“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 9 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25

เนื้อหา

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9

(ทำงานเป็นไงบ้างลูก)
ทิพย์ใจถามลูกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ก็ดีค่ะ วันนี้เขาให้กานทำอาหาร พรุ่งนี้
ร้านเขาเปิด งานก็ไม่ได้มีอะไรมาค่ะ เขาให้เงินเดือนกานด้วยนะคะแม่ เดือนละห้าพัน”
เธอเล่าให้แม่ฟัง

(ดีแล้วแหละลูก อย่างนี้ลูกก็ได้สองเด้งเลยสิ)

“ค่ะ แล้วที่ร้านวันนี้เป็นยังไงบ้างคะ”

(ก็เรื่อย ๆ นั้นแหละลูก ลูกค้าก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วลูกชายคุณนายเขาดีกับลูกไหม)

“ก็ดีค่ะ คนงานที่กานจ้างมาเขาทำงานดีไหมคะแม่”

(ทำงานดีอยู่นะ ขยันแล้วก็รวดเร็วดีแม่ชอบ)

“ก็ดีแล้วล่ะคะ แม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก”

(คุณอิฐเขาให้ลูกพักที่ไหน)
ทิพย์ใจถามลูกสาวด้วยความเป็นห่วงเรื่องที่อยู่

“เขาให้กานพักที่อู่ค่ะ ส่วนเขานอนที่บ้าน อู่ซ่อมรถกับบ้านคุณอิฐอยู่ใกล้กันค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะ แค่เดินไปไม่กี่เมตรก็ถึงบ้านเขาแล้ว แม่มีอะไรอีกไหม กานว่าจะนอนพักผ่อน”

(มี แม่ส่งไลน์คุณนายให้แล้วนะ เอาไว้ส่งข้อความรายงานคุณนาย ถ้าไม่จำเป็นอย่าโทรหาคุณนาย ส่งข้อความเอานะกาน แค่นี้แหละที่แม่จะบอกกาน นอนพักเถอะ)

“ค่ะ”
เธอก็กดวางสายแล้วโยนมือถือไว้ข้างตัวแล้วเธอก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง นอนเพดานอย่างคนไม่รู้จะทำอะไร เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปที่แม่ส่งมาให้เธอ มันเป็นคิวอาร์โค้ดไลน์ของคุณนาย กานดากดเข้าแอปพิเคชั่นสีเขียวแล้วทำการแอดไลน์คุณนายทันที 

ติ้ง (เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น)

(เธอเห็นผู้หญิงที่มาจีบลูกชายฉันรึยัง)

“รอเราแอดไลน์อยู่เหรอวะ ถึงได้ส่งมาข้อความมาไวขนาดนี้”
กานดาพูดกับตัวเอง เธอแอดไลน์ปุ๊บคุณนายก็ส่งข้อความมาหาเธอปั๊บเหมือนนั่งเฝ้ารอเสียงแจ้งเตือนยังไงยังงั้นแหละ

“ยังเลยค่ะ วันนี้ร้านปิด”
กานดาส่งข้อความตอบกลับคุณนายไป

(เหรอ ถ้าใครที่มาจีบลูกชายฉัน เธอถ่ายรูปส่งมาให้ฉันดูด้วย)

“ค่ะ”
ถ้ามีผู้หญิงสามสี่คนมาจีบอฐิกร เธอต้องถ่ายรูปส่งไปให้คุณนายทุกคนเลยเหรอ กานดาคิดในใจ แต่เธอไม่กล้าส่งข้อความถามกลับไป ก็คงต้องถ่ายให้ครบหมดทุกคนนั้นแหละมั้ง เพราะพรนภาบอกว่าใครที่มาจีบเขา เธอต้องถ่ายรูปไว้ แต่ขออย่าให้มีผู้หญิงมาจีบเขาเยอะเลย แค่คนเดียวเธอก็แอบเสียใจอยู่เล็กน้อย ที่เธอต้องมาทำงานกันผู้หญิงออกจากเขา แค่เธอกันตัวเองออกจากอฐิกรเธอยังทำไม่ได้เลย แค่เธอเห็นหน้าเขา เธอก็อยากจะเอาตัวเองไปอยู่ใกล้ ๆ กับเขาแล้ว นับประสาอะไรกับผู้หญิงพวกนั้น พวกเธอคงหลงเสน่ห์ในความหล่อเหลาของอฐิกรเหมือนเธอแน่ ๆ เธอต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดี ไม่ใช่เพราะคุณนาย แต่เพราะเธออยากทำเองต่างหาก พอรู้ว่าเป็นเขาเธอก็ไม่อยากให้เขามีใครเลย นอกจากเธอ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขามีคนที่ต้องแต่งงานด้วยอยู่แล้ว 

