“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ - ตอนที่ 7 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-หญิง,รัก,ไทย,อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-หญิง,รัก,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อู่ซ่อมรถ,เพื่อนรวมห้อง,เจ้าหนี้ของแม่,เพื่อนแค่รู้จัก,เพื่อนเก่า,แอบชอบเพื่อน,แอบรัก

รายละเอียด

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“กานดา! ฉันส่งเธอมาที่นี่เพื่อให้มาช่วยงาน ไม่ใช่มาเสนอตัวทำหน้าที่อย่างอื่นที่ฉันไม่ได้สั่ง” พรนภาว่าขึ้นเสียงเรียบด้วยความโมโม คำพูดของคุณนายเหมือนตบหน้าเธอกลางอากาศ เธอยืนฟังคุณนายว่าให้เธอนิ่ง ๆ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ


“กูว่ามึงอาการหนักนะอิฐ”
ธาราเดินมาตบไหล่ปลอบใจเพื่อน ที่กานดาโกรธไอ้อิฐ
เขาเข้าใจว่าทำไมเธอถึงโกรธไอ้อิฐแสดงออกว่าหึงขนาดนี้ แต่มันก็ยังปากหนักปากแข็งไม่บอกความจริงในใจของมันออกไปให้กานดาได้รู้ซักที มีแต่เก็บมันไว้ในใจอยู่คนเดียว เป็นเขา เขาก็หมดความอดทนกับมัน ที่จริงเขาก็รอว่ามันจะบอกรักกานดาตอนไหน ผ่านมาสองเดือนแล้ว เขาไม่เห็นว่ามันจะทำอะไรซักอย่างเลย ที่เห็นก็มีแต่หึงกานดามากกว่าเดิม พักหลัง ๆ มานี้ เพื่อนของเขาขึ้นกูขึ้นมึงกับลูกค้าหลายรายแล้วกับคนที่พูดคุยกับกานดาและแอบมองด้วยสายตาอ่านกิน
เขาก็เบื่อที่จะทนฟังมันปะทะฝีปากกับลูกค้าแล้วเหมือนกัน เหมือนมานั่งดูฉากเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่อยากดู แต่ก็ต้องมานั่งดู เพราะเขาทำงานที่นี่

“ใช่ครับ”
ธวัชสำทับ
อฐิกรฟังแล้วก็นิ่งอึ้งไป เขาเป็นถึงขนาดที่เพื่อนเอ่ยปากบอกเลยเหรอ 

“ผมว่าเฮียขอพี่กานคบเถอะครับ”
นภัทรพูดขึ้น
อฐิกรหันหน้าไปหาทุกคนก่อนจะเอาช่อดอกไม้วางไว้ที่แคร่ไม้ไผ่อย่างไม่ใยดี 

“ทำไมมึงพูดแบบนั้น”
อฐิกรเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

“ก็เฮียหึงแรงขนาดนี้ขอเขาเป็นแฟนจบ ๆ ไป เถอะครับ”

“ใครหึงไม่มี ที่ทำไปเพราะคัดคนให้คุณกาน”

“ก็เฮียนั่นแหละครับ คัดจนไม่เหลือไว้สักคนเลย”
ประโยคสุดท้ายนภัทรจิกกัดอฐิกรด้วยความหมั่นไส้ลล้วน ๆ

“ถ้ามึงไม่หึงก็ปล่อยให้กานไปคบนายเทพนั่นเถอะ ถ้านายนั่นขอกานคบ แล้วมึงก็ห้ามไปขัดขวางเขาด้วย มึงทำได้ไหมล่ะ”
ธาราพูดขึ้นหลังจากที่นภัทรพูดจบ

