อดีตรักที่เคยทิ้งกันไปแต่กลับมาวนเวียนอยู่ในชีวิต รักใหม่ที่รักจริงแต่อายุก็น้อยกว่าเกือบสิบปีจนมังกรไม่อาจมั่นใจในความสัมพันธ์
รัก,ดราม่า,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ปฐพีลวงรักอดีตรักที่เคยทิ้งกันไปแต่กลับมาวนเวียนอยู่ในชีวิต รักใหม่ที่รักจริงแต่อายุก็น้อยกว่าเกือบสิบปีจนมังกรไม่อาจมั่นใจในความสัมพันธ์
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้มีคำหยาบคำพูดดูถูกเหยียดหยามรวมถึงความรุนแรงที่อาจถึงขั้นเอาชีวิต มีความรักซ้อนระหว่างคนเก่าและคนใหม่รวมไปถึงการมีสัมพันธ์ระหว่างสองคน…เก่าและใหม่ และเรื่องของเพื่อนรัก ที่ดันไปรักแฟนเก่าของเพื่อนจนมีสัมพันธ์กัน มีการกระทำทางเพศที่รุนแรงและอันตราย ไม่ควรลอกเลียนแบบ เนื้อหาในเรื่องไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี
เรื่องย่อ
นามปากกา : KVinth_INLove
วาดปก : chinnaron
.
ความเจ็บปวดเมื่อหลายปีก่อน ที่มังกรถูกเฮียเสือทิ้งไป ยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำ จนเมื่อมีพอลเข้ามาในชีวิต ช่วงเวลาที่เจ็บปวดจึงทุเลาลงไปได้บ้าง แต่รักที่คิดว่าจะดี สุดท้ายมันก็ไม่ต่างอะไรจากคนเดิม ที่เมื่อไม่มีผลประโยชน์มากพอ เขาก็ทิ้งไปเพื่อหาคนที่เหมาะสมกว่า
ความมั่นใจและความเชื่อมั่นทั้งหลายถูกทำลายจนสิ้นซาก จนเมื่อมังกรเข้าสู่วัยสามสิบ จึงเลือกที่จะมาเที่ยวยังสถานที่ที่ตนไม่เคยคิดว่าจะมาในชีวิตนี้นั่นก็คือบาร์โฮสต์
ที่นี่…มังกรได้เจอกับเอดิน ชายหนุ่มวัยยี่สิบสองปี เป็นโฮสต์เบอร์ต้น ๆ ของที่นี่ สำหรับมังกรแล้ว เอดินถือเป็นเพื่อนใหม่ที่ทำให้เขาหลุดออกมาจากความขื่นขมที่มันฝังลึกอยู่ในหัวใจ เอดินคือรอยยิ้มใหม่ของมังกร โดยหารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มหน้าตาดีคนนี้กำลังจะกลายเป็นรักครั้งใหม่ที่มังกรต้องได้เจอ
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 16
ผู้ชายป้ายเหลือง
เอดินเดินปรี่เข้ามาในบ้านด้วยความสนิทสนม โดยไม่ทันมองว่ามีใครยืนอยู่ตรงนั้นบ้าง คุณป้าเพียงเพ็ญถึงกับตาโตเมื่อได้ยินคำพูดนั้นของเอดิน
“แล้วนี่ใครอีกล่ะ หวังว่าจะไม่ใช่ เป็นอีกหนึ่งปัญหาของหลานใช่มั้ย?”
