เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ - ตอนที่ 4 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

สารบัญ

ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 1,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 2,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 3,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 4,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 5,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 6,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 7,ไหซ่อนคมวงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 8

เนื้อหา

ตอนที่ 4

ตอนที่ 4

ตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา ลินทุ่มเทเงินทองและเวลาดูแลแม่จนอาการโรคหัวใจอักเสบและโรคกระเพาะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ ควบคู่ไปกับการฝึกต่อยมวยและฝึกยิงปืนด้วยตัวเองที่บ้านสวน ทว่าหลังจากลองฝึกด้วยตัวเองได้ราว ๆ 1 เดือน ลินก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความขัดใจ เธอนึกในใจว่า

'เฮ้อ ฝึกเองจากหนังสือมันไม่รุ่งเลยแฮะ ท่าทางก็ไม่ได้ น้ำหนักหมัดก็ไม่มี ถ้าเกิดอันตรายขึ้นมาจริงๆ จะไปสู้ใครเขาได้'
เย็นวันหนึ่ง ลินขับรถกระบะไปจอดรอรับ
ฟ้า น้องสาวของเธอที่หน้าโรงเรียนมัธยมตามปกติ ระหว่างที่นั่งรอในรถ สายตาของลินก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งเดินผ่านหน้ารถไป หัวใจของลินกระตุกวูบ นั่นมัน พี่รุจ รุ่นพี่สุดฮอตสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เธอเคยแอบชอบนี่นา ลินไม่รอช้า ตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินตามไปห่าง ๆ ด้วยความตื่นเต้นเธอเดินตามพี่รุจไปจนถึงร้านอาหารกึ่งคาเฟ่แห่งหนึ่ง เห็นเขาเปลี่ยนชุดเป็นผ้ากันเปื้อน ขยันขันแข็ง ลินรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปทักทาย ทันที

"เอ่อ สบายดีไหมคะพี่รุจ"
ชายหนุ่มหันมาตามเสียง แววตาเต็มไปด้วยความฉงน

"เอ่อ สบายดีครับ แต่ คุณเป็นใครเหรอครับ"
คำตอบนั้นทำเอาลินหน้าชาไปแวบหนึ่ง เธอยิ้มแห้งๆ

"จำน้องไม่ได้จริงๆ เหรอคะ ที่เราเคยเรียมหาวิทยาลัยเดียวกันไง หนูเป็นรุ่นน้องพี่ปีนึงน่ะ"
พี่รุจทำท่าคิดครู่หนึ่งแต่ก็ยังนึกไม่ออก

"จำไม่ได้จริงๆ ครับ เรียนด้วยกันเหรอแล้วเราชื่ออะไรน่ะ"
ขณะที่ลินกำลังจะอ้าปากบอกชื่อตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน ลินรีบกดรับสาย

"ว่าไงฟ้า"

"พี่ลินอยู่ไหนเนี้ย หนูกลับมาที่รถแล้วไม่เจอพี่เลย รอนานแล้วนะ"
เสียงฟ้าโวยวายมาตามสาย

"แป๊บนึง ๆ เดี๋ยวพี่เดินไปหา"
ลินคุยโทรศัพท์เสร็จก็หันไปหาพี่รุจด้วยความเสียดาย

"หนูต้องไปก่อนนะคะ พอดีน้องสาวโทรเรียกแล้ว ไว้มีโอกาสค่อยคุยกันใหม่นะพี่รุจ"
พูดจบเธอก็รีบซอยเท้าวิ่งกลับไปที่รถทันที ทิ้งให้พี่รุจนิ่งอึ้งมองตามด้วยความงงเมื่อกลับมาถึงรถ ฟ้าทำหน้างอใส่ทันที

"พี่ไปไหนมาเนี้ย หนูกลับมารอนานแล้วนะ"

"พอดีพี่ไปทักรุ่นพี่ที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันมาน่ะ"
ลินตอบพลางสตาร์ทรถ

"ก่อนกลับบ้าน อยากแวะซื้ออะไรไหม"

"แวะร้านกิฟต์ช็อปข้างหน้านั่นหน่อยพี่ลิน"
ลินจอดรถพาน้องสาวเดินเข้าไปเลือกดูของ ลินเอ่ยถาม

"จะซื้ออะไรเหรอฟ้า"

