ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง

“หยุดนะ!” เบลตะโกนสุดเสียง สองมือพยายามดึงรั้งเหล่านักเวทไม่ให้เข้าใกล้เอลฟ์แคระที่กำลังทำงานแต่ด้วยจำนวนทำให้ไม่สามารถห้ามได้ทั้งหมด นักเวทกลุ่มหนึ่งยืนเรียงแถวกันข้างสายพานหยิบตุ๊กตากระต่ายซึ่งเป็นงานหลักของวันนี้ขึ้นมาพินิจอยู่ครู่หนึ่ง

ก่อนจะลงมือทำลายมัน…

เอลฟ์แคระตื่นตระหนกในทันที หนึ่งในนั้นรีบวิ่งไปกดหยุดสายพานเอาไว้ ของเล่นที่พวกตนตั้งใจทำในทุกขั้นตอนกำลังถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตาเป็นใครก็มิอาจยอมรับได้

เบลผลักนักเวทบางคนให้ออกห่างจากสายพานพลางส่งสายตาไปหาเหล่าหัวหน้าแผนกพี่น้องของตนที่ไม่มีผู้ใดขยับตัวคล้ายยอมจำนน

“ทำอะไรซักอย่างสิคะ” เธอตะโกน

“นี่คนของสภานะ…ยอมๆ ไปเถอะน่า” หนึ่งในนั้นตอบอย่างเฉยชา

เบลเผลอกัดริมฝีปากล่างแน่น เธอรู้ดีว่าพวกพี่ชายในบ้านใช้การไม่ได้แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะขี้ขลาดถึงขนาดนี้

โครมมม

จู่ๆ ลังเก็บของเล่นมีตำหนิกว่าสี่ลังก็ล้มลง 

เบลปรายตามองทางต้นเสียงจนได้เห็นว่าเป็นเอลฟ์แคระสองตนที่ทำเช่นนั้น มือเล็กจิ๋วเร่งเก็บเศษชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายบนพื้นขึ้นมาและขว้างปาใส่อีกฝ่าย เหล่าเอลฟ์แคระที่เหลือเห็นดังนั้นจึงเริ่มทำในสิ่งเดียวกันจนนักเวทเริ่มเสียหลัก

แต่เพียงครู่เดียวที่ได้ผล ทันทีที่นักเวทเหล่านั้นคว้าอาวุธจากบนหลังของตนขึ้นมาร่ายเวทมนตร์กลางอากาศ ชิ้นส่วนเล็กจิ๋วที่กำลังโยนใส่กลับลอยนิ่ง

“โกดังเก็บของอยู่ไหน” หนึ่งในนักเวทเอ่ยถามพลางชี้คทามาหา

“ไม่บอก!” เบลตวาด เธอผลักให้คทาออกหางจากหน้าของตัวเองด้วยความหงุดหงิด “อยากรู้ก็ไปถามซานต้าเอาสิ”

แต่เพียงครู่เดียวที่เธอเผลอมองไปยังประตูเล็กด้านข้างห้องทำงานแผนกห่อของขวัญทำให้นักเวทล่วงรู้

เหล่านักเวทกว่าครึ่งตรงดิ่งไปหาประตูบานนั้นทันทีและเปิดมันออก

ครึก

 


วูบบบ

หลังประตูที่ควรจะเป็นโกดังเก็บของตามที่คาดกลับกลายเป็นสีดำสนิทว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ขณะเดียวกันนั้นเองที่ความรู้สึกกดดันกระแทกสวนออกมาอย่างแรงจนผู้ที่อยู่ใกล้ต้องล่าถอย

และก่อนที่ประตูจะปิดลงอีกครั้ง ร่างสีซีดในชุดคลุมกันหนาวสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาพร้อมดวงตาทอแสงราวสัตว์ร้าย

“ขอผมแอบพักซักสิบวันมันมากไปหรอครับเนี่ย” ซาตานหนุ่มโอดครวญ วางมือลงบนบานประตูด้านหลังเบาๆ เมื่อได้นับจำนวนนักเวทรอบกายแล้วก็แอบนึกหวั่นในใจขึ้นมา

