ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - บทที่8. สูญเสีย โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

บทที่8. สูญเสีย

รั้วสูงกว่าสามเมตรทำจากแท่งเหล็กดัดจนเป็นลวดลายประหลาดที่ดูเหมือนจะป้องกันอะไรไม่ได้เลยตั้งโอบล้อมปราสาทเก่าเอาไว้ ซึ่งหากมองไกลๆ แล้วดูราวกับเป็นพื้นที่ถูกทิ้งร้างแต่กลับมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินเข้าออกเป็นประจำ

ที่ด้านหน้าสุดซึ่งเป็นทางเข้าสาธารณะ เหล่านักเวทเกินสิบชีวิตแบกร่างกายอันอ่อนล้าและบาดเจ็บออกมาจากวงเวทเคลื่อนย้ายทรงกลมบิดเบี้ยวก่อนจะนอนเอกเขนกกลางพื้นดินแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีผู้ใดสนใจเพราะคือเรื่องที่พบเห็นได้บ่อยนักในที่แห่งนี้

“ถ้าในเขตทรูนอทใช้พอทัลได้เราคงไม่ต้องเหนื่อยกันขนาดนี้” นักเวทตัวโตกว่าใครกล่าวเสียงแผ่ว ที่ไหล่ของเขามีเพื่อนพ้องอีกสามคนนอนสลบไสล พอเดินพ้นประตูวงเวทเคลื่อนย้ายได้เขาก็ทิ้งทั้งสามลงกับพื้นจนร้องโอดโอยกันเป็นแถบ “ดินแดนรกร้างไม่รู้จะลึกลับขนาดนั้นไปทำไม”

“ไม่งั้นจะได้ชื่อว่าไร้ชีวิตหรอ ก็ต้องเข้ายากออกยากแบบนี้แหละ”

“นี่ยังถือว่าโชคดีที่ไม่มีตัวอันตรายมาดักรอระหว่างทาง ไม่อย่างนั้นพวกเราคงได้เหลือแต่ชื่อ” นักเวทผู้เดินออกมาช้าสุดพูดเสริม พลางหันกลับไปลบอักขระประตูวงเวทเคลื่อนย้ายที่ตนเป็นคนเปิดกลางอากาศ

แต่เมื่อมันเริ่มเปลี่ยนสีไปมือของเธอก็หยุดชะงักลง ไม่นานนักก็มีร่างหนึ่งเดินสวนออกมา

เขาสวมชุดคลุมแบบเดียวกับนักเวทของที่นี่ แถมยังดูธรรมดามากทั้งยังไม่มีตราสัญลักษณ์ใด ทว่าความรู้สึกประหลาดที่แผ่ออกมารอบตัวกลับทำให้ขนทั้งร่างลุกชูชันขึ้นมาราวกับกำลังจ้องตาของสัตว์ทรงอำนาจ

ผู้นำเพียงหนึ่งเดียวของสภากลางแห่งนี้

เหล่านักเวทแม้กระทั่งที่นอนบาดเจ็บอยู่ต่างตื่นตัว ผุดลุกขึ้นมาเตรียมทำความเคารพแต่ก็ต้องหยุดไปเมื่อเขายกมือขึ้นมาห้ามปราม

“กลุ่มที่ไปดินแดนทรูนอทสินะครับ โดนหมีโคดิแอคดักทำร้ายกันมาหรอ ยับเยินเชียว” ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะถามเมื่อเห็นสภาพลูกน้องของตน

“ได้ปะทะกับซาตานนิดหน่อยค่ะ” นักเวทสาวผู้ได้รับมอบหมายให้ถือเอกสารเร่งตอบขณะส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนพ้อง “ยังดีที่รอดชีวิตกลับมาทุกคน แหะแหะ”

“แค่ไปตรวจค้นไม่ใช่หรอครับ” ชายหนุ่มทำเสียงสูง “หรือว่าซาตานขัดขืน?”

“ก็ไม่เชิงค่ะ” เธอหลบสายตา “เฟย์ที่ชื่อเอมิลส์สั่งให้ใช้กำลังตรวจค้น เขาบอกว่าจะรับผิดชอบเอง พวกเราก็เลย…”

ชายหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจ เหตุการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นครั้งแรก เพียงแต่ว่ามันออกจะเสี่ยงไปหน่อยที่นักเวทระดับล่างเข้าปะทะซาตานโดยตรง

โดยเฉพาะกับซาตานบริสุทธิ์แบบนั้น

เมื่อสังเกตดูแล้วว่าไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิตชายหนุ่มก็ตบไหล่นักเวทสาวตรงหน้าเบาๆ คล้ายจะบอกว่าเขาไม่ได้โกรธเคืองอะไร

“ถ้าอย่างนั้นพวกคุณรักษาตัวเสร็จก็รับเควสอื่นได้เลยนะครับ สถานการณ์ของที่นั่นเริ่มจะใหญ่เกินไปแล้ว”

“แต่-”

ชายหนุ่มยกมือขึ้นห้ามอีกครั้งขณะที่ประตูเวทเคลื่อนย้ายด้านหลังเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

“ค่าจ้างจะได้รับเท่าเดิมครับไม่ต้องห่วง ผมได้อะไรจากที่นั่นครบเกือบหมดแล้วด้วย ขอบคุณทุกคนมาก”

แล้วชายหนุ่มก็เดินเข้าไปในประตู โดยก่อนที่ประตูจะจางหายไปน้ำเสียงซุกซนกว่าเมื่อครู่ก็ดังแว่วออกมา

“อย่าลืมเขียนกำกับไว้ตัวโตๆ เลยนะครับว่าค่าเสียหายทั้งหมดส่งไปหาเฟย์ตนนั้น อย่าให้ขาดซักโซลล่ะ”

“ได้เกือบหมดหมายความว่าไงคะ” นักเวทสาวตะโกนไล่หลังแต่ก็ไม่ทัน หัวหน้าสภากลางหายเข้าไปในประตูวงเวทเคลื่อนที่เสียแล้ว “คุณยังไม่ได้…อ่านรายงานของเราเลย”

เหล่านักเวทนิ่งเงียบกันเป็นนาทีกว่าจะเริ่มขนย้ายเพื่อนร่วมงานเข้าไปด้านใน ถึงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่รู้จะถามกับใคร พวกเขาไม่เคยได้รู้ถึงเรื่องใหญ่ๆ กว่าตำแหน่งของตนจนเริ่มจะชินเสียแล้ว

และในท้ายที่สุดเมื่อเหตุการณ์บานปลายหรือคลี่คลายลงจนเป็นที่พูดถึงทุกดินแดน เมื่อนั้นแหละพวกเขาก็จะได้ทราบถึงเรื่องราวทั้งหมดเอง


 

ณ ใจกลางป่าเขตหนาว มีก้อนหินสูงกว่าศีรษะหลายก้อนวางเรียงรายเป็นระยะ มันแทรกตัวขึ้นมาจากพื้นแต่ก็มิอาจเอาชนะต้นไม้ได้จนถูกปกคลุมไปด้วยรากเส้นใหญ่ ชายหนุ่มในชุดคลุมกันหนาวประดับขนสัตว์ลากร่างไร้ชีวีสี่ขาซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยของมีคมมาตามพื้นดินสายตาสอดส่องหาโขดหินที่ใหญ่มากพอจะซ่อนมันได้

“ไอ้ตัวนี้หนักชะมัด” ชายหนุ่มปล่อยขากวางแล้วทิ้งตัวลงกับพื้นพลางหอบหายใจถี่ ถ้ามีสัตว์ร้ายโผล่มาแถวนี้สักตัวเขาคงจะไม่ต้องเหนื่อยขนาดนี้

“สัตว์ร้ายหรือ” พลันความคิดหนึ่งก็แว่บเข้ามาในหัว ชายหนุ่มตาลุกวาวหันขวับไปทางร่างไร้ชีวี

ถ้าหากทำให้ดูเหมือนว่ามีสัตว์ร้ายมากินมัน ร่องรอยคมมีดพวกนี้ที่บ่งบอกว่าเขาเป็นผู้สังหารกวางคงปลิวหายไปในอากาศ เพียงแต่ว่าจะทำเช่นไรเท่านั้นเองให้ดูแนบเนียนที่สุด

ครั้นจะใช้มีดเฉือนชิ้นส่วนมันออกมาตอนนี้คงจะทิ้งร่องรอย หากมีใครมาพบเข้าต้องเดาได้แน่ว่าไม่ใช่ฝีมือของสัตว์

ขณะที่กำลังจะลุกขึ้นมาฉีกร่างของมันด้วยมือของตัวเอง ทันใดนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางขวา พอมองตามต้นเสียงไปก็พบกับเอลฟ์แคระตนหนึ่งที่กำลังเดินลาดตระเวนผ่านมาพอดี

เวรแล้วไง…ไอ้พวกตัวยุ่งมาเจอจนได้


“เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ!!”