“....”
อฐิกรได้ฟังก็สะอึก นิ่งเงียบไม่ตอบเพื่อน

“เฮียเลิกปากแข็ง แล้วถามใจตัวเองดูครับ ว่าเฮียได้รักพี่กานเขาไหม ที่พี่กานเขาพูด ก็เพราะเขาหมดความอดทนที่จะรอเฮียบอกชอบเขาแล้ว พี่เขาพูดเพราะอยากให้เฮียคิด จะได้เลิกทำตัวหวงก้างซักที พี่กานเขาชอบเฮียเหมือนเดิม แต่ที่พูดออกมาแบบนั้นก็เพราะหมดความอดทน”
ธวัชพูดให้เจ้านายคิดทบทวนกับสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และเขาก็อยากจะให้เฮียตื่นและยอบรับตัวเองซักที และทำอะไรซักอย่างก่อนที่พี่กานจะเปลี่ยนใจไปรักคนอื่น เพราะผู้ชายที่มาหาพี่กานมีแต่คนโปรไฟล์ดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะหนุ่มเล็ก หนุ่มใหญ่ ใคร ๆ เขาก็อยากได้พี่กานเป็นแฟนข้างกาย

“ที่ไอ้ภัทร ไอ้วัชพูดมา มึงเอากลับไปคิดด้วย ก่อนที่กานจะตัดใจจากมึงจริง ๆ”
อฐิกรนิ่งคิดกับคำพูดของทุกคน ก่อนจะเอ่ยตอบว่า

“เออ กูจะเก็บไปคิด”
ตอบรับเพื่อนแล้ว อฐิกรก็เดินกลับบ้าน
เขาจะเอาเรื่องนี้กลับไปทบทวนคิดกับตัวเอง
ตั้งแต่เช้าจนเกือบเย็น 
อฐิกรไม่กลับมาที่อู่อีกเลย

16:00

“ป้องคุณอิฐไปไหนเหรอ”
กานดาเอ่ยถามธาราที่กำลังกินข้าวฝีมือเธออยู่ ตอนเที่ยงเขาก็ไม่มา เธอถามธวัชแล้ว วัชก็บอกว่าเฮียกลับบ้าน แต่พอเธอเอาข้าวมาให้ตอนเย็นเขาก็ไม่มาที่อู่อีก เธอจึงนึกเป็นห่วงและเอ่ยถามธาราเพื่อว่าเพื่อนของเขาจะรู้ และอีกเขายังไม่ได้กินข้าวด้วย

“มันอยู่บนห้องนั่นแหละ สงสัยมันกำลังคิดนานอยู่ล่ะมั้ง ก็เลยยังไม่ได้ลงมา”

“คิดอะไรเหรอ”
กานดาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่รู้เหมือนกัน กินข้าวกันเถอะ”
ธาราเอ่ยบอกแล้วก็ลงมือกินข้าวทันที
ส่วนเธอนั้นก็นิ่งคิดกับคำพูดของป้อง 

'หรือว่าเขาจะโกรธเธอ ที่เธอพูดแบบนั้นใส่วะ'
กานดาคิดอย่ากังวล และเป็นห่วงคนที่อยู่บนห้อง ที่ไม่ยอมลงมากินข้าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงไม่ยอมลงมา ถ้าจะขึ้นไปเคาะห้องเขาตอนนี้ มันจะเป็นการรบกวนเขาไหมนะ 

“พี่ไม่ต้องเป็นห่วงเฮียหรอกครับ ให้เวลาเฮียหน่อย”
นภัทรพูดขึ้นหลังจากที่เห็นพี่กานนิ่งคิดและมีสีหน้าเป็นห่วงเฮียของเขา กานดาหันไปมองอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของนภัทร แต่เธอก็ไม่ได้ถามอะไรต่อและลงมือกินข้าว คงจะเป็นแบบที่นภัทรว่าล่ะมั้ง

“พี่เป็นห่วงเฮียเหรอ”
คราวนี้ธวัชเอ่ยถามด้วยความอยากรู้และอยากลองว่าพี่กานจะยอมรับไหมหรือจะปากแข็งเหมือนเฮียของเขา 

“อืม เขาโกรธให้พี่เหรอ ถึงไม่ลงมาเลย”
กานดายอมรับออกไปตรง ๆ อย่างไม่ปิดบัง เธอคิดว่าทุกคนในนี่คงรู้แล้วว่าเธอคิดยังไงกับอฐิกร
ธวัชได้ฟังก็หันไปยิ้มกับนภัทรอย่างรู้กัน

“ไม่ได้โกรธหรอกครับ”

