ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ซาตานคลอส - ☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก,เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ซาตานคลอส

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ดาร์ค,ไทย,ตะวันตก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เวทมนตร์,ดาร์กแฟนตาซี,คริสต์มาส,ซานต้า,ซาตาน,แฟนตาซี

รายละเอียด

ซาตานคลอส โดย อิ่มหมู @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ซานตาคลอส ตำแหน่งที่ตัวตนเช่นเขาไม่ควรครอบครอง แม้รู้ดีแต่ก็มิอาจปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของใคร

ผู้แต่ง

อิ่มหมู

เรื่องย่อ

◇ ซาตานคลอส ◇

อัพวันจันทร์และวันศุกร์ เวลา 03:03 น.

เรื่องและภาพโดย : อิ่มหมู




ประกายแสงสีทองเย็นเฉียบกะพริบเหนือฝ่ามือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเวลานั้นกำลังนับถอยหลัง ซาตานหนุ่มรู้เรื่องนี้ดี ด้วยตัวตนเช่นเขากำลังทำให้พลังวันคริสต์มาสนั้นสั่นไหว


 แต่มิอาจยกตำแหน่งนี้ให้ใคร


 หนึ่งคำสัญญาทำให้ตัวเขาต้องอดทน ไม่ว่าจะทรมานสักเพียงใดก็ตาม จนกว่าจะได้พบ…กับเสียงระฆังดังก้องในหัวใจ




 “ผมไม่อยากทำมันอีกต่อไปแล้ว”

 ทุกถ้อยคำถูกกลั่นออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ ความรู้สึกของการไม่เป็นที่ต้อนรับหนักอึ้งอยู่บนบ่าทั้งสองเสมอมา


เมื่อไหร่จะจบลงซักที...วันคริสต์มาส


.........


ช่องทางการติดตาม พูดคุย ส่งมุก ตบแปะ หรือทวงงาน


Facebook : เสมียนน้อย ชอบกินหมู

Twitter/X : @Immhu_

Tiktok : @Immhu_uu



*แวะเวียนมาพูดคุย เล่นมุก ด่าตัวละครได้ตามสบาย นักเขียนค่อนข้างชอบ ขอรับคำติชมเหล่านั้นไว้ด้วยใจ♡*

สารบัญ

ซาตานคลอส-บทที่0 ฤดูหนาวกำลังจะมาถึง,ซาตานคลอส-บทที่1 โรงงานกำลังจะเปิด,ซาตานคลอส-บทที่1 ภาระงานนั่นกำลังทำให้เขาเป็นบ้า,ซาตานคลอส-บทที่2 กลิ่นสาบใกล้เข้ามา,ซาตานคลอส-บทที่2. ปัญหาเริ่มรุมเร้า,ซาตานคลอส-บทที่3. ร่างกายที่โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่3. สติที่บิดเบี้ยว,ซาตานคลอส-บทที่4. พี่ชายคนโต,ซาตานคลอส-บทที่4. มื้ออาหารแสนสุขสันต์,ซาตานคลอส-บทที่5. แผนกลาดตระเวน,ซาตานคลอส-บทที่5. ความรู้สึกหนึ่งในอก,ซาตานคลอส-บทที่5. ปีศาจชั้นต่ำ,ซาตานคลอส-บทที่5. กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจ,ซาตานคลอส-บทที่6. เป้าหมาย,ซาตานคลอส-บทที่6. การเคลื่อนไหวของสภากลาง,ซาตานคลอส-บทที่6. ตรวจค้น,ซาตานคลอส-บทที่6. การต่อสู้ที่มิอาจหลีกเลี่ยง,ซาตานคลอส-บทที่7. เบื้องหลังรอยยิ้ม,ซาตานคลอส-บทที่7. สิ่งที่ซ่อนในความเจ็บปวด,ซาตานคลอส-บทที่7. ซาตานขี้โกหก,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ซานต้าที่หายไป,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ ถูกพบ,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส,ซาตานคลอส-☆ตอนพิเศษ☆ สุขสันต์วันคริสต์มาสที่จบลง,ซาตานคลอส-บทที่8. สูญเสีย,ซาตานคลอส-บทที่8. คำวิงวรจากผู้โรยรา,ซาตานคลอส-บทที่9. ความปรารถนาถูก...ปฏิเสธ,ซาตานคลอส-บทที่9. จดหมายอันแสนสำคัญ,ซาตานคลอส-บทที่10. อมนุษย์,ซาตานคลอส-บทที่10. เด็กชายผู้แสนโหดร้าย,ซาตานคลอส-บทที่10. ความหวังท่ามกลางพายุหิมะ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่คู่ควร,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ,ซาตานคลอส-บทที่11. ผู้ที่...คาดไม่ถึง

