“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 17 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ
เนื้อหา
ตอนที่ 17
ตอนที่ 17
20:30
“มึงไปซื้อยาลดไข้มาให้กูหน่อยได้ไหม”
อฐิกรกรอกเสียงใส่โทรศัพท์บอกเพื่อนในสายขณะนอนห่มผ้าห่มอยู่บนเตียงนอน
(ทำไมมึงไม่ใช้แม่บ้านที่แม่มึงจ้างมาวะ จะเอาเบอร์โทรกานไหมกูมีอยู่)
“ไม่เอา ไปซื้อให้กูหน่อยเถอะ กูลุกไม่ไหวมึนหัววะ”
อฐิกรบอกเพื่อน เขาไม่อยากโทรหากานดา และไม่อยากให้เธอขึ้นมาบนห้องของเขา ยิ่งในตอนกลางคืนเขายิ่งไม่อยากให้เธอมาบ้านเขามันดูไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
ชายกับหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันสองต่อสองภายในบ้าน ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ควรอยู่กันสองคน เขาก็เลยไม่อยากให้กานดามา และเขาก็ไม่อยากรบกวนเวลานอนและเวลาพักผ่อนของกานดาด้วย
(เออ ๆ แค่นี้แหละ)
ธาราตอบรับเพื่อนไปอย่างนั้นแหละ เขาล่ะเบื่อหน่ายมันนิด ๆ กับนิสัยดื้อของมัน เขาบอกอะไรมันก็ไม่เคยทำตามเลย กานดาเป็นแม่บ้าน แถมยังพักอยู่ใกล้มันอีก เธอก็เป็นคนงานทำไมมันไม่ใช้กานดาวะ ทำไมมันต้องใช้คนที่อยู่ไกลไปซื้อให้ด้วย เสียเงินจ้างกานดามาทำความสะอาดบ้านและทำกับข้าวแล้ว ทำไมไม่ใช่ให้มันคุ้ม เขาล่ะไม่เข้าใจมันเลยจริง ๆ แทนที่จะใช้คนที่อยู่ใกล้ไปซื้อให้ มันยิ่งเร็วกว่าเขาไปซื้อให้มันเป็นไหน ๆ ไม่รู้แหละเขาจะไม่ไปซื้อให้มันแน่ ขี้เกียจขับรถ คิดแบบนั้นแล้วเขาก็โทรหากานดาทันทีรอไม่นานปลายสายก็กดรับ
“มีอะไรรึเปล่าคะ ข้อความนั้นที่ป้องส่งมากานเห็นแล้วนะ”
(ครับ คือผมมีเรื่องอยากจะรบกวนกานได้ไหม)
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
กานดาถามด้วยความสงสัย
(คือ..ไอ้อิฐมันเป็นไข้น่ะครับ กานช่วยไปซื้อยามาให้มันหน่อยได้ไหม ซื้อแล้วเอาไปให้มันในห้องด้วยนะ มันคงเดินลงมาเอายาข้างล่างไม่ไหว มันบอกผมว่ามันปวดหัวมึนหัวลุกไม่ค่อยได้)
'แสดงว่าอาหารที่เธอทำไว้ให้ เขาก็ไม่ได้กินน่ะสิ’
กานดาคิดในใจเมื่อได้ฟังธาราพูด
(นะกานช่วยผมหน่อย เดี๋ยวโอนเงินค่ายาให้)
ธาราเห็นกานดาเงียบไปเมื่อเขาเล่าให้เธอฟัง เขาเลยพูดขึ้นอีกครั้ง เพราะกลัวว่าเธอจะไม่ช่วยเขา
“ค่ะ เดี๋ยวกานจะไปซื้อยาให้คุณอิฐ ตอนนี้เลยส่วนเรื่องเงินป้องไม่ต้องโอนมาหรอก กานเต็มใจช่วย”
อฐิกรป่วยทำไมเธอจะไม่ช่วย ยิ่งเป็นคนที่เธอแอบชอบเธอยิ่งเป็นห่วงและอยากให้เขาหายเป็นไข้ไว ๆ
(จริงเหรอ ขอบคุณนะครับ)
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้นะคะ”
(ครับ)
หลังจากธาราวางสายไป กานดาก็เดินไปหยิบเสื้อแขนยาวมาใส่ และเธอก็เลื่อนหาร้านขายยาใกล้ ๆ บ้านของเขา หาไม่นานเธอก็เจอ แค่เดินข้ามถนน ก็ถึงร้านขายยาแล้ว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณอิฐค่ะ คุณอิฐ”
กานดาร้องเรียกคนในห้องพลางเคาะประตูไปด้วย
“....”
ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ
“งั้นฉันเปิดเข้าไปนะคะ”
ว่าจบกานดาก็จับลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไปเลย
แอ็ด (เสียงเปิดประตู)
ในห้องของอฐิกรมันมืด มืดจนเธอมองเห็นแค่ลาง ๆ
เธอเดินไปหาสวิตซ์ไฟที่ข้างผนังใกล้กับประตู
พรึบ(เสียงไฟสว่างวาบ)
เธอถือถุงยาไปวางไว้ที่โต๊ะ เห็นเขานอนห่มผ้าแน่น หน้าแดงจัด เธอแตะหน้าผากเขา มันร้อนจี๋
กานดารีบไปหากะละมังใส่น้ำมาเช็ดตัวให้เขา เช็ดหน้าผาก แขน ขา เขาครางเบา ๆ อย่างรำคาญแต่ไม่ลืมตา
เธอชั่งใจอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่ผ้าชุบน้ำลากผ่านแผ่นอก กล้ามแขนและหน้าท้อง ความร้อนจากตัวเขาทำให้มือเธอสั่นไปหมด
พอเช็ดเสร็จ เธอหาเสื้อใหม่มาเปลี่ยนให้เขา ยากกว่าที่คิด เพราะเขาตัวหนักเหลือเกิน กานดาฝืนยกเขาขึ้นนั่งอย่าง ทุลักทุเลจนเหงื่อซึม มือข้างหนึ่งเธอโอบตัวพยุงเขาไว้ ส่วนมืออีกข้างถือเสื้อไว้ แต่พอเธอจะใส่เสื้อให้เขาจังหวะนั้นเอง เธอรับน้ำหนักเขาไม่ไหว เพราะใช้แค่แขนเดียวโอบหลังเขาไว้ แล้วเธอก็พลาดล้มลงทับบนตัวเขาเต็ม ๆ
ยังไม่ทันตั้งตัว แขนของอฐิกรก็ยกขึ้นมากอดเธอแน่น
“อื้อ…”
เขาพึมพำเหมือนคนละเมอ กอดเธอไว้ราวกับกอดหมอนข้างของตัวเอง
กานดาพยามยามจะดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขาให้เบาที่สุด แต่อฐิกรก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปเลย ไม่ว่าจะพยามยามลุกมันก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเธอก็ไหลตัวมานอนอยู่ข้างเขาอย่างยอมแพ้ แขนเขายังพาดอยู่ที่ตัวของเธอ แถมขาของเขายังก่ายขาเธอไว้อีกเหมือนจะกักขังเธอไว้ไม่ให้ไปไหนได้
ตอนนี้มันดึกมากแล้ว เธอง่วงเต็มที
ส่วนยาที่เธอซื้อมาเขาคงไม่ตื่นขึ้นมากินแน่ จะปลุกเท่าไหร่เขาคงไม่ยอมตื่น ขนาดว่าเธอเอาผ้าชุ่มน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวเขา เขายังไม่ลืมตาตื่นขึ้นมาเลย มีแค่เสียงครางของเขาที่ร้องออกมาว่ารำคาญเท่านั้น
กานดามองหน้าเขาใกล้ ๆ ใจอ่อนยวบ
เสื้อที่เธอพยายามใส่ให้เขามันก็หล่นลงพื้นไป จนเขานอนเปลือยท่อนบนให้เธอเห็นจนใจสั่นไปหมด คนอะไรหุ่นแน่นมาก ยิ่งตัวเธอแนบกับตัวของเขาเธอยิ่งใจเต้นแรง
กานดาพยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเองไว้ และพยายามจะสงบสติอารมณ์ของตัวเองไม่ให้เตลิดไปมากกว่านี้ และเผลอเอามือไปลูบแผงอกแน่น ๆ ของเขาอย่างที่ใจคิด
“ถือว่าเป็นค่ายาที่เราซื้อมาให้ก็แล้วกัน”
กานดาหมายถึงที่เขากอดเธอ ถือว่าเป็นค่ายาที่เธอซื้อยามาให้เขาและออกเงินซื้อด้วยตัวเอง เธอว่ามันคุ้มมากเลยนะ ไม่รู้ว่าถ้าเขารู้สึกตัว เขาจะกอดเธอแบบนี้ไหมก็ไม่รู้ เธอฟันธงเลยว่าเขาจะไม่ทำแบบนั้นเพราะเขามีสติครบครั้น ที่เขากอดเธอก็เพราะพิษไข้ไม่ก็คิดว่าเธอเป็นหมอนข้างสุดโปรดของเขา อฐิกรถึงได้กอดก่ายเธอขนาดนี้
เธอยิ้มบาง ๆ อย่างสุขใจก่อนหลับตา ลงปล่อยให้เขากอดเธออยู่แบบนั้นจนเกือบเช้า
05:10
กานดารู้สึกตัวตื่นขึ้นเธอค่อย ๆ แกะมือของเขาออกจากตัวของเธออย่างระมัดระวัง พอเธอหลุดพ้นจากอ้อมกอดของเขาได้ เธอก็รีบเพ่นกลับห้องทันที เธอไม่อยู่ถึงเช้าหรอก ไม่อยากให้เขาเห็นและก็รู้ด้วยว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด อีกอย่างเธอก็อายเขาด้วย ที่เธอให้เขานอนกอดเธออยู่บนเตียงจนถึงเช้า
เมื่ออฐิกรตื่นขึ้นมา เขากลับขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
เขาจำได้ลาง ๆ ว่าเขากอดอะไรบางอย่างอุ่น ๆ นุ่ม ๆ ทั้งคืนแต่พอตื่นขึ้นมาเขากลับไม่ได้นอนกอดอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า หรือว่าเมื่อคืนเขาจะฝันไปกันนะ
อฐิกรหันมองข้างตัวเพื่อความแน่ใจ ว่าจริง ๆ แล้ว เขาได้นอนกอดหมอนข้างไหมสุดท้ายมันก็ว่างเปล่า เขาลืมคิดไป
ในห้องของเขาไม่มีหมอนข้าง
แล้วเมื่อคืน เขากอดอะไร เขาได้แต่คิดสงสัย มันเหมือนมากว่าเขานอนกอดอะไรซักอย่าง แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองฝันไปไหม มันเป็นความคิดที่ไม่แน่ชัด และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเชื่อแบบไหน ระหว่างคิดไปเอง กับฝันว่าได้กอดอะไรบางอย่างที่มันนุ่ม ๆ