17:50

ชายหนุ่มทั้งสามช่วยกันเก็บร้านและปิดประตูให้เรียบร้อย หลังจากที่กานดาเอาจานข้าวที่กินเสร็จกลับไปล้างที่บ้านของไอ้อิฐ 

“กลับกันเว้ย”
ธาราบอกทุกคนหลังจากที่ปิดร้านแล้วเรียบร้อย

“พี่ว่าพรุ่งนี้เฮียคิดจะทำอะไรไหม”
ธวัชเอ่ยถามธาราอย่างอยากรู้ความเห็นของเพื่อนเฮีย

“ไม่รู้ว่ะ กูกลับก่อนนะ”

“ครับพี่”

กานดาล้างจานเสร็จและเก็บอุปกรณ์ทำอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นมาบนบันได และเงยหน้าขึ้นไปมอง อย่างตัดสินใจไม่ถูกว่าจะขึ้นไปเคาะห้องของเขาดีไหม หรือจะไม่ไปดี เธอคิดอยู่นานนับนาที จึงตัดสินใจได้ว่า ไม่ไปหาเขาดีกว่า ให้เขาพักผ่อนเถอะ เพื่อเขาอาจจะเหนื่อยต้องการ การพักผ่อน คิดได้แบบนั้นเธอก็เดินกลับห้องไปนอน

23:00

อฐิกรใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ในห้องตั้งแต่เที่ยงจนนอนไม่หลับ ภาพของกานดาที่อยู่ข้างกายเขามาตลอดตั้งแต่เธอย้ายมาทำงานที่นี่เริ่มชัดเจนในใจของเขา เขาตัดสินใจได้แล้วว่าจะเอายังไงกับเธอดี อฐิกรรีบหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ข้างเตียงขึ้นมาโทรออกหาเธอทันที ถ้าเขาไม่ได้พูดกับกานดาวันนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน 
เขารอเธอกดรับจนสายมันตัดไปเอง

“ทำไมไม่รับสายวะ”
เขาพูดกับตัวเองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แล้วโทรหาเธออีกครั้ง คราวนี้รอไม่นานเธอก็กดรับ

(ฮะโหล)
กานดาพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่

“ผมกวนคุณไหมเนี่ย”
พอเธอได้ยินเสียงของเขาในสาย แต่ก็ตื่นเต็มตาหายง่วงนอนทันที ตอนได้ยินเสียงโทรศัพท์เธอไม่ได้ดูว่าใครโทรมา เธอกดรับเลยก็เลยไม่รู้ว่าเป็นเขาที่โทรมาหาเธอดึกดื่น 
ว่าแต่เขาโทรมาหาเธอทำไมดึกขนาดนี้ นอนไม่หลับเหรอ กานดาคิดในใจ

“ไม่กวนค่ะ คุณมีอะไรเหรอ”

“คุณลงมาหาผมที่ม้าหินอ่อนหน้าบ้านได้ไหม”

“บอกผ่านโทรศัพท์ก็ได้ค่ะ ถ้าไม่สำคัญ”
ถ้าไม่สำคัญ เธอขี้เกียจลงไปหาเขาข้างล่าง เขาบอกเธอผ่านโทรศัพท์ก็ได้นิ ทำไมต้องพูดคุยกันข้างล่างด้วย เธอยิ่งอยากนอนต่ออยู่

“สำคัญสิ ลงมาหาผมเถอะน่า”

“ค่ะ ๆ”
กานดาตอบรับเขาแล้ว เธอก็ไปหาเสื้อแขนยาวมาใส่ทับ แล้วเดินลงไปข้างล่าง

อฐิกรซอมบทพูดสามสี่ครั้งหน้ากระจกก่อนจะลงไปหาเธอข้างล่าง ระหว่างที่เขาเดินลงบันไดไปเขาก็สูดลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เพื่อคลายความกังวลและความตื่นเต้นของตัวเองลง ถึงมันจะไม่ได้ช่วยอะไรได้มากก็ตาม  


สารบัญ

แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-แนะนำ ตัวละคร,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 1,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 2,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 3,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 4,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 5,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 6,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 7,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 8,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 9,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 10,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 11,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 12,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 13,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 14,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 15,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 16,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 17,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 18,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 19,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 20,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 21,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 22,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 23,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 24,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 25,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 26,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 27,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 28,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 29,แอบรักลูกชายเจ้าหนี้-ตอนที่ 30

