ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ

ทั้งที่ดวงอาทิตย์พึ่งจะขึ้นได้ไม่นานเพียงพริบตาเดียวก็ไปอยู่อีกฝากของท้องฟ้าเสียแล้ว

ซาตานหนุ่มลอยตัวอยู่ใต้หมู่มวลเมฆเล็กน้อย ดวงตาทมิฬเหม่อมองออกไปอย่างไร้จุดหมายในขณะที่มือข้างหนึ่งกำแผ่นกระดาษยับยู่ยี่แน่น มันคือแผนการเดินทางอย่างละเอียดของเด็กๆ แต่ละคนในจดหมายซึ่งไม่สามารถตรวจสอบได้

หลายวันที่ผ่านมาเขาออกตามหาตลอดทั้งวันทั้งคืนโดยไม่หยุดพักแต่ก็ไม่พบร่องรอยของเด็กที่มีเสียงระฆังในหัวใจเหมือนกับที่ผ่านๆ มา แม้จะยังไม่ถอดใจแต่เวลาที่กำลังนับถอยหลังทำให้ต้องขบคิดเรื่องแผนสำรองอีกครา

“กลิ่นหอมจัง…”

ซาตานหนุ่มเปรยขึ้น เมื่อได้มองลงไปยังเบื้องล่างก็พบว่าตนกำลังลอยอยู่ใกล้เมืองของมนุษย์ขนาดกลางและกลิ่นที่กำลังดึงดูดเขาอยู่คงหนีไม่พ้นวิญญาณเหล่านั้น

ถึงจะรีบแค่ไหนการได้ใกล้ชิดกับอาหารก็เป็นสิ่งที่ซาตานเช่นเขามิอาจห้ามใจได้

เพียงครู่เดียวกลุ่มหมอกควันสีม่วงดำก็มาลอยตัวอยู่เหนือหลังคาบ้านแถบชานเมือง

เหล่ามนุษย์ในช่วงวัยต่างๆ กำลังใช้ชีวิตอย่างปกติสุข โดยไม่มีโอกาสได้รับรู้เลยว่าผู้ล่าตัวฉกาจอยู่ห่างเพียงปลายจมูก แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะสามารถลงมือได้ตามใจ…


นานมาแล้วที่พระเจ้าได้ตั้งกฏเกณฑ์ขึ้นมาเพราะหลังจากมนุษย์ได้ถูกสร้างขึ้นได้ไม่นาน เทพก็จงเกลียดจงชังมนุษย์ที่ได้แย่งความรักไปและซาตานก็ได้รู้ว่าวิญญาณของสิ่งมีชีวิตหลากหลายอารมณ์ช่างเลิศรสทั้งยังเติมเต็มความกระหายในจิตใจได้มากแค่ไหน การสังหารหมู่เกิดขึ้นที่แล้วที่เล่าโดยมีเทพคอยหลับตาข้างหนึ่งทำทีเป็นไม่เห็นจนมนุษย์เกือบหมดสิ้นเผ่าพันธุ์

ความพิโรธของพระองค์ถูกประกาศออกมาเป็นคำสั่งเด็ดขาด ว่าหากเทพองค์ใดเพิกเฉยต่อการวิงวรของมนุษย์จะถูกลงทัณฑ์และซาตานตนใดที่สังหารมนุษย์ที่ไม่ได้มีพันธสัญญาด้วยก็เช่นกัน

ซึ่งหนึ่งในโทษร้ายแรงสำหรับซาตานก็คือการนำชื่อไปเปิดเผยต่อทุกเผ่าพันธุ์ ทำให้ส่วนใหญ่เลือกที่จะกลับไปกินวิญญาณสัตว์ภูติ เก็บตัวในนรกดังเดิม

การดำรงตำแหน่งซานต้าทำให้เขาไม่มีเวลามากพอจะล่อลวงมนุษย์สักคนมาขายวิญญาณให้ด้วยซ้ำ จึงต้องอดทนเรื่อยมา

และในตอนที่ยังมีสติครบถ้วนอยู่เขาต้องรีบจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ให้เสร็จโดยเร็ว…


 

