ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ

นี่สิถึงจะเรียกว่าเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของจริง…

ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าเต็มไปด้วยเสียงอึกทึกครึกโครม เพราะมีเหล่าเด็กน้อยอยู่รวมกันเป็นโขยง พวกเขาวิ่งเล่นสวนกันไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ที่ฝั่งซ้ายและขวาของห้องเต็มไปด้วยเตียงนอนวางติดกันจนแทบไร้ทางเดิน จึงเป็นสังเวียนอย่างดีที่จะสามารถเล่น ‘ก็อบลินต้องสาป’ ซึ่งมีกติกาง่ายๆ อย่างวิ่งหนีจากผู้ที่เป็นก็อบลินให้ได้ ทั้งยังสามารถเล่นได้ครบทุกตนจนเพิร์ลที่ถึงแม้จะต้องพยุงตัวด้วยไม้เท้ายังได้รับเชิญให้ไปร่วม ทิ้งให้เขานั่งอยู่ที่ปลายเตียงมุมห้องเงียบๆ

“ถ้าที่โรงงานวุ่นวายแบบนี้ทุกวันก็คงดี…”

ซาตานหนุ่มวาดภาพสวยงามในหัว ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่อมีมือเล็กดึงชายเสื้อเบาๆ พอก้มมองก็เห็นเด็กชายตัวเล็กจ้องเขาด้วยตากลมโต

“ไม่มาเล่นด้วยกันหรอ” เด็กชายตัวเล็กชูมือขึ้นทั้งสองข้าง “ถ้าไม่ติดคำสาปเลยจะได้ขนมนะ”

พอเห็นแบบนี้แล้วเขาก็อุ้มเด็กชายขึ้นมานั่งด้วยกัน

“ผมเหนื่อยจนแค่เดินก็ไม่ไหวแล้วครับวันนี้” เขาตอบตามจริง สายตาไล่ตรวจดูเด็กชายคร่าวๆ ก็ไม่พบว่ามีส่วนใดในร่างกายบ่งบอกว่าคือเผ่าพันธุ์ใด

“ผมติดคำสาปก็อบลินเป็นคนแรกตลอดเลย แหะแหะ” เด็กชายขำแห้ง ตากลมโตมองปีศาจแมงมุมน้อยตนหนึ่งกำลังปีนป่ายหนีก็อบลินอยู่บนเพดาน “ก็เป็นคนแคระนี่นะ ขาก็สั้นเวทมนตร์ก็ไม่มี จะไปแข่งกับพวกอสูรปีศาจแบบนั้นได้ไง”

“คนแคระ??” ซาตานหนุ่มขมวดคิ้ว

“อื้อ ถึงจะผิดปกติจนตัวเกือบจะเท่าๆ กับมนุษย์แต่ก็ยังเป็นคนแคระ พวกเขาบอกว่าผมใจร้อนในหลายๆ ครั้งด้วยอิอิ” เด็กชายเกาข้างแก้ม

ประโยคที่ได้ยินทำเอาซาตานหนุ่มแทบไม่เชื่อหูตัวเอง และไม่ใช่เพราะสงสัยในสิ่งที่เด็กชายกล่าวแต่เป็นกลิ่น กลิ่นของเด็กชายแตกต่างจากคนแคระที่เขาจำได้มาตลอดชีวิต ซึ่งเขามั่นใจว่าถึงตอนนี้จมูกอาจจะแย่ลงเพราะอ่อนแอแต่ด้วยระยะเท่านี้มันไม่มีทางพลาด


“พี่ชายๆๆๆ โอ้ย!!”

