เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ - ตอนที่ 13 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

ลินและมิ่งเนียนเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อีกครั้งในคราบนักศึกษา 

โดยลินสะพายเป้ใบใหญ่ที่ซ่อนไหปลอมเอาไว้ข้างใน เมื่อสบโอกาสในช่วงที่เจ้าหน้าที่เริ่มทยอยกลับและปลอดคน ทั้งคู่รีบพุ่งตัวเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในห้องน้ำชายโซนลึกสุด ปิดประตูเงียบและยืนเอาเท้าเหยียบบนคอห่านเพื่อไม่ให้ใครเห็นปลายเท้าจากใต้ประตู 

แกร๊ก ตูม 

เสียงประตูใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ถูกปิดล็อกลงจากด้านนอก แสงไฟในอาคารดับลง เหลือเพียงไฟสลัวระบบรักษาความปลอดภัยขณะเดียวกัน วินที่นั่งสแตนด์บายอยู่ในรถกระบะเก่าที่จอดห่างออกไป 100 เมตร เปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจขึ้นมา นิ้วรัวแป้นพิมพ์แฮกเข้าระบบส่วนกลางของพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง

"ลิน มิ่ง ฟังนะ"
เสียงวินดังผ่านหูฟังบลูทูธ

"ฉันจะทำการเจาะระบบบล็อกสัญญาณกล้องวงจรปิด และตัดกระแสไฟระบบเลเซอร์ตรวจจับความร้อนรอบๆ ตู้โชว์ให้ชั่วคราว มีเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น เริ่มได้"
ลินและมิ่งย่องออกจากห้องน้ำในความมืด ตรงดิ่งไปยังตู้กระจก ลินหยิบไหปลอมออกมา วางสลับที่กับไหวิเศษของจริงอย่างเบามือและรวดเร็ว ทันทีที่ไหจริงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ลินสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมา

"สำเร็จแล้วลิน รีบไป"
มิ่งยังพูดไม่ทันจบคำ

ตึก ตึก ตึก

แสงจากไฟฉายกระบอกใหญ่สาดส่องเข้ามาจากหัวมุมตึก พร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของ รปภ. ที่เดินตรวจตรากะกลางคืน

"หลบเร็วลิน มีคนเดินมา"
มิ่งกระซิบเสียงหลงพลางดึงแขนลินกระชากเข้าหลังเสาต้นใหญ่ทันทีลินกอดไหวิเศษไว้แน่นในความมืด ทั้งสองคนกลั้นหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด แสงไฟฉายสาดวูบวาบเฉี่ยวหน้าเสาไปเพียงนิดเดียว รปภ. เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจก เขายกไฟฉายขึ้นส่องดูไหดินเผาใบปลอม อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไหยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและไม่มีร่องรอยการงัดแงะตู้ กระจก รปภ. จึงหันหลังเดินฮัมเพลงตรวจต่อไปทางอื่นจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไป

สารบัญ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 1,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 2,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 3,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 4,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 5,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 6,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 7,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 8,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 10,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 11,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 12,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 13,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 14,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 15,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 16,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 17,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 18,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 19,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 20,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 21,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 22,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 23

เนื้อหา

ตอนที่ 13

ตอนที่ 13

ภาพแผ่นหลังของพิมพ์ที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้และสายตาอันเต็มไปด้วยความกังวลของรุจในวันนั้น ยังคงตามมาหลอกหลอนลินอยู่ทุกค่ำคืนวันเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบสัปดาห์
โรงพยาบาลเอกชนแห่งนั้นกลายเป็นสถานที่ที่รุจต้องเดินทางไปเฝ้าไข้แทบจะทุกวัน ข่าวคราวความคืบหน้าอาการป่วยของพิมพ์ถูกส่งผ่านคำบอกเล่าของคนในยิมแต่สำหรับลินแล้วยิมมวยที่เคยเป็นสถานที่แห่งความสุขและความหวังกลับกลายเป็นสถานที่ที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปอีกเลยตะกร้าผลไม้สดที่เธอเคยตั้งใจหิ้วไปให้ บัดนี้คงถูกทานจนหมด หรือไม่ก็อาจจะถูกทิ้งไปแล้ว เช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในมุมมืด ลินตัดสินใจเก็บนวมและผ้าพันมือลงกล่องล็อกไว้ใต้โต๊ะในห้องนอนที่บ้านสวนเธอหันกลับมาใช้เวลาทั้งหมดไปกับการรดน้ำพรวนดินในสวนผลไม้ยอมปล่อยให้เหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าทางกายช่วยบดบังความเจ็บปวดในใจจนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง แสงแดดอุ่นสีส้มสาดแสงรำไรผ่านดงกล้วยท้ายสวน เสียงเครื่องยนต์ของรถกระบะคู่ใจที่เธอจำได้ดีแล่นมาจอดที่หน้าประตูรั้ว รุจก้าวลงจากรถด้วยสภาพที่ดูอิดโรย ขอบตาดำคล้ำจากการอดนอนติดต่อกันหลายวัน เสื้อยืดของยิมมวยที่เขาใส่ดูยับย่นผิดจากปกติที่เขาเป็นคนเจ้าระเบียบ เขาเดินตรงเข้ามาหาลินที่กำลังยืนจับสายยาง
รดน้ำต้นไม้อยู่

