เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ - ตอนที่ 22 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

ลินและมิ่งเนียนเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อีกครั้งในคราบนักศึกษา 

โดยลินสะพายเป้ใบใหญ่ที่ซ่อนไหปลอมเอาไว้ข้างใน เมื่อสบโอกาสในช่วงที่เจ้าหน้าที่เริ่มทยอยกลับและปลอดคน ทั้งคู่รีบพุ่งตัวเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในห้องน้ำชายโซนลึกสุด ปิดประตูเงียบและยืนเอาเท้าเหยียบบนคอห่านเพื่อไม่ให้ใครเห็นปลายเท้าจากใต้ประตู 

แกร๊ก ตูม 

เสียงประตูใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ถูกปิดล็อกลงจากด้านนอก แสงไฟในอาคารดับลง เหลือเพียงไฟสลัวระบบรักษาความปลอดภัยขณะเดียวกัน วินที่นั่งสแตนด์บายอยู่ในรถกระบะเก่าที่จอดห่างออกไป 100 เมตร เปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจขึ้นมา นิ้วรัวแป้นพิมพ์แฮกเข้าระบบส่วนกลางของพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง

"ลิน มิ่ง ฟังนะ"
เสียงวินดังผ่านหูฟังบลูทูธ

"ฉันจะทำการเจาะระบบบล็อกสัญญาณกล้องวงจรปิด และตัดกระแสไฟระบบเลเซอร์ตรวจจับความร้อนรอบๆ ตู้โชว์ให้ชั่วคราว มีเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น เริ่มได้"
ลินและมิ่งย่องออกจากห้องน้ำในความมืด ตรงดิ่งไปยังตู้กระจก ลินหยิบไหปลอมออกมา วางสลับที่กับไหวิเศษของจริงอย่างเบามือและรวดเร็ว ทันทีที่ไหจริงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ลินสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมา

"สำเร็จแล้วลิน รีบไป"
มิ่งยังพูดไม่ทันจบคำ

ตึก ตึก ตึก

แสงจากไฟฉายกระบอกใหญ่สาดส่องเข้ามาจากหัวมุมตึก พร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของ รปภ. ที่เดินตรวจตรากะกลางคืน

"หลบเร็วลิน มีคนเดินมา"
มิ่งกระซิบเสียงหลงพลางดึงแขนลินกระชากเข้าหลังเสาต้นใหญ่ทันทีลินกอดไหวิเศษไว้แน่นในความมืด ทั้งสองคนกลั้นหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด แสงไฟฉายสาดวูบวาบเฉี่ยวหน้าเสาไปเพียงนิดเดียว รปภ. เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจก เขายกไฟฉายขึ้นส่องดูไหดินเผาใบปลอม อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไหยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและไม่มีร่องรอยการงัดแงะตู้ กระจก รปภ. จึงหันหลังเดินฮัมเพลงตรวจต่อไปทางอื่นจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไป

สารบัญ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 1,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 2,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 3,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 4,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 5,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 6,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 7,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 8,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 10,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 11,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 12,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 13,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 14,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 15,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 16,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 17,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 18,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 19,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 20,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 21,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 22,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 23

เนื้อหา

ตอนที่ 22

ตอนที่ 22

"พิมพ์ พี่อยากจะบอกตรง ๆ นะ" รุจเอ่ยเสียงจริงจัง

"เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้อีกแล้วล่ะ พี่ไม่ได้โกรธหรือเคียดแค้นอะไรเลยนะ เรื่องที่พิมพ์เคยทิ้งพี่ไปเมื่อสามปีก่อน พี่เข้าใจเหตุผลของพิมพ์และอโหสิให้หมดแล้ว แต่อดีตมันก็คืออดีตมันผ่านไปแล้ว และตอนนี้ พี่มีคนรักใหม่แล้วล่ะ"
คำสารภาพอันเด็ดขาดของรุจดั่งสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางใจของพิมพ์ หญิงสาวถึงกับชะงักกึก ใบหน้าหวานซีดเผือดลงในพริบตา แววตาที่เคยเปล่งประกายด้วยความหวังเริ่มสั่นระริกด้วยความเศร้าและเสียใจอย่างสุดซึ้ง หยาดน้ำตาเม็ดโตเริ่มเอ่อคลอเบ้าและค่อย ๆ ไหลร่วงลงมาอาบแก้มช้า ๆ

