“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 8 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25

เนื้อหา

ตอนที่ 8

ตอนที่ 8

“เออ..สวัสดีค่ะคุณอิฐ”
กานดาข่มความประหม่าและความเขินอายเอาไว้แล้วเงยหน้าขึ้นมาทักทายเขาด้วยรอยยิ้มที่เธอพยายามไม่ทำให้ตัวเองดูยิ้มดีใจจนเกินไป

“ครับ ผมชื่ออิฐนะคุณคงน่าจะรู้แล้ว”
อฐิกรพูดเสียงปกติพลางมองสำรวจใบหน้าของเธอไปด้วย ดวงตาเธอกลมโต จมูกโด่ง ผิวขาว ผมยาวสีดำ แต่งหน้าเบา ๆ แต่ดู ๆ ไปทำไมเขาถึงคุ้นหน้าเธอจัง เหมือนเคยเห็นเธอที่ไหนเมื่อนานมาแล้ว อฐิกรคิดในใจแต่เขาก็คิดไม่ออก 

“ค่ะ”
กานดามองตาเขาขณะที่เขาพูดกับเธอ ทำไมเขาถึงหล่อกว่าเมื่อตอนเป็นเด็กอีกนะ ตอนนั้นก็ว่าหล่อแล้ว ตอนนี้โครตจะหล่อ แถมยังสูงมากอีกต่างหาก ผิวเขานี้ขาวจัดยิ่งกว่าเธอเสียอีดกานดาคิดในใจ 

“งานก็มีแค่ที่ไอ้ป้องมันบอกคุณนั่นแหละ บ้างครั้งผมกับมันก็อาจจะมีอะไรให้คุณช่วยงานด้วย”
อฐิกรบอกด้วยใบหน้าปกติ เขาไม่ได้หงุดหงิดอารมณ์ไม่ดีเหมือนตอนเช้าแล้ว เพราะตอนนี้เขายอมรับได้แล้ว ยังไงซะเขาก็ต้องอยู่ร่วมกับเธออยู่ดี อีกไม่นานเธอคงจะลาออกไปเอง แต่เขามีเรื่องที่ยังสงสัยอยู่ในใจอยู่ว่าแม่เขาส่งเธอมาทำงานกับเขาเพื่ออะไร ปกติพรนภาก็ไม่เคยมายุ่งเรื่องงานของเขาเลยซักครั้ง ทำไมครั้งนี้แม่ต้องส่งคนมาเป็นแม่บ้านให้เขาด้วย เขาไม่ได้อยากได้เลยซักนิด ทำไมอะไรไม่ปรึกษาเขาเลย นึกอยากจะส่งมาก็ส่งมาเลย

“แม่ผมให้คุณมาทำงานที่นี่กี่ปี”

“หนึ่งปีค่ะ”
กานดาตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่มีพิรุจอะไรเลย 

“แม่ผมจ้างคุณมาทำไม ผมไม่เคยรับคนงานผู้หญิงเลย และอีกอย่างที่นี่มีแต่ผู้ชาย มีแต่งานซ่อมรถ แม่ของผมมีเหตุผลอะไรถึงต้องส่งคุณมาทำงานที่นี่”
เขาถามเธออย่างคนจับผิด เขาไม่รู้ว่าแม่จ้างกานดามาเป็นแม่บ้านที่นี่ทำไม พอเขาถาม พรนภาก็ตอบว่า เขาจะได้สบายขึ้นไม่ต้องไปทำกับข้าวและงานบ้านเอง งานพวกนั้นมันเป็นงานของผู้หญิง แม่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย แต่จริง ๆ เขาทำเองได้ หรือไม่เขาก็จ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งก็ได้ แม่ไม่จำเป็นต้องส่งคนมาอยู่กับเขาเป็นปีเลย 
กานดาได้ฟังเธอก็รู้สึกกังวลและครุ่นคิดอยู่ในใจว่าจะตอบคำถามของเขายังไงดี มันถึงจะดูไม่มีพิรุจและหลุดจนเขาจับได้

“เออ…อันนี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ คุณต้องไปถามแม่ของคุณเอง คุณภาแค่จ้างฉันมาเป็นแม่บ้านที่ของคุณเท่านั้น”
เธอตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ ถึงในตอนแรกเธอจะคิดนานไปหน่อย แต่เขาคงจับไม่ได้หรอกมั้ง

“มึงจะถามกานอะไรมากมายวะ แม่มึงก็แค่จ้างแม่บ้านมาเอง มึงจะสงสัยอะไร”
ธาราว่าให้เพื่อนเมื่อเขาเห็นสีหน้าที่ลำบากใจของหญิงสาว เหมือนมันกำลังทำให้กานดากังวลเลยเขาคิดนะ

