เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ - ตอนที่ 14 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

ลินและมิ่งเนียนเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อีกครั้งในคราบนักศึกษา 

โดยลินสะพายเป้ใบใหญ่ที่ซ่อนไหปลอมเอาไว้ข้างใน เมื่อสบโอกาสในช่วงที่เจ้าหน้าที่เริ่มทยอยกลับและปลอดคน ทั้งคู่รีบพุ่งตัวเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในห้องน้ำชายโซนลึกสุด ปิดประตูเงียบและยืนเอาเท้าเหยียบบนคอห่านเพื่อไม่ให้ใครเห็นปลายเท้าจากใต้ประตู 

แกร๊ก ตูม 

เสียงประตูใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ถูกปิดล็อกลงจากด้านนอก แสงไฟในอาคารดับลง เหลือเพียงไฟสลัวระบบรักษาความปลอดภัยขณะเดียวกัน วินที่นั่งสแตนด์บายอยู่ในรถกระบะเก่าที่จอดห่างออกไป 100 เมตร เปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจขึ้นมา นิ้วรัวแป้นพิมพ์แฮกเข้าระบบส่วนกลางของพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง

"ลิน มิ่ง ฟังนะ"
เสียงวินดังผ่านหูฟังบลูทูธ

"ฉันจะทำการเจาะระบบบล็อกสัญญาณกล้องวงจรปิด และตัดกระแสไฟระบบเลเซอร์ตรวจจับความร้อนรอบๆ ตู้โชว์ให้ชั่วคราว มีเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น เริ่มได้"
ลินและมิ่งย่องออกจากห้องน้ำในความมืด ตรงดิ่งไปยังตู้กระจก ลินหยิบไหปลอมออกมา วางสลับที่กับไหวิเศษของจริงอย่างเบามือและรวดเร็ว ทันทีที่ไหจริงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ลินสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมา

"สำเร็จแล้วลิน รีบไป"
มิ่งยังพูดไม่ทันจบคำ

ตึก ตึก ตึก

แสงจากไฟฉายกระบอกใหญ่สาดส่องเข้ามาจากหัวมุมตึก พร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของ รปภ. ที่เดินตรวจตรากะกลางคืน

"หลบเร็วลิน มีคนเดินมา"
มิ่งกระซิบเสียงหลงพลางดึงแขนลินกระชากเข้าหลังเสาต้นใหญ่ทันทีลินกอดไหวิเศษไว้แน่นในความมืด ทั้งสองคนกลั้นหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด แสงไฟฉายสาดวูบวาบเฉี่ยวหน้าเสาไปเพียงนิดเดียว รปภ. เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจก เขายกไฟฉายขึ้นส่องดูไหดินเผาใบปลอม อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไหยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและไม่มีร่องรอยการงัดแงะตู้ กระจก รปภ. จึงหันหลังเดินฮัมเพลงตรวจต่อไปทางอื่นจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไป

สารบัญ

ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 1,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 2,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 3,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 4,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 5,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 6,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 7,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 8,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 10,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 11,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 12,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 13,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 14,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 15,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 16,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 17,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 18,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 19,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 20,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 21,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 22,ไหซ่อนคม วงกลมแห่งความโลภ-ตอนที่ 23

เนื้อหา

ตอนที่ 14

ตอน 14

คำพูดเตือนสติของน้ำยังคงหนักแน่นและอบอุ่นเสมอ ลินฟังแล้วน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความอ่อนแอ แต่เป็นเพราะความซาบซึ้งที่มีเพื่อนแท้คอยอยู่เคียงข้างในวันที่โลกรอบตัวดูมืดมนที่สุด

"ฉันไม่ได้อยากยอมแพ้หรอกน้ำ"
ลินเอ่ยสารภาพความในใจออกมาตรง ๆ เป็นครั้งแรก

"แต่พอเห็นพี่รุจเขาพูดปกป้องและเป็นห่วงพิมพ์ขนาดนั้น ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกยังไงก็ไม่รู้ อดีตของพวกเขามันหนาแน่นเกินไป จนฉันไม่รู้เลยว่าในใจของพี่รุจตอนนี้มีพื้นที่เหลือให้ปัจจุบันอย่างฉันบ้างหรือเปล่า"
น้ำทอดถอนใจยาวผ่านสาย