“ไม่ใช่หรอกครับ นี่นะน้องเอดิน แฟนใหม่ของไอ้กรมัน” เทมรีบพูดแทรก เหมือนจะแกล้งแหย่ให้มังกรตกใจเล่น
เพราะเทมรู้ว่ามังกรยังไม่พร้อมจะเปิดตัวเอดินกับป้าเพียงเพ็ญตอนนี้ เหตุผลเพราะว่าเอดินนั้นอายุห่างจากมังกรเกือบสิบปี ทั้งยังเป็นหนุ่มเจ้าสำอางและสายตากรุ้มกริ่มนั้น มังกรรู้ดีว่าคุณป้าเพียงเพ็ญไม่มีทางยอมให้ทั้งสองคบกันแน่ ๆ
“ไอ้เทม มึงจะมาพูดอะไรตอนนี้ ไม่ใช่แบบนั้นนะครับคุณป้า คนนี้เป็นเพื่อนของผมน่ะครับ”
“เพื่อนงั้นเหรอ ป้าไม้ยักรู้ว่าหลานจะมีเพื่อนที่อายุน้อยขนาดนี้ด้วย”
เอดินที่ยังคงยืนเหลอหลาอยู่ตรงนั้น หันซ้ายหันขวาทำตัวไม่ถูก ป้าแจ่มที่รู้จักเอดินอยู่แล้วตั้งแต่แรก รีบวิ่งเข้าไปช่วยถือของแล้วเอากับข้าวกับปลานั้นพาเข้าครัวไปในทันที
“นี่ท่าทางคงจะรู้จักกันทั้งบ้านแล้วสินะ นอกจากป้า…”
สายตาที่ดูไม่รับแขกสักเท่าไหร่ อันที่จริงก็เป็นแค่กับเอดินเท่านั้น มันถูกเพ่งไปยังคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามา จนอีกฝ่ายเย็นวาบไปทั้งตัว คุณป้าเพียงเพ็ญบอกให้เอดินไปนั่งที่ห้องรับแขก ก่อนที่ตัวเองจะเดินนำไปพร้อมกับป้าแจ่มที่ยกชาและของว่างตามมาทีหลัง
“พอดีว่าเราเพิ่งจะทานอาหารเช้ากันน่ะ เธอมาช้าไปสักหน่อย ไม่อย่างนั้นคงจะได้กินข้าวพร้อมกัน ว่าแต่…เธอชื่ออะไรนะ?”
“เอดินครับ ผมชื่อเอดิน”
“เอดินงั้นเหรอ ชื่อแปลกดี ไม่ใช่คนไทยหรือไงเราน่ะ?”
“เปล่าครับ ผมคนไทยครับ ชื่อจริง ๆ ของผมคือปฐพีครับ ชื่อเล่นชื่อว่าดิน แต่เพราะหน้าที่การงานเจ๊ที่ร้านเขาก็เลยให้ผมเปลี่ยนชื่อเป็นเอดินน่ะครับ”
มังกรและเทมหย่อนตัวลงนั่งใกล้กันกับเอดิน ที่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะสงบเสงี่ยมขึ้นมาซะอย่างนั้น ลวดลายและสายตาแพรวพราวพวกนั้นหายไปจนหมดสิ้น เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณป้าเพียงเพ็ญ
“งานอะไรกัน ทำไมถึงต้องเปลี่ยนชื่อเพื่องานนี้ด้วย แล้วที่ตาเทมพูดว่าเธอเป็นแฟนของตากรหลานของฉัน ตกลงมันยังไงกันแน่?”
“อันที่จริงก็ไม่เชิงหรอกครับ…”
“ไม่เชิงงั้นเหรอ เธอหมายความว่ายังไง?”
“ความเป็นจริงแล้ว ผมทำงานอยู่ที่บาร์โฮสต์ แล้วพี่มังกรก็ไปเที่ยวที่นั่นจนได้เจอกับผมน่ะครับ”
“อะไรนะ ป้าไม่เคยรู้ว่าหลานจะชอบไปที่แบบนั้นด้วย”
เมื่อได้ยินคำของเอดิน คุณป้าเพียงเพ็ญก็หันไปยังหลานรัก แล้วมองหน้าด้วยสายตาคาดคั้น ด้วยความที่ไม่เชื่อว่าหลานของตัวเอง จะเหยียบเข้าไปในสถานที่อโคจรแบบนั้นได้
“ต…แต่ตอนนี้ผมเลิกทำแล้วนะครับ ตั้งแต่เจอกับพี่มังกร ผมก็ลาออกจากที่นั่นเลยครับ”
“ลาออกงั้นเหรอ?”
“ใช่ครับ ผมไม่อยากให้พี่มังกรไม่สบายใจน่ะครับ เพราะงานในที่แบบนั้นก็รู้กันอยู่ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ผมก็เลยเลือกที่จะออกมา ซะดีกว่าครับ”
“แล้วตอนนี้เธอทำมาหากินอะไรล่ะ?”