เนื้อหา

ตอนที่ 7

ตอนที่ 7

อันดับแรกเธอหุงข้าวไว้ก่อน แล้วค่อยมาทำอาหาร แล้วเธอเดินไปหยิบเนื้อไก่ กับมะเขือเปราะในตู้เย็นออกมา เขาไม่ได้บอกว่าให้เธอทำแกงเขียวหวานอะไร เธอก็เลยจะทำแกงเขียวหวานไก่ 
กานดาหั่นมะเขือเปรราะเสร็จเธอก็หั่นเนื้อไก่ต่อ แล้วเธอก็มาหั่นพริกเตรียมไว้ 
แล้วเธอก็เอาพริกแกงลงไปคั่วในหม้อแล้วใส่กระทิลงไปตามด้วยเนื้อไก่ พอมันเดือดได้ที่แล้วเธอก็เติมน้ำและเอามะเขือใส่ลงไป กลิ่นหอมของอาหารนั้นส่งไปถึงที่ที่ธารานั่งอยู่จนทำให้เขาหิวขึ้นมาและอดคิดไม่ได้ว่ากานดาทำอาหารเป็นจริง ๆ เหรอ เขาเลยลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวเพื่อให้ตัวเองเห็นกับตาว่ากานดาไม่ได้ทำครัวไอ้อิฐพังจริง ๆ 

“ป้องจะเข้ามาเอาอะไรเหรอ”
กานดาที่กำลังตีไข่ไก่อยู่เงยหน้าขึ้นมาถามคนที่เดินเข้ามาด้วยความสงสัย

“เปล่าหรอก ผมได้กลิ่นแกงเขียวหวานก็เลยอยากจะมาชิมน่ะ”
ธารายิ้มบาง ๆ ก่อนตอบหญิงสาว

“ออตักชิมได้เลยนะ ปิดแก๊สให้ด้วยมันสุกแล้วล่ะ”
กานดาบอกโดยที่ไม่ได้หันหน้าไปมองเพราะมัวแต่หั่นหอมใหญ่เอาไว้ใส่ไข่เจียวอยู่
ธาราได้ยินแบบนั้นเขาก็เดินไปที่หน้าเตาแก๊ส มองดูหน้าตาแกงเขียวหวานไก่ในหม้อ อย่างพิจารณาในใจ
หน้าตาอาหารก็ใช้ได้ กลิ่นเครื่องแกงก็หอม ไม่รู้รสชาติอาหารจะดีเหมือนหน้าตาไหม เขาคิดในใจแล้วเปิดตู้เก็บจานชามออกแล้วหยิบช้อนสีเงินออกมาแล้วตักชิมน้ำแกงเขียวหวานภายในหม้อด้วยความเตรียมจะพ่นมันออกมาจากปาก แต่พอเขาได้ชิมรสชาติของมันแล้ว เขาก็ไม่ได้คลายทิ้งอย่างที่ตัวเองคิดในตอนแรก เพื่อความแน่ใจธาราเลยเอาทัพพีที่วางอยู่ใกล้ ๆ ตักใส่ถ้วยเพื่อชิมมันอีก คราวนี้เขาตักเนื้อขึ้นมากินตามด้วยน้ำแกงและมะเขือเปราะ

“อื้อ อร่อยมาก”
ธาราร้องออกมาด้วยความเอร็ดอร่อย อร่อยกว่าร้านที่เขาไปนั่งทานอีก ทำไมกานดาถึงได้ทำอาหารอร่อยเข้มข้นถึงเครื่องแกงขนาดนี้ มีครบทุกรสชาติเลย กลมกล่อมไม่มีที่ติ เหมือนแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งมาทำเองกับมือ เขาคิดในใจ
เขาคิดว่ากานดาคงทำอาหารไม่เป็น แต่นี่มันเกินความคาดหมายที่เขาคิดไว้มาก เขาไม่ควรตัดสินกานดาเพียงแค่รูปร่างหน้าตาและผิวพรรณที่เขาเห็น เพราะสิ่งที่เขาเห็นมันอาจจะไม่ใช่ในสิ่งที่เขาคิด จนกว่าเขาจะได้เห็นกับตาตัวเองและได้ชิมฝีมือเธอก่อน 

