“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 22 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ

เนื้อหา

ตอนที่ 22

ตอนที่ 22

“อะไรอีก!”
ดนิดาหันหน้ามาถามเขาด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก เขามีอะไรกับเธออีก จอดรถแล้วเขาก็เดินเขาไปในศาลาเลย ดูก็รู้ว่าเขาไม่อยากไปส่งเธอ เธอบอกให้เขาไปส่งเขาก็รับปากเธอ นี่มันโกหกเธอชัด ๆ  
นภัทรไม่ตอบแต่เขาดึงแขนให้ดนิดาเดินเข้ามาในศาลาด้วยกัน แต่คราวนี้เธอขัดขืนเขาสุดตัว

“ปล่อย! นายคิดจะมาลากฉันยังไงก็ได้เหรอ ถ้าไม่ไปส่งฉันก็ช่วยปล่อยมือฉันด้วย เสียเวลากลับบ้านจริง ๆ มากับนายเนี่ย”
ว่าจบดนิดาก็สะบัดมือออกอย่างแรง นภัทรยอมปล่อยมือแต่โดยดี แล้วเขาก็ก้าวเดินไปหาเธอใกล้ ๆ ดนิดาเดินถอยหลังด้วยความไม่ไว้ใจเขา
เธอมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ และเดินถอยหลังจนแผ่นหลังของเธอติดกับเสาไม้ศาลา 
นภัทรยิ้มที่มุมปากเมื่อดนิดาไม่มีทางหนี ใจของเธอเต้นแรงด้วยความกลัว นายนี่จะไม่ทำอะไรที่มันแผง ๆ ใช่ไหม เขากำลังแกล้งให้เธอกลัวแน่ ๆ

“กลัวเหรอ”
นภัทรยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบจะชนกันอยู่แล้ว
ดนิดาเกร็งขึ้นมาอย่างไม่สบายตัว หัวใจเธอเต้นแรงด้วยความเขินอายนิดหน่อยที่นายภัทรยื่นหน้ามาแบบนี้
จะว่าไปเขาก็หล่อเหมือนกันนะเนี่ย หน้าก็คมจมูกก็โด่ง สันกรามนี่ชัดเจนเลย เธอไม่เคยมองเขาใกล้ขนาดนี้ ทำไมหัวใจเธอถึงเต้นขนาดนี้กันนะ เธอจะหวั่นไหวกับเขาไม่ได้นะดา เขาแกล้งให้เธอเขินแล้วก็ยิ้มหัวเราะใส่เธอด้วยความพอใจแน่ ๆ เธอห้ามหลงกลและหน้าแดงให้เขาเห็นเด็ดขาด

“เปล่า”

“เปล่า แล้วหลบตาพี่ทำไมครับ”
ดนิดาขมวดคิ้วกับสรรพนามที่เขาแทนตัวเองแล้วก็พูดกับเธอเพราะด้วย แล้วคำลงท้ายนั่นอีก แล้วทำไมเขาถึงพูดมีหางเสียงกับเธอ 

“ขยับออกไปเลย”
ดนิดาว่าด้วยน้ำเสียงเขินอายพร้อมกับผลักอกเขา นภัทรยืนนิ่งไม่ไหวติง เพราะแรงที่หญิงสาวผลักเขานั้นไม่แรงมาก
นภัทรเอาหัวชนกับหน้าผากของเธอ เขาจ้องเข้าไปในดวงตาของดนิดาอย่างมีความหมาย 

“อยากรู้ไหมว่าภาษาเลิฟคืออะไร”

“....”
ดนิดานิ่งอึ้งไปกับแววตาที่เขาจ้องมองมาที่เธอนานหลายวินาที เธอหลบสายตาและมองพื้นด้วยความหวั่นไหวหน้าร้อนผ่าว เธอไม่เคยเห็นเขามองเธอด้วยแววตาเป็นประกายแบบนี้เลย
และเธอกับเขาก็ไม่เคยใกล้ชิดกันแบบนี้ด้วย 

“เลิฟที่แปลว่า”
นภัทรยังพูดไม่มันจบเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นาขัดเสียก่อน
เขากดรับสายด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ไอ้วัชโทรมาขัดจังหวะเขา

Rrrrrrr

“ฮัลโหล”

(มึงอยู่ไหนวะ ทำไมไม่มาทำงาน เฮียถามหามึง)

“เดี๋ยวกูไปมีธุระนิดหน่อย”

(เออ ๆ เสร็จแล้วรีบมาเลยนะ วันนี้ลูกค้าเยอะ)

“เออ ๆ”

“พี่จะไปส่งเธอเอง ช่วยฟังพี่ก่อนได้ไหม”
วางสายจากเพื่อนเสร็จเขาก็เอ่ยบอกคนตรงหน้าที่ทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาด้วยความเบื่อหน่าย

“พี่”
ดนิดาทวนคำที่เขาเรียกตัวเองแล้วเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องแทนตัวเองแบบนี้กับเธอด้วย ฟังดูแล้วมันรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้

“ใช่ ก็ฉันเป็นพี่เธอปีหนึ่งไง”

“แล้วยังไง”
ดนิดาพูดอย่างไม่แคร์กับเรื่องที่เขาบอกเธอ จะให้เธอเรียกเขาแบบนั้นเธอไม่ยอมเรียกหรอกนะ มันขนลุกสิ้นดี ถ้าเรียกเขาแบบนั้นมันกระดากปากกายังไงก็ไม่รู้ ไม่ใช่เพราะเขินหรอกนะ เธอไม่อยากเรียกมันดูไม่ชิน ที่ผ่านมาเธอไม่เคยหรือเขาว่าพี่ และเธอก็ไม่อยากจะเรียกแล้วด้วย