ในขณะที่กำลังคิดวนเวียนอยู่เสียงเพิร์ลก็ร้องลั่นขึ้นตามมาด้วยเสียงเหมือนอะไรหนักๆ กระแทกพื้น พอหันไปมองก็เจอเพิร์ลและเด็กอีกสามตนตกจากเตียงลงมาพร้อมกันจนกองกันอยู่ที่พื้น

ซาตานหนุ่มรีบเข้าไปอุ้มพวกเด็กๆ ขึ้นมา แต่ยังไม่ทันจะถามไถ่อาการก็เจอเข้ากับตาเขียวปั๊ดของเด็กชาย

“นี่! พี่ชายมีชื่อเรียกมั้ยห๊า” เพิร์ลพูดเสียงดัง “ถ้ามัวแต่เรียกพี่ชายๆๆ อยู่แบบนี้ติดคำสาปก็อบลินจนตายเกิดเป็นสิบรอบแล้วมั้ง”

“ชื่อของผมหรอ…”

คำถามง่ายๆ กลับทำให้ซาตานหนุ่มเผลอนิ่งไปชั่วขณะ นับตั้งแต่ได้ตำแหน่งเขาก็ถูกเรียกว่าซานต้ามาตลอดจนแทบจะลืมอีกชื่อหนึ่งที่สำคัญไป

“นี่พี่ไร้บ้านแถมไม่มีชื่อด้วยหรอ” ปีศาจจิ้งจอกน้อยหูแหว่งเอ่ยเสียงใส “เป็นผู้ใหญ่ที่ชีวิตล้มเหลวเกินไปแล้วนะ”

“นั่นสิ พรุ่งนี้จะได้ออกไปจากที่นี่พอดี คงต้องขยันเก็บเงินแล้วล่ะจะได้ไม่เป็นแบบนี้” อสูรน้อยเขี้ยวลากพื้นกล่าวเสริม

“ผมยังไม่พ้นช่วงวัยรุ่นเลยนะ…แล้วผมก็มีชื่อด้วยครับ ชื่อโฮป”

“โฮปที่แปลว่าความหวังน่ะหรอ”

เด็กสาวผู้มีผิวสีเขียวเข้มเอ่ยแทรกขึ้นมา จากรูปลักษณ์แล้วเธอคงเป็นแม่มดไม่ผิดแน่และความฉลาดนี้ก็คงมาจากเผ่าพันธุ์ของเธอ

ซาตานหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมส่งยิ้มให้

“เป็นชื่อที่พ่อกับแม่ช่วยกันตั้งให้ครับ พวกท่านบอกผมคือความหวังท่ามกลางพายุหิมะ”

จู่ๆ ทั้งห้องก็เงียบลงจนน่าอึดอัด

“ดีจังเลยนะ มีพ่อกับแม่ตั้งชื่อให้ด้วย” เด็กชายคนแคระข้างตัวเอ่ยเสียงเศร้า

“นั่นสิ…พวกเราแทบทุกคนได้มัชช์กับบาทหลวงเฮปป้าตั้งชื่อให้” ปีศาจจิ้งจอกน้อยหูแหว่งเสริม “ไม่มีความหมายพิเศษอะไรเลยแถมแข็งๆ ทื่อๆ มาจากของรอบตัวด้วย ฟังชื่อขนปุยของฉันสิอย่างกับชื่อหมา”

“นี่ๆๆ จะเศร้ากันทำไมเนี่ยเดี๋ยวน้องๆ ก็ร้องหรอก”

เพิร์ลรีบปราม แต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเพราะเด็กเล็กบางส่วนเริ่มมีน้ำตารื้น เด็กชายรีบหันขวับมาทางเขา เหมือนจะบอกว่าให้ทำอะไรสักอย่าง

โฮปที่ไม่รู้จะปลอบยังไงดีเพราะไม่เคยเจอเด็กร้องไห้ในระยะนี้มาก่อนยกเว้นเพิร์ลเมื่อตอนกลางวัน ทำได้เพียงดึงพวกเขาเข้ามากอดไว้ แต่มันกลับยิ่งทำให้เด็กๆ เริ่มร้องไห้เสียงดังกว่าเดิม

“เอ้าพี่ กอดทำไม ห้ามกอดเด็กกำพร้านะ” เพิร์ลรีบเข้ามาขวางตาโต “ตายแล้วๆๆ อย่าร้องนะเดี๋ยวมัชช์ก็…”


ปั๊ก!

