“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 4 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25

เนื้อหา

ตอนที่ 4

ตอนที่ 4

กานดายืนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ที่หน้าประตูรั้วบ้าน หลังจากที่เธอจ้างวินมอเตอร์ไซค์มาส่งที่อู่ของคุณอิฐ เธอยืนมองเข้าไปข้างในอยู่นาน เหมือนว่าร้านมันยังไม่เปิด เพราะตอนนี้มันเช้ามาก ๆ 
เธอดูในแอปจีพีเอสแล้ว มันบอกว่าอู่ซ่อมรถของคุณอิฐเปิดแปดโมงเช้า

'แล้วเราจะทำยังไงเนี่ย ร้านเปิดตั้งแปดโมงจะให้เธอยืนรอเขาที่หน้าบ้านแบบนี้มันไม่ใช่ความคิดที่ดีซักเท่าไหร่’
กานดาคิดในใจ

“คุณอิฐค่ะ คุณอิฐ! อยู่มั้ยคะ”
กานดาตัดสินใจเรียกเขาเสียงดัง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้ยินเธอหรอกแต่เธอก็จะเรียกเขาอยู่ดี เพื่อว่าเขาจะได้ยินเสียงเธอ เธอจะเรียกเขาเสียงดังเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะมีคนมาเปิดประตูให้
เธอจึงทรุดตัวนั่งลงข้างรั้วบ้านของเขาอย่างคนทำอะไรไม่ได้ ถ้ามั่วแต่เรียกเขาแบบนี้คอเธอได้แห้งกันพอดี เธอเอาศรีษะพิงประตูรั้วเหล็กสีน้ำเงินทองด้วยความอยากนอน อยู่บนรถเธอหลับไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวหลับเดียวตื่นกลางดึก เพราะรถมันเต้นอยู่ตลอดเวลา แถมเสียงเครื่องยนต์รถทัวร์ก็ดังด้วย ไหนจะเบาะที่แคบและที่วางเท้าก็ไม่ค่อยยาวและกว้างแถมคนข้างหน้าก็เอนเบาะมาหาเธอจนเธอรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย เธอขอนอนงีบสักพักแล้วกัน ถ้าจะรอเขามาเปิดร้านนานขนาดนี้ ถ้าจะไปเช่าโรงแรมตอนนี้มันก็ยังไงอยู่ อีกอย่างเธอไม่อยากเสียเงินด้วย

ปี๊ก ปี๊ก (เสียงบีบแตรรถ)
กานดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสียง
เธอนั่งมองรถกระบะสีขาวด้วยความงัวเงีย มีผู้ชายคนหนึ่งลงมาจากรถแล้วเดินมาหาเธอ ใบหน้าของเขาก็หล่อเอาการอยู่ ผิวขาว ส่วนสูงน่าจะร้อยแปดสิบ จมูกโด่ง ใบหน้าคมเข้มแบบฉบับบ่าวอีสาน

'เป็นเจ้าของร้านเหรอ’
เธอคิดในใจ เมื่อเห็นเขาใส่เสื้อคอปกสีเทาที่มีรอยเปื้อนคราบสีดำจาง ๆ ที่แขนเสื้อ และกางเกงยีนส์ขาด ๆ ที่เปื้อนคราบสีดำนั่นแล้ว ดูไปดูมาก็ดูเท่ห์แบบช่างไม่เบาเลย พอเธอคิดว่าเขาเป็นเจ้าของร้านใจของเธอก็ห่อเหี่ยวขึ้นมา ที่เธอคิดไว้เธอคงหวังมากเกินไป เฮ้อแต่ก็ไม่เป็นไรหรอกจะเป็นใครก็ชั่งเธอก็จะอยู่กับเขาให้ได้เพื่อที่ทำกินของแม่เธอต้องทำให้ได้

“คุณมาเอารถเหรอครับ วันนี้ร้านปิดนะครับ”
ผู้ชายคนนั้นถามเธอพลางมองกระเป๋าเป้ของเธอที่วางอยู่ที่พื้นข้างประตูรั้วเหล็ก เธอลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะได้คุยกับเจ้าของร้านดี ๆ

“เออ..ไม่ใช่ค่ะ คุณคือคุณอิฐใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่ครับ ผมชื่อ ธารา จะเรียกว่าป้องก็ได้ ผมเป็นเพื่อนกับมัน และเป็นหุ้นส่วนกับมันด้วยครับ”
กานดาได้ฟังก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมา เธอก็นึกว่าคนตรงหน้าคือคุณอิฐ ที่แท้ก็ไม่ใช่