“เอ่อ ตอนนี้ผมยังไม่มีงานทำเลยครับ กำลังหาอยู่ครับ”
“หึ ท่าทางที่ออกมาคงคิดจะเกาะหลานฉันกินสินะ ตากรเองก็ใช้ชีวิตสมถะไม่ได้ดูเหมือนคนมีเงินเลยสักนิด อะไรทำให้เธอคิดว่า หลานของฉันจะมีเงินมากพอไปเลี้ยงดูเธอให้สุขสบายได้ล่ะ?”
คำพูดที่ดูเหมือนว่าจะฟันธงเชื่อไปแล้ว ว่าชายหนุ่มตรงหน้า ตั้งใจจะมาสูบเลือดสูบเนื้อของมังกรจริง ๆ โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้อธิบายเลยสักนิด แววตาที่ดูถูกเหยียดหยามมันทำให้เอดินรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเสียถนัด
“คุณป้าครับ มันไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”
“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันหมายความว่ายังไง ไหนหลานลองอธิบายให้ป้าฟังหน่อยสิ” ขณะที่มังกรพยายามจะอธิบาย แต่ก็ดูเหมือนว่าในเวลานี้ ตกจะกลายเป็นจำเลยไปเสียอีกคน
“อันที่จริง เอดินเขาเคยทำงานที่บริษัทของผมนะครับ เคยมาจัดอีเวนต์ช่วงสั้น ๆ แล้วเขาก็ออกไปเรียนต่อจนจบ แต่เพราะชีวิตเขาต้องต่อสู้ และต้องหาเงินมาเรียนต่อ มันก็เลยเป็นเหตุการณ์อย่างที่คุณป้ารู้นั่นแหละครับ
“ไม่รู้สิ ฉันอาจจะใจแคบไปก็ได้นะ มีงานมากมายให้เธอได้ทำ เพื่อให้เธอได้เรียนต่อ กองทุนที่เขาแจกเพื่อการศึกษาก็มีเยอะไป กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาก็มี แต่เธอเลือกที่จะไปนั่งให้ใครต่อใครเล่นสนุกกับร่างกายของเธอ นี่นะเหรอ คือความคิดของคนที่มีการศึกษา”
ยิ่งคุณป้าเพียงเพ็ญพูดมากเท่าไหร่ เอดินก็ยิ่งเจ็บจุกจนพูดไม่ออก เพราะว่าอันที่จริงมันก็ไม่ผิดอย่างที่คุณป้าเพียงเพ็ญพูด มีงานอยู่มากมายให้เลือกทำ แต่เอดินกลับเลือกที่จะทำงานนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่าหน้าตารูปร่างของตัวเองสามารถขายได้ และดูเหมือนว่าก็คงต้องยอมรับคำดูถูกเหยียดหยามหากใครจะรู้อดีตที่ผ่านมาของตน
“ช่างเถอะ ไม่ต้องอธิบายอะไรให้เสียเวลาอีกแล้ว ฉันต้องขอโทษด้วยนะปฐพี ที่ฉันไม่สามารถมีชุดความคิดเปิดกว้างแบบเด็กรุ่นใหม่อย่างพวกเธอได้ สำหรับฉัน ต่อให้ต้องอดตาย ก็ไม่มีทางให้คนในครอบครัวของฉันทำอาชีพแบบนั้น อาชีพสุจริตมีมากมายถึงเงินจะไม่เยอะ ก็แค่กินให้มันน้อยลงหน่อยใช้ให้มันประหยัด แล้วค่อย ๆ ขยับขยายไปก็ได้ ไม่ใช่เลือกทางลัดด้วยการใช้รูปร่างหน้าตาเพื่อหาเงิน อันที่จริง เธอก็ดูดีอยู่นะ ทำไมไม่เลือกที่จะไปเป็นนักแสดง…นายแบบ หรืออะไรจำพวกนั้นแหละ ถึงจะใช้รูปร่างหน้าตาเหมือนกัน แต่ฉันว่ามันมีศักดิ์ศรีมากกว่าที่เธอเคยทำอยู่นะ”
“คุณป้าครับ ผมว่าพอเถอะครับ ถึงยังไง เรื่องพวกนั้นมันก็ผ่านมาแล้ว เอดินไม่ได้ทำงานที่นั่นอีกแล้ว ไม่เห็นจะต้องพูดทำลายความรู้สึกกันขนาดนี้เลยนี่ครับ”
