“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 23 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ

เนื้อหา

ตอนที่ 23

ตอนที่ 23

นภัทรได้ฟังก็ตาแดงก่ำด้วยความเสียใจ ในดวงตาของเขามีน้ำสีใสคลออยู่ในดวงตา แต่เขาก็ไม่ยอมให้น้ำตามันรินไหลออกมาเพราะผู้หญิงที่ไม่ชอบเขา เขาก็พอจะรู้ว่าดนิดาไม่ได้คิดเหมือนที่เขาคิด 
แต่คำตอบที่เขาได้มันทำให้เขาเจ็บและเสียใจมาก ทำไมนะทำไมเขาต้องไปรักคนอย่างดนิดาด้วย เขาไม่เข้าใจหัวใจตัวเองเลย เพื่อให้ตัวเองเสียใจน้อยลงเขาอยากจะทำอย่างที่ใจคิดมานานแล้วกับเธอ ถ้าไม่ได้รักกันก็ไม่เป็นไร แต่เขาขอจูบเธอสักครั้งได้ไหม เป็นจูบเพื่อปลอบใจเขาก็ได้ เขาขอแค่นี้ เขาจะไม่พูดจาไม่ดีกับเธอและจะอยู่นิ่ง ๆ ไม่ไปยุ่งกับเธออีก 
นภัทรคิดแล้วก็หันหน้าไปมองดนิดาที่กำลังหันซ้ายหันขวามองรถเพื่อข้ามถนน พอเขาเห็นว่าเธอยังไปไม่ไกล เขาก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งไปหาดนิดา
แล้วดึงเธอมาจูบ 
ด้วยความต้องการลึก ๆ ในใจของเขา เขาประกบปากเธอแล้วจูบดนิดาอย่างดูดดื่ม เธอทุบอกของเขาแล้วขืนตัวออกจากเขาด้วยความรังเกลียด

เพี๊ยะ

“นี่นายทำบ้าอะไรของนาย”
ดนิดาตบหน้านภัทรอย่างแรงด้วยความเกรี้ยวโกรธ เธอผลักอกเขา แล้วรีบวิ่งหนีนภัทรด้วยความขุ่นเคืองในใจ เธอละเกลียดเขาที่เขามาทำแบบนี้กับเธอ แค่เธอไม่ชอบเขาตอบถึงต้องทำแบบนี้เลยเหรอ คงจะเสียใจมากสินะถึงได้ทำแบบนี้ 

'ฉันไม่มีวันรักนายหรอก ในใจของฉันมีแค่พี่อิฐคนเดียว’
ดนิดาคิดด้วยหัวใจที่แน่วแน่ไม่เปลี่ยนใจไปรักใคร 
ว่าแต่นภัทรชอบเธอตรงไหนกัน

“อย่าตามฉันมา!”
เธอหันหน้ามาบอกเขาเสียงดังขณะวิ่งไปข้างหน้า 
นภัทรได้แต่มองเธอวิ่งหนีไป เขาไม่ตามเธอไปหรอก ถึงตามไปขอโทษ ดนิดาก็โกรธเขาและไม่ฟังคำขอโทษจากเขาหรอก เผลอ ๆ เธออาจจะเกลียดเขาจนเมินเขาไปเลยก็ได้ นภัทรเอามือจับแก้มข้างซ้ายของตัวเองด้วยความรู้สึกผิดที่ทำกับเธอแบบนั้น เขามันเห็นแก่ตัว อยากจะจูบเธอโดยไม่ยับยังความคิดและสติของตัวเองไม่ให้ทำอย่างใจคิดและปราถนา
เขาเสียใจ และไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำงานวันนี้เขาไม่ไหวจริง ๆ ขอไปทำใจก่อนได้ไหม นภัทรคิดแล้วก็กดโทรออกหาเพื่อนทันที

(ว่าไงวะ)

“กูลาได้ไหมวะ ถามเฮียให้หน่อย”

(ทำไมวะ)

“กูคิดว่ากูทำงานไม่ไหววะ”

(มีอะไรบอกกูได้นะ)