“ร้านเจ้าขายตุ๊กตาด้วยหรือ” เสียงหญิงสาวดังแว่วขึ้นมาจากด้านล่าง เธอหยิบตุ๊กตารูปนกสีดำขึ้นมาดูก่อนจะได้รู้ว่ามันทำจากไม้ทั้งหมดจึงวางลงที่เดิม

ซาตานหนุ่มสนใจของเล่นหน้าตาประหลาดก็หยุดลงที่เหนือหัวของพวกเขา คอยไม่นานชายร่างผอมเกร็งก็เดินออกมาอธิบายสินค้าของตน

“นี่ไม่ใช่ตุ๊กตาธรรมดานะคุณลูกค้า มันมาจากร้านของอเคมี่กำลังเป็นที่นิยมในเมืองใหญ่เชียวล่ะ สามารถเคลื่อนไหวได้เพียงแค่เสียบกุญแจเข้าที่ด้านหลังนี้และหมุนก็เท่านั้น”

ด้วยเสียงดังฟังชัดและทักษะการขายอย่างชำนาญ ทำให้ผู้คนโดยรอบเริ่มมามุงดู

“ทำจากไม้ทั้งชิ้นแบบนี้จะเรียกตุ๊กตาได้ยังไง เด็กๆ จะไม่ทำหล่นพื้นเสียหายหรอ ควรเป็นของตกแต่งมากกว่านะ” หญิงสาวคนเดิมยังคงสงสัย

“ดูนี่ก่อนคุณลูกค้า การขยับของมันราวกับมีชีวิตจริงๆ และต่อให้มันเผุพังเพียงแค่นำมันไปพร้อมกับใบรับรองนี้ อเคมี่ซ่อมให้ได้ฟรีๆ เลยล่ะ เด็กในเมืองใหญ่ต่างมีมันกันทั้งนั้น”

ในขณะที่พูดชายเจ้าของร้านก็ใช้แท่งเหล็กสีเงินรูปร่างคล้ายกับกุญแจเสียบลงไปบนหลังของตุ๊กตานกสีดำหมุนสามถึงสี่ครั้งแล้ววางมันลงกับพื้น ทันใดนั้นร่างซึ่งทำจากไม้ก็ลุกขึ้นยืน กะพริบตาซ้ายขวา สะบัดปีกไปมาและเริ่มออกเดินไปด้านหน้าเรื่อยๆ สร้างความฮือฮาให้กับเหล่าผู้ที่กำลังรุมล้อมรวมไปถึงผู้ที่แฝงตัวอยู่กลางอากาศอีกด้วย

เหลือเชื่อ…

ซาตานหนุ่มเบิกตากว้าง เขารู้จักตุ๊กตาไขลานอยู่บ้างเพียงแต่มันทั้งหนักและพังง่ายไม่เหมาะกับเด็กๆ จึงไม่ค่อยทำขึ้นมามากนัก และโดยปกติมันควรจะขยับได้เพียงไม่กี่แห่งในจังหวะเดียวกันเท่านั้น

ผู้ที่สรรค์สร้างสิ่งนี้ขึ้นมาได้ช่างน่าสนใจนัก

ซาตานหนุ่มยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก็นึกได้ว่าไม่ควรอ้อยอิ่งนาน เขายกกระดาษในมือขึ้นมาอ่านอีกครั้งว่าที่แห่งนี้ไม่มีจดหมายของเด็กคนใดที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ส่งมาขณะลอยตัวขึ้นสูงเรื่อยๆ

แต่สายตาลังเลยังคงแอบเหลือบมองตุ๊กตาไขลานตัวนั้นอยู่เป็นระยะ ก่อนจะตัดสินใจเดินทางต่อ



ห่างจากด้านหลังสุดของโรงงานเพียงไม่กี่สิบเมตร มีบ้านนับสิบหลังตั้งอยู่กลางลานหิมะโล่งแจ้ง เกือบทั้งหมดคือบ้านชั้นเดียวซึ่งทำจากดินและไม้เพื่อช่วยคงความอบอุ่นตลอดเวลาแม้ไม่มีเตาผิง

ที่ใจกลางของหมู่บ้านมีต้นไม้ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างโรงนาซึ่งใหญ่โตไม่แพ้กัน คนแคระมากมายยืมรุมล้อมประตูทางเข้าเอาไว้พร้อมเสียงกระซิบดังไม่ขาดสาย

