“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 11 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ

เนื้อหา

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

กานดาตื่นขึ้นมาทันทีเพราะนาฬิกาที่ตั้งไว้มันปลุก เธองัวเงียตื่นขึ้นมาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มาปิดมัน 

“ตีห้าครึ่งแล้วเหรอไวจัง”
กานดาพูดกับตัวเองแล้วลุกขึ้นจากเตียงนอนด้วยความขี้เกียจ แล้วเธอก็เดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปอาบน้ำเพื่อลงไปทำงานตามเวลาที่ธาราบอกเธอเมื่อวาน
หกโมงเช้า เธอต้องพร้อม
หลังแต่งตัวเรียบร้อย กานดาเข้าครัวแล้วเปิดหน้าต่างออกเพื่อให้แสงมันเอามาในห้องครัว กลิ่นข้าวสารและเครื่องครัวที่คุ้นเคยเพราะเธอพึ่งทำอาหารเมื่อวานก็นับว่าคุ้นเคยในระดับหนึ่งแล้วล่ะมั้ง เธอเริ่มทำแกงจืดหมูสับอย่างชำนาญ ใส่เต้าหู้ ผักกาดขาว น้ำซุปเดือดปุด ๆ ส่งไอร้อนลอยขึ้นปะทะใบหน้าและกลิ่นหอมของรสดีที่เธอใส่ลงไป ต่อด้วยไข่ตุ๋น เธอตอกไข่ใส่ถ้วยอย่างระมัดระวังคนเบา ๆ ให้เนื้อเนียนก่อนจะปรุงรสด้วยรสดีและซีอิ๊วขาวแล้วใส่แครอทกับต้นหอมที่หั่นไว้แล้วลงไปในถ้วยและก็คนให้เข้ากันอีกที ก่อนที่จะนำไปนึ่ง ทุกอย่างทำด้วยความใส่ใจเพราะคนที่จะกินคือเขา คนที่เธอแอบรัก เธอต้องทำด้วยความตั้งใจหน่อยเพื่อเขาจะติดใจกับข้าวที่ฝีมือเธอ

พอทำอาหารเสร็จเรียบร้อยเธอก็ตักกับข้าวที่ตัวเองทำเสร็จไปวางที่โต๊ะอาหารพร้อมกับเอาฝาชีครอบไว้เพื่อกันแมลงวัน เธอไม่ลืมที่จะเขียนโน๊ตและแปะไว้บนโต๊ะว่า

“วันนี้ฉันทำแกงจืดหมูสับกับไข่ตุ๋นให้คุณค่ะ กินให้อร่อยนะคะคุณอิฐ”
กานดายิ้มกับข้อความที่ตัวเองเขียน หวังว่าเขาจะชอบอาหารที่เธอทำให้วันนี้นะ เธอไม่ได้นั่งพักแต่เดินออกไปยังอู่ซ่อมรถที่อยู่ติดกับบ้านและทำงานต่อ เธอเริ่มกวาดพื้นก่อนและค่อยปัดฝุ่นตามข้าวของของอฐิกร กวาดเศษใบไม้ที่ตกลงพื้นบริเวณหน้าประตูรั้วเหล็กใส่ที่ตักขยะและเอาไปทิ้งในถังที่อยู่ข้างอู่ของเขา เสียงไม้กวาดเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังสม่ำเสมอ จากนั้นเธอมาก็ถูพื้นจนสะอาด และเปิดประตูรั้วเหล็กออก เสียงเหล็กเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดรับอรุณในตอนเช้าที่เธออยากจะขึ้นไปนอนมาก ๆ
และสุดท้ายเธอเดินเข้าไปล้างห้องน้ำ ขัดถูทุกซอกมุมอย่างไม่บ่นสักคำจนตอนนี้มันก็เจ็ดโมงเช้าแล้ว ไม่รู้ว่าเขาตื่นรึยังกานดาคิดพร้อมกับมองไปที่ชั้นสองของบ้านอฐิกร เขาจะมองหน้าเธอติดไหมเนี่ย เมื่อวานเธอเล่นไปหอมแก้มเขาแรงขนาดนั้น ถ้าเธอเจอหน้าเขามันก็มีเขินอายบ้างเล็กน้อย แต่ถ้านานไปเธอก็คงหายเขินอายกับเหตุการณ์เมื่อวานที่เธอไม่ได้ตั้งใจหอมแก้มเขาจริง ๆ แต่มันเป็นเพราะกระโปรงเธอต่างหากที่มันตั้งใจให้เธอหอมแก้มเขา

