“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 6 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25
เนื้อหา
ตอนที่ 6
ตอนที่ 6
กานดาปัดกวาดเช็ดถูห้องเสร็จ เธอก็เดินถืออุปกรณ์ลงมาเก็บไว้ข้างล่าง
จังหวะที่เธอจะเดินขึ้นบันไดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อคอปกสีเขียวเข้มยืนหันหลังให้เธออยู่ที่หน้าบ้านของคุณอิฐ ประตูม้วนกับบันไดที่เธอจะขึ้นไปบนห้องมันอยู่ใกล้กันเธอก็เลยเห็นหลังของผู้ชายคนนั้นไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่
‘หรือว่าจะเป็นคุณอิฐ’
กานดาคิดในใจด้วยความตื่นเต้นหัวใจเต้นแรง ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คุณป้องแน่นอน เพราะธาราไม่ได้ใส่เสื้อสีเขียว และอีกอย่างตอนนี้เขาน่าจะกำลังเดินซื้อของในตลาดอยู่ ถ้าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่ลูกชายของคุณนายจะเป็นใครไปได้ คิดได้แบบนั้นกานดาก็รีบสาวเท้าเดินไปหาเขาทันทีด้วยความอยากรู้ ลึก ๆ ในใจเธอก็อยากจะรู้มาก ว่าเขาจะใช่คนนั้นคนที่เธออยากเจอไหม
“คุณ”
กานดาเรียกได้เท่านั้นก็มีเสียงแทรกขึ้นมาก่อน
ปี๊ก ปี๊ก(เสียงคนบีบแตร)
กานดาหยุดชะงักเท้าที่กำลังจะเดินไปหาเขาทันที เธอเดินเกือบจะถึงครึ่งทางแล้วแต่เธอไม่เดินไปต่อ เพราะเธออยากดูสถานการณ์ก่อนว่าเธอควรจะเดินไปหาเขาดีไหม เพราะธาราบีบแตรขึ้นมาก่อนเธอก็เลยไม่อยากเข้าไปขัดัคนทั้งสอง
“ไอ้อิฐมาเปิดประตูให้กูหน่อย”
ธาราลดกระจกลงร้องเรียกเพื่อนที่ยืนหันหลังอยู่เสียงดัง
วินาทีที่เขาคนนั้นกำลังหันหน้ามาทางประตูรั้ว เธอก็รีบวิ่งไปหลบที่ต้นมะม่วงทันทีด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามไม่รู้ว่าทำไมเธอต้องไปหลบซ่อนตัวหลังต้นไม้ก็ไม่รู้
เธอค่อย ๆ เยี่ยมหน้าออกไปดู เธอก็ตื่นตกใจตาเบิกกว้างทันทีจนเกือบจะลืมหายใจ เธอจ้องมองเขาตาไม่กระพริบทุกการเคลื่อนไหวของอฐิกรอยู่ในสายตาของเธอทั้งหมด กานดายกมือขึ้นกลุ้มที่หัวใจอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นอิฐจริง ๆ ด้วย”
เธอพูดกับตัวเองเสียงแผ่วเบาในลำคอ อย่างไม่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น เธออมยิ้มดีใจที่ในที่สุดเธอก็ได้เจอเขา
เขาคือลูกชายของคุณนายคนที่แม่เธอติดหนี้อยู่ ทำไมโลกมันถึงได้กลมแบบนี้กันนะ พอรู้แบบนั้นแล้ว เธอก็รีบวิ่งเข้าไปในอู่ทันที
“กรี๊ดดดด ใช่เขาจริง ๆ ด้วย”
กานดากรี๊ดออกมาเสียงเบาอย่างเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ เธอกำมือทั้งสองข้างแล้วร้องกรี๊ดออกมาด้วยความชื่นบานในใจ หลังจากที่เธอยืนยิ้มและดีใจจนพอใจแล้วเธอก็ขึ้นไปบนห้องเพื่อพักผ่อน รอให้ธาราโทรมาเรียกเธอไปทำอาหารที่บ้านของเขา เธออดทนรอเขาโทรมาไม่ไหวแล้ว เธออยากเห็นหน้าของอฐิกรใกล้ ๆ กว่านี้
เธอไม่ได้ไปนอนพักผ่อนอะไรหรอก เธอขึ้นมาแอบมองเขาจากที่สูงต่างหาก เธอกลัวว่าเขาจะเห็นเธอแอบมองเขาอยู่ เธอก็เลยขึ้นมาแอบดูบนห้องต่อ
เห็นแค่เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาหัวใจของเธอก็เต้นไม่เป็นส่ำอยู่ในอกแล้วมันทั้งดีใจจนเธอหุบยิ้มไม่ได้เลย
