก็ลุกออกจากตักของเขา แต่อฐิกรนั้นกอดเธอไว้แน่นและไม่ยอมให้เธอลงไป
ดนิดายังไม่ทันได้ปล่อยมือ เธอก็เห็นพี่อิฐกอดยัยนั่นไว้ก่อน เธอเห็นแบบนั้นแล้วก็ยิ่งหน้าบูดและเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย ทำไมนะทำไมพี่อิฐต้องชอบมันด้วย มันมีอะไรดีกว่าเธอนักหนาทำไมพี่อิฐถึงเลือกมัน ทั้ง ๆ ที่เธอตามจีบพี่เขามาหลายปีแล้วยิ่งคิดเธอยิ่งไม่ยอมแพ้ เธอจะไม่ยอมจนกว่าอฐิกรจะบอกเธอเอง ว่าเขานั้นรักกานดาต่อหน้าเธอ เธอถึงจะถอยออกไปให้

“พี่อยากให้เขานั่งอยู่ตรงนี้เอง น้องดามีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”
อฐิกรพูดกับดนิดาหน้าตาปกติ 
ผิดกับดนิดาที่กำมือแน่นเมื่อทำอะไรไม่ได้ เธอทั้งโมโหและเสียใจจนต้องไปจ้องหน้าของกานดาเพื่อระบายอารมณ์ใส่มัน เธอทั้งเสียใจและโกรธตัวเองที่ทำอะไรมันไม่ได้ พี่อิฐปกป้องมันขนาดนี้ เธอก็คงทำอะไรมันไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ถึงเธอคิดจะทำเธอก็สู้มันไม่ได้ เพราะพี่อิฐปกป้องมันและรักมันมากกว่าเธอ มันพึ่งมาทำไมมันถึงได้ใจพี่อิฐไปก่อนเธอ นี่หรอกสิ่งที่เธอทำดีกับพี่อิฐ เธอได้รับการตอบแทนแบบนี้เหรอ ใช่เธอได้รับแบบนี้มาตลอด ก็เขาเคยบอกเธอแล้วนิว่าไม่เคยรักเธอ เขารักเธอแบบน้องสาว มีแต่เธอที่รักพี่เขาอยู่ข้างเดียว มันเป็นเธอเองนิที่ดันทุรังให้เขามารักเธอในซักวัน แต่มันก็คงเป็นไปไม่ได้ เธอรู้และรู้มาตลอด แต่เธอก็หวังว่าสักวันพี่อิฐจะหันกลับมามองเธอใหม่บ้าง มองที่ไม่ใช่แบบน้องสาวคนหนึ่ง เธอคิดน้อยไป เพราะคนไม่รักยังไงก็คือไม่รัก นอกจากจะไม่รู้ใจตัวเอง ถึงไม่รู้ใจตัวเอง แต่ท่าทางและพฤติกรรมที่มีต่อเธอมันต้องเปลี่ยน แต่นี่พี่อิฐยังเหมือนเดิม เหมือนวันที่เรารู้จักกันครั้งแรก เพิ่มเติมคือรู้จักกันมากขึ้น เพียงแต่เธอเป็นได้แค่น้องสาวเท่านั้น เธอคงหวังมากเกิน ดนิดาคิดในใจด้วยความเศร้าใจ จนเธอเก็บน้ำตาไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว เธอควรพอ ถ้าเธอยังมาตื้ออฐิกรแบบนี้ มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่เจ็บ อยู่คนเดียว แต่อีกใจเธอก็ไม่อยากทำแบบนั้นเลย มันทั้งอยากได้พี่อิฐ และก็คิดที่อยากจะพออยู่แค่นี้ มันตัดสินใจไม่ได้ เธอไม่รู้ว่าจะเอายังไงดี ที่คิดว่าตัวเองไม่มีวันยอมแพ้จนกว่าอฐิกรจะรักตัวเอง แต่ตอนนี้เธอเริ่มรับมันไม่ไหวแล้ว ถึงรับไหวมันก็ไม่รู้สึกอยากได้อฐิกรมากเหมือนแต่ก่อนแล้ว 
กานดาและอฐิกรเห็นแบบนั้นก็ตกใจไม่คิดว่าดนิดาจะร้องไห้ เขารีบคลายมือที่กอดเธอไว้ออก กานดาก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินห่างจากโต๊ะหนึ่งก้าว เพื่อเปิดทางให้อฐิกรเข้าไปหาน้องดา ส่วนอฐิกรนั้นก็รีบลุกขึ้นมาดูดนิดาใกล้ ๆ
ดนิดารีบเช็ดน้ำตาออกอย่างลวก ๆ เธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอร้องไห้และอ่อนแอ

“พี่ขอโทษถ้าพี่พูดแรงไป”
อฐิกรพูดด้วยความรู้สึกผิดที่ทำให้น้องสาวที่เขารักต้องร้องไห้

“ดากลับก่อนนะคะ อาหารที่ดาทำอย่าลืมกินนะ”
บอกอฐิกรจบดนิดาก็รีบเดินออกจากตรงนั้น หลังจากที่เธอเดินพ้นประตูบ้านของพี่อิฐ น้ำตาของเธอก็ร่วงหล่นลงมาอีกครั้งทันทีด้วยความเสียใจ เธอรีบวิ่งไปที่รถโดยไม่ได้มองทางเพราะมั่วแต่ก้มหน้าร้องไห้ 
จนศรีษะของเธอไปชนเข้ากับอะไรบางอย่างที่มันแข็ง ๆ เหมือนอกของผู้ชาย ดนิดารีบเงยหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตามาดูทันที หลังจากที่รู้ว่าตัวเองชนกับอะไร เธอก็รีบถอยหลังและจะวิ่งต่อทันที แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรอย่างที่ใจคิด นภัทรก็มาโอบกอดเธอไว้จนเธอตกใจและหยุดร้องไห้ไปเอง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงมากอดเธอทำไม คนอย่างนายปากหมาที่ชอบว่าให้เธอจะมากอดเธอ เธอไม่เข้าใจเขาเลย ดนิดานิ่งอึ้งอยู่ซักพัก เธอก็ดีดดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขา 
แต่เธอยิ่งดิ้นนายนภัทรยิ่งกอดเธอแน่น

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ใครอนุญาตให้นายมากอดฉัน”
ดนิดาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอยู่ในที
นภัทรไม่ได้ตอบอะไร เขาปล่อยให้ดนิดาเป็นอิสระ แต่ไม่นานเขาก็อุ้มเธอขึ้นมาในท่าเจ้าหญิง

“ว้าย! นี่นายจะทำอะไรปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ”
ดนิดาบอกเขาด้วยความตกใจ แต่เธอก็ไม่คิดที่จะขัดขืนหรอก เธอเหนื่อยแล้ว อีกอย่างเธอไม่กอดคอเขาเหมือนในละครเพราะกลัวตกหรอกนะ ถ้าเธอทำแบบนั้นมันก็ใกล้ชิดนายนี่มากเกินไป แค่ที่เขาอุ้มเธอมันก็ใกล้ชิดกันอยู่แล้ว อีกอย่างเธอก็ไม่อยากใกล้ชิดนภัทรด้วย