“ถามมาเถอะคะ ถ้าคุณอิฐสงสัย”
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ เธอไม่ได้เขินอายเขาเหมือนอย่างตอนแรกแล้ว ดูก็รู้ว่าเขากำลังสงสัยที่อยู่ ๆ ก็มีคนงานผู้หญิงมา คงจะสงสัยว่าเหตุใดแม่ของตัวเองถึงได้จ้างเธอมา ที่จ้างมานี้เพื่ออะไรกันแน่ เธอคิดนะที่เขาคิดแบบนี้ก็คงจะสงสัย หรือเพราะอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาถึงได้ถามเธอแบบนี้ เขายังไม่คุยกับคุณนายเหรอ หรือว่าเขาแค่แกล้งหลอกถามเธอ เพื่อจับผิด

“ฉันไม่สงสัยอะไรแล้ว กินข้าวกันเถอะ”
อฐิกรว่าก่อนจะก้มหน้ากินข้าวโดยไม่ได้พูดอะไรอีก เขาตักแกงเขียวหวานไก่ที่เธอทำเข้าปากเพื่อชิมรสชาติอาหาร

‘ก็อร่อยดีนิ’
เขาคิดในใจไม่ได้พูดมันออกมา
กานดามองเขากินอาหารที่เธอทำแล้วเธอก็อมยิ้มอยู่ในใจ 
ทั้งสามคนกินข้าวกันอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรอีก เธอก็ได้แต่แอบมองตอนที่เขาก้มหน้ากินข้าว 
เวลาที่เขาเงยหน้าขึ้นมาเธอก็ไม่กล้าแอบมองเขา เพราะเธอกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าเธอกำลังแอบมองเขาอยู่
หลังจากที่กินข้าวเสร็จอฐิกรก็ขอตัวขึ้นห้องไปเลย

“ให้ผมช่วยเก็บไหม”
ธาราเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความอยากจะช่วยเก็บจานชามที่ตัวเองกินแล้วไปไว้ในซิงค์ล้างจานช่วยหญิงสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ งานพวกนี้เป็นหน้าที่ของกาน คุณป้องไม่ต้องมาช่วยกานทำหรอกค่ะ”

“งั้นผมกลับก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน”
ธาราได้ฟังแบบนั้นแล้วเขาเอ่ยลาเธอกลับบ้านทันที

“ค่ะ”
กานดาขานรับธาราแล้ว เธอก็ลงมือเก็บจานชามช้อนซ้อม เข้าไปล้างในครัว
เธอล้างเศษอาหารออกพลางคิดไปถึงตอนที่เธอนั่งทานข้าวกับเขา เธออยากจะรู้ว่าเขาชอบอาหารที่เธอทำไหม แต่เธอก็ไม่กล้าถามกลัวว่าเขานั้นจะไม่ชอบเธอ เขาไม่ยิ้มให้เธอและเป็นกันเองเหมือนอย่างธารา เขาดูเงียบไม่ค่อยพูดกับเธอนอกจากเรื่องงาน  
แต่ก็อย่างว่าแหละก็คนละคนกันนิ เธอก็มีสิทธิ์แค่แอบรักเขาเท่านั้นแหละ พอตัวจริงเขามาเธอก็หมดประโยชน์ เธอมันก็แค่เป็นไม้กันหมาแค่ชั่วคราวของเขา พอหมดหน้าที่คุณนายก็ไล่เธอออก แต่ก็ยังดีที่เธอได้เจอเขา ได้อยู่ใกล้ ได้พูดคุยกับเขา ถึงเขาจะไม่ค่อยพูดกับเธอก็เถอะ แต่เธออยู่กับเขาไปมันก็ไม่แน่หรอก เธอก็อาจจะสนิทกับเขาขึ้นมามากกว่าตอนแรกก็ได้ เธอคิดในใจ
กานดาล้างจานเสร็จ
เรียบร้อยแล้วเธอก็เดินกลับห้องทันที 
เธอไม่รู้ว่าจะไปไหนก็เลยไปนอนเล่นในห้องจะดีกว่า ที่บ้านเขาก็บรรยายกาศเงียบสงบดี เงียบจนเธอรู้สึกเหงาและเบื่อในเวลาเดียวกัน
ตอนที่เธอมาถึงที่อู่ซ่อมรถแล้วร้านของเขายังไม่เปิด เธอต้องนั่งพิงรั้วเหล็กรอเขามาเปิดร้าน เธออยากหนีกลับบ้านมากตอนนั้น ไม่อยากมาจะมาอยู่ที่นี่แล้ว มันทั้งกังวลและกลัวไปพร้อมกัน เธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับที่นี่ 
พอเธอได้รู้ว่าเป็นเขาจริง ๆ ใจของเธอก็ไม่คิดอยากกลับบ้านอีก ถึงเธอจะมาด้วยหน้าที่สกัดกั้นผู้หญิงที่จะเข้ามาจีบเขาออกไป แต่เธอก็ดีใจมากที่จะได้อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันกับเขาแค่นี้มันก็นับว่าคุ้มมากแล้วสำหรับเธอ