“เอาเถอะลิน แกเหนื่อยมามากแล้ว คืนนี้ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น นอนพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน เรื่องยิมมวยถ้ายกเลิกไปเรียนแล้วอึดอัดใจ ก็หยุดพักไปก่อนสักระยะก็ได้ ปล่อยให้พี่รุจเขาอยู่กับความรู้สึกของตัวเองไป ถ้าเขาคิดได้และแคร์แกจริง ๆ เขาต้องเป็นฝ่ายเดินกลับมาง้อและอธิบายให้แกฟังเองส่วนเรื่องที่บ้านสวนแกอยู่คนเดียวล็อกประตูหน้าต่างให้แน่นหนานะแก คืนนี้เหงาหรือกลัวอะไรก็คอลมาหาฉันได้ตลอดเลยนะรู้ไหม”

"อื้อ ขอบใจมากนะน้ำ ถ้าไม่ได้แกฉันคงบ้าตาย
แน่ ๆ"
ลินฝืนยิ้มออกมาได้ในที่สุด ความรู้สึกอึดอัดที่จุกอยู่ในอกเริ่มเบาบางลงไปบ้างเมื่อได้ระบายให้เพื่อนฟัง

“จ้า ยัยคนเก่ง นอนซะนะ ฝันดีล่ะ”

"ฝันดีจ้ะน้ำ"
ลินกดวางสายไปพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่คราวนี้หัวใจของเธอไม่ได้ดิ่งลึกเหมือนตอนแรก เธอมองโทรศัพท์ในมือแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกหนึ่งครั้ง ก่อนจะเอนตัวลงนอนบนเตียง ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย แสงจันทร์รำไรที่สอดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาดูจะอ่อนโยนลงกว่าเดิมเล็กน้อย ลินหลับตาลงปล่อยให้ความจริงในปัจจุบันดำเนินต่อไป ไม่ว่าวันพรุ่งนี้จะต้องเจอกับอะไรเธอก็พร้อมจะเผชิญหน้ากับมันด้วยหัวใจที่เข้มแข็งขึ้น

แสงแดดยามสายของวันรุ่งขึ้นส่องทะลุผ่านผ้าม่านสีขาวของห้องพักฟื้นระดับวีไอพี กลิ่นยาฆ่าเชื้อและเสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพยังคงดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ พิมพ์นอนหลับลึกอยู่บนเตียงคนไข้ด้วยความอ่อนเพลียจากฤทธิ์ยาแก้ปวด รุจนั่งอยู่บนโซฟาข้างเตียง สายตาของเขาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ในหัวยังคงมีแต่ภาพใบหน้าเฉยชาของลินยามที่เดินหันหลังหนีเขาเข้าบ้านเมื่อเย็นวาน ความรู้สึกผิดและอึดอัดใจตีกวนกันจนเขาไม่ได้นอนเลยทั้งคืน

ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก นายตำรวจในชุดเครื่องแบบสองนายก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสุภาพ รุจรีบลุกขึ้นยืนและเดินออกไปต้อนรับที่มุมห้องเพื่อไม่ให้เสียงพูดคุยรบกวนเวลาพักผ่อนของคนป่วย

"สวัสดีครับคุณรุจ
ผมร้อยตำรวจเอกสมชาย เจ้าของคดีอุบัติเหตุของคุณพิมพ์เมื่อวานนี้ครับ"
นายตำรวจวัยกลางคนเอ่ยแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"สวัสดีครับคุณตำรวจ พอจะทราบสาเหตุหรือยังครับว่าทำไมอยู่ ๆ รถของพิมพ์ถึงเสียหลักไปชนประสานงาตรงสี่แยกได้ขนาดนั้น"
รุจถามด้วยความสงสัย เพราะปกติพิมพ์เป็นคนขับรถค่อนข้างระมัดระวังนายตำรวจมีสีหน้าเคร่งเครียดลงเล็กน้อย ก่อนจะขยับเข้ามาใกล้