“ฉันน่ะเหรอทำลายความรู้สึก ฉันก็แค่พูดความจริง ฉันขอโทษพวกเธอจริง ๆ ที่ฉันใจกว้างไม่มากพอ ที่จะมองสิ่งโสโครกให้มันสวยงามแล้วอ้างคำว่าเท่าเทียมได้ เอาเป็นว่าฉันจะไม่ยุ่งเรื่องของพวกเธอก็แล้วกัน แต่ป้าไม่คิดว่าเราสองคนควรจะคบกันนะ หลานเองก็เจอเรื่องราวมามากมาย หลานควรจะระวังตัวให้มากกว่านี้ ผู้ชายที่อยู่ในที่แบบนั้นน่ะ นอกจากเงินแล้วเขาก็คงไม่ต้องการอะไรอีก”
“แต่เอดินไม่เหมือนคนอื่นนะครับ ตั้งแต่เรารู้จักกันมา เอดินไม่เคยขอเงินของผมเลยแม้แต่บาทเดียว” สายตาของคุณป้าเพียงเพ็ญมองเหยียดไปยังคนที่นั่งอยู่ใกล้กันตั้งแต่หัวจดเท้า แต่ก็ไม่มีช่วงอณูไหนที่จะทำให้เอดินรู้สึกดีได้เลยสักนิด
“เธอก็คงจะเป็นพวกที่ผ่านเรื่องอย่างนี้มาอย่างช่ำชองสินะ ก็เลยรู้ว่าการขอและการทำตัวเอาแต่ได้ เธอก็จะได้แค่เศษเงิน สู้อดเปรี้ยวไว้กินหวานละสินะ”
“คุณป้าครับ”
“ไม่ต้องพูดแล้วล่ะตากร ถึงป้าจะไม่ใช่คนยุคใหม่ ไม่ได้รู้จักอะไรที่มันฉูดฉาดวูบวาบอย่างที่คนสมัยนี้เขารู้จักกัน แต่ประสบการณ์ที่ป้ามีชีวิตอยู่มาถึงจนทุกวันนี้ ป้าคิดว่าความเจ็บปวดที่ผ่านมา น่าจะสอนอะไรหลานได้หลายอย่าง ถ้าจะให้หลานของป้าต้องลงเอยกับผู้ชายป้ายเหลืองพรรค์นี้ สู้กลับไปลงสนามรบกับแม่ช่วงจิตรแล้วชิงเอาเจ้าเสือกลับคืนมาคงจะดีกว่า”
คุณป้าเพียงเพ็ญลุกออกจากโซฟาในห้องรับแขกนั้นทันที แล้วเดินกลับขึ้นไปด้านบนโดยไม่หันกลับมามองแขกที่ไม่ได้รับเชิญนั้นเลยแม้สักหางตา
คำพูดของคุณป้าเพียงเพ็ญมันทำให้เอดินรับรู้ถึงสถานะของตัวเองได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น และเข้าใจได้ทันทีว่าตนคงไม่เหมาะกับคนที่นั่งอยู่ตรงนี้
“ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกันนะครับ”
“เอดิน…”
“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ จริง ๆ แล้วคุณป้าของพี่เขาก็พูดถูก ผมมันก็แค่พวกขายตัว ที่ฉากหน้าอาจจะดูดีหน่อยก็เท่านั้น ถึงสังคมยุคใหม่จะพยายามเรียกร้องสิทธิให้ผมมากแค่ไหน แต่งานของผม มันไม่ใช่แค่งานขายตัว แต่มันคืองานที่ต้องขายศักดิ์ศรีความเป็นคนของผมไปด้วย ไม่มีคนดี ๆ ที่ไหนยอมนั่งให้คนอื่นล้วงควักกอดจูบลูบคลำหรอกนะครับ”
“เอดินอย่าถือสาคุณป้าของพี่เลยนะ เขาไม่เข้าใจบริบทสังคมของยุคนี้ งานแบบนี้ในยุคของเขามันอาจไม่ได้เป็นที่ยอมรับ แต่สมัยนี้ไม่มีใครคิดแบบนั้นแล้วนะ” เอดินยิ้มด้วยสีหน้าที่เจ็บปวด เพราะอันที่จริงแล้วทุกคำพูดที่มังกรเคยพูดกับเอดิน เอดินเองก็ไม่เคยลืม
“อันที่จริงแม้แต่พี่ก็คิดแบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ พี่อย่าลืมสิครับ ว่าพี่เองก็เคยพูดแบบนั้นกับผม ถึงคำพูดจะไม่แรงเท่า แต่ความหมายมันก็แบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ?”