"หนูจะซื้อของขวัญไปให้เพื่อนในวันปัจฉิมนิเทศน่ะพี่ วันจบการศึกษาชั้น ม.6 ของพวกหนูไง"
ฟ้าตอบพลางหยิบตุ๊กตาและช่อดอกไม้แห้งอย่างร่าเริงลินยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู

"จริงด้วยสินะ จบ ม.6 แล้ว วันไหนล่ะนั่น เดี๋ยวพี่กับแม่จะไปหาที่โรงเรียนนะ"

"อาทิตย์หน้า วันพุธค่ะ" 
ฟ้าบอกวันนัดหมายอย่างตื่นเต้น

"แล้วจะเอาอะไรอีกไหม" 
ลินถามต่อ ฟ้าส่ายหัว

"ไม่ละค่ะ แค่นี้ล่ะ"
ระหว่างทางขับรถกลับบ้านสวน ลินนึกถึงเรื่องที่ตัวเองฝึกมวยไม่ได้เรื่อง จึงหันไปชวนน้องสาว

"ฟ้า แกสนใจไปสมัครเรียนต่อยมวยกับพี่ไหม"
ฟ้าตาเป็นประกายหันมาพยักหน้ารัว ๆ

"ไปสิพี่ น่าสนุกดีออก เอาไว้เรียนแล้วก็ผอมด้วย แถมได้วิชาไว้ป้องกันตัวด้วยนะ"
คิดได้ดังนั้น ลินจึงหักเลี้ยวรถพาน้องสาวตรงดิ่งไปยังค่ายมวยชื่อดังในตัวเมืองทันที ลินจัดการสมัครคอร์สเรียนแบบจัดเต็ม อาทิตย์ละ 4 วัน วันพฤหัสบดี ถึง วันอาทิตย์เพื่อหวังพัฒนาฝีมือให้เร็วที่สุด ส่วนฟ้าเนื่องจากยังต้องเตรียมตัวเรื่องเรียนต่อ จึงสมัครเรียนเฉพาะ วันเสาร์และวันอาทิตย์ โดยทั้งคู่ตกลงลงคอร์สเรียนเบื้องต้นเป็นเวลา 1 เดือนโดยที่ลินไม่รู้เลยว่า ในขณะที่เธอและน้องสาวกำลังตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเอง
มิ่ง เพื่อนเก่าที่บัดนี้เงินหมดเนื้อหมดตัวและกำลังหน้ามืด
ลินหักพวงมาลัยเลี้ยวรถกระบะเข้ามาจอดที่หน้ายิมมวยชื่อดังในตัวเมือง ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ ลินสูดหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจ เต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นผสมความมั่นใจ

'เอาวะ แอบฝึกจากหนังสือมาตั้งเดือนนึง พื้นฐานเราต้องแน่นและไปได้ไวชัวร์'
ลินคิดในใจพลางผลักประตูรถเดินนำหน้าฟ้าน้องสาวเข้าไปในยิมทว่า ทันทีที่เปิดประตูเข้าไปในยิมมวย กลิ่นเหงื่อและเสียงเนื้อกระทบกระสอบทรายดัง ปึ้ง ปึ้ง ก็พุ่งเข้าใส่ ลินกวาดสายตามองเห็นผู้ชายล่ำ ๆ กล้ามใหญ่กำลังยืนชกมวยกันเต็มยิมไปหมด บรรยากาศดิบๆ แบบนั้นทำให้หญิงสาวชาวสวนอย่างเธอรู้สึกอายและเขินๆ เล็กน้อยจนต้องรีบเดินตัวลีบตรงไปยังเคาน์เตอร์ต้อนรับ

"เอ่อ สวัสดีค่ะ มาสมัครเรียนต่อยมวยที่โทรมาจองไว้ค่ะ"
ลินเอ่ยเสียงเบา

"อ๋อ ได้ค่ะ เชิญด้านในเลยนะคะ เดี๋ยวพาไปพบโค้ชค่ะ"
พี่พนักงานที่เคาน์เตอร์ยิ้มแย้มเดินนำหน้าพาลินและฟ้าเดินลึกเข้าไปในโซนเวทีฝึกซ้อม พี่พนักงานตะโกนเรียกหัวหน้าผู้ฝึกสอน