จากดวงวิญญาณที่ได้เห็นตรงหน้าส่วนใหญ่คงจะเป็นแค่มนุษย์

แต่ก็เป็นมนุษย์ที่มีเวทมนตร์ ไม่ต่างอะไรกับอสูรปีศาจเลยแม้แต่น้อย

“ซานต้ากลับมาแล้ว!” เอลฟ์แคระตนหนึ่งตะโกน สองมือที่กำลังขว้างปาสิ่งของหยุดชะงักไป

ซาตานหนุ่มยิ้มกว้างโบกมือน้อยๆ ไปทางพวกเขาจนได้เห็นสายตาแข็งกร้าวจากนักเวทด้านหน้ากำลังจ้องเขม็ง

“นี่เป็นคำสั่งตรวจค้นของสภากลาง” นักเวทที่อยู่ใกล้สุดกล่าวอย่างดุดัน

“สภากลางมีอำนาจสั่งการที่ทรูนอทตั้งแต่เมื่อไหร่หรอครับ”

“หากไม่มีอะไรปิดบังก็ให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบดูซะสิ”

“เกรงว่าผมคงจะให้เป็นแบบนั้นไม่ได้”

พูดยังไม่ทันจบมือสีซีดก็อัดก้อนพลังความมืดใส่ลงไปจนครอบคลุมทั่วทั้งโกดังเก็บของ

ด้วยเวทมนตร์ความมืดบริสุทธิ์นี้จะไม่มีผู้ใดสามารถย่างกรายเข้าไปได้เว้นแต่ว่ามีพลังเหนือกว่าหรือสามารถจัดการกับเจ้าของเวทมนตร์นี้ได้


ระวัง

นักเวทผู้ยืนหน้าสุดกล่าว กางมือออกให้เพื่อนร่วมงานถอยหลังไปพร้อมกับตน หน้าที่ของพวกเขาที่เป็นแค่นักเวทปลายแถวในครั้งนี้คือการตรวจค้นโรงงานไม่ใช่ต่อสู้กับซาตาน

แถมยังสามารถใช้พลังความมืดโดยตรงเช่นนี้ต้องเป็นซาตานบริสุทธิ์…ยังไงก็ต้องกลับไปรายงานสถานการณ์ก่อน

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ตัดสินใจคมดาบสีขาวส่องสว่างเล่มหนึ่งกลับฟาดฟันลงไปทันทีเพื่อเปิดการต่อสู้

 


ซุบ

กลุ่มก้อนสีม่วงดำรับดาบของเอมิลส์ไว้ได้ทันท่วงที ซาตานหนุ่มส่งยิ้มกว้างให้กับเพื่อนรักตนใหม่แต่สายตากลับมุ่งความสนใจไปที่นักเวทด้านหลังซึ่งเริ่มจะขยับตัว

เยอะชะมัด…

ด้วยจำนวนขนาดนี้แถมยังเป็นในโรงงานเขาคงต้องย้ายการต่อสู้ไปที่อื่นเพื่อไม่ให้เหล่าเอลฟ์แคระในปกครองต้องบาดเจ็บ ซาตานหนุ่มถีบเฟย์ไร้ซึ่งเวทมนตร์ตรงหน้าให้ถอยล้มไปหานักเวทพวกนั้นและรีบหันหลังเตรียมตัวหนีทันที

ฟุบบบ

เคียวใหญ่คมกริบตัดผ่านหน้าของซาตานหนุ่มในระยะประชิด ด้วยความรวดเร็วและแม่นยำของมันทำให้เดาได้ไม่ยากว่าต้องมาจากเหล่านักเวทพวกนั้นที่มาถึงตัวเขาได้แล้ว

และตอนนี้เขาก็โดนล้อมเอาไว้เรียบร้อย…

โดยไม่รอให้ตั้งตัวดาบสีขาวเล่มเดิมตวัดผ่านอากาศมาอีกครั้ง ซาตานหนุ่มส่งกลุ่มก้อนควันไปสกัดเอมิลส์เอาไว้ขณะกลิ้งตัวหลบเคียวยักษ์และดาบใหญ่ที่ฟันลงมาพร้อมกัน

“ทีละคนสิครับ” ซาตานหนุ่มดีดตัวขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว พอตั้งหลักได้ก็เห็นดาบใหญ่และเคียวกำลังเหวี่ยงมาทางเขาโดยไม่ปล่อยให้หยุดพัก

