เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ - ตอนที่ 7 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

สารบัญ

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 1,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 2,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 3,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 4,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 5,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 6,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 7,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 8

เนื้อหา

ตอนที่ 7

ตอนที่ 7

วันศุกร์ 
20.00

ณ บ้านสวนผลไม้ของลินค่ำคืนนี้ ท้องฟ้ามืดมิดสนิทไม่มีแสงจันทร์ ลิน วิน และฟ้า กำลังช่วยกันจัดเตรียมห้องนอนและดูแลแม่ให้ทานยาตามปกติ วินแวะมาหาลินที่บ้านหลังจากปิดอู่รถเพราะเขายังรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับมิ่ง

"ลิน ฉันว่าช่วงนี้เราต้องระวังตัวให้มากที่สุดนะ" วินเอ่ยขึ้นขณะนั่งเช็ก
ระบบกล้องวงจรปิดรอบบ้านที่เขาเพิ่งแอบเอามาติดตั้งให้ลินเพิ่มเติม

"ไอ้มิ่งมันหน้ามืดแล้ว คนแบบนั้นทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน"

"ฉันรู้ วิน"
ลินพยักหน้า แววตาเด็ดเดี่ยว

"ฉันซ่อนไหไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว ถ้ามันกล้ามาอีก คราวนี้ฉันไม่ปล่อยมันไปง่ายๆ แน่"
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ บนหน้าจอมือถือของวินที่เชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดท้ายสวน ก็ส่งสัญญาณเตือนสีแดงกะพริบถี่ ๆ พร้อมภาพความร้อนที่จับสัญญาร่างมนุษย์ได้ถึง 6 ร่าง กำลังเคลื่อนที่ลัดเลาะผ่านร่องสวนตรงมาทางตัวบ้านอย่างรวดเร็ว

"ลิน พวกมันมาแล้ว"
วินอุทานลั่นหน้าตาตื่น

"ไม่ใช่แค่ไอ้มิ่งคนเดียว คราวนี้พวกมันมากัน 6 คน มีอาวุธปืนด้วย"
ลินเบิกตากว้าง ความกลัวแล่นเข้ามาวูบหนึ่งแต่เธอรีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว

"ฟ้า พาแม่ไปแอบในห้องหลบภัยใต้ดินท้ายบ้านเร็วที่สุด วินล็อกประตูหน้าต่างทุกบาน คืนนี้เราต้องสู้"
เงามืดของกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธครบมือภายใต้การนำทางของมิ่งและชาญ มือขวาของเสี่ยทรงพล ได้มาถึงหน้าประตูบ้านสวนของลินเรียบร้อยแล้ว แผนการล้อมจับและความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงสมบัติพันล้านที่กำลังจะเปลี่ยนสวนผลไม้อันสงบสุขให้กลายเป็นสมรภูมิรบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ภายใต้ความมืดมิดของคืนวันศุกร์ ตัวบ้านสวนที่เคยเงียบสงบกลับตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสงคราม ลินพยุงแม่ที่ตื่นตระหนกลงไปยังห้องเก็บของเก่าท้ายบ้าน ซึ่งมีช่องลับใต้ดินที่เธอเตรียมไว้ โดยมีฟ้าวิ่งตามประกบไม่ห่าง

"ฟ้า ล็อกประตูจากด้านในให้แน่นที่สุด ไม่ว่าได้ยินเสียงอะไรข้างบน ห้ามเปิดเด็ดขาด"
ลินสั่งเสียงเฉียบ แววตาเด็ดเดี่ยว

"พี่ลิน ระวังตัวด้วยนะพี่" ฟ้ากอดพี่สาวแน่นด้วยน้ำตาคลอแก้ม ก่อนจะปิดประตูกลลงกลอนแน่นหนา ลินวิ่งกลับขึ้นมาที่โถงกลางบ้าน รูดซิปกระเป๋าหนัง
หยิบสนับมือ และ นวมซ้อมแบบเปิดนิ้ว ที่เธอซื้อมาจากยิมมาสวมเข้าที่มือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ในเวลาเดียวกัน วินที่สแตนด์บายอยู่หน้าโน้ตบุ๊กคู่ใจก็รัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดจนเกิดเสียงดังระรัว

"ลิน ฉันเซ็ตระบบไฟในสวนทั้งหมดแล้ว คืนนี้เราจะเล่นเกม
ปิดไฟล่า ในบ้านเราเอง" วินแสยะยิ้ม แววตาของหนุ่มอ้วนขี้อายหายไป เหลือเพียงนักแฮกเกอร์ผู้คุมเกม

"ฉันจะดึงสวิตช์ตัดกระแสไฟหลักของบ้านในอีก สาม สอง หนึ่ง"

 ฟึ่บ 

ไฟทุกดวงในบ้านและรอบสวนผลไม้มืดดับลงในพริบตา พร้อม ๆ กับเสียงประตูหน้าบ้านที่โดนลูกซองของพวกโจรยิงกรีดกุญแจจนพังทลายเข้ามา

 ปัง

"เฮ้ย ไฟดับว่ะชาญ" เสียงของมิ่งดังขึ้นลนลานอยู่หน้าประตู

"ไอ้วินมันตัดไฟแน่ๆ เลย"

"หุบปากไอ้มิ่ง เปิดไฟฉายติดปืน แล้วแยกย้ายกันไปลากคอพวกมันออกมา"
ชาญ มือขวาของเสี่ยทรงพลสั่งการเสียงเข้ม ชายฉกรรจ์ 5 คนพร้อมอาวุธปืนก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ทว่าแสงไฟฉายจากปลายกระบอกปืนสาดส่องไปมากลับสร้างเงาวูบวาบชวนสับสนในตัวบ้านที่พวกเขาไม่คุ้นเคย นี่คือบ้านของลิน เธอรู้ทุกมุมอับ ของบ้านหลังนี้ ลินอาศัยจังหวะที่โจรคนหนึ่งเดินแยกออกมาทางห้องครัว เธอออกสเต็ปเท้าอย่างไร้เสียงหลบเข้าหลังตู้กับข้าว ทันทีที่แสงไฟฉายของมันสาดผ่านไป ลินพุ่งตัวออกไปข้างหน้า ส่งแรงจากปลายเท้า บิดสะโพกซัด ฮุคซ้าย เข้าเต็มขมับของโจรคนแรกอย่างสุดแรงตามที่โค้ชรุจเคยจับเป้าสอน

 ผลั่ก

โจรคนนั้นหน้าหงาย ปืนหลุดมือ ร่างร่วงกระแทกพื้นหมดสติไปทันทีโดยไม่มีโอกาสส่งเสียง ลินรีบคว้าปืนพกของมันมาเหน็บเอวไว้ ทว่าเสียงร่างกายกระแทกพื้นกลับทำให้ชาญที่อยู่ตรงโถงกลางไหวตัวทัน

"ทางห้องครัว ไปดูดิ๊" ชาญตะโกน สัญญาณไฟฉายอีกสองดวงพุ่งตรงมาทางเธอ ลินรีบม้วนตัวหลบหลังเคาน์เตอร์ครัวทันทีขณะที่สถานการณ์กำลังบีบคั้น แสงไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งก็สาดเข้ามาทางหน้าต่างบ้าน พร้อมเสียงเบรกดังสนั่น 

เอี๊ยดดด

รถกระบะของ โค้ชรุจพุ่งเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้าน รุจที่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีและเป็นห่วงลินหลังจากบทสนทนาเมื่อวาน ได้ตัดสินใจขับรถตามมาดู และภาพที่เขาเห็นคือประตูบ้านของลินที่พังยับเยิน 

"ลิน ฟ้า"
 รุจตะโกนลั่นพลางคว้าไม้เบสบอลเหล็กจากท้ายรถ พุ่งตัวเข้าประตูด้านหน้าทันที

"เฮ้ย มีพวกมันมาเพิ่ม ยิงมัน"
โจรคนหนึ่งหันกระบอกปืนไปทางรุจ แต่ในความมืด วินที่แอบซ่อนอยู่ใต้โต๊ะทำงานได้เปิดระบบ สปริงเกอร์รดน้ำผลไม้ รอบบ้านให้ทำงานฉีดน้ำเข้ามาทางหน้าต่างอย่างรุนแรงจนโจรเสียหลักลื่นไถล รุจอาศัยจังหวะนั้นท่าทางหลบและหวดไม้เบสบอลเข้าที่ข้อมือของโจรจนปืนกระเด็น ก่อนจะตามด้วยการแทงเข่าเข้าลิ้นปี่จนโจรทรุดลงไปกองกับพื้น

"พี่รุจ ระวังข้างหลัง"
ลินตะโกนเตือนพร้อมพุ่งตัวออกจากห้องครัว บินสไลด์เตะสกัดขาโจรอีกคนที่กำลังจะเล็งปืนใส่รุจ จนมันล้มคว่ำ ทั้งสองคนร่วมมือกันออกหมัดชุดสลับสเต็ปมวยรับรุกอย่างลงตัวในความมืด ราวกับเป็นคู่ซ้อมที่รู้ใจกันที่สุดภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที สมุนฝีมือดีของเสี่ยทรงพล 4 คน
ถูกลิน รุจ และวิน ช่วยกันล้มลงจนหมดสภาพ เหลือเพียง ชาญ ที่ได้รับบาดเจ็บแต่ยังคงกุมปืนลูกซองแน่น และ มิ่ง ที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างหลัง

"ไอ้พวกกระจอกเอ๊ย" ชาญสบถอย่างหัวเสีย เขาเล็งปืนลูกซองตรงไปที่วินที่กำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

"ส่งไหวิเศษมาให้กู ไม่งั้นกูเป่าหัวไอ้อ้วนนี่สมองกระจายแน่"
ลินและรุจหยุดนิ่งอยู่กับที่ วินยกมือขึ้นสองข้างหน้าซีดเผือด มิ่งเห็นดังนั้นก็เริ่มใจชื้นขึ้นมา

"เออ อีลิน เอาไหมาสิ ไม่งั้นไอ้วินตายแน่ ฮ่าๆ" 
มิ่งหัวเราะอย่างบ้าคลั่งลินสูดหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่านี่คือนาทีชีวิต ลินค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบ กล่องใส่ไหวิเศษ ที่เธอแอบนำมาวางซ่อนไว้ใต้โต๊ะโถงกลางบ้านออกมาวางบนพื้น

"ยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว อย่าทำอะไรวินเลย"

"ส่งมาให้กู"
มิ่งรีบพุ่งตัวตะกละตะกลามเข้ามาจะคว้ากล่องใบนั้น ทว่า ในจังหวะที่มิ่งก้มลงไปจับกล่องจนบังวิถีกระสุนของชาญ ลินก็ใช้ความเร็วที่ฝึกฝนมาเตะสยัดกล่องใบนั้นลอยโด่งขึ้นไปบนอากาศ

"พี่รุจ รับ"
ลินตะโกน รุจกระโดดรับกล่องไหไว้ได้อย่างแม่นยำ พร้อมกันนั้น วินก็กดปุ่มกระตุ้นไฟแฟลชสปอตไลท์หน้ารถของรุจที่ส่องเข้ามาในบ้านให้กะพริบถี่เป็น
ไฟแฟลช แสงวาบเข้าตาชาญจนตาพร่ามัวมองไม่เห็นวิถีกระสุน ลินฉวยโอกาสนั้นพุ่งตัวข้ามร่างของมิ่ง สลัดตัวสปริงหมัดแย็บซ้ายเข้าหน้า และตามด้วย
ใช้หมัดขวา สวนเข้าใต้คางของชาญอย่างจัง

กร๊อบ พลั่ก

ร่างแกร่งของอดีตทหารรับจ้างอย่างชาญลอยละลิ่วกระแทกฝาบ้านหมดสติแน่นิ่งไปทันที ปืนลูกซองร่วงหล่นลงพื้น
มิ่งที่เหลืออยู่คนเดียวทรุดตัวลงคุกเข่าลนลาน มองไปรอบ ๆ ตัวที่สมุนของเจ้าพ่อโดนสยบหมดสิ้น แววตาของมิ่งเต็มไปด้วยความกลัวสุดขีด เขามองลินที่ยืนตั้งการ์ดหอบหายใจอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่บวมช้ำ

"ลิน ลินฉันขอโทษ ฉันเพื่อนแกนะลิน"
มิ่งร้องไห้โฮกราบกรานวินเดินเข้ามาหยิบเชือกเส้นหนา

"หมดเวลาเป็นเพื่อนแล้วมิ่ง แกมันเกินเยียวยาแล้วว่ะ"
วินและรุจช่วยกันมัดมิ่งและพวกโจรทั้งหมดไว้รวมกันอย่างแน่นหนาเพื่อรอส่งตำรวจแสงเงิน

เช้าวันเสาร์เริ่มจับขอบฟ้า บดบังเงามืดอันยาวนานของค่ำคืนแห่งความละโมบ ลินทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ รุจพลางแกะนวมออก มือของเธอสั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้า รุจเอื้อมมือหนามากุมมือลินไว้เบา ๆ แววตาอบอุ่น
"ลิน เธอปลอดภัยแล้วนะ"
ลินยิ้มทั้งน้ำตา พยักหน้ารับรู้ว่าเธอได้ปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดไว้ได้แล้วด้วยตัวเอง