"โค้ชรุจคะ มีนักเรียนใหม่มาหาค่ะ"
ในขณะที่โค้ชกำลังช่วยจับเป้าล่อและจัดท่าทางให้นักเรียนคนอื่นอยู่ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามกีฬาค่ายมวยก็หันมาตามเสียงเรียก ทันทีที่เขาหันมาสบตา ลินถึงกับอ้าปากค้างและตกใจสุดขีดจนเผลออุทานออกมา 

"เฮ้ย พี่รุจ เจอกันอีกแล้วนะ"
ทางด้านรุ่นพี่ที่เป็นโค้ชก็อุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ

"อ้าวคุณเมื่อตอนเย็นนี่นา เราเคยเจอกันอีกแล้วเหรอเนี่ย"
ลินยิ้มกว้าง

"ใช่ค่ะ แต่เมื่อเย็นพี่บอกว่าจำลินไม่ได้ไง"
รุจเกาหัวแก้เขินพลางหันไปสั่งงานผู้ช่วยโค้ชคนอื่นให้คุมนักเรียนต่อ ก่อนจะหันมาบอกลิน

"งั้นพวกเราเข้าไปคุยรายละเอียดข้างในห้องรับรองก่อนดีกว่าครับ"

"ได้ค่ะพี่"
ลินตอบรับพร้อมจูงมือฟ้าเดินตามเข้าไป ภายในห้องกระจกรับรองของโค้ชรุจผุดมือเชื้อเชิญ

"นั่งก่อนสิ คือพี่ต้องขอโทษจริง ๆ นะพี่พยายามนึกแล้วแต่นึกไม่ออกเลย ช่วยบอกพี่หน่อยได้ไหม ว่าตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย หน้าตาเธอเป็นยังไงเหรอ"
ลินหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกถึงสภาพตัวเองในอดีต

"หนูชื่อลินค่ะ ตอนเรียนปี 1 ตอนนั้นหนูตัดผมหน้าม้าเต่อ มีไฝเม็ดใหญ่อยู่ที่แก้มข้างนี้ แล้วก็ตัวอ้วนๆ กลมๆ ดำๆ ที่ชอบเดินถือสมุดเล่มใหญ่ๆ ผ่านหน้าคณะพี่บ่อย ๆ ไงคะ"
พอได้ยินคำบรรยาย รุจก็เบิกตากว้าง ทุบโต๊ะดังเพียะ

"อ๋อ จำได้แล้ว น้องลินหน้าม้าตัวอ้วนๆ ที่ชอบเอาน้ำมาวางให้พวกพี่ตอนซ้อมบาส ใช่ไหมเนี่ย โหตอนนี้เปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลยนะ สวยขึ้นเป็นคนละคนเลย อุบาทว์ตาพี่มาก หมายถึงเปลี่ยนไปจนตกใจ" 
รุจแซวขำๆ

"แต่มันก็นานหลายปีแล้วนะ แล้วตอนนี้ลินทำอะไรอยู่ล่ะ"

"ทำสวนผลไม้ส่งขายตามตลาดสดน่ะค่ะพี่รุจ ชีวิตชาวสวนธรรมดาๆ เลย"
ลินตอบถ่อมตัว รุจพยักหน้ารับรู้ก่อนจะมองชุดกีฬาของลินและฟ้า

"แล้วนึกยังไงถึงอยากมาฝึกมวยล่ะเนี่ย"
ลินหันไปกอดคอฟ้า

"ก็อยากพาน้องสาวมาฝึกด้วยกันน่ะค่ะพี่ เอาไว้ใช้ป้องกันตัวยามคับขันด้วย ยุคนี้สมัยนี้อันตรายรอบตัวน่ะค่ะ"
รุจยิ้มละมุน แววตาแฝงความกระตือรือร้นในการสอน

"ความคิดดีมาก งั้นในเมื่อพร้อมแล้ว เรามาเริ่มลงมือฝึกกันเลยไหมล่ะ"

"จัดมาเลยค่ะโค้ช"
ลินตอบรับด้วยความมุ่งมั่น โดยหารู้ไม่ว่าพื้นฐานแน่นที่เธอคิดว่ามีจากหนังสือ กำลังจะโดนโค้ชรุจเคี่ยวเข็ญจนเหงื่อหยดติ๋ง ๆ ตั้งแต่วันแรก 

