ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

ห้องใต้ดินอันมืดมิดมีเพียงแสงสลัวจากห้องครัวส่องลงมา ซึ่งแสงก็หยุดอยู่ที่ปลายบันไดขั้นสุดท้ายเท่านั้น เด็กชายเดินค้ำยันลงมาตามทางเดินแคบ ใบหน้าอ่อนวัยมองความมืดตรงหน้าด้วยใจสั่นระรัว

เมื่อหลายปีก่อนพวกเขาเคยลงมาที่นี่ครั้งหนึ่งพร้อมกับมัชช์ แต่เพราะยังเด็กมากจึงพากันร้องไห้จ้าและวิ่งไม่รู้ทิศทางชนข้าวของพังกระจาย นับตั้งแต่วันนั้นที่แห่งนี้จึงถูกห้ามไม่ให้ย่างกรายซึ่งพวกเขาก็เชื่อฟังเป็นอย่างดี

“มืดชะมัด…กลับขึ้นไปเอาเทียนมาก่อนดีมั้ยเนี่ย” เพิร์ลบ่นพึมพำคล้ายกำลังตัดสินใจ ขณะก้าวลงบันไดขั้นสุดท้าย ในตอนนั้นเองก็มีเสียงขลุกขลักดังขึ้นมาด้านหน้า


โครม!!

ตามมาด้วยเสียงของบางสิ่งหนักๆ กระแทกพื้นดังลั่นไปทั่วบริเวณ

เพิร์ลใช้ไม้ค้ำยันแตะนำทาง มืออีกข้างเกาะกำแพงเอาไว้ จนมาถึงที่ที่เกิดเสียงโครมครามเมื่อครู่ เห็นฝุ่นควันยังคงฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เมื่อก้าวขาไปอีกเพียงก้าวเดียวก็เหยียบโดนก้อนกลมแข็ง

“ก้อนอะไรเนี่ย…”

เด็กชายก้มลงสำรวจอย่างระมัดระวัง ยามเมื่อฝุ่นผงจางลงเผยให้เห็นสิ่งของตรงหน้า

เพิร์ลกัดฟันแน่น เมื่อมองเห็นหัวหอมใหญ่กระจัดกระจายบนพื้นพร้อมกับลังซึ่งล้มระเนระนาด สายตาที่พอจะชินกับความมืดได้แล้วเห็นลังใส่วัตถุดิบตามทางถูกเปิดออกแทบทุกลังเลยทีเดียว


ให้ตายสิ! แค่แป๊บเดียวก็เริ่มรื้อข้าวของกันเลยงั้นหรอ


เด็กชายแนบหูลงกับพื้นเย็นเฉียบ พยายามฟังเสียงฝีเท้าของแรคคูนตัวนั้น

แต่กลับไม่มีเสียงอื่นใดอีก

เพิร์ลเดินเลาะกำแพงอย่างระมัดระวัง จนมาถึงด้านในสุด ซึ่งมีลังไม้วางอยู่เต็มไปหมดทั้งยังถูกคลุมด้วยผ้าดิบสีขุ่นผืนใหญ่

ตุบ ตุบ ตุบ

เพิร์ลใช้ไม้ค้ำตีลงไปบนผ้าเบาๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีตัวอะไรซุกซ่อนอยู่และยืนนิ่งรอฟังเสียงของการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย

“มองไม่ชัดเลยแฮะ ต้องกลับขึ้นไปเอาเทียนมาจริงๆ ด้วย” เพิร์ลบ่นอุบ ตัดสินใจหันหลังกลับทางเดิม

ทว่าในตอนนั้นเอง ที่ปลายหางตาดันเหลือบไปเห็นแสงสว่างส่องลอดมาจากกำแพงไม่ไกล มันถูกปิดด้วยผ้าอีกชั้นหนึ่ง

พรึบ

เพิร์ลใช้ไม้เท้าเปิดผ้าออกช้าๆ ก็พบกับทางเดินยาวมืดสลัวมีแสงสว่างสีส้มอ่อนสั่นไหวอยู่ด้านใน


ลึกเข้าไปอีกงั้นหรอ…


“หรือว่าจะเป็นห้องเก็บเนื้อ” เพิร์ลขมวดคิ้ว

โดยปกติหากต้องการรักษาของให้สดอยู่ได้นานขึ้นชาวบ้านมักจะทำห้องใต้ดินลึกและแคบให้ได้มากที่สุดเพื่อไม่ให้ความร้อนจากผิวดินลงมาถึง

และโดยปกติมันจะมีทางเข้าออกเพียงทางเดียวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเขามีโอกาสสูงมากที่จะจับมันได้ด้วยตัวคนเดียว

"แกจะไม่มีโอกาสได้กัดใครอีกนอกจากผมแล้วเจ้าแรคคูน!” เด็กชายสูดหายใจเข้าลึก กำไม้ค้ำยันในมือแน่นแล้วเดินแทรกตัวเข้าไปด้านใน หูทั้งสองยังคงเงี่ยฟังเสียงของความเคลื่อนไหวรอบกาย

แต่ก็ยังคงไร้วี่แววของแรคคูนตัวนั้น

ทางเดินใต้ดินในส่วนนี้สร้างจากก้อนหินต่างจากที่ผ่านมาราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง ที่พื้นมีร่องรอยของการใช้งานอยู่ตลอดเวลาจนเรียบเนียนสะอาดตาทั้งยังมีกลิ่นยาฉุนกึกขึ้นจมูกที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว

เพิร์ลลดฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ เริ่มคิดถึงการหันหลังกลับอย่างที่ควรจะทำตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อน


ที่นี่มันเป็นแค่ห้องเก็บเนื้อแน่หรอ…


กระทั่งได้เห็นประตูไม้บานหนักแง้มเปิดอยู่ตรงหน้า แสงที่ส่องสลัวทั้งทางเดินมาจากห้องนี้ไม่ผิดแน่

“เอาล่ะ…ถ้าเกิดอะไรขึ้น แค่ร้องดังๆ ทุกคนก็ได้ยินแล้วเพิร์ล” เด็กชายสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดดึงประตูให้เปิดกว้างกว่าเดิม


ครืดดดดด

เมื่อประตูถูกเปิดจนสุดและสายตาสามารถปรับตัวให้เข้ากับแสงได้ เพิร์ลก็มองเห็นด้านในอย่างชัดเจน

มันคือห้องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงจนติดเพดาน กำแพงฝั่งขวามีกระดานไม้แผ่นใหญ่ซึ่งถูกกระดาษจดหมายแปะซ้อนทับกันอย่างเป็นระเบียบจนแทบไม่มีที่ว่าง

แต่เมื่อมองกลับมาอีกฝั่งซึ่งใกล้กับประตูก็พบกับโต๊ะทำงานสีขาวสะอาดตาเข้าชุดกับโคมไฟตั้งโต๊ะและเก้าอี้บุนวมสีเดียวกัน ที่นั่นเองก็มีชายหนุ่มดวงตายาวรีผมยาวดำขลับและสวมเสื้อเชิ้ตนักกวีตัวยาวคล้ายชุดนอน กำลังนั่งเขียนบางสิ่งอยู่แต่ก็หยุดชะงักไปเมื่อมีผู้บุกรุก ใบหน้าที่ปกติมักจะยิ้มแย้มอย่างอ่อนโยนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

คุณพ่อเฮปป้า…


“เพิร์ล! มาที่นี่ได้ยังไงครับ”

บาทหลวงเฮปป้าถามเสียงหลง วางปากกาขนนกลงที่ถ้วยหมึก “แล้วนี่แผลอะไรเต็มตัวไปหมดเลย เกิดอะไรขึ้น”

ภายในหัวของเด็กชายขาวโพลนไปชั่วขณะ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบปรี่ไปหาอีกฝ่าย

“คุณพ่อไม่ได้กำลังคุยกับเจ้าเมืองอสูรทางใต้หรอครับ ทำไมถึงมาอยู่ใต้ดินของโบสถ์ได้ล่ะ” เพิร์ลกระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ โน้มตัวเข้าใกล้ใช้สายตาช่วยถามอีกแรง ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระดาษมากมายบนกำแพงด้านหลังเช่นเดียวกับที่แปะอยู่บนกระดาน

มันคือจดหมายที่ดูคุ้นตา

ถึงแม้ว่าเพิร์ลจะยังอ่านได้ไม่คล่องแต่เขาจำลายมือของเพื่อนๆ ได้เป็นอย่างดี

และสิ่งที่อยู่บนโต๊ะซึ่งเด็กชายทับอยู่ก็คือจดหมายที่ยังเขียนไม่เสร็จ มันหงิกงอไร้ระเบียบอันเป็นลายมือของไซคลอปส์น้อย เด็กกำพร้าจากโบสถ์ที่ได้เป็นถึงบุตรบุญธรรมของขุนนางเมืองปีศาจ

“แล้วจดหมายพวกนี้…”


“ที่นี่คือห้องสมุดของท่านเจ้าเมืองอสูรนะ เธอนั่นแหละมาทำอะไร”

บาทหลวงเฮปป้าเอียงคอ คิ้วเรียวยาวขมวดเข้าหากัน

“ห๊ะ!!?” เพิร์ลร้องเสียงหลง ค่อยๆ ลงจากโต๊ะหันมองรอบตัวไปมา ในหัวรู้สึกมึนงงจนเริ่มจะปวดขึ้นมา

นี่เราอยู่เมืองอสูรหรอ…

ถึงเรื่องจดหมายทั้งที่อยู่บนกำแพงและบนโต๊ะจะน่าสงสัย แต่สิ่งที่บาทหลวงเฮปป้าพูดมามันน่าตกใจยิ่งกว่า หวนคิดไปถึงตอนก้าวเข้ามาครั้งแรกก็รู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกจริงๆ

“ที่นี่คือ…เมืองอสูรจริงหรอครับ” เพิร์ลพูดทวนเสียงเลื่อนลอย “แต่ผมมาจากห้องใต้ดินของโบสถ์เรานะ”

“ก็ใช่น่ะสิ ท่านเจ้าเมืองให้ผมมาพักที่นี่ก่อน เพื่อเขียนใบขออนุญาตรับเลี้ยงให้เสร็จ”

บาทหลวงเฮปป้าผุดลุกขึ้น เดินอ้อมมาหาเพิร์ลและคุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง วางมือลงบนบ่าของเด็กชายเบาๆ

“มีอะไรเกิดขึ้นที่โบสถ์หรือเปล่าครับ มัชช์ส่งเพิร์ลมาหาผมหรอ”

เด็กชายยืนคิดอยู่พักใหญ่ ซึ่งอย่างแรกควรจะอธิบายทุกสิ่งตั้งแต่ที่ห้องครัวให้ฟังก่อน แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากเสียงคุ้นหูก็ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านหลัง

“สองอย่างนี้ไม่ได้อยู่ในใบสั่ง ท่านเฮปป้าจะเก็บไว้ที่เดิมหรือเปล่าครับ”


“มัชช์!”

เด็กชายร้องเรียกเสียงดัง ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างสั่นระริก

ความผิดปกติอีกหนึ่งกระแทกเข้าหัวจนกองทับถมกับคำถามเก่าหลอมรวมกันเป็นก้อนความสงสัยขนาดใหญ่ เด็กชายกำลังจะเอ่ยปากถามก็ถูกของในมือมัชช์ดึงเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดให้หายไป

มันคือโหลที่บรรจุของเหลวเอาไว้ มีก้อนกลมสองก้อนลอยเคว้งอยู่ก้นโหล…นัยน์ตาสีน้ำตาลอมเหลืองดูคุ้นตากำลังจ้องมองกลับมาโดยไร้ซึ่งแวว

และอีกมือหนึ่งก็มีบางสิ่งที่ดูคุ้นตาไม่ต่างกัน


มันคล้ายกับ…เขี้ยวลากดินของอสูรน้อยที่เขาพึ่งจะส่งตัวออกไปเมื่อเช้า


“นี่มัน-”

พั๊วะ!!

เสียงสุดท้ายที่เด็กชายได้ยินคือของแข็งกระแทกกับศีรษะ แล้วภาพตรงหน้าก็ตัดไป