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
กานดาได้ยินเสียงความฟินในการกินแกงเขียวหวานของเธอ เธอก็อมยิ้มด้วยความดีใจปนขำนิด ๆ  

“ครับ มันอร่อยมาก กานเคยเป็นเชฟมาก่อนเหรอ”
เขาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ฝีมือระดับนี้ต้องเคยเรียนทำอาหารมาแน่นอน ถึงได้ทำเป็นแถมยังอร่อยด้วย เขาคิดในใจ

“ไม่เคยค่ะ ที่บ้านของกานทำร้านอาหารตามสั่ง กานก็เลยทำเป็น”

“ออครับ”
อย่างนี้นี่เอง ถึงว่าทำแกงเขียวหวานอร่อย ที่แท้ที่บ้านก็ขายอาหารตามสั่ง

ตึก (เสียงหม้อหุงข้าวดีด)

“เดี๋ยวผมไปถอดปลั๊กเอง คุณก็ทอดไข่เลยนะ ส่วนที่เหลือผมจะยกออกไปไว้ข้างนอก”

“ค่ะ”
ว่าจบธาราก็ยกหม้อหุงข้าวร้อน ๆ ออกไปวางที่โต๊ะหน้าทีวี
แล้วเขาก็เดินเข้าไปในครัวไปเอาจานช้อนส้อม และก็ตักแกงเขียวหวานออกมาด้วย เขาไม่ลืมที่จะโทรเรียกอฐิกรลงมากินข้าว ที่เขาโทรหามันก็เพราะขี้เกียจเดินขึ้นบันไดไปบอกให้มันลงมากินข้าว 
และอีกอย่างเขาโทรฟรี
อยากจะโทรหามันตอนไหนเขาก็โทรได้ไม่เปลืองเงินในชิม

“ลงมากินข้าว คุณกานเขาทำอาหารเสร็จแล้ว อร่อยมากเลยรีบมานะเพื่อน ช้าอดหมดนะ”

(เออเดี๋ยวลงไป)
อฐิกรตอบเพื่อนแล้วก็กดวางสายไป
เขาไม่ได้ลงไปอย่างที่เพื่อนบอกในทันที และกดเข้าเกมเล่นอีกหนึ่งตาก่อนค่อยลงไปกินก็ได้ ถ้ามันหิวก็กินก่อนเขาเลย เขาไม่รีบที่จะลงไปกินข้าวขนาดนั้น อร่อยหรือไม่อร่อยเขาไม่สนใจหรอก ขอแค่เขาเล่นเกมที่ตัวเองชอบแล้วค่อยลงไปก็ได้ ถ้ากับข้าวหมด เขาก็แค่ทำกินเองอฐิกรคิดในใจ
โดยไม่ได้แคร์กับข้าวฝีมือคนที่แม่จ้างมาเลยซักนิด

“กานไม่กินข้าวด้วยกันเหรอ”
ธาราเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นกานดาถือจานกับช้อนของตัวเองมาด้วย เขาเห็นแต่เธอเดินถือจานไข่เจียวมาอย่างเดียว

“ไม่ค่ะ กานไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
ไม่หิวก็บ้าแล้ว เธอยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย เธอคิดในใจและเลือกที่จะโกหกเขา เอาเข้าจริงเธอก็ไม่กล้าเผชิญหน้าอฐิกร แค่คิดว่าเธอจะได้เห็นหน้าเขาตอนนี้หัวใจเธอมันก็เต้นแรงขึ้นมา และกลัวตัวเองเก็บอาการความตื่นเต้นดีใจไว้ไม่อยู่ ถึงเธออยากจะเห็นหน้าเขาใกล้ ๆ แต่พอเธอจะได้อยู่ใกล้ชิดกันกับเขาเธอก็ไม่ใจกล้าขึ้นมา มันทั้งกลัวและเขินอายเขา

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก กานเป็นคนทำต้องมากินด้วยกันสิ หรือว่ากลัวไอ้อิฐมันจะว่า ไม่ต้องกลัวนะเดี๋ยวผมจะดาบมันเอง ถ้ามันเอ่ยปากไล่”