ตึบ ตึบ ปัง

เสียงนวมหนังปะทะกับเป้าล่อดังสะท้อนไปทั่วห้องฝึกซ้อมส่วนตัว โค้ชรุจในชุดกีฬาขยับฟุตเวิร์กอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าของเขาดูสง่างามและทรงพลังสมกับเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ขณะที่ลินยืนตั้งการ์ดอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่มุ่งมั่น สองขาขยับย่ำอยู่กับที่ตามที่แอบจำมาจากหนังสือฝึกมวยที่บ้าน

"เอาล่ะลิน ไหนลองปล่อยหมัดแย็บซ้าย ขวา ตามด้วยเตะขวาให้พี่ดูหน่อยซิ"
รุจเอ่ยขำๆ แววตาแฝงความเอ็นดู

"เห็นบอกว่าแอบฝึกมาตั้งเดือน พื้นฐานต้องแน่นแน่ๆ จัดมาเต็มที่เลย"

"ได้เลยค่ะพี่รุจ ยืนนิ่ง ๆ อย่าร้องนะจ๊ะ"
ลินบลัฟกลับขำ ๆ เธอสูดหายใจเข้าลึกรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีจากการแบกตะกร้าผลไม้ในสวนมาทั้งชีวิต ก้าวเท้าขวาขยับส่งแรงจากสะโพก แล้วปล่อยหมัดแย็บซ้ายตรงพุ่งเข้าใส่เป้าล่อในมือรุจทันที ฟุ่บ ลินอุทานลั่น หมัดของเธอพุ่งผ่านอากาศไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า มันกลับว่าวและเฉี่ยวเป้าล่อของรุจไปเกือบ คืบ เนื่องจากเธอทุ่มแรงมากเกินไปจนเสียหลัก ร่างของลินถลันไปข้างหน้า สองขาขวัญอ่อนสะดุ้งพันกันนัวเนียจนเกือบจะหน้าคว่ำคะมำลงพื้นเวที โชคดีที่รุจตาไว เขาขยับก้าวหลบพร้อมกับยื่นมือแกร่งเข้าไปคว้าหมับที่ต้นแขนของลินไว้ได้ทันท่วงที

"ระวัง"
รุจดึงร่างลินกลับมาทรงตัว แขนของทั้งคู่สัมผัสกันจนลินรู้สึกได้ถึงไอร้อนและกล้ามเนื้อที่แน่นหนาของรุ่นพี่ หัวใจของเธอกระตุกวูบ หน้าเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอายผสมความเขินฟ้าที่นั่งดูอยู่ข้างเวทีถึงกับหลุดขำก๊ากทุบเบาะ

"โธ่ พี่ลินไหนบอกโชว์เหนือไง ทำไมกลายเป็นหนุมานคลุกฝุ่นซะงั้นล่ะ"
รุจปล่อยมือจากแขนลินแล้วหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี

"ฮ่าๆ ใจเย็นๆ ลิน พื้นฐานที่ลินจำมาน่ะมันแค่ท่าทางในกระดาษ แต่ของจริงมันต้องเริ่มจาก การทรงตัว และ การทิ้งน้ำหนักเท้า มวยตู้มต้ามแบบบ้าพลังเมื่อกี้ถ้าสู้จริงเจอสวนหมัดเดียวร่วงแน่"
รุจเดินเข้ามาประชิดด้านหลังของลินอย่างเป็นกันเอง เขาแนะวิธีวางเท้า

 "แยกขาออกกว้างเท่าช่วงไหล่ ย่อเข่าลงนิดนึงเพื่อจุดศูนย์ถ่วง เวลาต่อย อย่าเอี้ยวตัวตามหมัดจนเสียหลัก"
มือของรุจแตะเบาๆ ที่สะโพกและจัดระเบียบไหล่ของลินให้เข้าที่ สัมผัสที่ใกล้ชิดนั้นทำเอาชาวสวนสาวสมองเบลอไปชั่วขณะ จิตใจแทบไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ก็ต้องพยายามรวบรวมสติ ท่องพุทโธในใจเพื่อตั้งใจเรียน ตลอด 2 ชั่วโมงเต็มในวันแรก ลินและฟ้าโดนรุจเคี่ยวเข็ญตั้งแต่การตั้งการ์ด การสเต็ปเท้า และการออกหมัดที่ถูกต้อง ลินเหงื่อไหลไคลย้อยจนเสื้อยืดชุ่มไปหมด แต่ในใจกลับมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกที่ได้กลับมาใกล้ชิดกับคนที่เธอแอบชอบอีกครั้งในรอบหลายปี