ร่างสมส่วนในชุดเดรสรัดรูปพอดีตัวคลุมทับด้วยผ้าคลุมไหล่นั่งอย่างหมดแรงอยู่บนกองฟางด้านในสุด ต่อหน้าของเธอคือร่างขนปุยสี่ขาของรูดอล์ฟ จมูกสีแดงที่มักส่องสว่างในบางครั้งมืดสนิทไร้ซึ่งสัญญาณการมีชีวิต

รูดอล์ฟ…ตายแล้ว

“ทนอีกนิดก็ไม่ได้เลยหรอคะ” เบลกระซิบเสียงแผ่ว มือเปลือยเปล่าเอื้อมสัมผัสข้างแก้มเย็นเฉียบตรงหน้า หวังลึกๆ ว่าจะช่วยให้รูดอล์ฟฟื้นคืนชีพ “แค่อีกไม่กี่เดือน แค่ให้เจอรูดอล์ฟตัวใหม่…ทำให้ไม่ได้เลยหรอ”

การตายของรูดอล์ฟเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในสักวันหนึ่งอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันควรจะเป็นในตอนที่มีรูดอล์ฟตัวใหม่ถือกำเนิดขึ้นและอาศัยอยู่ในโรงนาแห่งนี้เพื่อที่จะได้พร้อมใช้งานในปีถัดไป

ทว่า…นับตั้งแต่ซานตาคลอสรุ่นที่13 รับตำแหน่งก็ไม่เคยมีรูดอล์ฟตนใดถือกำเนิดขึ้นมาอีกเลยราวกับเป็นการประท้วงของที่แห่งนี้ ถ้าหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปวันคริสต์มาสต้องวิกฤตจนเบื้องบนมาตรวจสอบเป็นแน่ และคนแคระเช่นพวกเธอก็ต้องถูกขับไล่ออกไป

ต้องรีบจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ให้เสร็จก่อนจะสายเกินไป…

“นี่เบล นั่งอยู่ตรงนี้มาเป็นชั่วโมงแล้วนะ จะทำอย่างไรต่อก็รีบสั่ง” น้ำเสียงหงุดหงิดดังขึ้นด้านหลัง ดึงให้เธอหลุดออกจากภวังค์ “พวกข้ากันเรนเดียร์พวกนั้นไม่ให้เข้ามาไม่ไหวแล้ว”

“ถ้ารีบทำไมไม่คิดเองบ้างล่ะ…” เบลพึมพำเบาๆ

ถึงเธอจะสามารถพูดสิ่งที่คิดในหัวออกไปดังๆ ได้ด้วยตำแหน่งเป็นรองเพียงซานต้า แต่เพราะไม่อยากกลายเป็นพวกบ้าอำนาจเหมือนพี่น้องรอบกายจึงได้แต่เมินเฉยต่อความหยาบคายของพวกเขาไปในแต่ละครา

และหวังว่าด้วยความสามารถของเธอจะทำให้พวกเขายอมก้มหัวให้ในสักวัน

“เฮ้อ….”

สองมือเปลือยเปล่ายันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน สูดหายใจเข้าจนเต็มปอด เมื่อเรียบเรียงคำพูดในหัวจนเสร็จเธอก็เดินออกไปด้านนอกประกาศให้ทั่วทั้งหมู่บ้านรับรู้

“รูดอล์ฟตัวสุดท้ายตายแล้วค่ะ เราจะฝังร่างนี้ตามธรรมเนียมเดิม ส่วนเรนเดียร์ตัวอื่นก็เอามาไว้ในโรงนาก่อน ไม่มีรูดอล์ฟแล้วพวกมันอาจจะกลายเป็นกวางธรรมดาก็ได้ ส่วนฉันจะไปแจ้งกับเอลฟ์แคระ จัดการทุกอย่างด้วยความรวดเร็วด้วยนะคะ”


 

ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจซื้อตุ๊กตานกสีดำตัวนี้มาจนได้…กลไกลของมันน่าสนใจดังที่คาด เพราะเสียงด้านในแตกต่างจากตุ๊กตาไขลานทั่วไปมากนัก

“ถ้าแกะมันออกมาแล้วประกอบกลับไม่เป็นร้านอเคมี่จะซ่อมให้มั้ยนะ”