“ออค่ะ คือฉันมาเป็นแม่บ้านที่นี่ ฉันเห็นว่าร้านของคุณอิฐเปิดแปดโมง ฉันก็เลยนั่งรออยู่ตรงนี้ค่ะ”

“ออ.. คุณนี่เองที่จะมาเป็นแม่บ้าน แล้วคุณชื่ออะไรมาจากที่ไหนครับ”

“ฉันชื่อกาน มาจากกรุงเทพ อายุสามสิบห้าปีค่ะ”
กานดาแนะนำตัวโดยล่ะชื่อจริงไว้ไม่ให้เขารู้

“อายุเท่ากันเลยครับคุณคือคนที่คุณภาแม่ของไอ้อิฐส่งมาใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นคุณเปิดประตูให้ผมหน่อยมันไม่ได้ล็อก เดี๋ยวผมจะพาคุณเดินดูรอบบ้านว่าต้องทำอะไรบ้าง”

“ได้ค่ะ”
กานดาตอบรับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงขันแข็ง หลังจากธาราขึ้นไปบนรถแล้ว กานดาก็รีบเลื่อนประตูเหล็กให้เปิดออก แล้วรถกระบะสีขาวคันงามก็แล่นเข้าไปในบ้าน เธอปิดประตูรั้วไว้เหมือนเดิม พลางมองสำรวจรอบบ้านของคุณอิฐไปด้วย ข้างหน้าที่เธอเห็นนั้นจะเป็นอู่ซ่อมรถมีประตูม้วนปิดไว้อยู่มันก็ใหญ่อยู่พอสมควร พอเธอเดินลึกเข้ามาอีกเธอก็เห็นบ้านโมเดิร์นสีขาวสะอาดตาขนาดบ้านปานกลางไม่ใหญ่ไม่เล็กตั้งอยู่หลังอู่ซ่อมรถ มันเป็นบ้านปูนสองชั้น แล้วก็มีม้าหินอ่อนสองตัววางอยู่หน้าบ้าน และก็ยังมีชิงช้าไม้ขนาดปานกลางนั่งได้สองคนตั้งอยู่ข้างบ้านอีกด้วย ต้นไม้ก็ปลูกไว้รอบบ้านดูร่มรื่นดี 

“คุณกานครับ ตามผมมาทางนี้”
เมื่อเขาจอดรถเสร็จเขาก็เดินมาหาเธอที่กำลังมองดูรอบ ๆ บ้านอยู่
กานดาละสายตาออกจากสิ่งเหล่านั้นแล้วหันหน้ามาหาธาราที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่รู้ว่าเขาเดินมาหาเธอตอนไหน สงสัยเธอคงจะมองดูบ้านคุณอิฐเพลินจนไม่รู้สึกตัว 
เธอยิ้มให้กับเขาเล็กน้อยที่มัวแต่สนใจบ้านของคุณอิฐจนลืมว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่

“คุณป้องจะพาฉันไปไหนคะ”
เธอถามเขาด้วยความอยากรู้

“พาเธอไปดูห้องนอนไง มาเหนื่อย ๆ ต้องนอนพักเอาแรงก่อนพรุ่งนี้ค่อยทำงาน”

“ค่ะ”
ธาราพากานดามาที่อู่ซ่อมรถ

“ไอ้อิฐมันให้คุณนอนที่นี่นะ”
ธาราเอ่ยบอกขณะเปิดประตูอู่ซ่อมรถออก เผยให้เห็นข้างในที่มีอุปกรณ์ซ่อมรถจำนวนหนึ่งที่อยู่ชั้นเหล็ก บางอันก็ยังอยู่ที่พื้นเหมือนกับว่ายังไม่ได้เก็บเข้าที่ และมีรถกระบะสองสามคันจอดอยู่ บางคันก็ถอดไฟหน้ารถออก เหมือนยังซ่อมไม่ทันเสร็จ พอธาราเปิดประตูออกแล้วเขาก็เดินนำกานดาขึ้นมาที่ชั้นสอง 

“นี่ห้องของคุณนะ ถ้าต้องการอะไรบอกผมได้ นี่เบอร์ผม คุณเอาของไปเก็บให้เรียบร้อย แล้วลงไปหาผมข้างล่างนะ”
ธาราบอกกานดาก่อนจะยื่นแผ่นกระดาษสีขาวที่เขาเขียนเบอร์โทรของตัวเองไว้แล้วยื่นให้หญิงสาว แล้วเขาก็เดินลงไปข้างล่างปล่อยให้กานดาได้จัดของให้เสร็จเรียบร้อย

