“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
ตอนที่ 16
“มึงไม่เห็นช็อตเด็ดเมื่อกี้โครตสะใจเลย”
ธาราพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกน้องสองคนกำลังเดินมาทางนี้
“ช็อตเด็ดอะไรพี่”
นภัทรถามด้วยใบหน้าสงสัย
“ก็ช็อตเด็ดที่ยัยน้องดากรี๊ดลั่นตอนที่เห็นกานขึ้นไปนั่งบนตักเฮียมึงไง ยังไม่พอแค่นั้นนะเฮียของมึงยังโอบเอวกานดาด้วย ยัยดาทนไม่ไหวรีบเก็บปิ่นโตแล้วเดินหน้าบูดออกไปเลย”
ธาราเล่าให้ชายหนุ่มทั้งสองฟังอย่างออกรสออกชาติกับ
เหตุการณ์เมื่อครู่ที่ทำให้เขาตกใจ
“จริงเหรอครับเฮีย”
นภัทรหันหน้ามาถามเจ้าของร้านด้วยความอยากรู้ รวมถึงธวัชด้วยเช่นกันที่อยากรู้ว่ามันจริงอย่างที่พี่ป้องพูดมาไหม
“จริงสิวะ อย่าไปถามมันเลยมันเขินอยู่ เพิ่งโอบผู้หญิงครั้งแรกก็คงยังไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่มันเขินอาย”
ประโยคสุดท้ายธาราหยอกเพื่อน
“ไอ้ป้อง!”
อฐิกรหันหน้ามาค้อนใส่เพื่อนวงใหญ่
“หยอก ๆ น่าเพื่อน มันก็แค่การแสดงกูรู้หรอกน่าว่ามึงให้กานเป็นไม้กันหมาให้”
“ก็อย่างที่มันพูดนั่นแหละ กินแล้วก็ช่วยกันเก็บด้วย มึงด้วยไอ้ป้อง กูจะไปนอนแล้ว วันนี้ลูกค้าก็ไม่ค่อยมี ฝากมึงดูร้านด้วยนะ กูรู้สึกปวดหัวยังไงก็ไม่รู้”
“เออ มึงไปพักเถอะ
กูจะดูร้านเอง กูก็หุ้นส่วนมึงนะ แค่นี้กูจัดการได้”
ที่ว่าเขามีหุ้นน่ะก็มีจริง แต่น้อยกว่ามัน
“เออ ๆ กูไปล่ะ”
ว่าจบอฐิกรก็เดินกลับบ้าน
“พี่ไม่เหลือต้มแซ่บหน่องไก่ไว้ให้พวกผมเลยเหรอ”
ธวัชเอ่ยถามเมื่อเห็นถ้วยต้มแซ่บไม่เหลืออะไรเลยนอกจากถ้วยเปล่า แถมจานไก่ทอดก็หมดเกลี้ยงเลย
“ก็มันอร่อยนิวะ มึงอยากไปนานเอง มันยังมีเหลืออยู่ในหม้ออยู่มึงก็ไปตักเองก็แล้วกัน ส่วนไก่ทอดมันหมดแล้ว”
ธวัชได้ยินก็ดีใจที่ต้มแซ่บหน่องไก่มันยังเหลืออยู่ เขากินไปแค่ขาเดียวเอง
เขายังกินไม่ทันอิ่มเลย ดีที่มันเหลืออยู่ไม่อย่างนั้นเขากับไอ้ภัทรได้ไปฝากท้องที่ร้านอาหารตามสั่งแน่ แล้วก็ต้องเสียตังด้วย มีคนงานผู้หญิงอย่างพี่กานมาเป็นแม่บ้านมันดีอย่างนี้นี่เอง ข้าวเที่ยงเขาก็ได้กินด้วยไม่ต้องไปเสียตังซื้อกินเอง
แม่ของเฮียนี่ตาถึงจริง ๆ ที่ให้พี่กานมาเป็นแม่บ้านที่นี่ อีกอย่างกานดาก็สวยด้วย แล้วเขาก็รู้จักมาก่อนไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว ถ้าใครได้เป็นแฟนกับพี่กานนะได้อ้วนขึ้นแน่ ๆ
“แล้วก็เอาจานที่กูกินกับจานไอ้อิฐไปเก็บด้วย”
ธาราเอ่ยบอกเมื่อนภัทรกำลังจะเดินออกไป
“ขี้เกียจจังนะพี่”
นภัทรเดินกลับมาเก็บจานตามที่ลูกพี่สั่ง
“ก็มึงจะไปตักอาหารอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“คร้าบเจ้านาย”
นภัทรพูดด้วยใบหน้ากวน ๆ
ธาราไม่ได้สนใจเขาลุกขึ้นเดินไปที่ใต้ต้นมะม่วงใหญ่ที่มีเปลญวนผูกไว้อยู่
แล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนพักผ่อน
ลมเย็น ๆ แบบนี้นอนเล่นสบายมาก
กานดาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องที่มืดสนิท หัวใจเธอหล่นวูบเมื่อตัวเองนอนหลับไม่รู้เวลา เธอรีบคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาดูตอนนี้มันห้าโมงเย็นแล้ว
“ตายแล้ว…”
เธอลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ ใบไม้หน้าบ้านอฐิกรเธอยังไม่ได้กวาดเลยวันนี้ แล้วกับข้าวตอนเย็นเธอก็ยังไม่ได้ทำ คิดได้แบบนั้นเธอก็รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้สะอาดทันทีแล้วลงมาข้างล่าง ประตูพับสามด้านปิดลงหมดแล้ว มีแค่ไฟดวงเดียวที่เปิดทิ้งไว้เงียบ ๆ
ติ้ง(เสียงแจ้งเตือนไลน์ดัง)
กานดายกโทรศัพท์ขึ้นมากดดูทันทีว่าใครส่งอะไรมาหาเธอ
(ผมปิดร้านแล้วนะ อย่าลืมทำอาหารให้ไอ้อิฐมันกินด้วย
มันบอกผมว่ามันปวดหัว ไม่รู้ตอนนี้มันหายรึยัง ผมฝากกานดูมันด้วยนะ)
ธาราส่งมาบอกกานดา เขาไม่เห็นเธอลงมาสักที อีกอย่างเขาก็ไม่กล้าไปเรียกเธอด้วยเพื่อว่าเธอจะนอนหลับอยู่ พอเขากลับถึงบ้านอาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วเขาก็ส่งข้อความหากานดา
เธอส่งสติกเกอร์แมวทำมือโอเคไปให้เขาแล้วถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเดินออกจากบ้านตรงไปยังบ้านของอฐิกร
ที่อยู่ใกล้กัน
วันนี้ของสดในตู้เย็นเหลือน้อย มีแค่ผักกับไข่ที่ยังมีเยอะอยู่ เธอเลยทำแกงจืดหมูสับใส่เต้าหู้ไข่ กับลาบหมู กลิ่นหอมอุ่น ๆ ลอยคลุ้งอยู่ภายในห้องครัว เธอตักทุกอย่างใส่ถ้วยแล้วนำกับข้าวไปวางไว้บนโต๊ะ เธอไม่ลืมที่จะตักข้าวสวยร้อน ๆ ใส่จานวางไว้ข้างกับข้าวที่เธอทำให้เขาด้วย พอจัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็เอาฝาชีมาครอบไว้ไม่ให้แมลงบินมาตอมได้
และเธอก็ไม่ลืมที่จะเขียนโน๊ตแปะไว้ให้เขาอย่างเช่นเคยว่า
“วันนี้ฉันทำแกงจืดหมูสับใส่เต้าหู้ไข่กับลาบหมูให้คุณทานนะคะ”
เธอไม่เขียนแบบเมื่อเช้าอีกแล้ว เขียนแค่นี้แหละ ไม่รู้ว่าตอนเช้าเขาได้อ่านมันไหม หรือไม่ก็ไม่เห็น พอเก็บล้างทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ห่ออาหารกลับไปทานที่ห้องด้วย ส่วนใบไม้หน้าบ้านของเขา พรุ่งนี้เธอค่อยมา
กวาด