“นี่”

จู่ๆ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการมาของมัชช์ที่ตอนนี้ถือเชิงเทียนทองเหลืองเอาไว้ ดวงตาดุร้ายจ้องเขม็งเข้ามาไม่พูดอะไรเพิ่มเติมอีก

แต่เพียงแค่นั้นกลับทำให้เหล่าเด็กน้อยตื่นตระหนก พวกเขาวิ่งสวนกันไปมากระโดดขึ้นเตียงของตัวเอง เด็กโตหน่อยก็รีบเป่าเทียนริมกำแพงให้มอดดับแล้วยัดตัวเองลงใต้ผ้าห่ม ไม่เว้นแม้กระทั่งเขาที่ถูกมือหลายคู่ดึงให้นอนลง

แล้วห้องทั้งห้องก็เงียบสงบลงภายในชั่วพริบตา…

“คืนนี้อากาศจะหนาว ห่มผ้าด้วย ถ้าใครไม่ยอมนอนก็ต้องไปถูพื้นที่โบสถ์” มัชช์กล่าวเสียงแข็ง ไล่สายตาตรวจดูเด็กๆ ทีละตนจนมาหยุดที่ร่างสีซีดซึ่งขาโผล่พ้นเตียงออกมา “รวมถึงเจ้าด้วย…พักผ่อนซะ อย่าแอบพาเด็กๆ เดินเพ่นพ่านตอนกลางคืนมันอันตรายเข้าใจมั้ย”

เขาไม่กล้าตอบกลับไป ไม่รู้ว่าตอบแล้วจะโดนลากไปถูพื้นอย่างที่ขู่หรือเปล่า ทำได้เพียงพยักหน้ารัว ดึงผ้าห่มมาคลุมทั้งหัวและตัวเช่นเดียวกับเด็กๆ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีประตูก็ปิดลง มัชช์เดินจากไปพร้อมๆ กับแสงสว่างจากเชิงเทียน แม้เสียงฝีเท้าหนักเดินห่างออกไปไกลแล้วแต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าขยับตัว ไม่นานนักเด็กเกือบครึ่งก็หลับสนิท รู้ได้จากเสียงลมหายใจเป็นจังหวะและวิญญาณที่สงบนิ่ง

ซึ่งเห็นได้ชัดที่สุดจากอสูรน้อยเขี้ยวยาวข้างตัว ซาตานหนุ่มเอาผ้าของตัวเองไปให้เด็กชายห่มเพิ่มเพราะเขาไม่เคยรู้สึกหนาวหรือร้อนจากสภาพอากาศ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการหลับใหลแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ซาตานเช่นเขามีเพียงการนอนนิ่งๆ เพื่อพักร่างกายก็เท่านั้น ไม่มีความฝัน ไม่มีเสียงกรน ไม่ต้อง…หายใจเป็นจังหวะ และสามารถหลับไปได้เรื่อยๆ จนกว่าจะรู้สึกว่าร่างกายกลับมาเป็นปกติ

แต่ไม่รู้ว่าเพราะเป็นเพราะความสบายใจหรืออาการเหนื่อยล้า ขณะที่เขาปิดเปลือกตาอยู่ทุกสิ่งรอบกายก็เงียบลง…เงียบลง

จนไม่รับรู้ถึงสิ่งใดอีก



ท่ามกลางเมืองที่เงียบสงบภายใต้แสงจันทร์ บ้านทุกหลังปิดหน้าต่างและประตู ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดเพ่นพ่านดังเช่นทุกค่ำคืน

กระทั่ง…


ตึก

ร่างสมส่วนราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในชุดกระโปรงโลลิต้าสีชมพูหวานแหวว ยืนอยู่ข้างกำแพงเก่าริมถนน ที่พื้นตรงหน้าของเธอคือตุ๊กตาไขลานรูปนกสีดำซึ่งปีกหายไปหนึ่งข้าง