"พี่รุจ"
พิมพ์เอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้

"พี่ไม่มีโอกาสให้พิมพ์เลยจริง ๆ เหรอคะตลอดเวลาที่พี่มาเฝ้าไข้พิมพ์ที่โรงพยาบาล พิมพ์คิดมาตลอดว่าพี่รุจยังแคร์พิมพ์อยู่ พิมพ์แอบคิดเข้าข้างตัวเองมาตลอดว่าถ้าพิมพ์หายดีแล้วพี่จะให้โอกาสพิมพ์ และเราสองคนจะกลับมารักกันดังเดิมได้เหมือนเมื่อก่อน"
พิมพ์ก้มหน้าลงซ่อนหยาดน้ำตา ความระทมทุกข์จุกแน่นอยู่ในอกจนเธอต้องยกมือขึ้นปิดปากข่มเสียงสะอื้น เธอเพิ่งตระหนักรู้ในวินาทีนี้เองว่า ความอ่อนโยนและการดูแลเอาใจใส่ที่รุจมอบให้เธอตลอดสามวันที่ผ่านมา มันเป็นเพียงแค่ ความสงสาร และ ความรับผิดชอบ ในฐานะเพื่อนมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่เยื่อใยแห่งความรักอย่างที่เธอเคยฝันหวานเอาไว้เลยแม้แต่น้อยรุจมองภาพผู้หญิงที่เป็นรักแรกกำลังร้องไห้ด้วยความเวทนา แต่แววตาของเขาก็ยังคงนิ่งสงบและมั่นคง ไม่มีความลังเลใจเหลืออยู่เลยสักนิด เพราะในส่วนลึกของหัวใจเขาตอนนี้ มีเพียงภาพใบหน้าอันเด็ดเดี่ยวของลิน เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นปัจจุบันและอนาคตที่เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือไปอีกแล้วความเสียใจที่ปะทุขึ้นในใจของพิมพ์แปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองในพริบตา หยาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มถูกมือปัดออกอย่างลวก ๆ แววตาที่เคยอ้อนวอนขอความเห็นใจกลับกลายเป็นประกายกร้าวด้วยความดื้อดึง พิมพ์มองใบหน้าคมคายของรุจที่ยังคงนิ่งสนิทและเย็นชาใส่เธอ ความจริงที่ว่ารุจปฏิเสธเธออย่างไม่มีเยื่อใยมันยากเกินกว่าที่ผู้หญิงอย่างเธอจะยอมรับได้

"ไม่จริงพี่โกหกพิมพ์ไม่ยอมเชื่อหรอก"
พิมพ์เค้นเสียงพูดผ่านก้อนสะอื้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความประชดประชัน

"พี่รุจแค่โกรธที่พิมพ์ทิ้งพี่ไปเมืองนอกใช่ไหมคะ พี่เลยประชดพิมพ์ด้วยการบอกว่ามีคนอื่น"

"พี่ไม่ได้ประชดพี่พูดความจริง"
รุจตอบกลับเสียงเรียบ น้ำเสียงไม่มีความลนลานแม้แต่น้อย

"พี่อยากให้พิมพ์ยอมรับความจริง และก้าวเดินต่อไปในทางของตัวเองเถอะนะ"
พิมพ์บิดยิ้มขื่น แววตาจ้องลึกเข้าไปในตาของโค้ชหนุ่มราวกับจะค้นหาความจริง

"ไม่ต้องบอกพิมพ์หรอกค่ะว่าผู้หญิงคนใหม่ของพี่เป็นใคร เพราะพิมพ์รู้ดีอยู่แล้วว่าคนที่พี่รักในตอนนี้คืออีนังเด็กชาวสวนที่ชื่อ ลินใช่ไหมคะ"
คำพูดที่หลุดออกมาจากปากพิมพ์ทำให้รุจหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทางของเขาดูสุขุมขึ้นเพื่อระวังตัว แต่ไม่ทันที่รุจจะได้เอ่ยปากห้ามหรืออธิบายอะไรต่อ พิมพ์ก็หมุนตัวหันหลังกลับและเดินกระแทกเท้าออกจากค่ายมวยไปทันที ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศพิมพ์ก้าวขึ้นรถยนต์ของเธอด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความริษยาและไม่ยอมจำนน ความคิดที่ว่าเธอต้องพ่ายแพ้ให้กับลินที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตของรุจไม่กี่เดือน มันบาดลึกในใจจนทนไม่ได้