“คือวันนี้กูสารภาพรักกับยัยดา เขาไม่ได้รักกู กูอยากไปทำใจก่อน กูไม่อยากให้เฮียรู้ว่ากูเป็นอะไร ไม่อยากให้เฮียกับพี่ป้องเป็นห่วง เรื่องนี้มึงห้ามบอกใครนะว่ากูแอบชอบยัยดา”

(อืม จะให้กูบอกเฮียว่าไง)

“บอกว่ากูท้องเสียก็ได้”

(ได้ แต่มึงอย่าเสียใจนานนะ คนอย่างยัยนั้นไม่เหมาะสมกับมึง มึงตัดใจให้ได้ไว ๆ นะ)

“เออ แค่นี้นะ”
นภัทรตอบเพื่อนไปส่ง ๆ แล้วก็กดวางสาย เขาเดินไปนั่งในศาลาด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง มันเสียใจและเศร้าไปพร้อมกัน เขายังไม่อยากกลับบ้านในตอนนี้ก็เลยมานั่งเล่นในศาลา ในหัวของเขามีแต่คิดภาพเธอซ้ำ ๆ ตอนที่เธอตอบเขาว่าเธอไม่เคยรักเขาเลย และก็ตอนที่เขาไปขโมยจูบเธอ เธอก็ตบหน้าเขาด้วยใบหน้าที่โกรธจัด เหมือนดนิดาจะเกลียดเขาเข้าให้จริง ๆ แล้ว ทำไมเขาต้องรักเธอข้างเดียวด้วย ทำไมเขาถึงไปรักคนที่เขาไม่รักตอบ เขาก็คงเหมือนเธอที่รักเขาข้างเดียว แต่เขาดีกว่าดนิดาเพราะไม่ไปตามตื้อใครให้เขามารักตอบ 
จนมันดูน่ารำคาญและเบื่อหน่ายใจ ในสายตาของเขานะ ดนิดาก็พยายามเกินไปโดยไม่ยอมรับความจริง รู้ทั้งรู้ว่าเฮียไม่ได้รักก็ยังจะพยายามให้ตัวเองเจ็บอีก รักแล้วก็รักเลยไม่เคยเปลี่ยน ถึงเขาจะไม่รัก ก็ยังรักเขาอยู่เหมือนเดิม ถึงเขาจะแต่งงานแล้วแต่หัวใจมันก็รักเขาอยู่ดี ก็เหมือนกับเขานี่แหละที่รู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับเขา เขาก็ยังรักและตัดใจจากดนิดาไม่ได้เลย คงต้องใช้เวลาถ้าจะตัดใจให้ขาดจากเธอ

11:50

“มึงไปรับลูกค้าหน่อยเดี๋ยวรถสองคันนี้กูจัดการเอง”
ธาราเอ่ยบอกเพื่อนที่ซ่อมรถกระบะเสร็จให้ไปรับลูกค้าที่ขับรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวเข้ามา 

“เออ ๆ แล้วนี้คุณกานไปไหนวะ”
อฐิกรดึงแขนเสื้อของตัวเองมาเช็ดเหงื่อก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้

“เห็นว่าไปทำความสะอาดบ้านมึงนะ อีกเดี๋ยวก็คงจะมาที่นี่ละมั้ง”
อฐิกรฟังเพื่อนจบก็เดินไปหารถคันนั้น พอดีกับที่ชายหนุ่มรูปร่างสูงใส่เสื้อสูทเปิดประตูออกมา 
วินาทีนั้นคนที่ลงมาจากรถก็ตกใจตาเบิกกว้างไม่ต่างจากอฐิกรสักเท่าไหร่

“ไอ้อิฐ!”

“ไอ้มอส!”
ทั้งสองเรียกชื่อพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย 
โดยมอสนั้นดูจะดีใจที่ได้เจอเพื่อนเก่าที่ร้านนี้

“มึงไปยังไงมายังวะ”

“กูมาทำงาน แล้วมึงละทำงานที่นี่เหรอ”
มอสถามเพื่อนเขาด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วมองสำรวจร้าน
ไปด้วย

“มา ๆ นั่งก่อน”
อฐิกรไม่ได้ตอบในทันที แต่เขาเอ่ยบอกให้เพื่อนนั่งลงก่อน
มอสหย่อนก้นนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ แล้วอฐิกรก็นั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนเก่า