“เอดิน…พี่ไม่ได้…”
“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ ถ้าพี่อยากไปเที่ยวที่ร้านอีกพี่ก็ไปหาผมได้นะครับ วันนี้ผมคงต้องกลับไปเตรียมตัวก่อน พอดีว่ามีลูกค้าประจำเขาจ่ายเงินให้ผมหนักอยู่นะครับ ผมคงต้องไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวให้สะอาด เวลาเอาเนื้อเอาตัวไปขาย มันจะได้สมราคายังไงล่ะครับ”
คำพูดของเอดินมันบอกออกมาได้อย่างชัดเจน ว่าเอดินรู้สึกเจ็บและจุกอยู่ในหัวใจมากแค่ไหน คำพูดง่าย ๆ แค่ไม่กี่คำ แต่มันกลับทรงพลังมากพอเมื่อออกมาจากปากของคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว อย่างคุณป้าเพียงเพ็ญ สายตามองเหยียดนั้น มันสามารถทำให้คำพูดดูแคลนแบบพื้น ๆ ที่เอดินได้ยินมาทั้งชีวิต กลับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างทวีคูณ จนไม่อยากจะยืนอยู่ในบ้านแล้วนี้อีกแล้วแม้แต่วินาทีเดียว
“แต่พี่ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมรับปากไอ้ลุงนั่นแล้ว ว่าจะดูแลพี่ให้ดี ไม่ให้ใครมาทำร้ายพี่อีก ผมก็จะทำตามนั้นครับ งั้นผมขอตัวนะครับ” เมื่อพูดจบ เอดินก็เดินออกไปจากบ้านนั้นทันที เทมรีบจับตัวของมังกรเอาไว้ เพื่อไม่ให้มังกรเดินตามออกไป
“แกใจเย็นลงก่อนเถอะไอ้กร ให้น้องเขาได้อยู่กับตัวเองสักพัก เดี๋ยวคืนนี้หรืออาจจะเป็นพรุ่งนี้ รอให้คุณป้าเพียงเพ็ญเข้านอนแล้ว เดี๋ยวเราค่อยออกไปที่ร้านหาน้องเอดินเขาก็ได้นี่นา”
“แต่น้องเขาจะยอมคุยกับฉันเหรอ ดูเขาเสียใจมากเลยนะ แล้วไหนเอดินบอกว่าไม่ได้ทำงานที่นั่นแล้วไง?”
“เรื่องนั้น ฉันก็ไม่รู้หรอก บางทีน้องมันอาจจะแค่ประชดก็ได้ เดี๋ยวพอเราไปถึงก็คงรู้เองนั่นแหละ”
.
.
ท้ายตอน
ผู้ชายป้ายเหลือง คือคำเรียกผู้ชายที่ขายตัวสมัยก่อน เท่ากับกะหรี่เพศชาย สื่อถึงพวกผู้ชายให้เช่า พวกเช่านอนเพื่อความสุข แลกกับเงินเป็นครั้งคราว ต่างจาก…แมงดา ซึ่งสื่อถึงผู้ชายที่เกาะผู้หญิงหรือผู้ชายมีฐานะ เพื่อปอกลอกและความสุขสบาย อาจแลกมาด้วยเซ็กซ์เพื่อมัดใจ