“เออ..ไม่ได้กลัวค่ะ งั้นกานไปเอาจานมานั่งกินข้าวกับป้องนะ”

“อืม”
กานดาถอนหายใจเมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องครัวแล้ว ถ้าเธอไม่กินข้าวกับเขา เดี๋ยวธาราหาว่าเธอกลัวอฐิกรจะว่าให้ เธอไม่ได้กลัวเขาจะว่าให้ แต่เธอไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้ต่างหาก เธอยังไม่พร้อม ที่เธออยากจะเจอเขานั้นมันก็แค่ความคิดที่เธอคิดถึงเขาแค่ชั่ววูบ แต่พอเอาเข้าจริงเธอกลับไม่กล้า
กานดาเดินถือจานเข้ามานั่งข้างธาราอย่างจำใจ ถึงเขาไม่ได้เห็นเธอในวันนี้ วันหน้าเขาก็ต้องเห็นเธออยู่ดี เพราะเธอพักอยู่บ้านเขา ถึงเธอจะนอนอยู่ที่อู่ แต่มันก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน
กานดาตักข้าวใส่จานของตัวเองแล้วเอ่ยถามคนข้างกายว่า

“ให้กานตักข้าวใส่จานให้คุณอิฐเลยไหมคะ”
ที่เธอถามเพราะเธอไม่รู้ว่าควรตักข้าวให้นายจ้างดีไหม อีกอย่างเธอไม่รู้ว่าเขาชอบกินข้าวร้อน ๆ หรือแบบข้าวที่มันยังอุ่น ๆ อยู่ ถ้าตักข้าวใส่จานไว้นานมันจะไม่ร้อนเกินไป กว่าเขาจะลงมาข้าวคงไม่มีความร้อนอยู่แล้ว

“ตักไว้เลยก็ได้ครับ”
เขาบอกพลางเอื้อมมือไปตักไข่เจียวใส่จานตัวเอง
ได้ฟังแบบนั้นกานดาก็ลงมือตักข้าวใส่จานให้อฐิกร

“เป็นไงคะไข่เจียวที่กานทำพอใช้ได้ไหม”
กานดาเอ่ยถามหลังจากที่ธาราเคี้ยวไข่เจียวที่เธอทำจนหมดปากแล้ว
 
“อร่อยเลยครับ ไข่เจียวกรอบนอกนุ่มในอร่อยกำลังดีเลย รสชาติก็กลมกล่อมดี สงสัยไอ้อิฐคงไม่ได้กินไข่เจียวที่กานทำแล้วล่ะมั้ง”
ประโยคสุดท้ายธาราพูดแล้วยิ้มหัว
มันอยากมาช้านักเขาจะกินไข่เจียวให้หมดเลย ธาราคิดได้เพียงเท่านั้น เสียงฝีเท้าคนกำลังเดินลงจากมาบันไดก็ทำให้เขาต้องหันหน้าไปมองทันที 

“กลัวกูจะแย่งไข่เจียวมึงเหรอไอ้ป้อง”
อฐิกรเดินมาจากบันไดพูดขึ้นเสียงดัง กานดาไม่กล้าหันหน้าไปมอง เธอได้แต่ก้มหน้ากินข้าว ทำไมเหมือนไม่เห็นเขา แต่ที่จริงแล้วเธอกำลังประหม่าและตื่นเต้นอยู่ 

“ก็มึงมาช้านี่ว้า กู
บอกแล้วไงให้รีบลงมา”
ธาราโต้กลับเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก 
อฐิกรไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาหย้อนก้นนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อน
นั่นยิ่งทำให้เธอเขินอายและประหม่าไปหมดจนเธอไม่อยากจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเขาเลย
อฐิกรมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังกินข้าวอยู่ เหมือนเธอไม่สนใจเขาเลย เมื่อกี้ยังพูดคุยกับไอ้ป้องอยู่ดี ๆ พอเขามาทำไมเธอถึงรีบก้มหน้ากินข้าวทำเหมือนกับว่าเธอไม่ชอบเขาอย่างนั้นแหละ