“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 21 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ
เนื้อหา
ตอนที่ 21
ตอนที่ 21
นภัทรเดินมาที่รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เขาวางดนิดาลงที่เบาะรถมอเตอร์ไซค์
“นี่นายจะพาฉันไปไหน”
เมื่อนภัทรวางเธอลง ดนิดาก็รีบจัดท่านั่งใหม่เพราะกลัวว่าจะตก
“ห้ามลง ไม่อย่างนั้นฉันจะทำมากกว่ากอด”
ดนิดานั่งนิ่งและเงียบไป นายนี่เป็นบ้าอะไรไป ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้กับเธอ ดนิดาได้แต่คิดในใจด้วยความสงสัย อะไรเขาสิงลูกน้องของพี่อิฐกัน
นภัทรขึ้นคล่อมรถทันทีที่เห็นดนิดาอยู่นิ่ง ๆ และเธอก็ไม่คิดที่จะโดดลงจากรถของเขา
“เอามือมา”
“....”
ดนิดานิ่งเงียบและไม่ทำตามที่เขาบอก บังคับให้เธอขึ้นรถ แล้วยังจะมาอะไรกับเธออีก
“ไปส่งฉันที่บ้านด้วย”
เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเพราะเธอไม่มีอารมณ์ที่จะเถียงกับเขาแล้ว เธอยังรู้สึกเศร้าอยู่ที่พี่อิฐไม่มีวันรักเธอ แต่พอนายนี่มากอดเธอ
ความรู้สึกเสียใจนั้นมันก็หายไปนิดหนึ่งและเธอก็ไม่ได้ร้องไห้แล้ว
นภัทรไม่ตอบเขาเอื้อมมือไปข้างหลังแล้วจับแขนของเธอมาไว้ที่เอวด้านหน้าของเขา ทำเหมือนว่าให้เธอกอดเขา
“นี่นายทำอะไร”
ดนิดารู้สึกตัวก็แว๊ดใส่เขาด้วยความไม่เข้าใจและเธอก็ดึงมือกลับ เขารู้ทันเลยรีบจับแขนเธอไว้แน่นและจงใจกดแขนเธอไว้กับเอวของเขาไม่ยอมปล่อย
มือข้างหนึ่งขี่รถส่วนอีกข้างก็บังคับให้ดนิดากอดเขา
“กอดฉันไว้ เดี๋ยวตกรถ”
“ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้นะ! ฉันไม่ตกรถหรอก”
ดนิดาพูดด้วยใบหน้าหงุดหงิดและพยายามจะดึงมือกลับ แต่เขาก็ไม่ยอมจับข้อมือของเธอแน่นขึ้นไปอีก จะอะไรกับแขนของเธอนักหนา เดี๋ยวก็มากอดเธอ เดี๋ยวก็มาบังคับจับแขนเธอ อะไรเขาสิงนภัทรวะ แปลก
เมื่อวานยังว่าให้เธออยู่เลย แล้ววันนี้ก็มาแตะเนื้อต้องตัวเธอ อะไรของเขา ดนิดาคิดในใจด้วยความสงสัยและไม่เข้าใจ
“ว้าย!”