ในตอนนั้นเอง หางตาของเขาเหลือบไปเห็นนักเวทด้านหลังกำลังเปลี่ยนตำแหน่งการยืน

และพลังธาตุน้ำแข็งและไฟบริสุทธิ์อัดแน่นสองลูกกำลังพุ่งตรงมาทางเขา

“เวรเอ้ย…” ซาตานหนุ่มสบถเมื่อรู้ว่าไม่สามารถหลบทัน

 


ตุบ…

ก้อนพลังธาตุน้ำแข็งและไฟเข้มข้นกระทบกับคมเคียวและดาบใหญ่กลางอากาศอย่างแม่นยำ มันระเบิดออกเป็นวงแคบแต่กลับอัดแน่นไปด้วยพลัง

ควันขาวขุ่นจากการระเบิดธาตุลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ แต่เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่ควันทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และในตอนนั้นเองพวกเขาพึ่งได้ทราบว่าได้พ่ายแพ้ไปเสียแล้ว

ไอปีศาจ!

เอมิลส์ทำตาโต เร่งกางปีกบินขึ้นให้พ้นหมอกควันดำ

“ใครน่ะ!!!” นักเวทหนุ่มคนหนึ่งตะโกน ดวงตาสีธรรมชาติเบิกโพลงสะท้อนภาพของความเคลื่อนไหวนับสิบรอบกายทั้งๆ ที่ความเป็นจริงนั้นว่างเปล่า

อ้ากกกกกกก

เสียงกรีดร้องราวกับมาจากที่ห่างไกลแต่กลับรู้สึกว่าใกล้เพียงระยะเอื้อมมือดังขึ้นมาเป็นระยะ นักเวทที่ได้รับผลกระทบจากไอละอองปีศาจโดยตรงเริ่มคลุ้มคลั่งเสียสติโจมตีมั่วๆ รอบทิศทางในขณะที่บางส่วนไม่สามารถทนได้ล้มลงไปกับพื้น

เอมิลส์กัดฟันแน่นพยายามเพ่งหาตัวของซาตานแต่ก็ไม่พบ หวนนึกถึงท่าทีเพลี่ยงพล้ำของมันเมื่อครู่คงกำลังแสร้งทำเป็นแน่ 

มันจงใจให้พลังธาตุระเบิดออกเพื่อดูดกลืนให้กลายเป็นพลังความมืด…

“บ้าเอ้ย!!” มือทั้งสองกำแน่นมิอาจยอมรับความพ่ายแพ้นี่ได้ แต่เสียงกรีดร้องที่ค่อยๆ หายไปทีละเสียงเร่งให้เอมิลส์ต้องทำอะไรสักอย่าง

กับตนที่เป็นเฟย์สามารถทนต่อไอปีศาจได้บางส่วนเพราะร่างกายถูกปกคลุมไปด้วยพลังแห่งแสงแต่กับมนุษย์หากปล่อยไว้เช่นนี้ต้องได้มีผู้เสียชีวิตแน่ เอมิลส์ตัดสินใจกระโดดลงไปใจกลางวงหมอกเพื่อให้ลมใต้ปีกของตนพัดพาไอปีศาจให้หายไป

ทว่าการกระทำนี้ช้าเกินไป เมื่อหมอกควันจางลงนักเวทเกินครึ่งก็สลบใสลอยู่บนพื้น ในขณะที่อีกส่วนอ่อนเพลียจนไม่สามารถสู้ต่อไหวทำได้เพียงพยุงเพื่อนร่วมงานของตนให้ถอยออกไปด้านนอก

“ชิ…” เอมิลส์ฝากความแค้นไว้กับซาตานตนนี้อีกครั้งพลางพยายามขนย้ายนักเวทออกไปให้ได้มากที่สุด




สวัสดีเราอิ่มหมูเอง พึ่งจะบทที่หกแต่ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะเลย ตอนหน้ายังคงเครียดกันต่อเนื่องหวังว่าทุกคนจะไม่ขมวดคิ้วนอนไม่หลับกันก่อนละ ขอให้มีวันที่ดี ขอบคุณอีกครั้งที่คอยสนับสนุนเสมอมา