"ลิน"
รุจเอ่ยเรียกเสียงแผ่วน้ำเสียงแฝงไปด้วยความโล่งอกที่ได้เจอเธอ

"ทำไมหลายวันมานี้ไม่ไปซ้อมเลยล่ะ คนในยิมถามหาลินกันทุกคน พี่เองก็ รอลงนวมกับลินอยู่ทุกวันนะ"
ลินนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอไม่ยอมหันไปสบตาคมคายคู่นั้นโดยตรง มือเรียวยังคงก้มหน้ากุมสายยางรดน้ำต่อไปราวกับสิ่งตรงหน้าสำคัญหนานัก แต่หยดน้ำที่กระเซ็นโดนผิวดินกลับสั่นไหวตามแรงมือที่ควบคุมไม่ได้

"ลินจะไม่ไปเรียนซ้อมมวยอีกแล้วค่ะพี่รุจ"
ลินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย พยายามกดความสั่นเครือไว้ให้ลึกที่สุดคำตอบของเด็กสาวทำให้รุจชะงักไปทันที เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เข้าใจ

"ทำไมล่ะลิน"

"ลินฝึกมาตั้งนานจนฝีมือดีขึ้นมากแล้วนะ"

"แล้วไหนลินบอกว่าจะฝึกไว้เพื่อปกป้องครอบครัวไงอยู่ ๆ ทำไมถึงถอดใจ ไม่อยากเรียนแล้วล่ะ"
ลินปิดก๊อกน้ำ วางสายยางลงกับพื้นช้า ๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับโค้ชหนุ่ม ดวงตาคมกลมโตของเธอในตอนนี้ไม่มีร่องรอยของความอ่อนแอให้เห็น มีเพียงความเฉยชาที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบัง

"พี่รุจไปเฝ้าคนที่พี่รักเถอะค่ะ"
ลินพูดออกไปตรง ๆ คำว่าคนที่พี่รัก หลุดออกจากปากด้วยความขมขื่นใจที่ปิดไม่มิดรุจได้ยินคำนั้นก็ถึงกับหน้าถอดสี เขาขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความร้อนรนลนลานอย่างเห็นได้ชัด

"ลินมันไม่ใช่อย่างที่ลินคิดนะ พี่ไม่ได้รักเขาแล้ว พี่บอกลินแล้วไงว่าอดีตก็คืออดีต ตอนนี้พี่แค่เป็นห่วงเขาในฐานะคนรู้จักเก่าเท่านั้นเอง"

"เป็นห่วงถึงขนาดต้องไปเฝ้าเกือบทุกวันเนี่ยนะ"
ลินพึมพำเสียงแผ่ว

"พิมพ์เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรงนะลิน แขนเขายังขยับไม่ได้ ขาเขาก็ยังต้องทำกายภาพบัด"
รุจถอนหายใจยาว พลางเอื้อมมือไปจับไหล่ของ
ลินเบา ๆ แต่น้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดระทมใจ

"ครอบครัวเขาอยู่ต่างประเทศหมด ตอนนี้ที่เมืองไทยเขามีแค่พี่คนเดียวจริง ๆ ในฐานะคนที่เคยรู้จักและผูกพันกันมาก่อนจะให้พี่ใจดำทิ้งเขาไว้ที่โรงพยาบาลคนเดียวในสภาพแบบนั้นได้ยังไง ลินจะให้พี่ทำแบบนั้น
จริง ๆ เหรอ"
คำอธิบายของรุจยาวเหยียดและเต็มไปด้วยเหตุผลที่ถูกต้องทุกประการ ถูกต้องจนลินรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนใจแคบและงี่เง่าหากจะโกรธเคืองต่อ แต่ความจริงที่ว่ารุจเลือกที่จะสละเวลาของปัจจุบันไปอยู่กับอดีตมันก็ยังคงเป็นลิ่มที่ปักอกเธออยู่ดี
ลินค่อย ๆ ขยับตัวถอยหลังเพื่อบังคับให้มือของรุจหลุดออกจากบ่าของเธอ เธอบิดยิ้มบาง ๆ ที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้ลมพัด

"ค่ะก็แล้วแต่พี่เถอะค่ะ ตามสบายเลย"
พูดจบ ลินก็หันหลังกลับเดินหนีมุ่งหน้าตรงไปยังตัวบ้านสวนทันที ไม่เปิดโอกาสให้รุจได้เอ่ยคำแก้ตัวหรือรั้งเธอไว้ได้อีก รุจได้แต่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางสวนผลไม้ มองตามแผ่นหลังเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวที่เดินห่างออกไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกหน่วงทึบในอกของโค้ชหนุ่มทวีความรุนแรงขึ้น เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่เขาเลือกทำเพราะความสงสารในตอนนี้มันกำลังจะทำให้เขาต้องสูญเสีย สิ่งสำคัญที่สุดในปัจจุบัน ไปตลอดกาลหรือไม่

ปัง

เสียงบานประตูไม้ปิดลงพร้อมกับการลงกลอนจากด้านในอย่างแน่นหนา ลินทิ้งตัวพิงแผ่นหลังเข้ากับบานประตูอันเย็นเยียบ ความมืดสลัวภายในตัวบ้านเข้าปกคลุมร่างของเธอในทันที ทันใดนั้น ความเข้มแข็งที่เธอฝืนสร้างขึ้นมาเป็นเกราะกำบังต่อหน้ารุจก็พังทลายลงอย่างไม่มีชิ้นดีลินค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นบ้านมือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นกุมใบหน้าข่มเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลซึมผ่านร่องนิ้วมือหยดลงบนพื้นไม้ทีละหยาด ความรู้สึกขมขื่นและน้อยเนื้อต่ำใจมันจุกแน่นจนแทบจะหายใจไม่ออกเธอไม่ได้โกรธที่รุจเป็นคนดีและมีน้ำใจช่วยเหลือพิมพ์ในยามวิกฤต แต่สิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดที่สุด คือคำพูดของรุจที่ย้ำเตือนว่า เขามีแค่พี่คนเดียวจริง ๆ ในฐานะคนที่เคยรู้จักและผูกพันกันมาก่อน คำว่าผูกพันกันมาก่อนมันเหมือนเป็นกำแพงหนาที่ลินไม่มีวันข้ามไปได้เลย อดีตอันยาวนานของพวกเขามันช่างดูมีน้ำหนักและมีความหมาย มากกว่าช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่กี่เดือนที่เธอได้เข้ามาอยู่เคียงข้างเขาเสียอีก

"ในโลกของความเป็นจริงฉันก็เป็นได้แค่นี้สินะ"
ลินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าทางด้านนอกบ้านสวน แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดและแสงสลัวของดวงจันทร์ รุจยังคงยืนนิ่งค้างอยู่กลางร่องสวนผลไม้ มือหนาที่ยื่นออกไปหวังจะรั้งเธอไว้ในตอนแรกค่อย ๆ ทิ้งลงข้างลำตัวและกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโป่ง แววตาของโค้ชหนุ่มเต็มไปด้วยความสับสน อึดอัด และทุกข์ระทมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกที่พันกันยุ่งเหยิงนี้อย่างไรดี ใจหนึ่งเขารู้สึกผิดต่อพิมพ์ที่เกิดอุบัติเหตุเพราะอารมณ์ชั่ววูบจากการพูดคุยกับเขา แต่อีกใจหนึ่ง ความเงียบและการเดินหนีไปของลินในวันนี้กลับทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับกำลังจะสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป รุจถอนหายใจยาวเยียดออกมาท่ามกลางความมืด เขาหันหลังกลับเดินไปที่รถกระบะคู่ใจ ทรุดตัวลงนั่งหลังพวงมาลัยแต่ยังไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์ เขาเอนศีรษะพิงเบาะ หลับตาลงด้วยความล้าทั้งกายและใจ สมองคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องอาการเจ็บป่วยของพิมพ์ที่โรงพยาบาล และท่าทางตัดพ้อของลินที่เพิ่งเกิดขึ้นเสียงเครื่องยนต์รถกระบะของรุจสตาร์ทขึ้นในอีกไม่กี่นาทีต่อมา แสงไฟหน้ารถสาดส่องผ่านความมืดของสวนผลไม้ ก่อนที่รถจะค่อย ๆ แล่นห่างออกไปจากประตูรั้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันชวนวังเวงที่กลับคืนมาเกาะกุมบ้านสวนอีกครั้ง
ลินที่นั่งอยู่บนพื้นบ้านค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนเมื่อได้ยินเสียงรถของรุจแล่นลับหายไป เธอเดินไปที่หน้าต่าง แง้มผ้าม่านออกดูรอยล้อรถบนพื้นดินที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในเงามืด มือเรียวยกขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มอย่างลวก ๆ แววตาที่อ้างว้างเริ่มกลับมานิ่งสนิทและแปรเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวอีกครั้งในเมื่อไม่มีใครอยู่เคียงข้างเธอในเวลานี้ เธอก็ต้องเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดเพื่อตัวเองและครอบครัว ลินเดินตรงไปที่ห้องนอน เปิดสวิตช์ไฟส่องสว่าง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อติดต่อหาเพื่อนสนิท เสียงสัญญาณรอสายดังขึ้นไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็กดรับทันทีพร้อมกับเสียงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและเป็นห่วง

“ฮัลโหลลิน เป็นยังไงบ้างแกพี่รุจเขาขับรถไปหาแกที่บ้านสวนใช่ไหม เขาเคลียร์เรื่องยัยพิมพ์จบหรือยัง”
เสียงน้ำรัวคำถามมาเป็นชุดด้วยความลุ้นระทึกลินสูดหายใจเข้าลึก พยายามปรับโทนเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นเครือจนเพื่อนจับสังเกตได้ แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันก็ทำให้กระแสเสียงที่เอ่ยออกไปค่อนข้างแผ่วเบาจนผิดปกติ

"พี่รุจเพิ่งกลับไปเมื่อกี้เท่านี้แหละน้ำ"
ลินเว้นจังหวะไปอึดใจหนึ่ง

"ไม่ได้เคลียร์อะไรหรอก"

"อ้าว ทำไมล่ะเกิดอะไรขึ้น หรือว่าพี่รุจเขายังแก้ตัวเรื่องยัยนั่นอยู่”
น้ำถามกลับเสียงเข้ม
น้ำเสียงเริ่มเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองแทนเพื่อน

"พิมพ์เขาเกิดอุบัติเหตุรถชนน่ะน้ำ ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล"
ลินเอ่ยความจริงออกไปในที่สุด

"พี่รุจเขาต้องไปเฝ้าไข้พิมพ์เกือบทุกวันเขาบอกฉันว่าพิมพ์ไม่มีใครที่นี่ ครอบครัวอยู่เมืองนอกหมด ในฐานะคนรู้จักเก่าจะให้เขาทิ้งไปเฉย ๆ มันก็ใจดำเกินไป"
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วขณะ คล้ายกับน้ำกำลังประมวลผลกับสถานการณ์ที่พลิกผันเกินกว่าจะคาดเดา ก่อนที่เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของเพื่อนสนิทจะดังผ่านลำโพงโทรศัพท์มา

“โถ่เอ๊ยทำไมหวยต้องมาออกล็อกนี้ด้วยนะ ยัยพิมพ์นั่นดันมาเจ็บตัวได้จังหวะพอดิบพอดีเลยเหรอเนี่ย”
น้ำพึมพำเสียงเครียด ก่อนจะรีบถามต่อด้วยความเป็นห่วง

“แล้วแกตัดสินใจยังไง
ลิน แกโอเคไหมอย่าบอกนะว่าแกยอมถอย
ออกมาน่ะ”
ลินเดินไปนั่งลงที่ขอบเตียงไม้ สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด

"ฉันบอกพี่รุจไปแล้วว่าฉันจะไม่ไปเรียนซ้อมมวยที่ยิมอีกแล้วน้ำ ฉันบอกให้เขาไปเฝ้าคนที่เขาเลือกเถอะ แล้วฉันก็เดินหนีเข้าบ้านมาเลย"

“ลิน”
น้ำเรียกชื่อเพื่อนด้วย
น้ำเสียงที่อ่อนลงเต็มไปด้วยความเห็นใจอย่างสุดซึ้ง

“ฉันเข้าใจแกนะลิน เป็นใครมาเจอสายตาของคนที่เขามีอดีตร่วมกัน แถมยังมีเรื่องอุบัติเหตุเข้ามาเกี่ยว เป็นใครก็ต้องรู้สึกแย่และหน่วงในใจทั้งนั้นแหละ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอว่าจะตัดใจจากพี่รุจจริง ๆ แกจำที่ฉันบอกบนเวทีมวยวันนั้นไม่ได้เหรอ ว่าแกมีความจริงใจและปัจจุบันอยู่กับเขา ยัยพิมพ์นั่นอาจจะได้คะเเนนความสงสาร เเต่ในโลกความเป็นจริง ใครที่อยู่เคียงข้างพี่รุจตอนลำบากก็คือ เเกนะลิน"