“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 5 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25
เนื้อหา
ตอนที่ 5
ตอนที่ 5
“จัดของเสร็จแล้วเหรอครับ”
ธาราเอ่ยถามด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเมื่อเห็นกานดานั่งรอเขาที่เก้าอี้ที่เอาไว้ให้ลูกค้าที่มาซ่อมรถนั่งรอ
“ค่ะ ไม้กวาดกับที่ตักขยะอยู่ตรงไหนเหรอคะ ฉันว่าจะเอาไปทำความสะอาดในห้องฝุ่นเยอะน่ะคะ”
กานดาลุกขึ้นยืนคุยกับเขา
“มันวางอยู่ใกล้กับถังน้ำตรงนั้นครับ ขอโทษนะครับที่ไม่ได้ทำความสะอาดไว้รอ”
ธาราบอกพร้อมกับชี้นิ้วให้คนตรงหน้าดูว่าไม้กวาดมันอยู่ตรงไหน พร้อมทั้งเอ่ยขอโทษหญิงสาวที่เขาไม่ได้ทำความสะอาดไว้รอ มันกะทันหันจริง ๆ ตอนที่ไอ้อิฐโทรมาเขาก็กลับบ้านแล้ว อีกอย่างเพื่อนของเขาก็ดูจะไม่อยากให้กานดามาอยู่ด้วย เลยไม่เตรียมการอะไรไว้ทั้งนั้น เขาชวนมันมาหาคุณกานมันยังไม่มาเลย
“ไม่เป็นไรค่ะ ห้องมันก็ไม่ได้สกปรกอะไรมาก แค่กวาดกับถูพื้นก็สะอาดแล้ว”
“ครับ ห้องนั้นไม่ค่อยมีคนมานอน จะมีบางครั้งที่พวกเรากินสังสรรคกันแล้วพวกไอ้ภัทรมันกลับบ้านไม่ไหว พวกมันก็จะนอนที่ห้องนั้น แต่นาน ๆ ทีนะครับ”
“แล้วอีกห้องหนึ่งที่อยู่ติดกับห้องของฉันล่ะคะ”
“ออ ห้องนั้นเป็นห้องของไอ้อิฐน่ะครับ เวลาที่มันเหนื่อยจากงานหรือขี้เกียจเดินกลับบ้านมันก็จะนอน
ห้องนั้น แต่คุณกานไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ มันคงไม่มานอนห้องนั้นแล้วล่ะ”
“ทำไมคะ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความสงสัยและอยากรู้ในเวลาเดียวกัน
“เดี๋ยวมันจะดูไม่เหมาะสมน่ะครับ ที่ผู้ชายกับผู้หญิงนอนที่เดียวกัน”
“ออค่ะ แล้วคุณอิฐเขาไปไหนเหรอคะ ไม่เห็นมากับคุณป้องเลย”
“มันก็อยู่บ้านนั้นแหละครับ”
'เขาไม่อยากเจอเราเหรอ ทำไมถึงไม่มาด้วยกันกับคุณป้อง หรือเขาไม่ยินดีที่เรามา’
กานดาคิดในใจ เธออยากเจอหน้าเขา ว่าเขาจะใช่คน ๆ นั้นที่เธอคิดและคาดหวังว่าอยากจะเจอเขาไหม อีกอย่างเธอจะได้รู้ไปเลยว่าใช่หรือไม่ใช่ เธอจะไม่ได้คาดหวังหรือคิดมากอยู่แบบนี้ถ้าได้เจอหน้าเขาแล้ว
“มันตื่นสายน่ะครับ เดี๋ยวคุณกานก็ได้เจอ”
ธาราเห็นสีหน้าที่ดูเปลี่ยนไปของเธอ เมื่อเขาพูดแบบนั้นออกไป เหมือนว่ากานดาจะคิดอะไรบางอย่างในใจอยู่คนเดียว
“แล้วงานที่จะให้ฉันทำมีอะไรบ้างคะ”