เนื้อหา

☆ตอนพิเศษ☆ เบื้องหลังวันคริสต์มาส

ตราบใดที่ซานตาคลอสยังส่งของขวัญไม่เสร็จและกลับมาได้อย่างปลอดภัยงานของพวกเขาก็ยังไม่จบสิ้น เหล่าเอลฟ์แคระเดินกลับเข้าไปในโรงงานอย่างเร่งรีบ ดันเอาสายพานบริเวณท้ายสุดออกและนำแผ่นไม้ขนาดใหญ่มาวางไว้แทนที่

ซึ่งคือแผนที่โลกแห่งนี้และจุดสีทองกะพริบเป็นจังหวะที่ขยับและหยุดนิ่งในบางครั้งคือตำแหน่งอันแน่ชัดของซานตาคลอส

“ช้ากว่าปกติจริงๆ ด้วย” เอลฟ์แคระลาดตระเวนเสียงเข้มเอ่ยขณะเดินวนไปมาหน้าเครื่องจักรที่มีรูปร่างคล้ายหัวของนกฮูก

ซึ่งในคืนนี้ปากของมันจะถูกเปิดจนสุด เผยให้เห็นโพรงลึกด้านในเชื่อมต่อเข้ากับปล่องควันหรือใต้ต้นคริสต์มาสหลายแห่งด้วยเวทมนตร์พิเศษ

หากจุุดสีทองนั้นหายไปหรือหยุดนิ่งเป็นเวลานาน พวกเขาจะต้องเร่งช่วยเหลือให้ทันท่วงที

“ต่อให้มีเทพแห่งสายลมคอยช่วย ก็ยังช้ากว่ารูดอล์ฟมากเลยทีเดียว” เอลฟ์แคระสาวหนึ่งเดียวแห่งกองลาดตระเวนกล่าวเสริม มือทั้งสองกำเศษผ้าขาดเช็ดหัวเครื่องจักรซึ่งทำมาแล้วเกินสิบรอบซ้ำไปซ้ำมา

“ถึงมีปัญหามากกว่านี้ซานต้าก็ไม่ยอมให้พวกเราออกไปช่วยแม้เพียงสักปี คิดอะไรของเขาอยู่กันแน่นะ”

“ใครจะไปล่วงรู้สิ่งที่อยู่ในหัวซาตานได้เล่า” โฮมมี่พูดขึ้นจากทางประตูเล็กด้านข้างโรงงาน บนไหล่มีพลั่วตักหิมะพาดอยู่ พอเดินเข้ามาด้านในได้ก็ยื่นพลั่วให้กับเน็ตต์ที่เอาแต่จ้องแผนที่เขม็ง “แถมตอนนี้หิมะก็เริ่มตกอีกแล้ว ดูท่าจะมีพายุด้วย พวกเราออกไปกวาดถนนให้กวางเรนเดียร์ลงจอดง่ายๆ กันดีกว่า นั่งเครียดอยู่แบบนี้จะได้อะไรขึ้นมา”