เธอมองอฐิกรที่เดินไปหลังกระบะไปช่วยเพื่อนขนของลงจากรถ แล้วชายหนุ่มทั้งสองก็เดินหายเข้าไปในบ้าน
กานดารีบหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าหลังจากที่ธาราเดินเข้าไปในบ้านแล้วเรียบร้อย อย่างใจจดใจจอ
Rrrrrrr
กานดากดรับสายทันทีที่เมื่อคนที่เธอรอสายโทรมา
“ค่ะ กานจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
หลังจากที่ธาราวางสายไป เธอก็หย่อนก้นนั่งลงบนเตียงเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง เธอค่อย ๆ หายใจเข้าออก เพื่อขจัดความดีใจและความตื่นเต้นนั้นออกไป เธอไม่ควรจะยิ้มดีใจเกินเหตุต่อหน้าเขา เดี๋ยวเขาหาว่าเธอบ้า และยิ้มทำไม เธอไม่อยากเสียอาการตอนที่อยู่ต่อหน้าอฐิกร เธอต้องทำใจก่อนถึงจะไปหาเขาได้ จะไม่ให้เธอดีใจได้ยังไง ตั้งแต่ที่เขาย้ายโรงเรียนไปเธอก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย หลายปีมาแล้วที่เธอไม่เคยเห็นเขา ไม่รู้ว่าเขาจะจำเธอได้หรือเปล่า คงจะจำเธอไม่ได้ละมั้ง เพราะทุกครั้งที่เธออยู่ในห้อง เธอก็ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด กานดาเดินไปเช็คหน้าตาตัวเองในห้องน้ำ ว่ามีขี้ตาหรือคราบอะไรติดที่หน้าของเธอหรือเปล่า เมื่อไม่มีอะไรเธอก็เดินลงไปข้างล่างด้วยหัวใจที่เต้นระรัวที่เธอจะได้เจอเขาใกล้กว่านี้แล้ว
ที่บ้านอฐิกร
12:00
กานดาเดินเข้ามาในบ้านเธอก็สอดส่องสายตาหาตัวเขา
เขาไม่ได้อยู่ที่โซฟา เธอก็เลยเดินเข้าไปในครัว เพราะคิดว่าทั้งสองคนต้องอยู่ที่นั่น
“ผมซื้อวัตถุดิบมาหลายอย่างเลย คุณอยากทำอะไรก็ทำเลยนะ”
กานดามองเข้าไปในครัวไม่เห็นคนที่เธออยากเจอ เธอก็รู้สึกผิดหวังที่เขาไม่อยู่เจอเธอเลย ไม่อยากเจอเธอขนาดนั้นเลยเหรอ กานดาคิดในใจด้วยความน้อยใจ
“ค่ะ”
“ของพวกนี้พอสำหรับให้กานทำอาหารทั้งอาทิตย์ไหม”
ธาราเอ่ยถามกานดาพลางจัดของเข้าตู้เย็นไปด้วย
“พอค่ะ”
กานดาเดินเข้าไปในครัว เพื่อช่วยธาราจัดของ เธอยังไม่ได้หยิบจับอะไรเลยเขาก็พูดขึ้นมาก่อนว่า
“กานทำอาหารตามสบายเลยนะ ผมจะไปรอชิมอาหารของคุณที่โซฟา”
“คุณอิฐยังไม่ลงมาเหรอคะ ตอนกานเข้าบ้านมากานไม่เห็นคุณอิฐเลย”
“ออ มันลงมาช่วยผมถือของอยู่นะครับ แต่ตอนนี้มันขึ้นไปบนห้องแล้ว มีอะไรกับมันเหรอ เดี๋ยวผมจะไปเรียกมาให้ถ้ากานอยากคุยกับมัน”
ธาราเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำไมกานดาต้องเอ่ยถามหามันด้วย นี่ก็สองครั้งแล้วที่เธอถามหามัน เธอมีอะไรจะคุยกับเพื่อนของเขากัน กานดารู้จักกับเพื่อนเขาเหรอ ถึงได้ถามหามันตั้งสองครั้ง เขาคิดในใจ
“เออ…ไม่เป็นไรค่ะ กานแค่ถามเฉย ๆ ว่าแต่ป้องจะทานอะไร กานจะได้ทำอาหารถูก”
กานดารีบเปลี่ยนเรื่อง เพราะเธอกลัวว่าเขาจะซักไซ้ถามเธอไปมากว่านี้
“แกงเขียวหวานกับไข่เจียวก็ได้ครับ หุงข้าวด้วยนะ ไอ้อิฐมันไม่ได้หุงไว้ ปกติวันหยุดมันตื่นแล้วสายขี้เกียจลงมาทำ กว่ามันจะกินข้าวก็ปาไปสิบเอ็ดโมง แต่มีกานมาทำอาหารให้กินมันคงไม่ได้กินข้าวเกือบเที่ยงแล้วแหละ งั้นผมไม่กวนคุณแล้ว ของในครัวหยิบจับได้ตามสบายเลยนะ ครัวนี้ไม่ค่อยได้ใช้หรอก ส่วนมากมันกับผมไม่ค่อยได้ทำอาหารกัน มีแต่สั่งกิน”
ธาราพูดจบเขาก็เดินออกไปจากห้องครัวปล่อยให้กานดาได้ทำอาหาร