(มีอะไรก็รายงานฉันได้ตลอดนะ ถ้าเกี่ยวกับคนที่มาตามจีบลูกชายของฉัน เธอต้องสกัดกั้นพวกผู้หญิงบ้านนอกออกให้หมด อย่าให้เข้าใกล้ลูกชายฉันได้ และห้ามให้ลูกชายฉันคบกับใครเด็ดขาด เข้าใจไหมจนกว่าน้องแนนจะเรียนจบ)

“เข้าใจค่ะคุณนาย”
กานดาพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว คุณนายไม่บอกเธอก็ยินดีทำให้อยู่แล้ว 
ที่พรนภาพูดมาเนี่ยยกเว้นเธอใช่ไหมที่สามารถเข้าใกล้เขาได้ เธอคิดในใจ

หน้าบ้าน

14:30

“พี่อิฐค่ะ พี่อิฐอยู่ไหม พี่อิฐ!”

'เสียงใคร’
กานดาคิดในใจพร้อมกับลุกขึ้นไปดูที่หน้าต่างด้วยความสงสัย เธอไม่เห็นว่าใครมาเรียกอฐิกรเพราะว่าประตูรั้วเหล็กมันบังไว้เธอก็เลยไม่เห็นตัวคน
ดีที่คุณนายไม่ได้ไลน์อะไรมาบอกเธออีก เธอก็เลยรีบเดินลงไปดู

“นี่แกเป็นใคร”
ดนิดาเอ่ยถามทันทีที่เห็นผู้หญิงเดินเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจพลางจ้องมาใบหน้าของกานดาอย่างสำรวจ ยัยนี่ก็สวยไม่เบา แต่สวยไม่เท่าเธอหรอก เธอสวยกว่าตั้งเยอะ 
ดนิดาคิดในใจแล้วจิกตามองคนตรงหน้าอย่างไม่นับเป็นมิตร

“เป็นใครก็ได้ค่ะ”
กานดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนักที่ผู้หญิงคนนี้เรียกเธอว่าแก แถมยังถามเธอแล้วอารมณ์ใส่เธอด้วย
 
“นี่แกกล้ากวนทีนฉันเหรอ”
ดนิดาถามด้วยน้ำเสียงขึงขังชักสีหน้าใส่กานดาด้วยความไม่ชอบใจ

“ใช่! ก็เธอเริ่มก่อนนิ”
กานดาว่าด้วยสีหน้าที่ไม่รับแขก

“พี่อิฐอยู่ไหม”
ดนิดาเอ่ยถามเสียงแข็งเธอไม่อยากจะเถียงกับยัยป้าแต่งตัวเฉิ่มให้เสียเวลาที่เธอมาหาพี่อิฐ

“อยู่”
กานดากระแทกเสียงตอบคำเดียว

“เปิดประตูเดี๋ยวนี้”
ดนิดาเชิดหน้าบอกกานดาด้วยน้ำเสียงแหลมคม

“ไม่ค่ะ วันนี้วันหยุด คุณอิฐเขาไม่ว่าง มีอะไรบอกฉันไว้ก็ได้ค่ะ”
นี่คงเป็นคนที่มาตามจีบเขาสินะ

“นี่แกถามถ่ายรูปฉันทำไม”
ดนิดาเอามือปิดบังใบหน้าไว้ไม่ให้นังเฉิ่ม ๆ นี่ ได้ถ่ายรูปเธอได้

“ก็ถ่ายเอาไว้ให้คุณอิฐดูสิคะ ว่ามีผู้หญิงที่แต่งตัวเปรี้ยวมาหา”
กานดาบอกคนตรงหน้าแล้วยิ้มที่มุมปากเธอไม่ลืมที่จะกดส่งรูปของแม่นี้ไปให้แม่ของอฐิกรดูพร้อมพิมพ์ส่งข้อความไปหาคุณนายว่า

“คนนี้แหละค่ะ ที่มาตามจีบลูกชายคุณนาย วันนี้เป็นวันหยุดก็ยังจะมาอีกนะคะ ดีที่กานขัดขวางผู้หญิงคนนี้ได้ทัน”
ที่เธอพูดว่าแต่งตัวเปรี้ยวเพราะเธอคนนี้ใส่เสื้อเอวลอยโชว์ไหล่ทั้งสองข้าง แถมยังใส่กระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่าอีก ไม่เรียกว่าแต่งตัวเปรี้ยวซี๊ดจ๊าดได้ยังไง 

Rrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นดนิดาก็เลยหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายด้วยความหงุดหงิดที่แม่โทรมาหาเธอในตอนนี้

“ค่ะแม่ ดากำลังกลับ”
ดนิดาพูดกับผู้เป็นแม่แล้วกดวางสายด้วยความอารมณ์เสีย

“ฝากไว้ก่อนเถอะยัยป้า นี่ขนมฉันฝากเอาไปให้พี่อิฐด้วย แกห้ามแกะกินเด็ดขาด”
ประโยคสุดท้ายดนิดาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด พร้อมกับแขวนถุงขนมไว้ที่รั้วบ้านแล้วหันหลังเดินไปขึ้นรถแล้วปิดประตูเสียงดังใส่คนที่ยืนอยู่อย่างจงใจเมื่อเธอทำอะไรไม่ก็ปิดประตูใส่เพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดที่อยู่ในใจ แม่นะแม่จะมาโทรตามเธอตอนนี้ทำไม เธอยังไม่ได้เข้าไปหาพี่อิฐของเธอเลย มันเป็นใครกันทำไมถึงมาอยู่บ้านพี่อิฐได้ เธอไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลย มันเป็นใครวะ ดนิดาคิดในใจด้วยความสงสัยและอยากรู้ไปพร้อมกัน 
พรุ่งนี้เธอต้องรู้ให้ได้ว่ามันเป็นใคร มันต้องมาแย่งพี่อิฐของเธอแน่ มาขัดขวางไม่ให้เธอเข้าบ้านแบบนี้ 

ดนิดา หรือ ดา อายุ 27 ตามจีบอฐิกรมาหลายปีแล้ว แต่พี่อิฐก็ไม่ชอบเธอซักที เธอทั้งอ่อยทั้งยั้วพี่เขาก็ไม่เคยเล่นด้วย ไม่รู้แหละจะอ่อยสักกี่ปีเธอก็ไม่ยอมแพ้หรอก

“ใครอยากจะไปกินของเธอกัน”
กานดาเดินเข้ามาในอู่พลางเปิดถุงขนมดู ว่ายัยนั่นเอาอะไรมาให้อฐิกร มันเป็นขนมอัดรสเผือกและรสกล้วย แล้วก็ยังมีขนมทองม้วนและก็กล้วยทอดมันทอด

“ค่อยเอาไปให้เขาวันนี้พรุ่งนี้ล่ะกัน”
กานดาพูดกับตัวเองแล้วก้าวขึ้นบันไดเพื่อกลับห้อง แต่เธอก็ฉุดคิดขึ้นได้ว่าเธอต้องเนียนเข้าใกล้เขาสิ โอกาสมันมาแล้ว เธอจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ทำไม กานดาคิดได้แบบนั้นเธอก็เดินตรงไปหาเขาที่บ้านทันที

“ขอขึ้นไปหน่อยนะคุณ หวานใจคุณเอาของฝากมาให้”
เธอพูดกับตัวเองแล้วยิ้มกริ่มด้วยความพอใจกับความคิดของตัวเอง เธอต้องทำหน้าที่ส่งขนมให้เขาถึงมือเลยยัยนั่นจะได้ไม่ว่าเธอไม่เอาไปให้เขา เธอคิดว่ายัยแต่งตัวเปรี้ยวคนนั้นต้องมาหาอฐิกรอีกแน่ ทรงนี้คงจะกลัวว่าเธอจะมาแย่งอฐิกรไปล่ะสิ งานนี้แหละเธอจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่เลย เธอจะไม่ทำให้คุณนายผิดหวังอย่างแน่นอน ที่บอกว่าทำอย่างเต็มที่เนี่ย เพื่อตัวเองล้วน ๆ นะ แต่ถ้าอฐิกรรักยัยนั่นจริง ๆ เธอจะถอยออกมา แต่ถอยนี่คือไม่ขัดขวางนะ แต่ที่เธอทำเพราะมันเป็นงานที่คุณนายสั่ง แต่ใจของเธอก็คงต้องยอมตัดใจจากเขา แต่ถ้าเขาไม่ได้รักยัยนั่น เธอก็จะไม่ตัดใจและจะขัดขวางยัยนั่นให้หัวเสียไปเลย ทนได้ทน แต่ถ้าทนไม่ได้ก็ดี เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยใจและเหนื่อยกายที่ต้องมาสกัดกั้นยัยนี่ตลอดทุกวัน