กานดาเลิกคิดเรื่องของคนที่เธอแอบชอบ และเอ่ยถามเรื่องงานกับคนตรงหน้าแทน เขาจะยินดีหรือไม่ยินดีที่เธอมา เธอไม่สนใจแล้ว เธอมาทำงานไม่ได้มาทำให้เขาสนใจเธอซักหน่อย หน้าลูกชายคุณนายเธอยังไม่ได้เห็นเลย เธอจะไปสนใจเขาทำไม หรือเธอหวังอะไรกันนะยัยกาน เขาอาจจะไม่ใช่คนที่เธอแอบชอบก็ได้ เลิกคิดได้แล้วเลิกหวังได้แล้ว กานดาบอกตัวเองในใจ
“ก่อนอื่นเลยคุณต้องแทนตัวเองว่ากาน แล้วก็เลิกเรียกผมว่าคุณป้อง ส่วนผมก็จะเรียกชื่อเล่นของคุณไม่ก็จะเรียกว่าคุณและเธอ มันจะได้ดูสนิทและอีกอย่างมันจะได้ไม่ดูห่างเหินกันเกินไปด้วย โอเคไหมครับ”
“โอเคค่ะ”
กานดายิ้มรับเมื่อเขาเรียกชื่อเธอ ก็ดีเหมือนกันเธอก็ไม่อยากเรียกเขาว่าคุณป้องแล้ว มันกระดากปากยังไงก็ไม่รู้ที่จะเรียกเขาว่าคุณตลอด เรียกแบบนี้มันค่อยง่ายหน่อย เธอชอบเรียกชื่อมากกว่าไม่ก็เรียกอย่างอื่นที่ไม่ใช่คุณนำหน้า
“ทุกเช้ากานต้องเปิดประตูรั้ว แล้วก็มา
กวาดพื้นที่อู่ และก็กวาดที่หน้าประตูรั้วด้วย ถ้าเห็นเศษใบไม้ที่สนามหญ้าหน้าบ้านก็กวาดออกให้หมด
ห้องน้ำลูกค้าก็ทำความสะอาดทุกวัน
อีกอย่างกานทำอาหารเป็นไหม ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่ไอ้อิฐมันจะใช้งานเธอนะ กานต้องมาทำงานตอนหกโมงเช้าก่อนที่ร้านจะเปิดนะ”
“กานอาหารทำเป็นค่ะ”
“งั้นก็ทำอาหารเช้าเที่ยงเย็นด้วย ส่วนพวกวัถตุดิบ ผมจะให้เงินไปซื้อที่ตลาด งานก็มีเท่านี้แหละ ส่วนเรื่องเงินเดือนห้าพันต่อเดือนพอไหม ค่าน้ำกับค่าไฟกานไม่ต้องเสีย ค่าห้องด้วย”
“โอเคค่ะ”
ฟังจากที่เขาพูดมามันก็ไม่ได้งานหนักขนาดนั้น ใครจะไม่โอเคล่ะ ค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟเธอก็ไม่ได้เสีย แถมเธอยังได้กินข้าวฟรีสามมื้ออีกต่างหาก และเงินเดือนเก้าพันที่คุณนายจะให้เธออีก รวมกับเงินเดือนที่คุณอิฐจะให้เธออีกก็ตั้งหนึ่งหมื่นสี่พันบาทแหนะ งานสบายแบบนี้ดีกว่าทำอยู่โรงงานเก่าเธอตั้งเยอะ
“งั้นกานก็ไปพักผ่อนเถอะเดี๋ยวช่วงเที่ยงผมจะโทรเรียกให้กานมาทำอาหารที่บ้านไอ้อิฐ”
“แล้ววันหยุดวันไหนบ้างเหรอคะ”
“วันอาทิตย์กับวันจันทร์ครับ กานเริ่มทำงานตั้งแต่หกโมงเช้านะ ถ้าทำทุกอย่างเสร็จหมดแล้วก็ไปพักได้ พอเที่ยงคุณก็มาทำอาหาร หรือจะทำเพื่อตอนเย็นเลยก็ได้จะได้ไม่ต้องเข้าครัวหลายรอบ”
“ค่ะ งั้นกานขอตัวไปทำความสะอาดห้องนะคะ”
“ครับ”
“ดูทรงแล้วจะไหวไหมเนี่ย”