เธอก้มลงหยิบมันขึ้นมาก่อนจะชูขึ้นให้ชายข้างตัวเห็น เขามีผมสีดำสนิท สวมเสื้อคอเต่าพอดีตัวสีดำสนิทและกางเกงขายาว ใบหน้าเรียบเฉยมองของในมือเธออย่างไม่ชอบใจนักก่อนจะหันไปทางอื่น

“ที่นี่มีร้านค้าของเราอยู่ด้วยหรอ?” หญิงสาวถามเสียงใส มือบางสวมถุงมือลูกไม้พลิกตุ๊กตาในมือไปมา

“ไม่รู้ แต่คงไม่มีหรอก” ชายหนุ่มตอบปัด “แล้วไอตัวนี้บอกให้เลิกทำไปแล้วไง น่าเกลียดชะมัด”

“นี่มันรุ่นแรกไม่ผลิตเพิ่มแล้วล่ะ…แล้วฉันทำขึ้นมาเลียนแบบตัวนายด้วย น่ารักจะตาย”

“ไม่เหมือนซักนิด เอามานี่ ไม่ผลิตเพิ่มแล้วก็เอาไปเผาทิ้งซะ”

ชายหนุ่มพยายามแย่งคืนแต่ก็ไม่ทัน หญิงสาวกระโดดเพียงครั้งเดียวก็ลอยตัวจากพื้นขึ้นสูงและห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยเวทมนตร์ส่องสว่างที่ปลายเท้า ซึ่งชายหนุ่มทำได้เพียงมองตามพร้อมส่งเสียงจิ๊ปากอย่างขัดใจ

“ถ้าของรุ่นแรกพึ่งโดนพ่อค้าเร่เอามาขายที่นี่ แปลว่าการโฆษณากับขนส่งของเรามีปัญหาอยู่นะเนี่ย”

“พูดแบบนี้จะไปที่โรงงานหรอ ไหนว่าจะให้ช่วยตามหาคน”

“ไม่เอาอะ โรงงานน่าเบื่อ…แล้วหมอนั่นก็ตามหาตัวไม่ยากด้วย” เธอทำหน้ามุ่ยก่อนจะปรับเป็นจริงจัง กดเสียงให้ต่ำลง “อันที่จริงแค่อยากใช้เวลากับสัตว์เลี้ยงของฉันเยอะๆ เพราะมันดูเหงาน่ะ สงสัยคิดถึงเจ้านายอีกแล้ว”

“นี่ ใครคิดถึง-”

พูดยังไม่ทันจบจู่ๆ ร่างทั้งร่างของชายหนุ่มก็หดลงและกลายเป็นนกเรเวนในชั่วพริบตา พอเงยหน้ามองก็เห็นดวงตาสีเทาว่างเปล่าของหญิงสาวกำลังทอแสงหลากสีซ้ำยังฉายแววซุกซนก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก

นกเรเวนตัวโตโผบินขึ้นทันที ปากหงิกงอดำสนิทส่งเสียงร้องดังออกมาคล้ายกำลังบ่นยาวเหยียด ยิ่งทำให้หญิงสาวพอใจมากขึ้นไปอีกที่ได้แกล้งสำเร็จ

“ฮิฮิ~ ระหว่างนี้ก็ไปเที่ยวเล่นกันก่อน เดี๋ยวซาตานตัวนั้นอาละวาดเมื่อไหร่เราค่อยไปจับตัวมาก็ได้”




สวัสดี~ ถ้าได้มาเจอกันแบบนี้แปลว่าคือท้ายบทแล้วยังไงล่ะะะะ  เด็กๆ ในสถานรับเลี้ยงน่ารักกันหมดจนพระเอกเราอยากเก็บพับใส่กระเป๋าเอาไปเล่นที่โรงงานแน่ะ ในตอนหน้าจะเป็นยังไงก็ฝากกดใจ กดติดตามเอาไว้ด้วยนะ ไว้พบกันใหม่ท้ายบทเช่นเคย ขอให้โชคดี