"ฉันไม่ยอมปล่อยให้พวกแกเสวยสุขกันง่าย ๆ หรอก"
พิมพ์พึมพำเสียงเหี้ยม แววตาคู่งามบัดนี้มืดมนด้วยแรงอารมณ์
หลังจากวันนั้น พิมพ์เริ่มเคลื่อนไหวเงียบ ๆ อยู่ในเงามืด เธอใช้เงินทองและเส้นสายทั้งหมดที่มี เริ่มสืบประวัติและเรื่องราวเบื้องหลังทั้งหมดของลินอย่างละเอียดละออ เธอไม่ได้สืบแค่เรื่องครอบครัวหรือการมาเรียนมวยที่ยิม แต่เธอเจาะลึกไปถึงเบื้องหลังความร่ำรวยที่ผิดปกติของลิน

ไม่กี่วันต่อมา ณ ร้านกาแฟหรูแห่งหนึ่ง ชายฉกรรจ์ในชุดนอกเครื่องแบบที่เป็นนักสืบเอกชนฝีมือดี เดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับพิมพ์ ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลหนาปึกให้เธอ

"นี่คือประวัติทั้งหมดของนางสาวลินที่คุณหนูให้ผมไปสืบครับ"
นักสืบเอ่ยเสียงต่ำ

"น่าแปลกมากจากประวัติเดิม ครอบครัวนี้เป็นแค่ชาวสวนธรรมดา ๆ ที่ติดหนี้สินรุงรัง แถมแม่ยังป่วยหนักไม่มีเงินรักษา แต่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน อยู่ ๆ ก็มีเงินก้อนโตเข้ามาในบัญชีอย่างมหาศาลข้ามคืน จนสามารถรักษาแม่ในโรงพยาบาลหรู และซื้อความสะดวกสบายทุกอย่างได้"
พิมพ์หรี่ตาลงพลางเปิดซองเอกสารออกดู สายตากวาดมองตัวเลขและข้อมูลตารางบันทึกในแผ่นกระดาษอย่างตื่นตะหนกแกมสนใจ

"นอกจากนี้ ผมแอบไปสืบข่าววงในจากพวกนักเลงบ่อนพนันที่เคยคุมเชิงอยู่แถวนั้น"
นักสืบขยับเข้ามากระซิบ

"พวกเขาพูดกันว่าก่อนหน้าที่เสี่ยทรงพลเจ้าพ่อเมืองนี้จะโดนจับ แกเคยสั่งให้คนงานบุกถล่มบ้านของลินเพื่อตามล่าสมบัติลับชิ้นหนึ่ง พวกมันเรียกของสิ่งนั้นว่าไหวิเศษ"
คำว่าไหวิเศษ ทำให้พิมพ์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความอัศจรรย์ใจผสมผสานกับปมความแค้นในใจ ตอนแรกเธอคิดว่าลินแอบทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่พอเบื้องหลังกลายเป็นเรื่องของสมบัติลับเหนือธรรมชาติที่สร้างความร่ำรวย พิมพ์ก็หัวเราะในลำคอออกมาด้วยความสะใจทันที

"ไหวิเศษงั้นเหรออีนังนี้ ที่แท้แกก็มีจุดอ่อนก้อนใหญ่ซ่อนอยู่ตรงนี้นี่เอง"
พิมพ์เหยียดยิ้มร้ายกาจ แววตาเต็มไปด้วยแผนการร้ายชิ้นใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

"ถ้าฉันเอาเรื่องความลับของไหใบนี้ไปเปิดโปง หรือส่งต่อให้พวกผู้มีอิทธิพลมืดกลุ่มใหม่ที่กำลังเข้ามาแทนที่เสี่ยทรงพลชีวิตของแกกับครอบครัวคงไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบสุขแน่ และเมื่อถึงตอนนั้น พี่รุจก็ต้องหันกลับมาพึ่งพาฉัน"
มรสุมลูกใหม่ที่เกิดจากความไม่ยอมรับความจริงของพิมพ์ กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ โดยมุ่งเป้าไปที่ความลับขั้นสุดยอดของครอบครัวลินในบ้านสวนผลไม้อีกครั้ง