แสงแดดยามเช้าเริ่มส่องลอดเข้ามา กานดาหยุดยืน สูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง ความง่วงยังไม่หาย ความเหนื่อยก็เริ่มมา
เธอเดินไปกดน้ำที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของอู่ซ่อมรถมากดกินด้วยความกระหายน้ำ แล้วเธอก็ไปนั่งพักที่โต๊ะสำหรับให้ลูกค้านั่งรอ
กานดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กว่ามีใครส่งอะไรมาหาเธอไหม เมื่อไม่มีการแจ้งเตือนอะไร เธอก็ไถฟีดแอปสีน้ำเงินเพื่อดูข่าวสารต่าง ๆ แก้เบื่อและฆ่าเวลาตอนนั่งพัก เธอวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วฟุ่มหน้าลงเพื่อพักสายตาและเธอก็รู้สึกง่วงขึ้นมานิดหน่อยที่ตัวเองตื่นตั้งแต่ตีห้าที่จริงเธออยากนอนนั้นแหละ แต่ไม่กล้าขึ้นไปนอนบนห้อง ถ้าเขารู้เขาได้ด่าเธอแน่ หาว่าเธออู้งานไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง

ตึก ตึก ตึก(เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา)
กานดาได้ยินและคิดว่าเป็นเขาที่กำลังเดินเข้ามา เธอยิ้มออกมาก่อนจะรีบลุกจากเก้าอี้อย่างรวดเร็ว

“จ๊ะเอ๋ กับข้าวที่ฉันทำอร่อยไหมคะ”
กานดาพูดเสียงดังเพื่อทำให้เขาตกใจ แต่พอเธอเห็นว่าเป็นใครเธอก็ตกใจตาเบิกกว้างแทน คนที่เดินเข้ามาก็ตื่นตกใจจนชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินเข้ามาเหมือนกัน

“พี่กาน!”
ธวัชเรียกชื่อกานดาด้วยความประหลาดใจปนดีใจที่เขาเห็นพี่กานอยู่ที่นี่ เขารีบเดินเข้าไปสวมกอด
พี่สาวที่รู้จักด้วยรอยยิ้มจนเธอไม่ทันได้ตั้งหลักจนเกือบจะหงายหลังล้มใส่เก้าอี้ข้างหลัง กานดายืนนิ่งให้รุ่นน้องกอดอยู่ซักพักก่อนที่เธอจะผละออกจากอ้อมกอดของรุ่นน้องเพื่อถามด้วยความสงสัย

“วัชทำงานที่นี่เหรอ”

“ใช่ครับ แล้วพี่ล่ะทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้”
ธวัชถามด้วยความสงสัย ร้านมันยังไม่เปิดทำไมรุ่นพี่ถึงมาอยู่ที่นี่มารับรถเหรอก็ไม่น่าใช่ เพราะรถทุกคันที่เขาซ่อมไม่มีรถของผู้หญิงเลย เขาเลยอยากรู้และสงสัยไปพร้อมกัน 