เหล่าเอลฟ์แคระได้ยินแบบนั้นก็มองไปที่หน้าต่าง

เพียงไม่กี่สิบนาทีด้านนอกก็เต็มไปด้วยหิมะเสียแล้ว…

“มาเร็วและหนักกว่าปีก่อนๆ จริงด้วย” เน็ตต์ถอนหายใจ ส่งสายตาไปหาเบลซึ่งเป็นผู้ช่วยของซานต้า แต่มองอยู่นานเธอก็ไม่รู้สึกตัวจนต้องขอความช่วยเหลือจากโฮมมี่แทนเพราะตัวเขาคือหัวหน้ากองลาดตระเวนไม่มีอำนาจสั่งใครในโรงงานแห่งนี้

“เอาล่ะ เอลฟ์แคระทำของขวัญมาช่วยข้ากวาดหิมะกันหน่อย ต้องเพิ่มไฟให้สว่างกว่านี้ด้วย เรนเดียร์จะได้มองเห็นจุดลงจอดจากระยะไกล” โฮมมี่ประกาศเสียงดังและเดินนำไปที่ประตูเล็กที่พึ่งเดินเข้ามาแต่ก็ต้องกลับมาอีกครั้งเพราะลืมพลั่วตักหิมะเอาไว้ พอเดินเข้ามาใกล้เน็ตต์เขาก็ส่งสายตา “ที่ตรงนี้ก็ฝากพวกเจ้าคอยดูแลด้วย”

“หึๆ เป็นหน้าที่อยู่แล้ว” เน็ตต์หัวเราะในลำคอ พยักหน้ารับเล็กน้อยเพราะรู้ถึงความหมายที่แท้จริง

ว่าพวกเขาต้องห้ามไม่ให้คุณเบลกระโดดลงปล่องตามไปด้วยหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ซึ่งดูจากสีหน้าเคร่งเครียดที่เอาแต่จับจ้องแผนที่ตรงหน้าสลับกับนาฬิกาพกพาในมือก็ไม่ทราบว่านางจะยอมฟังหรือไม่


 

ห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กทั้งเงียบเชียบและวังเวง แต่กลับมีแสงหนึ่งส่องสว่างออกมาจากถุงเท้าเก่าขาดๆ ริมกำแพงเปลือย ซาตานหนุ่มเดินตรงไปหามันทันทีที่ปีนหน้าต่างเข้ามาด้านในสำเร็จ

“ขอหม้อใบใหม่ให้คุณแม่งั้นหรอ…น่ารักจัง”  เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายสีทองอร่ามกว่าที่ผ่านๆ มา

ถึงแม้จะต้องส่งของขวัญจำนวนมากตลอดทั้งคืน แต่การที่ได้พบเจอกับเด็กดีแบบนี้ก็ช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้าได้มากเลยทีเดียว เขาล้วงเอาของขวัญกล่องสุดท้ายในถุงออกมาวางไว้บนพื้น หันมองรอบกายก่อนจะเทเอาของเล่นและขนมในถุงออกมาทั้งหมด บรรจงจัดแจงให้ที่ตรงนี้สว่างไสวกว่าที่ผ่านมา

การส่งของขวัญและประดับตกแต่งห้องนี้ให้เต็มไปด้วยเวทมนตร์แห่งความสุขอบอวลในใจของเด็กๆ ไปตลอดกาลทำได้ง่ายกว่าการขี่รถเลื่อนมากนัก เขาชอบที่จะทำมันและทำมาตลอด

เพียงแต่ว่าในครั้งนี้มันออกจะยากไปสักหน่อยเมื่อมี…


เคร้ง!