“ค่ะ”
กานดาเดินเข้ามาในห้อง ห้องที่เธออยู่ก็ไม่ได้แย่ ห้องก็ไม่ค่อยใหญ่มากเหมาะสำหรับนอนคนเดียว เธอเดินเอากระเป๋าไปวางไว้บนโต๊ะที่จัดไว้ใกล้กับหน้าต่าง แล้วเธอก็มาทดสอบเตียงนอนว่ามันนุ่มไหม ที่นอนมันก็นุ่มปกติไม่ได้นุ่มมาก เหมือนห้องนี้ไม่มีคนมานอนหรือใช้งานนานแล้ว มีแค่ฝุ่นเกาะที่พื้นและตามสิ่งของเท่านั้น นอกนั้นก็สะอาดเป็นระเบียบ ของในห้องก็มีไม่เยอะ มีเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า เก้าอี้กับโต๊ะแค่นั้น เธอเปิดประตูออกไปดูข้างหลังเพื่อดูว่าตรงนี้มันคืออะไร มันคือที่ตากผ้าและมีระเบียงให้ชมวิว พอเดินไปอีกก็จะเป็นห้องน้ำ
หลังจากสำรวจห้องเรียบร้อยแล้วเธอก็มาจัดเสื้อผ้าใส่ตู้และเอาของต่าง ๆ ที่เธอเอามาจากบ้านเอามาวางไว้บนเตียงก่อน
หลังจากที่ธาราแยกกับกานดา เขาก็รีบเดินไปหาเพื่อนที่บ้านทันที

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ไอ้อิฐมึงตื่นยังวะ ไอ้อิฐ!”
ธาราทั้งเคาะประตูทั้งเอ่ยเรียกเพื่อนเสียงดัง

“....”
ไม่มีเสียงตอบรับจากข้างใน เขาก็เลยลองบิดลูกบิดประตูดูว่ามันจะเปิดได้ไหม สรุปมันล็อก เขาก็เลยโทรหามันเพื่อว่าเสียงเรียกเข้าจะปลุกให้มันตื่น ถ้ามันยังคงนอนหลับอยู่

(โทรมาทำไมวะ ร้านหยุด มึงลืมเหรอไอ้ป้อง)
อฐิกรคว้าโทรศัพท์มากดรับสายด้วยความรำคาญ ที่มีคนมาปลุกเขา

“ไม่ได้ลืมเว้ย มาเปิดประตูให้กูหน่อย กูอยู่หน้าห้องมึงเนี่ย”

(เออ ๆ)
อฐิกรตอบรับเพื่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด หมดกันการนอนตื่นสายของเขาวันนี้

แอ๊ด (เสียงเปิดประตู)

“มีอะไรวะ! ถึงมาหากูถึงที่นี่”
อฐิกรถามด้วยใบหน้าที่บูดบึ้งด้วยความหงุดหงิด

“มึงลืมเหรอไอ้อิฐ มึงคิดดี ๆ ว่ามึงให้กูมาทำอะไร วันหยุดแบบนี้กูไม่มาหามึงหรอกคร้าบเจ้านาย”
ประโยคสุดท้ายธาราว่าอย่างกวน ๆ ที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากมาหรอก เพราะคนตรงหน้าเขานี่แหละให้มา แถมยังให้เขามาที่ร้านตอนเช้า ๆ อีก
เมื่อคืนวานไอ้อิฐมันโทรมาระบายเรื่องนี้กับเขา มันเลยให้เขามารับหน้าคนที่แม่มันส่งมาให้ทำงานกับมันด้วย และมันก็ให้เขาจัดการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่อยู่ หรือแม้กระทั่งการสั่งงานมันก็ให้เขาจัดการทั้งหมด ก็คือมันโยนมาให้เขาทุกอย่างนั้นแหละ ส่วนตัวมันเองก็จะอยู่เฉย ๆ ไม่ทำอะไรทั้งนั้น 

“เออ ๆ เมื่อกี้กูลืม เขามาแล้วเหรอวะ”
อฐิกรถามเพื่อนแล้วเดินนำเข้ามาในห้อง

“มาแล้ว กูให้เขาจัดของอยู่ที่ห้อง ทำไมมึงไม่ให้เข้ามานอนที่บ้านกับมึงวะ จะได้สะดวกเวลาที่มึงต้องการอะไร”