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านทิวใบกล้วยและกิ่งต้นมะม่วงภายในบ้านสวน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและกลิ่นอายของความอบอุ่น ลมพัดเอื่อย ๆ หอบเอาความสดชื่นมาปะทะใบหน้าหวานของ ลิน ที่กำลังยืนก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงโคนต้นไม้ มือเรียวในถุงผ้ากระชับด้ามพลั่วดุดันตักดินผสมปุ๋ยอินทรีย์พรวนดินอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าของเธอมีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามกรอบหน้า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความผ่อนคลายและมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็นมานาน

"ลิน พักเหนื่อยก่อนไหมครับ พี่คั้นน้ำส้มสด ๆ จากสวนมาให้"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลัง ละมือจากพลั่วแล้วหันไปส่งยิ้มพิมพ์ใจให้กับ โค้ชรุจ ที่กำลังเดินถือแก้วน้ำส้มแช่เย็นเข้ามาหา ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสบาย ๆ และกางเกงขาสั้น แตกต่างจากภาพลักษณ์โค้ชสอนมวยมาดเข้มที่ยิมอย่างสิ้นเชิง สามวันที่ผ่านมาหลังจากเคลียร์ทุกอย่างจบ รุจมักจะหาเวลาว่างซิ่งรถกระบะมาช่วยลินทำสวนแทบทุกวัน คอยอยู่เคียงข้างเป็นหลังชนหลังและดูแลความปลอดภัยให้เธออย่างไม่ห่าง

"ขอบคุณค่ะ กำลังคอแห้งอยู่พอดีเลย"
ลินรับแก้วน้ำส้มมาดื่มรวดเดียวจนหมด ความเย็นสดชื่นช่วยขับไล่ความเหนื่อยล้าไปจนสิ้นรุจเอื้อมมือหนาไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กที่พาดบ่าอยู่ ค่อย ๆ ซับเหงื่อบนหน้าผากให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน แววตาคมคายทอดมองเธอด้วยกระแสความรักทั้งหมดที่มีในใจ

"พี่ดีใจนะที่ได้เห็นลินยิ้มได้กว้างแบบนี้สักที ต่อจากนี้ไปลินไม่ต้องแบกรับความเครียดอะไรคนเดียวอีกแล้วนะ มีอะไรพี่จะช่วยแบกไปพร้อมกับลินเอง"

"ลินก็ขอบคุณพี่มากเลยนะคะที่เลือกอยู่กับลินและเชื่อใจ"
ลินสบสายตาพรางบีบมือหนาของเขาตอบกลับอย่างแน่นในเวลาเดียวกันที่แคร่ไม้ไผ่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ไม่ไกลจากจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่ แม่ของลิน กำลังนั่งร้อยพวงมาลัยดอกมะลิกลิ่นหอมฟุ้งอยู่กับ ฟ้า น้องสาวตัวดีที่กำลังนั่งกินมะม่วงสุกอย่างเพลิดเพลิน ภาพความพร้อมหน้าพร้อมตาของครอบครัวที่กลับคืนมาสู่บ้านสวนแห่งนี้ ช่างเป็นภาพที่วิเศษและมีค่ามากกว่าสมบัติชิ้นใดในโลกสำหรับลิน

"พี่ลิน พี่รุจเลิกสวีทกันกลางร่องสวนแล้วมากินมะม่วงสุกหวาน ๆ ตรงนี้ได้แล้วค่ะ หนูจะกินหมดจานแล้วนะ"
ฟ้าตะโกนแซวเสียงใส ทำเอาลินหน้าซับสีระเรื่อขัดเขินจนต้องแสร้งทำเป็นดุกลับ

"ยัยฟ้ากินไปเงียบ ๆ เลยนะเรา"
ลินหัวเราะร่ารุจหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เขามองภาพความสุขตรงหน้าด้วยหัวใจที่พองโต ความลับเรื่อง
ไหวิเศษที่ลินเล่าให้แม่กับน้องฟังเมื่อวันก่อน กลายเป็นปมความจริงที่เชื่อมให้ครอบครัวแน่นแฟ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้น ทุกคนเห็นตรงกันว่าจะเก็บรักษามันไว้อย่างเงียบเชียบที่สุดในห้องเก็บของเก่า และหันมาตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินทำสวนผลไม้ด้วยอาชีพสุจริตเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิตต่อไป