เชิงเทียนโลหะร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังลั่นบ้าน

แดนนี่ที่กำลังหอบถุงขนมและพวงมาลัยคริสต์มาสไม่ระวังเดินชนขอบโต๊ะอย่างจังถึงกับหยุดชะงัก หันมาสบตากับซานต้า

เพียงชั่วอึดใจเดียวเสียงปึงปังก็ดังมาจากอีกฝากของกำแพง

เจ้าของบ้านตื่นแล้ว…

ซาตานหนุ่มพุ่งตัวเข้าหาแดนนี่ อุ้มขึ้นมาเขย่าจนกระพรวนปลายหมวกส่งเสียง และในตอนนั้นเองที่ละอองสีทองอร่ามก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นพายุขนาดย่อมใจกลางห้อง มันหอบเอาของเล่นทั้งหมดขึ้นจากบนพื้นหมุนวนไปมาคล้ายกำลังจะแตกตัวออก


“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!!”

ชายร่างท้วมตะโกนลั่น ในมือกำขวานผ่าฟืนแน่น เขามั่นใจว่าได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างในนี้จริงๆ

แต่บ้านทั้งหลังกลับยังคงเงียบเชียบและวังเวงกระทั่งได้เห็นสิ่งหนึ่งในระยะสายตา

“แม่เจ้า…”

ชายร่างท้วมทิ้งขวานในมือลงคล้ายคนหมดแรงดวงตาเบิกโพลงมองห้องที่เป็นทั้งที่กินข้าวและที่นอนพักผ่อนในตอนเช้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ต้นคริสต์มาสขนาดเท่าหัวเข่าถูกวางอยู่ที่มุมห้อง ข้างกันนั้นมีกล่องของขวัญเพียงหนึ่งแต่กลับมีตุ๊กตาตัวจิ๋วและขนมมากมายวางโดยรอบ แสงระยิบระยับซึ่งมิอาจทราบได้ว่ามาจากที่ใดกันแน่กำลังเปล่งประกายแวววาวมากเสียจนแทบจะแทรกลึกเข้ามาในจิตใจ

บ้านหลังเล็กของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อเพียงเพราะแค่ลูกสาวในวัยสี่ปีดึงดันที่จะทำงานเก็บเงินเพื่อส่งจดหมายไปหาซานต้าซึ่งเขาพยายามคัดค้านว่าไม่ควรเอาเงินไปทิ้งกับเรื่องตลกแบบนั้น

“ซานต้ามีอยู่จริงหรอกหรอ!”




เสียงกระพรวนเบาบางดังขึ้นมาจากร่างซึ่งหัวโตกว่าปกติ

แดนนี่ถูกซานต้าจับเขย่าอีกครั้งแต่ในครั้งนี้กลับเป็นกลางลานน้ำแข็งนอกเมือง เพียงพริบตารถเลื่อนสีแดงคันใหญ่ว่างเปล่าเทียมด้วยกวางเรนเดียร์ถึงแปดตัวก็ปรากฏขึ้นมา

“กลับกันเถอะครับ งานเสร็จแล้ว”

ซาตานหนุ่มเอ่ยด้วยเสียงอ่อนล้า มือข้างหนึ่งกำเสื้อหลังคอแดนนี่ยกขึ้นไปวางไว้บนรถก่อนจะกระโดดตามขึ้นมา นอนแผ่หลาที่พื้นรถแทนที่จะประจำตรงที่นั่งคนขับ นัยน์ตาทมิฬกะพริบแสงสีทองสลับกับสีแดงไปมา

เวทมนตร์วันคริสต์มาสใกล้หมดแล้ว เขาต้องรีบกลับไปพักผ่อน

กรุบกรับ กรุบกรับ กรุบกรับ

เหล่ากวางเรนเดียร์ออกตัววิ่งวนริมขอบของลานน้ำแข็งกว้างในขณะที่รถเลื่อนเองก็เปล่งแสงสีทองและส่งเสียงเบาบางออกมา ทันทีที่ขาของพวกมันเริ่มลอยขึ้นเหนือพื้นดินเรนเดียร์สองตัวด้านหน้าก็เปลี่ยนทิศทางเป็นการทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายไปในหมู่ดาวทิ้งไว้เพียงละอองสีทองอร่ามซึ่งเต็มไปด้วยเวทมนตร์แห่งความสุขไว้เบื้องหลัง