“ให้เขานอนที่นั่นแหละ กูไม่อยากให้เขามานอนบ้านกู มันไม่เป็นส่วนตัว นอนคนละที่นี่แหละดีแล้ว”

“กูยังไม่ได้สั่งงานเขานะ กูให้เขาจัดของให้เรียบร้อยก่อน ค่อยสั่งงานส่วนเบอร์โทรของกู กูให้คุณกานแล้วนะ”

“คนงานคนนี้กูให้มึงจัดการเลยนะ กูไม่อยากยุ่งกับคนของแม่วะ จะส่งมาทำไมก็ไม่รู้ เอาจริง ๆ กูไม่อยากได้เลยวะ แต่กูก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้ พวกงานบ้านงานเรือนกูก็ทำได้ นี่เล่นส่งผู้หญิงมากูยิ่งไม่ชอบ ส่งแม่นั่นมาในดงผู้ชายชัด ๆ กูว่าไม่เกินอาทิตย์ต้องลาออกแน่นอน”

“กูก็ว่างั้นแหละ สวย ๆ แบบคุณกานจะทำงานบ้านทำกับข้าวได้เหรอ ดูทรงแล้วกูว่าทำอะไรไม่เป็นชัวร์”
ธาราเห็นด้วยกับประโยคสุดท้ายของเพื่อน เขาเห็นคุณกานครั้งแรก เขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้ทำไมสวยจัง ตัวก็สูง ผิวก็ขาว ทีแรกเขานึกว่าเธอจะมารับรถ แต่เขาลืมไปว่าวันนี้วันหยุด ลูกค้าของเขาเองก็รู้ว่าร้านปิดวันไหนบ้าง พอเธอบอกว่ามาทำงานที่นี่เขาถึงได้รู้

“ชื่อกานเหรอวะ”

“เออ อายุเท่าพวกเราเลย มึงเห็นหน้าคุณกานแล้ว มึงจะว่าสวย”

“สวยแล้วยังไงกูไม่สนใจหรอก”
อฐิกรพูดด้วยท่าทางไม่สนใจในสิ่งที่เพื่อนบอกว่าผู้หญิงคนนั้นสวยหน้าตาดี

“แล้วกูจะคอยดู”  

Rrrrrrrr

ธาราเห็นเบอร์แปลกโทรมาเขาเลยกดรับสายทันทีเพราะเขารู้ว่าต้องเป็นคุณกานแน่ ๆ ที่โทรมา เขาเปิดลำโพงให้เพื่อนได้ยินด้วย

(ฉันมารอคุณข้างล่างแล้วนะคะ)

“ครับ เดี๋ยวผมไป”

“มึงจะไปกับกูไหม”
ธารากดวางสายแล้วเอ่ยถามเพื่อน

“ไม่ กูจะไปนอนต่อ”

“แล้วแต่มึง มึงพูดแล้วนะว่าให้กูจัดการทั้งหมด แล้วมึงอย่ามายุ่งวุ่นวายที่หลังแล้วกัน”

“เออ!น่า กูจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวแน่นอนเพื่อน ที่กูให้มึงจัดการเกี่ยวกับคุณกานอะไรนั่น ก็เพราะกูไม่เต็มใจทำเว้ย กูเลยโยนให้มึงทำแทน” 

“งั้นกูไปล่ะสาวเรียกวะ”
ประโยคสุดท้ายธาราพูดแล้วส่งยิ้มยั่วไปให้เพื่อน

“จะไปก็ไปสิวะ ยืนยิ้มอยู่ได้ เดี๋ยวกูก็ไล่ยัยนั่นกลับบ้านตอนนี้เลยถ้ามึงยังไม่ไป”
อฐิกรพูดด้วยใบหน้าหงุดหงิด ยิ้มกวน ๆ ให้เขาอยู่นั่นแหละ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ที่แม่ส่งผู้หญิงที่ไหนมาให้เขาดูแล แถมไอ้ป้องมันยังมากวนบาทาเขาอีก รู้อยู่หรอกน่าว่าหญิงโทรมาตาม แล้วยังจะมา
กวนส้นเขา อีกอย่างหนึ่งมันมารบกวนการนอนของเขาด้วย ทำไมแม่ต้องส่งยัยนั่นมาวันนี้ด้วยเขาไม่ได้นอนตื่นสายก็เพราะเธอ อฐิกรคิดอย่างคาดโทษในใจ