“เธอต้องเรียกฉันว่าพี่”
นภัทรไม่ยอมจะให้เธอเรียกเขาแบบนั้นให้ได้

“ประสาทกลับหรือไง ฉันไม่ได้สนิทกับนายขนาดนั้น อยู่ ๆ จะให้ฉันเรียกนายแบบนั้นฉันไม่เรียกให้หรอกนะ นายเป็นอะไรถึงอยากจะให้ฉันเรียก ฉันไม่อยากสนิทและไม่อยากอยู่ใกล้นายเข้าใจไหม นายก็รู้ว่าฉันรักพี่อิฐ”
ดนิดาพูดความในใจออกมาด้วยความโมโห

“อยากรู้ไหมล่ะที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะฉันรักเธอไง ได้ยินไหมว่าฉันรักเธอ รักมาหลายปีแล้วด้วย เธอคงไม่รู้เพราะมัวแต่ตามจีบเฮียอยู่ เฮียไม่มีวันรักเธอหรอก เธอก็รู้นิ ทำไมเธอไม่หันมามองคนที่รักเธอบ้าง คนที่เขาไม่รักเธอ เธอก็ปล่อยเขาไปเถอะ”
นภัทรสารภาพรักกับคนตรงหน้าเสียงเข้มแต่ประโยคสุดท้ายเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติ ที่เธอไม่เคยรับรู้อะไรเลยเพราะเธอไม่เคยหันมามองที่เขา เพราะมัวแต่สนใจเฮีย จริงอยู่ที่เขาปากหมาพูดไม่เพราะ ดนิดาเลยเกลียดและไม่ชอบเขา เธอก็เลยมองไม่ออกว่าเขานั้นแอบชอบเธอ ที่เขาเป็นแบบนั้นก็เพราะเป็นห่วงไม่อยากให้เธอต้องเจ็บไปมากกว่านี้ ที่ผ่านมามันยังเสียใจไม่พอหรือไง ถึงได้ตามเฮียของเขาไม่เลิก ถ้าไอ้วัชไม่มาพูดกับเขาเมื่อวานตอนที่เฮียไล่เขาออกจากวงกินข้าว เขาไม่คิดที่จะสารภาพบอกเธอวันนี้หรอก ที่จริงไอ้วัชมันอยากให้เขาบอกดนิดาตั้งนานแล้ว แต่ใจของเขามันไม่กล้า และกลัวว่าเธอจะมองหน้าเขาไม่ติด ที่เป็นอยู่เธอก็ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว และที่เขาปากหมาก็เพราะหึงด้วยนั่นแหละ ที่เธอไม่มาทำแบบนี้กับเขาเหมือนอฐิกรบ้าง แต่มันคงไม่มีวันนั้นเพราะเธอไม่ได้ชอบเขา แต่ถ้าเขาไม่บอกเธอวันนี้ เขาก็จะไม่มีวันรู้ว่าเธอคิดยังไงกับเขาถ้าเขาบอกเธอไปแล้ว เธอจะเป็นยังไง เธอจะเลิกรักเฮียได้ไหม ตอนที่ธวัชมาบอกเขาให้บอกดนิดาไปเลย ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไง เขาก็ได้บอกเธอแล้ว เมื่อคืนเขาคิดหนักมากว่าจะบอกดนิดาดีไหม อีกอย่างเพราะเขาเก็บความรู้สึกนี่ไม่ไหวแล้ว ใจมันอยากรู้มากอยากรู้ทุกวันแต่ก็ไม่กล้าบอก เขาอยากบอกให้เธอรู้ และอยากรู้คำตอบจากเธอด้วย

“.....”
ดนิดานิ่งอึ้งตาเบิกกว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่คนตรงหน้าบอกเธอ เป็นไปได้ไง นายภัทรเนี่ยนะจะมาชอบเธอบ้าไปแล้ว เธอไม่เคยรู้เลย และไม่คาดคิดว่าเขาจะชอบเธอ คนปากไม่ดีใส่เธอแบบนี้เนี่ยนะจะมารักเธอ แค่เธอเห็นหน้าเขาเธอก็รู้สึกไม่ดีแล้ว เขาต้องแกล้งเธอแน่ ๆ เธอไม่เชื่อหรอก

“อยากมาหลอกแกล้งให้ฉันตกใจเลย ฉันไม่เชื่อนายหรอก คนอย่างนายเนี่ยนะจะมารักฉันตลกสิ้นดี”
ดนิดาหายตกใจและหาเสียงตัวเองเจอแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ

“นี่เธอไม่เชื่อพี่เหรอ ที่พี่พูดไปมันคือเรื่องจริง ดาตอบพี่ได้ไหม ว่าชอบหรือไม่ชอบพี่”

“ฉันไม่เคยชอบนายและไม่คิดจะชอบด้วยได้ยินไหม คนอยากฉันไม่มีวันรักนายได้หรอก จำไว้”
ว่าจบดนิดาก็สะบัดหน้าแล้วเดินออกไปด้วยความไม่สนใจใยดีคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก็เธอไม่ได้รักเขานิจะไปสนใจเขาทำไม