เอลฟ์แคระสาวเท้าเข้าใกล้ มองกวางที่พื้นสลับกับหนุ่มน้อยซูร์หรี่ตามองอย่างคาดคั้น

“ก็เห็นนี่ เจ้านี่ถูกหมาป่าทำร้ายเอา” หนุ่มน้อยซูร์หลบสายตา ยักไหล่ข้างหนึ่งทำทีว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ “ข้าพยายามช่วยมันแล้วแต่ไม่ทัน”

“แถวนี้ไม่มีร่องรอยของหมาป่าสักตัว…”

“ข้าลากมาจากชายป่านู่น ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็เดินไปดูเอง”

เอลฟ์แคระนิ่งงันไปชั่วครู่ เขาไม่คิดเชื่อในสิ่งที่ซูร์ตรงหน้ากล่าวแต่ก็ไม่มีหลักฐานแถมนี่มันเป็นเรื่องใหญ่ด้วยไม่มีทางที่จะกล้าทำ…

ขณะที่กำลังครุ่นคิดสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นรอยกรีดยาวบริเวณขาหลังของกวาง ซึ่งหากมองดีๆ แล้ว ทั่วทั้งตัวของเธอต่างก็มีร่องรอยเช่นนี้จนมิอาจนับได้ มันเกิดจากคมมีดไม่ผิดแน่

สติของเอลฟ์แคระขาดสะบั้นลงในทันที

“แก!!!”

เสียงตะโกนจนคอแหบแห้งดังลั่นทั่วป่า ร่างเล็กสูงเพียงเจ็ดสิบเซนติเมตรกระโดดเพียงครั้งเดียวก็ขึ้นไปอยู่บนไหล่ของอีกฝ่าย กำปั้นแห่งความโกรธซัดเปรี้ยงเข้าที่หัวของหนุ่มน้อยซูร์โดยไม่ทันได้ตั้งตัว

แรงปะทะรุนแรงทำเอาตัวของหนุ่มน้อยซูร์เซถลาชนต้นไม้ข้างตัว เอลฟ์แคระยังคงต่อยลงไปยังจุดเดิมซ้ำๆ อย่างแม่นยำ และในจังหวะที่เกือบจะล้มลงหนุ่มน้อยซูร์ก็คว้าขาของเอลฟ์แคระไว้ได้แล้วเหวี่ยงออกไปด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

“เวรเอ้ย เร็วนักนะ”

หนุ่มน้อยซูร์โอดครวญ ก่อนจะเร่งคว้ามีดพร้าข้างเอวขึ้นมาแต่กลับไม่เร็วมากพอ เอลฟ์แคระที่ตั้งหลักได้กลางอากาศยันตัวเองกับพื้นและกระโดดพุ่งตัวใส่หนุ่มน้อยซูร์อีกครั้ง เพียงเสี้ยววิมือเล็กจิ๋วหุ้มด้วยถุงมือหนาก็อยู่ห่างใบหน้าอ่อนวัยเพียงคืบ

ทว่าก่อนมือจะกระแทกหน้า ก็มีเสียงตะโกนโวยวายดังขึ้นจากทุกทิศทุกทาง เอลฟ์แคระลาดตระเวนตนหนึ่งกระโดดถีบเพื่อนของตนเองจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้ใหญ่


“ทำอะไรของเจ้าน่ะ!”

เสียงทุ้มต่ำตะโกน พร้อมด้วยการมาถึงของเหล่าเอลฟ์แคระและซูร์ที่กรูกันเข้ามาล็อคแขนขาพวกพ้องของตนเองซึ่งกำลังครุกกรุ่น

“ปล่อยข้า วันนี้มันต้องตายไอเลวเอ้ย!”

เอลฟ์แคระตนเดิมโวยวายดิ้นพล่านไปมาร่างทั้งร่างถูกกดทับเอาไว้ด้วยจำนวนที่มากกว่า ในขณะที่อีกฝ่ายทำเพียงยืนกระซิบคุยกันและส่งสายตามาเป็นระยะ


ฉึก!!

มีดสั้นสลักลายพุ่งแหวกอากาศแทงเข้าที่หัวไหล่อย่างแม่นยำ ช่วยดึงสติกลับมาในทันที

ของเหลวอุ่นไหลอาบชุ่มจนถึงแขน ความรู้สึกหนึ่งเด่นชัดขึ้นมาทีละน้อย แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดทางสายตาที่ส่งมาเขารู้ได้ทันทีว่ามันเทียบกันไม่ติด

“เน็ตต์”

หัวหน้าของเขา…ไม่เคยลงมือกับลูกน้องมาก่อน

ทั่วทั้งร่างของเอลฟ์แคระสั่นสะท้านยามเมื่อผู้เป็นหัวหน้าเดินเข้ามาใกล้ พอเข้าถึงตัวได้เน็ตต์ก็กำคอเสื้อเขาไว้แล้วกระชากให้เข้าไปหา ใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ

“ข้าไม่เคยสอนให้เจ้าใช้ความสามารถไปทำร้ายใคร! ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ห้ามลงมือก่อน ลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือ!”

เอลฟ์แคระกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ นัยน์ตาสั่นระริกหลุบลงต่ำยอมรับความผิด

แล้วเขาก็เอ่ยออกมาผ่านลำคอแห้งผาก

“ซูร์มัน…มันสังหารกวาง”