เธอร้องออกมาด้วยความตกใจ อยู่ ๆ เขาก็เบรกรถกระทันหันจนร่างกายของเธอเข้าไปเบียดกับแผ่นหลังของเขาเต็ม ๆ เธอรีบขยับกายออกจากหลังของเขาทันทีด้วยความไม่ชอบ
เพี๊ยะ
นภัทรอมยิ้มด้วยความพอใจเมื่อดนิดาเอามือมาฟาดที่หลังของเขาอย่างเต็มแรง ก่อนเขาจะบิดรถขี่ต่อไปด้วยความเร็วที่ปกติ
“นี่นายจงใจแกล้งฉันใช่ไหม หลุมซักหลุมก็ไม่มี จะเบรกทำไม ขี่รถดี ๆ ไม่เป็นเหรอห๊ะ!”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงโมโห เธอกำลังชมวิวข้างทางอยู่ดี ๆ หันหน้ามาอีกทีหัวของเธอก็ชนเข้ากับหลังของเขาเสียเต็มแรง จะไม่ให้เธอหงุดหงิดได้ยังไง ขี่รถภาษาอะไรของนายนี่ จงใจแกล้งเธอชัด ๆ แบบนี้
“เมื่อกี้มันมีงูตัดหน้ารถ”
“ฉันไม่เชื่อ จอดเดี๋ยวนี้เลย ฉันไม่อยากนั่งรถไปกับนายแล้ว ขับรถภาษาอะไรก็ไม่รู้”
“ภาษาเลิฟไง”
นภัทรพูดแล้วอมยิ้ม เขายังคงกุมมือดนิดาไว้ไม่ยอมปล่อย เพราะถ้าเขาปล่อยยัยดาก็เอามือออกไปสิ
“เลิฟอะไรของนาย”
ดนิดาพูดอย่างไม่เข้าใจ เลิฟบ้าเลิฟบ้ออะไรของเขา
“ไม่รู้จริง ๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่”
“รู้อะไร ถ้านายไม่พูดฉันจะรู้เหรอ ที่นายพูดมามันคือเรื่องอะไร”
ดนิดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดที่นภัทรพูดอะไรกำกวมเขาพูดอะไรก็ไม่รู้ พูดเหมือนว่าเธอรู้อะไร ใครจะไปรู้ว่ามันคือเรื่องอะไรและเขาหมายถึงอะไรกันแน่
“แล้วก็ปล่อยมือฉันด้วย จะมาจับอะไรนักหนา กำลังเสียใจอยู่หรอกถึงได้ไม่ได้ว่าอะไรนาย”
ประโยคหลังดนิดาไม่ได้พูดเธอแค่คิดในใจ เธอไม่มีอารมณ์จะว่าเขาแล้ว อยากจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ ลึก ๆ แล้วอ้อมกอดของเขามันทำให้เธออบอุ่นหัวใจอยู่ไม่น้อยถึงมันจะชั่วขณะหนึ่ง ก็ตาม เธอไม่เคยได้รับอ้อมกอดแบบนี้จากพี่อิฐเลย แม้แต่มืออฐิกรก็ไม่ให้เธอจับ จะหวงอะไรกันนักกันหนา รู้หรอกว่าไม่ได้รัก แต่ก็ให้เธอจับมือหน่อยซักครั้งหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ คิดมาถึงตรงนี้แล้วดนิดาก็เริ่มสงสัยว่าทำไมนภัทรถึงมาจับมือเธอแล้วก็กอดเธอด้วย ปกติเห็นหน้าเธอก็หน้าบูดหน้าตึงแถมยังชอบว่าเธออีก สิ่งที่เขาทำวันนี้มันคืออะไรกัน แล้วถ้าเธอกอดเขาตอบมันจะเป็นยังไงนะ คิดได้แบบนั้น ดนิดาก็เอามือข้างที่ไม่ได้โดนเขาจับกอดเอวของนภัทรทันที
นภัทรสะดุ้งเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าดนิดาจะทำแบบนี้ เธอไม่ชอบเขา และออกจากเกลียดเขาด้วยซ้ำที่เขาไปปากหมาใส่เธอเมื่อวาน อะไรดลใจให้เธอมากอดเอวเขากัน
นภัทรปล่อยมือดนิดาทันทีด้วยหัวใจที่เต้นแรง เมื่อมือเป็นอิสระ ดนิดาก็ไม่รอช้าที่จะกอดเอวเอาให้ครบทั้งสองแขนเพื่อพิสูจน์ว่าถ้าเธอกอดเขามันจะรู้สึกดีเหมือนที่เธอโดนเขากอดบ้างไหม สรุปเธอไม่รู้สึกอะไรเลย มันว่างเปล่า
“ตื่นเต้นเหรอ”
ดนิดาพูดออกมาอย่างที่ใจคิด ถ้าไม่ตื่นเต้นเขาจะหายใจแรงทำไมเธอคิดในใจ
“ไม่ใช่”
นภัทรตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อย
ดนิดายิ้มพรายก่อนจะเลื่อนมือไปจับที่อกข้างซ้ายของเขาอย่างถือวิสาสะด้วยความอยากรู้และอยากจะแกล้งเขา
ตึก ตึก ตึก ตึก
“หัวใจเต้นแรงจริง ๆ ด้วย”
นภัทรหัวใจเต้นแรงเมื่อดนิดาเล่นมาจับที่อกของเขาอย่างไม่ได้ตั้งตัว เขายอมรับว่าใจสั่น ตกใจและไม่คาดคิดว่าเธอจะทำแบบนี้กับเขา เขาคิดว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขาเสียอีก แล้วที่เธอทำแบบนี้มันหมายความยังไง
เวลานี้แหละเหมาะที่จะพิสูจน์อะไรบางอย่างที่เขาอยากรู้มาตลอด
“นี่นายจอดรถทำไม ยังไม่ถึงบ้านฉันเลย”
ดนิดาคลายกอดเขาทันทีที่เขาจอดรถและดับเครื่อง
นภัทรไม่ตอบเขาเอาขาตั้งลงโดยที่ดนิดายังนั่งอยู่บนรถอยู่
“ว้าย!”
เธอร้องออกมาด้วยความกลัวเล็กน้อยที่นายภัทรเอาขาตั้งลง เธอยังไม่ได้ลงจากรถเขาเลย ทำแบบนี้เธอก็กลัวตก และกลัวว่ารถจะล้ม ทำอะไรไม่บอกเธอก่อนเลย ดนิดาคิดด้วยความหงุดหงิดในใจ
นภัทรเดินเข้าไปนั่งในศาลาที่เอาไว้นั่งรอรถโดยสารโดยไม่ได้เอ่ยเรียกอีกคนมานั่งด้วย พอเขาหย่อนก้นนั่งลงแล้ว นภัทรก็หันหน้าไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ที่รถและมองมาที่เขาด้วยสายตาไม่พอใจเล็ก
“ถ้านายไม่ไปส่งฉันตอนนี้ ฉันจะโทรบอกคนที่บ้านมารับเอง”
ดนิดาพูดแล้วก็เดินออกไปทันทีอย่างไม่ได้สนใจคนที่นั่งอยู่ในศาลา ถ้าจะไม่ส่งเธอกลับบ้านแล้วพาเธอมาขึ้นรถเขาทำไม ถ้าเธอรู้แบบนี้จะขัดขืนให้ถึงที่สุดเลย ไอ้เราก็คิดว่าเขาจะมาส่งเธอจริง ๆ ที่แท้ก็มาขี่รถเล่นชมวิว เธอไม่น่ามากับเขาเลย เธอคงเสียใจเลยไม่ได้คิดไตร่ตรองให้ดี ว่าเธอไม่ควรมากับคนที่ชอบปากหมาใส่เธอ แถมยังชอบทำหน้าบึงใส่เธออีก เธอคิดอะไรอยู่เนี่ยถึงได้ยอมมากับเขาดนิดาคิดแล้วถอนหายใจออกมาที่ทำอะไรโดยไม่คิด เธอน่าจะขัดขืนเขาแล้วรีบวิ่งไปที่รถของตัวเองแล้วขี่ออกไปเลย เธอคิดด้วยความเสียดายที่ตัวเองไม่ทำแบบนั้น ปล่อยให้เขาชังจูงเธอยังไงก็ได้
ดนิดายังไม่ทันได้เดินข้ามถนนไปอีกฝากหนึ่ง เขาก็มาจับมือเธอไว้ก่อน