“กูเป็นเจ้าของร้านไม่ใช่ลูกจ้าง รถมึงเป็นอะไร”

“ไม่รู้วะ อยู่ดี ๆ เครื่องมันก็ดับ โชคดีที่มันมาดับอยู่หน้าร้านมึง แล้วอยู่ ๆ เครื่องมันก็ติดขึ้นมากูเลยขับเข้ามาเช็คที่ร้าน ไม่คิดว่าจะมาเจอมึงที่นี่”
มอสพูดด้วยรอยยิ้ม ธารามองดูทั้งสองคนด้วยความอยากรู้ ว่าสองคนนี้เป็นอะไรกัน พูดคุยกับแบบนี้ก็คงจะเป็นเพื่อนมันละมั้งธาราคิดแล้วเลิกสนใจอฐิกรแล้วมาซ่อมรถต่อ 

“มึงทำงานอะไรเหรอขอถามได้มั้ย”

“กูเป็นเลขาท่านประธานที่กรุงเทพน่ะ พอดีกูมาทำธุระให้เจ้านายที่ขอนแก่น ไม่คิดว่าจะได้เจอมึงที่นี่ เป็นไงสบายดีไหม”

“สบายดีสิวะ รถมึงมันน่าจะแบตหมด เดี๋ยวกูจะเช็คให้”
มอส คือเพื่อนเก่าสมัยมอต้นของเขาเขาเคยอยู่ห้องเดียวกันกับมันตอนนั้นเขาสนิทกับไอ้มอสมาก 
แต่พอเขาย้ายไปเรียนที่อื่นเขาก็ไม่ได้ติดต่อหามันอีก และมันก็ไม่ได้ติดต่อมาหาเขาเหมือนกัน

“เอาน้ำสักแก้วมั้ยเดี๋ยวกูเอามาให้”

“ไม่เป็นไรเพื่อน”

“คุณกานเอาน้ำมาเสริฟ์ให้ลูกค้าหน่อยครับ”
อฐิกรเห็นกานดากำลังเดินเข้ามาในอู่เขาก็เลยตะโกนเรียกเธอ ที่เขาเห็นเธอก็เพราะเขานั่งหันหน้าไปทางบ้านของตัวเอง
กานดาพยักหน้าตอบรับ 

“ถ้าจะเอาขนมด้วยบอกคุณกานเขาได้เลยนะ”

“อืม”
มอสตอบเพื่อนแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลา หลังจากที่อฐิกรลุกออกไปดูรถให้เขา
กานดาก็เดินไปหยิบแก้วใสแล้วกดน้ำใส่จนเกือบจะเต็มแก้ว ก่อนจะนำไปเสริฟ์ลูกค้าที่อฐิกรบอกเธอ

“นี่ค่ะน้ำ”
กานดาบอกคนตรงหน้าแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา
ทันทีที่มอสเงยหน้าขึ้นมาดูเขาก็ตื่นตกใจ ส่วนกานดานั้นพอเห็นหน้าชายหนุ่มคนนี้เธอก็ตกใจตาเบิกกว้างหัวใจเต้นแรงด้วยความกลัว

“เธอ!”

“ขอตัวก่อนนะคะ”
กานดาพูดแล้วก็รีบหันหลังเดินออกไปทันที 

“เดี๋ยวสิเธอ”
มอสรีบคว้าแขนกานดาไว้ เขาสงสัยว่ากานดามาอยู่กับเพื่อนเขาได้ยังไง ทั้งสองไม่เคยคุยกันและไม่เคยสนิทกันนิ เป็นยังไงมายังไงถึงได้มาทำงานด้วยกัน เขาคิดด้วยความไม่เข้าใจ ไอ้อิฐไม่เคยจะสนใจยัยหน้าม้าผิวดำตัวสูงใส่แว่นนี่เลย แต่จะว่าไปพอไม่ได้ใส่แว่น แล้วก็ไม่ได้อวบอ้วนเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทำไมสวยจังวะ แถมยังผิวขาวขึ้นอีกด้วย ใส่ชุดเดรสกระโปรงยาวนี่ก็ดูน่ารักดี