ซาตานหนุ่มบ่นพึมพำ สายตาไล่ตรวจดูข้อต่อของมันทีละส่วนขณะเบี่ยงตัวหลบปลายยอดหลังคาทรงสูงของบ้านหลังหนึ่ง


“มัน…ฆ่าซานต้า”


จู่ๆ ก็มีเสียงดังก้องขึ้นในอกไร้เลือดเนื้อ พร้อมกันนั้นที่ทั่วทั้งร่างราวกับถูกอัดกระแทกโดยธารน้ำแข็งยักใหญ่จากทุกทิศทาง หูทั้งสองอื้ออึงจนจับใจความสิ่งใดไม่ได้อีก

แล้วสติของเขาก็ดับวูบลงในทันที


กลุ่มก้อนควันกระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว ปรากฏร่างสีซีดที่กำลังร่วงหล่นสู่ต้นไม้ด้านล่าง

แป๊ก! ครืนนน

กิ่งไม้ใหญ่หักลงแทบจะในทันทีที่ถูกกระทบส่งเสียงดังสนั่น ร่างทั้งร่างรวมไปถึงท่อนไม้หนักร่วงหล่นต่อไปยังพื้นถนนอิฐแข็ง

ทว่า…


“โอ๊ยยย!!”

เสียงเล็กกรีดร้องลั่นถนน เด็กคนหนึ่งถูกกิ่งไม้ใหญ่หล่นทับในจังหวะที่กำลังวิ่งผ่านพอดิบพอดี เมื่อตั้งสติได้ก็รีบคลานออกมาอย่างทุลักทุเล

ร่างผอมบางของเด็กชายอายุไม่เกินสิบขวบสวมเสื้อทูนิคเก่าๆ ทับด้วยเสื้อกั๊กที่สภาพไม่ต่างกันทิ้งตัวลงกับพื้นถนนอิฐแข็งนอนหอบหายใจถี่อยู่ครู่หนึ่ง ก็พลิกตัวกลับไปมองยังจุดที่ตนถูกทับเมื่อครู่

และพบกับร่างสีซีดนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

“อ่าวพี่ชาย! เป็นอะไรรึเปล่านั่น”

เด็กชายร้องเสียงหลงอีกครั้ง ปรี่เข้าหาร่างไร้สติแล้วก็พบว่าตัวของอีกฝ่ายเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็งทั้งยังไม่มีเสียงเต้นของหัวใจ “ตะ…ตาย ตายแล้วหรอ!!”

ร่างผอมบางชะงักงัน ไม่อยากเชื่อว่าจะได้พบคนตายในระยะประชิด

เมื่อแน่ใจแล้วว่าผู้ที่อยู่ตรงหน้าตายไปจริงๆ เด็กชายจึงต้องลากร่างไร้ลมหายใจออกมาจากบนกิ่งไม้ใหญ่ แม้จะทุลักทุเลไปบ้างก็ต้องทำเพราะไม่อยากให้ศพของเขาถูกพบในสภาพน่าขบขัน

“เฮ้อ…จะทำยังไงต่อดีล่ะทีนี้” ร่างผอมบางทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ในหัวกำลังตัดสินใจว่าจะวิ่งหนีไปเลยหรือวิ่งเข้าไปในเมืองเพื่อบอกกับผู้ใหญ่แถวๆ นั้นและพวกเขาจะเชื่อหรือเปล่าว่าตนไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ชายตาย

คำพูดของเด็กกำพร้าเหลือขอแบบเขาแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าสายลมในฤดูร้อนเสียอีก นอกจากคุณพ่อเฮปป้าผู้ที่ได้เลี้ยงพวกเขามาตั้งแต่จำความได้ก็ไม่ค่อยมีใครมาตั้งใจฟังอะไรๆ จากปากเล็กนี้อีกแล้ว

ทำยังไงดี…


“ฮึ่มมม…”

ในขณะที่กำลังขบคิดอยู่ ก็มีเสียงครวญครางดังขึ้นมาจากศพตรงหน้า รู้สึกได้ว่าบางส่วนของร่างนั้นกำลังขยับ พอเด็กชายเงยหน้ามองก็พบกับแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาบนดวงตาทมิฬเบิกโพลง