“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 19 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์
ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้
หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
แท็คที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียด
“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน
ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง”
พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม
คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ
เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่
“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ
“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี
“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”
“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”
“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ
“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ
“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน
“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย
“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า
“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย
16:00
“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย
“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”
“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง
'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ
“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง
“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา
“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน
“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”
17:50
ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ
“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย
“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย
“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”
“ครับพี่”
กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน
23:00
อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง
“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ
(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่
“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ
“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”
“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”
“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่
“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”
“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง
อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม
สารบัญ
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 31,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 32,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 33,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 34,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 35,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 36,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 37,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 38,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 39,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 40,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 41,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 42,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 43,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 44,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 45,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 46,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 47,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 48,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 49,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 50,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 51,
แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอน จบ
เนื้อหา
ตอนที่ 19
ตอนที่ 19
กานดาเดินถือไม้กวาดกับที่ตักขยะมา เธอกวาดเศษถ้วยกระเบื้องใส่ที่ตักขยะโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะอาหารเลยสักนิด
“อาหารที่เธอทำวันนี้มีอะไรบ้าง”
อฐิกรเอ่ยถามเธอแล้วตักข้าวต้มเข้าปาก
“มีแค่ข้าวต้มกับแกงจืดหมูสับค่ะ”
กานดาตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขา เธอรีบเก็บเศษถ้วยแตกที่กองไว้ใส่ถุงด้วยความเร่งรีบกว่าปกติ เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้สองต่อสองกับเขา
“ถ้าเธอทำตรงนี้เสร็จแล้ว ไปตักแกงจืดมาให้ฉันด้วย อีกอย่างขึ้นไปเอายาที่เธอวางไว้เมื่อคืนมาให้ฉันด้วย”
กานดาได้ยินประโยคนั้นของเขา เธอก็ตื่นตกใจอยู่ในใจ เธอไม่ได้แสดงท่าทางที่ตกใจอะไรออกมา แต่มือที่กำลังจับเศษถ้วยแตกลงในถุงกลับชะงักทันทีด้วยความไม่คาดคิดว่าเขาจะรู้
เขาคงรู้หมดแล้วสินะ ทำไงดี ยิ่งเขาพูดขึ้นแบบนี้เธอยิ่งอายและทำตัวไม่ค่อยถูก
“ค่ะ”
ว่าจบเธอก็ยกถุงที่ใส่เศษถ้วยแตกและที่ตักขยะเดินออกไปหน้าบ้าน
‘โอ้ย! น่าอายชะมัด เราไม่น่าไปเช็ดตัวให้เขาเลย ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอไม่คิดจะเช็ดตัวให้เขาหรอก เพราะความเป็นห่วงเขาแท้ ๆ’
กานดายืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกับคิดในใจด้วยความเขินอายที่เขารู้แล้ว ที่นี้เธอจะทำยังไง ใช่เธอต้องหลบหน้าเขาสิ พอเธอเลี่ยงไม่ปะทะหน้าเขาทุกวัน เธอคงจะหายอายไปเอง คิดได้แบบนั้น เธอก็เดินเอาถุงขยะไปทิ้งที่หน้าบ้าน แล้วไปตักแกงจืดให้เขาตามที่เขาสั่ง
ที่โต๊ะอาหาร
กานดาเดินถือถ้วยร้อน ๆ มาให้เขาด้วยความไม่อยากจะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง เธอรีบวางถ้วยลง แล้วหันหลังเดินเขาครัวทันที กลัวว่าเขาจะเรียกใช้เธออีก
“เดี๋ยว เธอลืมอะไรไปรึเปล่ากานดา”
อฐิกรพูดขึ้นเสียงเข้ม อะไรจะรีบขนาดนั้น รีบจนลืมคำสั่งของเขาเมื่อกี้
“ลืม ลืมอะไรเหรอคะ”
กานดาถามเขากลับโดยไม่หันหน้าไปมองเขา
“ยาฉันไง เธอลืมแล้วเหรอ”
อฐิกรพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดกับอาการของกานดา
“ออค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเอามาให้”
ว่าจบกานดาก็รีบเดินก้มหน้าขึ้นไปชั้นบนของบ้านทันที เธอรู้ว่าเขากำลังจ้องมองเธออยู่
กานดาเปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอก็เห็นถุงยามันวางอยู่ที่เดิม เธอหยิบมันขึ้นมา และไม่ลืมที่จะหยิบกะละมังในห้องเขาออกมาด้วย เมื่อคืนเธอรีบจนลืมหยิบมันออกมาด้วย เขาคงเห็นมันแล้ว ถึงได้รู้ แถมเมื่อคืนเธอก็ลืมเก็บเสื้อตัวนั้นที่เธอพยายามใส่ให้เขาลงในตะกร้า เขาไม่รู้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ คิดแล้วก็เขินกับภาพเมื่อคืนที่เขานอนกอดก่ายเธออย่างกับว่าเธอจะหนีไปไหน คิดแล้วก็อยากจะโดนเขากอดอีก แต่มันคงไม่มีอีกครั้งแล้ว กอดเมื่อเช้าเธอไม่นับนะ เพราะเขาเข้ามาช่วยเธอ ไม่ได้อยากกอดเธอ กานดายิ้มกับความคิดของตัวเองด้วยความสุขใจ
“นั่งลง”
อฐิกรสั่งกานดาเสียงเข้ม ที่เธอวางถุงยาไว้บนโต๊ะตรงข้ามกับที่เขานั่งแล้วก็รีบเดินออกไป เขาเห็นแล้วมันหงุดหงิดใจยังไงก็ไม่รู้ เธอเกลียดอ้อมกอดเขาขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงไม่อยากเข้าใกล้ และไม่อยากจะมองหน้ากันเหมือนวันแรกที่เธอมาทำงานกับเขา
กานดาไม่ได้หันหน้ากลับไปมองเขาเธอแค่หยุดเดินและไม่ได้ตอบกลับอะไรไป เธอรอฟังว่าเขาจะพูดอะไรกับเธออีก
“เธอได้ยินไหม ฉันบอกให้นั่งลง”
คราวนี้อฐิกรพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับเธอแล้วนะ
“ได้ยินค่ะ แต่ฉันยังไม่หิว ขอตัวนะคะ”
“ถ้าเธอไม่ทำตามที่ฉันสั่งฉันจะไล่เธอออกวันนี้เลย”
อฐิกรขู่กานดาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
กานดาหันขวับมามองหน้าเขาทันที
“มันจะเกินไปแล้วนะคะ แค่ฉันไม่นั่งลงคุณถึงกับจะไล่ฉันออกเลยเหรอ มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องโดนไล่ออกด้วย”
กานดาถามเขาด้วยความฉุนอยู่ในอก เรื่องแค่นี้ทำไมเขาถึงจะไล่เธอออก เธอไม่มีวันออกแน่ ถ้าเธอออกแล้วหนี้ของแม่เธอละ เธอมาที่นี่เพื่อใช้หนี้ของแม่ เธอไม่ยอมหรอก
“ฉันจะไล่เธอออกเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเธอไม่ทำตามคำสั่ง ถ้าไม่อยากออกตอนนี้ก็นั่งลงซะ”
ว่าจบอฐิกรก็ตบเก้าอี้ข้างตัวให้เธอมานั่งข้างเขา
“เผด็จการ”
กานดาว่าให้เขาเสียงเบา แล้วเดินไปหย่อนก้นนั่งลงข้างเขาด้วยใบหน้าบึงตึงไม่พอใจ
เมื่อเห็นว่าเธอนั่งลงแล้ว เขาก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย กานดาไม่ทันเห็นเพราะนั่งก้มหน้าไม่อยากจะสบตากับคนจอมเผด็จการอย่างเขา
“เงยหน้าขึ้น”
'อะไรอีกเนี่ย นั่งก็นั่งให้แล้วไง จะเอาอะไรอีก’
กานดาคิดในใจด้วยความโมโหปนหงุดหงิด และไม่อยากจะทำตามเขาซักเท่าไหร่
แต่สุดท้ายเธอก็เงยหน้าขึ้นมาเพราะเธอไม่อยากโดนไล่ออกตอนนี้ มันยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะออกตอนนี้
พอเธอเงยหน้าขึ้นมาแล้ว อฐิกรก็ยื่นช้อนข้าวต้มให้เธอ
กานดาทำหน้างงแต่ก็ยังคงทำหน้าบูดบึงไว้อยู่เหมือนเดิม
“อะไรคะ”
เธอถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็ช้อนไง ฉันจะให้เธอป้อน”
กานดาได้ฟังก็ตกใจตาเบิกกว้างหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอัตโนมัติ
“ทำไมฉันต้องป้อนคุณด้วย กินเองไม่เป็นหรือไง”
เมื่อตั้งสติได้ เธอก็เอ่ยถามเขาด้วยความเขินอาย แต่เธอก็เก็บความเขินอายนี้ไว้ในใจไม่ให้เขารู้ ที่เธอถามเพราะเธอไม่อยากทำ เธอกลัวว่าตัวเองจะยิ้มไม่หุบเวลาที่ต้องป้อนข้าวเขา
“เป็นแต่ขี้เกียจ”
อฐิกรตอบหน้าตาย
'เขาทำแบบนี้ เพราะเริ่มจะชอบเธอแล้วใช่ไหม’
กานดาถามตัวเองในใจด้วยความคาดหวัง
“อ้าปากสิค่ะ”
อฐิกรอ้าปากตามคำสั่งของเธอ
แล้วกานดาก็ตักข้าวต้มร้อน ๆ ขึ้นมาจ่อที่ปากของเขา
โดยไม่ได้เป่าให้มันคลายร้อนลงก่อน
อฐิกรมองช้อนที่เธอเอามาจ่อปากเขา ก่อนจะก้มหน้าลงไปเป่าข้าวต้มเบา ๆ แล้วเขาก็งับกินข้าวต้มในช้อนด้วยความอร่อยกานดามองภาพนั้นด้วยความขัดเขินและใจเต้นแรงขึ้นมา
“เธอนี่ทำข้าวต้มอร่อยนะเนี่ย”
อฐิกรชม เพราะเขาได้กินฝีมือเธอแล้วมันอร่อยถูกปากเขามาก อร่อยกว่าฝีมือตัวเองทำอีก
กานดายิ้มเล็กน้อยให้กับคำพูดของเขา
“อร่อยก็กินเองสิค่ะจะได้ถนัด”
กานดาว่า เธอไม่อยากป้อนเขาแล้ว มันเขินมันอายไปหมด เธออยากจะหนีไปกรี๊ดคนเดียวไกล ๆ เพื่อระบายความดีใจและตื่นเต้นออกมา เธอไม่อยากเก็บมันไว้แล้ว กลัวว่าตัวเองจะออกอาการให้เขาเห็นไปมากกว่านี้ แค่เขานอนกอดเธอแค่วันเดียว ทำไมเขาถึงได้เปลี่ยนไปกว่าวันแรกและวันที่ผ่านมา
“เธอเป็นแม่บ้านฉันบอกยังไงก็ทำไปเถอะน่า ไม่อย่างงั้น”
อฐิกรพูดไม่ทันจบกานดาก็พูดขึ้นอย่างรู้ทันว่า
“ฉันไล่เธอออกแน่”
“นั้นแหละรู้ไว้ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำย้ำกับเธออีก”
“ค่ะ”
กานดาตอบเขาเสียงเรียบแล้วก้มหน้าตักข้าวต้มขึ้นมาจ่อที่ปากของเขาอีกครั้ง
อยากจะให้เธอออกหรือไงพูดย้ำอยู่ได้
กานดาคิดด้วยความน้อยใจ