 

รถเลื่อนสีแดงหยุดนิ่งลงแต่กลับไม่ได้อยู่บนพื้นดิน

พายุ…ที่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้คือก้อนพายุหิมะขนาดใหญ่ซึ่งมองจากระยะไกลแล้วดูราวกับผืนผ้าสีขาวนวลสงบนิ่งหากแต่เสียงหวีดหวิวของสายลมกลับแหลมบาดลึกเข้าไปในจิตใจจนเริ่มกังวล

“อีกไม่นานก็เช้าแล้ว ถ้าพลังวันคริสต์มาสหายไปรถเลื่อนคันนี้จะหนักมากเลยนะครับ” ซาตานหนุ่มตะโกนแข่งกับเสียงลมรอบกาย “ถ้าต้องฝ่าพายุเข้าไปพวกคุณกลัวหรือเปล่า”

เหล่าเรนเดียร์ส่งเสียงฟึดฟัดคล้ายจะบอกว่าพร้อมทำตามคำสั่งได้ทุกเมื่อ

“แดนนี่กลัวมั้ยครับ” ซาตานหนุ่มถาม

“ถ้ามีซานต้าแดนนี่ไม่กลัว” แดนนี่กอดขาซานต้าแน่น อีกมือยังคงกำถุงขนมของสำคัญไม่ห่างตัว

“โอเค ถ้าอย่างนั้นวิ่งตามกระแสลมของพายุแล้วค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปด้านในนะครับ ถึงใจกลางตาพายุแล้วคงง่ายกว่านี้ แล้วค่อยหาตำแหน่งของโรงงานทีหลัง”

เหล่าผู้ร่วมทางพยักหน้าหงึกหงัก ซาตานหนุ่มโบกมือกลางอากาศเรียกเอาละอองสีทองอร่ามปกคลุมรถทั้งคันรวมไปถึงเรนเดียร์เอาไว้

แต่ในครั้งนี้กลับมีกลุ่มควันสีดำออกมาด้วย…พลังของซาตาน

ซึ่งนั่นแปลว่าเวลาของพวกเขาเหลือน้อยเต็มทน



“จุดสีทองหายไปนานแล้วนะ ทำอย่างไรดี!”

เอลฟ์แคระเสียงเข้มชี้ไปยังบนแผนที่ไร้ซึ่งดวงไฟส่องสว่าง ถามกับเน็ตต์ที่ยังคงยืนนิ่ง

ซานต้าหายตัวไปจากแผนที่นานพอสมควรแล้ว แถมด้านนอกยังมีพายุหิมะโหมกระหน่ำ แต่จุดที่เขาหายไปนั้นกลับเป็นในเขตของทรูนอท ไม่มีปล่องควันเชื่อมต่อให้กระโดดออกไปได้อย่างสะดวก

ถ้าออกไปตามหาตอนนี้ก็เหมือนกับงมเข็มในมหาสมุทรที่กำลังบ้าคลั่ง

เสี่ยงเกินไป…

"นี่ พูดอะไรกันบ้างสิข้าจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว จะออกไปตามหาตอนนี้เลยหรือเปล่า” เอลฟ์แคระเสียงเข้มยังคงตื่นตระหนกมองเบลกับเน็ตต์และโฮมมี่สลับกันไปมา

“ไม่ต้องทำอะไรหรอก” ในที่สุดโฮมมี่ก็ยอมเปิดปาก เขาเดินเข้าไปใกล้แผนที่ หันหน้ากลับมาหาเอลฟ์แคระรอบกาย “ออกไปตอนนี้ก็เหมือนเอาชีวิตไปทิ้งเปล่าๆ ซานต้าหายไปในเขตทรูนอท ที่แห่งนี้ไม่ยอมให้ซานต้าเป็นอะไรไปหรอก”

“สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือออกไปติดไฟให้ไกลที่สุดเท่าที่จะสามารถ” เน็ตต์เดินออกไปยืนข้างโฮมมี่ ปรายตามองไปยังลูกน้องของตัวเอง

“และต้องติดกระพรวนใหญ่ๆ ด้วย เสียงของมันจะนำทางให้เหล่าเรนเดียร์” เบลพูดแทรกขึ้นมา ทำเอาทั้งโรงงานหันมองเป็นตาเดียว”

เพราะเป็นประโยคแรกจากปากเธอนับตั้งแต่ซานต้าได้ออกส่งของขวัญ และเป็นสิ่งที่พวกเขาอยากจะได้ยินมากที่สุด คำสั่งจากผู้ช่วยของซานต้าผู้ซึ่งคอยดูแลโรงงานมาตลอดหลายปี

“คุณเน็ตต์ให้หน่วยลาดตระเวนพกกระพรวนออกไปนะคะ ในพายุลมแรงไฟคงจะมอดเสียงกระพรวนน่าจะนำทางดีกว่า โฮมมี่พาเอลฟ์แคระงานช่างเปิดไฟที่ต้นสนใหญ่ข้างโรงงานเลยค่ะ ส่วนคนที่แข็งแรงติดไฟเพิ่มบนหลังคา ที่เหลือจับกลุ่มกันเราจะติดไฟตามทางรอบๆ” เบลสั่งงานยาวเหยียดพลางเขียนทุกสิ่งลงบนแผ่นกระดานไม้บนมือ

เหล่าเอลฟ์แคระพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกันและทำตามคำสั่งที่เป็นระบบและรัดกุมในทันที พวกเขารู้ดีว่าหากคุณเบลได้ตัดสินใจและเอ่ยปากขึ้นมาแล้วมันจะต้องสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีแน่ๆ


 

รถเลื่อนสีแดงคันใหญ่เลี้ยวซ้ายทีขวาทีทั้งยังสั่นจนน่าหวาดเสียวอยู่กลางอากาศขณะเคลื่อนที่ไปด้านหน้า

ซาตานหนุ่มพยายามเบิกตาสู้กับแรงลมมหาศาล มือข้างหนึ่งกำสายบังเหียนแน่นในขณะที่อีกข้างกอดรัดตัวของแดนนี่แน่น

“ได้ยินเสียงอะไรหรือเปล่าครับ”

เขาถาม ซึ่งก็ไม่ได้รับคำตอบเช่นเคยด้วยเรนเดียร์พูดไม่ได้ แต่เขามั่นใจมากว่าได้ยินเสียงคุ้นเคยลอยแทรกสายลมเข้ามา

“เสียงกระพรวนนี่นา มาจากทางนั้นครับ!” ซาตานหนุ่มดึงสายบังเหียนบังคับให้เหล่าเรนเดียร์เลี้ยวเต็มกำลัง และเพียงไม่นานเขาก็เห็นกระพรวนเล็กจิ๋วในระยะสายตาซึ่งมันถูกมัดติดกับต้นไม้เป็นระยะ “ตามทางนี้ไปเลยครับ”

เรนเดียร์ทั้งแปดทำตามคำสั่งทันที แต่ด้วยแรงลมที่มากมายทำให้เคลื่อนที่ไปด้านหน้ายากมากนัก

และในตอนที่กำลังจะมีความหวัง จู่ๆ กิ่งไม้ก็พุ่งเข้ามาชนมือของแดนนี่อย่างจัง

มือข้างที่ถือขนมอย่างระมัดระวังตลอดทั้งคืน…

“ขนมของซานต้า!!”

แดนนี่ตะโกนลั่นพลางดิ้นไปมาอย่างแรงจนในที่สุดก็หลุดออกจากการเกาะกุม ร่างทั้งร่างโดนสายลมพัดพาไปอย่างรวดเร็ว

“แดนนี่!”