“พี่มาเป็นแม่บ้านอยู่ที่นี่น่ะ เพิ่งมาถึงเมื่อวาน”
กานดาพูดด้วยรอยยิ้มเธอดีใจที่เจอคนรู้จักที่นี่ แถมยังเป็นรุ่นน้องที่ทำงานด้วยกันอีก เธอจะไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว ทั้งสองคนหารู้ไม่ว่า
ที่บริเวณทางเข้าอู่ อฐิกรและเพื่อนของธวัชกำลังแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความสนใจ
นภัทร เพื่อนของธวัช เดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นตรง ๆ

“แฟนเหรอวะ”
ธวัชหัวเราะเบา ๆ แล้วส่ายหน้า

“ไม่ใช่หรอก รุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกันน่ะ”
เขาหันไปทางกานดา ก่อนจะเอ่ยแนะนำอย่างเป็นกันเอง

“พี่กาน นี่นภัทร เพื่อนผม ทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกันครับ”
นภัทรยิ้มให้กานดา พลางพยักหน้าทักทายอย่างสุภาพ ส่วนกานดาก็ยิ้มตอบ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยที่บรรยากาศไม่ได้อึดอัดอย่างที่คิด

“พี่ชื่อกานนะ เป็นแม่บ้าน มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้นะ”
กานดาพูดด้วยรอยยิ้ม

“ครับ”
นภัทรตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
ในขณะเดียวกัน อฐิกรเดินผ่านพวกเขาไปเงียบ ๆ ไม่พูดไม่จา ตรงไปยังรถที่ซ่อมค้างไว้ ทำท่าทางเหมือนไม่ได้สนใจบทสนทนานั้นเลยแม้แต่น้อย
แต่ความจริงแล้ว เขาได้ยินทุกคำชัดเจน
แม้ภายนอกจะดูเฉยชา ไม่แสดงความอยากรู้อยากเห็น ทว่าภายในกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เพียงแค่คำตอบจากปากธวัชว่า รุ่นพี่ที่เคยทำงานด้วยกัน ก็เพียงพอแล้ว
อฐิกรรู้คำตอบที่ตัวเองอยากรู้
และนั่นก็ทำให้เขาก้มหน้าซ่อมรถต่อไป กานดาหันไปมองเขาซ่อมรถ เธอไม่กล้าถามว่าอาหารที่เธอทำอะไรไหม เขาได้กินหรือเปล่าแต่เธอก็ได้แค่คิดและไม่กล้าถามเขา

“มาทำงาน มึงจะยืนอะไรกันอยู่ตรงนั้น รีบเอากระเป๋าไปเก็บได้แล้ว เดี๋ยวลูกค้าก็มาเอารถ”
อฐิกรพูดขึ้นเสียงดัง พร้อมกับถือไขควงจะไปไขน็อตออกเพื่อเปลี่ยนไฟส่องทางหน้ารถอันใหม่

“ครับเฮีย”
ทั้งสองหนุ่มขานรับพร้อมกันแล้วเดินเอาของไปเก็บในตู้ล็อกเกอร์ทันที

“ส่วนเธอไปกวาดใบไม้ที่หน้าบ้านของฉันให้สะอาด”
กานดากำลังจะหมุนตัวเดินออกไป เธอก็ชะงักเท้าและหันไปมองทางเขาแล้วตอบว่า

“ค่ะ”

“เธอกินข้าวรึยัง”

“ยังเลยค่ะ”
กานดาตอบกลับเขาด้วยใบหน้างง เธอไม่คิดว่าเขาจะถามเธอว่ากินข้าวแล้วหรือยัง หรือว่าเขาจะกินอาหารที่เธอทำไว้ให้แล้วนะ

“เธอไปกินข้าวก่อนค่อยไปกวาดใบไม้ ก็ได้แล้วตอนเที่ยงทำอาหารเอามาที่นี่เลยนะ”

“ค่ะ”
กานดาแอบยิ้มในใจ ที่เขาเป็นห่วงว่าเธอจะไปทำงานก่อนกินข้าว หรือเธอคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป ก็แค่เขาบอกกินข้าวเอง ทำไมเธอถึงต้องดีใจด้วยนะ