เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ
แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ตอนที่ 1
สายลมร้อนพัดผ่านสวนผลไม้ท้ายหมู่บ้าน ใบไม้แห้งส่งเสียงสวบสาบยามที่ ลิน ก้าวเดินไปตามร่องสวน เหงื่อเม็ดโตไหลอาบแก้มหญิงสาวที่กำลังแบกตะกร้าผลไม้ด้วยความเหนื่อยล้า ช่วงนี้รายได้จากสวนไม่สู้ดีนัก แถมนี่ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่สุดในชีวิตเธอ
"แคก แคก"
เสียงไอโขลกๆ ดังมาจากในกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็ก ลินรีบวางตะกร้าแล้ววิ่งเข้าไปหา แม่ ที่นอนซูบผอมอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ อาการป่วยของแม่หนักขึ้นทุกวัน ยาที่หมอให้มาเริ่มเอาไม่อยู่ และค่ารักษาในโรงพยาบาลใหญ่ก็สูงเกินกว่าที่เด็กสาวชาวสวนอย่างเธอจะจ่ายไหว ลินกุมมือแม่ที่แห้งเหี่ยวไว้แน่น น้ำตาคลอเบ้าด้วยความมืดแปดด้าน
บ่ายวันนั้น ลินต้องเข้าไปในตัวเมืองเพื่อหาซื้อยาเพิ่ม ระหว่างที่กำลังเดินข้ามสะพานลอยข้ามถนนสายหลัก สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างของชายคนหนึ่งในชุดมอมแมม นั่งคู้ตัวอยู่ข้างทางเดินพร้อมขันพลาสติกใบเก่า ลินสะดุดตาขี้แมลงวันที่ใต้ตาของเขา มันเป็นความทรงจำที่คุ้นเคย
"'มิ่ง ใช่ไหม"
ลินอุทานออกมา
ชายขอทานเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"ลิน! เธอจริงๆ ด้วย"
มิ่งคือเพื่อนสนิทในวัยเด็กของลินที่ขาดการติดต่อกันไปนานหลังจากครอบครัวของเขาประสบปัญหา ลินเห็นสภาพเพื่อนรักในอดีตต้องมาตกระกำลำบาก ประกอบกับเธอเองก็ต้องการแรงงานและเพื่อนคู่คิดในยามที่แม่ป่วย เธอจึงไม่ลังเลที่จะชวนมิ่งกลับไปอยู่ด้วยกัน
"ไปอยู่กับเรานะมิ่ง ไปช่วยกันทำสวนผลไม้ อย่างน้อยก็มีข้าวกิน มีที่นอน ไม่ต้องมาอยู่บนสะพานแบบนี้"
มิ่งซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก เขาพยักหน้ารับคำชวนทันทีโดยไม่ต้องคิด
หลังจากมิ่งเข้ามาช่วยงานในสวน ลินก็พอมีเวลาดูแลแม่มากขึ้น แต่อาการของแม่กลับทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็ว หมอบอกว่าต้องใช้เงินก้อนโตในการผ่าตัดด่วน มิฉะนั้นแม่จะอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน ลินและมิ่งช่วยกันคิดหาทางออกแต่ก็มองไม่เห็นหนทาง จนกระทั่งคืนหนึ่ง
ลินเข้าไปทำความสะอาดห้องเก็บของเก่าของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว เพื่อหาของไปขายทอดตลาด ทว่าเธอกลับไปพบกับ
หนังสือปกหนังเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่ง ที่ซ่อนอยู่ใต้หีบไม้ เมื่อเปิดออกดู ภายในมีภาพวาดโบราณและตัวอักษรที่เขียนถึง ไหวิเศษในตำนาน
ไหโบราณแห่งความอุดมสมบูรณ์ หากหย่อนสิ่งใดลงไปในไห สิ่งนั้นจะถูกทวีคูณและเพิ่มพูนออกมามากมายไม่ว่าจะเป็นเงินทอง อาหาร หรือแม้แต่ยารักษาโรค หรืออะไรก็ตามที่เราอยากหย่อนมันลงไป
หนังสือเล่มนั้นยังระบุพิกัดปัจจุบันของไหวิเศษใบนี้ว่า มันถูกจัดแสดงอยู่ใน พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำจังหวัด ในฐานะโบราณวัตถุไร้ค่าที่คนทั่วไปคิดว่าเป็นแค่ดินเผาธรรมดา
ดวงตาของลินประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้าได้ไหใบนี้มา เราจะใส่ยารักษาโรคลงไปให้แม่ มีเงิน มีของทุกอย่างที่ต้องการ!"
ลินรีบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้มิ่งฟัง ตอนแรกมิ่งตกใจและพยายามทัดทานเพราะมันคือการก่ออาชญากรรม แต่เมื่อหันไปเห็นสภาพของแม่ลินที่หายใจรวยรินอยู่บนแคร่ และนึกถึงบุญคุณที่ลินช่วยเขามาจากข้างถนน มิ่งจึงตัดสินใจกำหมัดแน่น
"ตกลงลิน ฉันจะช่วยเธอ แผนการลักลอบเข้าพิพิธภัณฑ์ต้องเริ่มขึ้นแล้ว!"
หลังจากตัดสินใจเด็ดขาด ลินรู้ดีว่าเธอกับมิ่งไม่มีทางบุกเข้าไปในพิพิธภัณฑ์โต้งๆ ได้สำเร็จแน่ พวกเธอต้องการ
คนวงในที่เข้าใจระบบรักษาความปลอดภัย และลินก็นึกถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งขึ้นมาได้เย็นวันนั้น ลินและมิ่งเดินทางไปยังร้านสะดวกซื้อเปิด 24 ชั่วโมงในตัวเมือง เพื่อไปหา วิน เพื่อนสนิทอีกคน วินเป็นชายหนุ่มร่างอ้วนท้วม ผิวขาว ขี้อาย และเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด ตอนนี้เขาทำงานในตำแหน่งพนักงานเฝ้าหน้าจอ
กล้องวงจรปิดและระบบความปลอดภัยของร้านเมื่อลินและมิ่งเล่าแผนการโจรกรรมไหวิเศษให้ฟังในมุมอับหลังร้าน วินเบิกตากว้างลนลาน สายหัวรัวๆ ด้วยความกลัว
"มะ ไม่ได้หรอกลิน มันผิดกฎหมายนะ ถ้าโดนจับได้ฉันหมดอนาคตแน่"
วินปฏิเสธเสียงสั่นตามนิสัยขี้กลัวของเขา ลินไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอเพียงแต่กุมมือวินแล้วบอกว่า
"ไม่เป็นไรวิน เราเข้าใจ แต่ถ้าไม่มีไหใบนี้ แม่เราคงอยู่ได้อีกไม่กี่เดือน"
คืนนั้นหลังจากเลิกงาน วินกลับไปนอนคิดทบทวนอยู่นาน ภาพของแม่ลินที่เคยให้ขนมเขา กินตอนเด็กๆ และความลำบากของเพื่อนลอยเข้ามาในหัว ประกอบกับเขารู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตพนักงานเงินเดือนน้อยๆ ที่ไม่มีอะไรมั่นคง ในที่สุด ความภักดีต่อเพื่อนก็ชนะความกลัว
เช้าวันรุ่งขึ้น วินจึงหอบเป้ใบเก่งเดินทางมาหาลินและมิ่งที่สวนผลไม้ทันที
ณ กระท่อมกลางสวนผลไม้เสียงนกจิกกินผลไม้คลอไปกับเสียงพลิกหน้ากระดาษ วินกางสมุดโน้ตลงบนโต๊ะไม้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังผิดกับท่วงท่าที่ขี้อาย
"ถ้าจะทำ เราต้องรู้ระบบข้างในทั้งหมด"
วินเริ่มวิเคราะห์
"เราต้องไปสำรวจ 5 อย่างหลักๆ เวลาเปิดปิดที่แน่นอน จำนวน รปภ. และกะการเดินตรวจ, ตำแหน่งกล้องวงจรปิดและมุมอับ ทางเข้าออกทางหนีไฟ และที่สำคัญที่สุดระบบเลเซอร์กับเครื่องตรวจจับการเคลื่อนไหว ตอนกลางคืน"
บ่ายวันนั้น ทั้งสามคนจัดการ
ปลอมตัวเป็นนักศึกษาปี 1 สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแล็กสะอาดสะอ้าน แบกเป้ ถือสมุดโน้ต ทำทีเป็นมาดูงานวิจัยเกี่ยวกับวัตถุโบราณเพื่อส่งอาจารย์ พวกเขาเดินก้าวเท้าเข้าสู่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำจังหวัดด้วยหัวใจที่เต้นรัว วินเดินแยกไปอีกทางทันที เขากระชับแว่นสายตา สายตาคมกริบกวาดมองขึ้นไปบนเพดานอย่างแนบเนียน มือแสร้งทำเป็นจดบันทึก แต่แท้จริงแล้วเขากำลังนับจำนวนกล้อง: มีกล้องโดม 8 ตัว มีมุมอับอยู่หลังเสาต้นใหญ่ใกล้ตู้โชว์หยก รปภ. มีทั้งหมด 4 คน สลับกะกันทุก 2 ชั่วโมง เครื่องตรวจจับความร้อนจะทำงานหลัง 6 โมงเย็นหลังพิพิธภัณฑ์ปิด วินเก็บข้อมูลเงียบๆ สมเป็นมืออาชีพขณะเดียวกัน ลินและมิ่งเดินตรงไปยังตู้กระจกเก่าๆ ท้ายห้องจัดแสดง ที่ตั้งของ ไหดินเผาโบราณ ลินเข้าไปตีสนิทและสอบถามเจ้าหน้าที่ใจดีคนหนึ่ง
"พี่คะไหใบนี้มีประวัติยังไงเหรอคะ พอดีพวกหนูทำรายงานส่งอาจารย์ค่ะ"
เจ้าหน้าที่ยิ้มแล้วเล่าว่า
"อ๋อ ใบนี้ถูกขุดพบในเขตเมืองเก่าค่ะ อายุราวๆ หลายร้อยปี ชาวบ้านสมัยก่อนเชื่อว่าเป็นไหแห่งความอุดมสมบูรณ์ แต่อารยธรรมนั้นล่มสลายไปเพราะความโลภของผู้คน เลยถูกทิ้งร้างไว้ ไม่มีมูลค่าทางการตลาดเท่าไหร่ หรอก"
ระหว่างที่ลินกำลังชวนเจ้าหน้าที่คุยเพื่อหันเหความสนใจ มิ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็เริ่มทดสอบ
ความวิเศษ ของไหตามที่หนังสือบอก เขามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกต มิ่งจึงเอื้อมมือไปหยิบ เศษหยากไย่แห้ง ๆ ที่ติดอยู่ตรงซอกกำแพงตู้โชว์เก่า จากนั้นแอบหย่อนมันลงไปทางช่องระบายอากาศเล็กๆ ด้านบนของตู้กระจก ให้มันร่วงลงไปในก้นไหวิเศษทั้งลินและมิ่งกลั้นหายใจ จ้องมองลงไปที่ก้นไหดินเผาใบนั้นอย่างไม่กะพริบตา เพื่อดูว่าจะมีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นตามตำนานหรือไม่