ธาราพูดกับตัวเองในใจ เขาคิดว่าเธอไม่น่าจะไหวกับงานทำความสะอาด และงานทำอาหารเลย แถมเงินเดือนก็น้อยกว่าเก้าพัน เธอจะไหวเหรอ ปากอาจจะบอกว่าทำได้ทำเป็น ที่จริงแล้วอาจจะทำไม่เป็นก็ได้ สวย ๆ ท่าทางลูกคุณหนูแบบกานดาจะทำไหวจริงเหรอ ถึงกานจะไม่ได้แต่งตัวดี ใส่เสื้อผ้าแบรน์เนมหรือไม่ได้เป็นคุณหนูจริง ๆ แต่ลักษณะท่าทางผิวพรรณของเธอมันให้ เขาจึงคิดว่าเธอคงจะทำงานแบบนี้ไม่ค่อยได้ แต่เขาจะไม่ด่วนตัดสินกานดาไปก่อน ต้องรอดูว่าเธอจะทำได้อย่างที่ตกลงกับเขาไว้ไหม และเขามีบททดสอบไว้ให้เธอแล้วด้วยตอนเที่ยงนี้ เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะทำครัวไอ้อิฐพังหรือจะทำอาหารไม่อร่อยจนกินไม่ได้
ต้องรอดูก่อน ถ้ากานดาไม่ผ่านในข้อนี้ เขาก็จะไม่ให้เธอทำอาหารอีก ส่วนเรื่องทำความสะอาดถ้าเธอไม่ผ่านอีก เขาก็จะไล่เธอออก แต่เรื่องนี้เขาไม่สามารถทำเองได้ ต้องไปปรึกษาอฐิกรก่อน แล้วให้มันตัดสินใจและไปคุยกับแม่มันเอง เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ที่เขาคิดว่าจะไล่ออกนั้นมันเป็นความคิดส่วนตัวของเขา เพราะถ้ากานดาทำอะไรไม่ผ่านซักอย่างก็ไม่ควรจ้างงานต่อให้เปลืองเงิน สู้จ้างคนที่เขาทำเป็นมาจะดีกว่า เขาคิดนะ
พอกานดาถือไม้กวาดกับที่ตักขยะขึ้นข้างบนแล้ว เขาก็เดินไปที่บ้านเพื่อนทันที
เขาไม่ได้ขึ้นไปหามันอีก แต่เขาเลือกที่จะไปนอนเล่นที่โซฟานุ่มตัวใหญ่แทน เขาไม่อยากขึ้นไปให้มันหงุดหงิดและให้มันว่าเขาอีก ธาราหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาตัวใหญ่ของเพื่อน
“กูสั่งงานคุณกานแล้วนะ กูให้เขาทำความสะอาดอู่ แล้วก็กวาดใบไม้ตามสนามหญ้าหน้าบ้าน กูบอกคุณกานว่าให้เงินเดือนห้าพัน เขาก็โอเค”
ธาราส่งข้อความไปบอกเพื่อน
(เออ)
“อ่านไวจังวะ กูนึกว่ามึงยังไม่ตื่นเสียอีก”
(นอนบ้าอะไรล่ะถูกมึงปลุกตั้งแต่เช้า ใครมันจะไปนอนหลับต่อได้วะ)
“กูจะไปรู้เหรอ ก็มึงบอกว่าจะนอนต่อไง”
(กูนอนแล้วมันนอนไม่หลับไงเพื่อน สมองมันตื่นตั้งแต่ที่มึงมาปลุกกูแล้ว)
“เออ ๆ ก็มึงบอกให้กูมาเช้าเอง”
(กูไม่โทษมึงหรอก มึงมีอะไรอีกไหมกูจะเล่นเกม)
“มี มึงจะไปตลาดกับกูไหม”
(มึงจะไปทำไมวะ โทรดีกว่าเพื่อนกูขี้เกียจพิมพ์แล้ว)
พออฐิกรพิมพ์ข้อความนี้ส่งให้เพื่อนแล้วเขาก็ไม่พิมพ์อะไรอีกรอให้มันโทรมา
“เออ ๆ”
ธาราพิมพ์ไปหาเพื่อนแล้ว เขาก็กดโทรออกหามันทันที
“กูจะไปซื้อของให้คุณกานเขาทำอาหารให้พวกเรากินตอนเที่ยงนี้ ตกลงมึงจะไปกับกูมั้ย”
(ไม่ไปกูขี้เกียจ)
“โอนเงินมาให้กูสามร้อย”
(โอนทำไมวะ)
อฐิกรขมวดคิ้วใส่หน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสงสัย
“หรือมึงจะไม่กิน มึงออกสามร้อย กูก็ออกสามร้อย ค่าวัถตุดิบสำหรับหนึ่งอาทิตย์ให้คุณกานเขาทำไง มึงไม่ออกก็ได้นะ มึงก็ไปหากินข้าวข้างนอกเอาเอง ส่วนที่คุณกานทำมึงไม่ต้องกินถ้ามึงไม่อยากออกเงิน”
“กูยังไม่ได้พูดเลยว่ากูจะไม่ออกเงิน แม่กูเอายัยนั่นมาแล้ว กูจะไม่ให้ยัยนั่นทำกับข้าวให้กูกินได้ยังไง”
อฐิกรโต้เพื่อนกลับทันทีที่มันพูดแบบนี้
“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ กูเห็นมึงหงุดหงิดที่แม่มึงส่งผู้หญิงให้มาทำงานกับมึงด้วย กูก็คิดว่ามึงไม่ชอบคุณกานนิหรือไม่จริง”
“ก็นิดหน่อย กูแค่หงุดหงิดไม่ได้ไม่ชอบเขาซักหน่อย”
เขาแค่หงุดหงิด ที่อยู่ ๆ แม่ก็ส่งผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาทำงานกับเขา แม่ไม่ถามเขาก่อนเลย โทรมาบอกเขาแล้วก็วางสายทำเหมือนไม่อยากให้เขาปฏิเสธอย่างนั้นแหละ จะทำอะไรก็ไม่ปรึกษาเขาก่อนเลย พอโทรมาบอกปุ๊บยัยนั่นก็มาถึงร้านเขาเลยตอนเช้า จะไม่ให้เขาอารมณ์ไม่ดีได้ยังไง แม่คิดยังไงถึงให้ยัยกานดามานอนกับเขา ดีที่อู่มันมีห้องนอนไม่งั้นคนที่แม่ส่งมาคงได้มานอนบ้านเดียวกันกับเขาแน่
เขายิ่งไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนมายุ่งวุ่นวายด้วย แค่ดนิดาคนเดียวเขาก็รำคาญจะแย่อยู่แล้ว ผู้หญิงอะไรมาที่ร้านเขาได้ทุกวัน ไม่ใช่แค่มานะแต่ยังเอาปิ่นโตมาให้เขาด้วย เขาไม่อยากจะกินเลยสักนิด มีแต่พวกลูกน้องเขานั่นแหละที่ได้กินฝีมือยัยดา เขาไม่เคยคิดอยากจะกินอาหารที่ดนิดาทำมาให้เลย แค่ได้ยินเสียงเขาก็อยากจะวิ่งหนีกลับบ้านแล้ว
“แล้วไปมึงจะได้อยู่กับเขาง่าย ๆ หน่อย เวลาที่กูกับไอ้พวกนั้นกลับบ้านไปแล้ว”
“อยู่ง่ายอยู่แล้วน่า นอนคนละที่กัน เขาไม่ได้มานอนที่บ้านกับกูซักหน่อย”
“กูก็แค่บอกมึงไว้ ถ้ามึงไม่ชอบเขาตั้งแต่แรกมันจะอยู่ยากไงเพื่อน ถึงจะนอนกันคนละที่แต่มันก็อยู่ในบริเวณเดียวกันไง”
“เป็นห่วงกูหรือเป็นห่วงคุณกานพูดขนาดนี้มึงเป็นห่วงเขาใช่ไหม”
“ก็ทำธรรมดาไหมวะเขามาอยู่ต่างถิ่นกูก็ต้องทำตัวดี ๆ กับเขาไว้”
“เห็นเขาสวยละสิไม่ว่า มึงไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก กูไม่ทำอะไร
คุณกานของมึงหรอกเพื่อน นี่เงินเอาไป”
“แสนรู้นะมึงเนี่ย”
ธาราพูดยิ้ม ๆ ที่เพื่อนรู้ทันเขา
“กูไม่ใช่หมาเว้ย ไปได้แล้ว”
“แล้วมึงจะกินอะไรกูจะได้ซื้อมาถูก”
“อะไรก็ได้ซื้อมาเถอะ เดี๋ยวคุณกานของมึงก็คิดเมนูที่จะทำเองหรอก”
“เออ ๆ”