"คืออย่างนี้ครับจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ทางเราพบข้อพิสูจน์ที่น่าสงสัยมากครับ อุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความประมาทของคุณพิมพ์เพียงอย่างเดียว แต่มันมีชายขี่รถมอเตอร์ไซค์สองคนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่พุ่งออกมาจากมุมมืดตัดหน้ารถของคุณพิมพ์ในระยะกระชั้นชิด คล้ายกับตั้งใจจะทำให้เธอตกใจจนเสียหลักครับ"

"ตอนนี้ยังจับคนที่ตัดหน้ารถยังไม่ได้เลยครับ" 
ตำรวจเอ่ยตอบพลางหยิบโทรศัพท์มือถือของทางราชการขึ้นมา ปลดล็อกหน้าจอแล้วยื่นมาตรงหน้ารุจ

"นี่ครับคุณรุจลองดูภาพนี้หน่อยครับ เป็นภาพที่ทางเราแคปมาจากกล้องวงจรปิดก่อนเกิดเหตุไม่กี่นาที"
รุจรับโทรศัพท์มาถือไว้ สายตาจับจ้องไปที่หน้าจออย่างละเอียด ภาพในมือถือแสดงให้เห็นชายฉกรรจ์สองคนบนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สีดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าเพราะหมวกกันน็อกปิดบังไว้ แต่ลักษณะท่าทาง แผ่นหลัง และเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มที่พวกมันสวมใส่ กลับทำให้รุจรู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด ราวกับเขาเคยเห็นคนลักษณะแบบนี้ป้วนเปี้ยนอยู่แถวยิมมวย หรือไม่ก็รอบ ๆ ตัวลินในช่วงที่มีเรื่องกับพวกโจรของเสี่ยทรงพล

"คุณรุจพอจะคุ้นหน้า หรือคิดว่าคุณพิมพ์มีศัตรูที่ไหนบ้างไหมครับ" ตำรวจถามเพื่อหาเบาะแสเพิ่มรุจนิ่งเงียบไปอึดใจใหญ่ สมองคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว เขายังไม่กล้าปรักปรำว่าเป็นฝีมือของพวกเสี่ยทรงพลที่อาจจะกลับมาแก้แค้น หรือเป็นฝีมือของใครคนอื่นที่จ้องเล่นงานเขาผ่านคนรอบตัวกันแน่ เขาจึงส่งโทรศัพท์คืนให้คุณตำรวจด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากความเครียดที่ทวีคูณ

"ตอนนี้ผมยังไม่แน่ใจครับคุณตำรวจแต่เรื่องคดีนี้รุนแรงมาก พิมพ์เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด" รุจสบตานายตำรวจด้วยแววตาจริงจังและเด็ดขาด

"ผมฝากคุณตำรวจด้วยนะครับ ช่วยตามจับพวกมันมาลงโทษให้ได้เร็วที่สุด ถ้ามีความคืบหน้าอะไร รีบติดต่อผมได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยครับ"

"ได้ครับคุณรุจ ทางตำรวจจะเร่งสืบสวนจากเส้นทางหลบหนีของมอเตอร์ไซค์คันนี้อย่างเต็มที่ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ"
นายตำรวจทั้งสองนายทำความเคารพก่อนจะเดินออกจากห้องไปรุจเดินกลับมาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงคนไข้ตามเดิม ความเงียบกลับเข้ามาปกคลุมห้องพักฟื้นอีกครั้ง แต่ในใจของรุจตอนนี้กลับร้อนรุ่มเหมือนไฟแผดเผา เรื่องอุบัติเหตุของพิมพ์เริ่มมีกลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากลแฝงอยู่ และสิ่งสำคัญที่ทำให้เขาอยู่ไม่สุขคือ ถ้าหากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความวุ่นวายรอบตัวเขาและลินขึ้นมาจริง ๆ แปลว่าตอนนี้ลินที่อยู่ที่บ้านสวนคนเดียวก็อาจจะไม่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน

สามวันต่อมา บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นระดับวีไอพียังคงเงียบสงบเช่นเดิม รุจยังคงทำหน้าที่มาคอยดูแลและติดตามอาการของพิมพ์อยู่ไม่ขาด สายตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของหญิงสาวบนเตียงที่เริ่มมีสีหน้าสดใสขึ้นตามลำดับ บาดแผลตามร่างกายเริ่มแห้งลงบ้างแล้ว แต่ในจังหวะที่รุจกำลังจะเดินไปรินน้ำใส่แก้วเสียงลูกบิดประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงหญิงวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน สวมเสื้อผ้าไหมเนื้อดี เดินนำเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแฝงไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด ด้านหลังของเธอมีญาติสนิทอีกสองสามคนเดินตามเข้ามาติด ๆ ทุกคนสะพายกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ บ่งบอกว่าเพิ่งลงจากเครื่องบินมาจากต่างประเทศและมุ่งตรงมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ทันทีโดยไม่ได้แวะพักที่ไหน

"พิมพ์ลูกแม่"
แม่ของพิมพ์อุทานเสียงสั่นเครือ รีบถลาเข้าไปเกาะขอบเตียงคนไข้ น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นสภาพลูกสาวที่มีผ้าพันแผลรอบศีรษะ พิมพ์ที่เพิ่งตื่นสะดุ้งลืมตาขึ้นมา มองเห็นมารดาก็กุมมือตอบพลางร้องไห้ด้วยความโล่งอก ญาติ ๆ ต่างพากันเข้าไปรุมล้อมด้วยความห่วงใยหลังจากสถานการณ์ความวุ่นวายเริ่มคลี่คลายลงเล็กน้อย แม่ของพิมพ์ที่เริ่มดึงสติกลับมาได้ก็หันไปมองร่างสูงของโค้ชหนุ่มที่ยืนสำรวมท่าทางอยู่ตรงมุมห้องด้วยความแปลกใจ เธอประเมินสายตามองเสื้อผ้าและท่าทางของรุจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย

"เกิดอะไรขึ้นกับพิมพ์ แล้วเธอคือใคร"
รุจขยับก้าวเข้ามาข้างหน้าเล็กน้อย ค่อมศีรษะลงแสดงความเคารพผู้ใหญ่ด้วยท่าทางสุภาพ นอบน้อม และจริงใจ แววตาของเขาไม่มีความปิดบังใด ๆ

"สวัสดีครับ ผมคือเพื่อนพิมพ์ครับ"
รุจเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและให้เกียรติ

"พอดีช่วงที่พิมพ์กลับมาเมืองไทยเราได้เจอกันน่ะครับ แล้ววันเกิดเหตุ พิมพ์ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาตรงสี่แยกไม่ไกลจากที่ทำงานของผม ผมทราบข่าวเลยรีบพาพิมพ์มาส่งโรงพยาบาลและคอยประสานงานเรื่องแพทย์ให้ก่อนครับ"
รุจเริ่มเรียบเรียงและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับอุบัติเหตุในคืนนั้นให้แม่และญาติ ๆ ของพิมพ์ฟังอย่างละเอียดละออตั้งแต่สภาพรถที่พังยับเยินไปจนถึงขั้นตอนการรักษาของหมออย่างเป็นลำดับขั้นตอน และที่สำคัญเขาไม่ได้ละเลยที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน

"และเมื่อวันก่อน มีทางคุณตำรวจเข้ามาคุยกับผมที่โรงพยาบาลเรื่องคดีด้วยครับ"
รุจลดเสียงลงเล็กน้อย สีหน้าจริงจังขึ้น

"คุณตำรวจเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดในมือถือให้ผมดู พบข้อสงสัยว่ามีชายขี่รถมอเตอร์ไซค์สองคนสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ตั้งใจขี่ตัดหน้ารถคุณพิมพ์ในระยะกระชั้นชิดจนทำให้เสียหลัก ตอนนี้ทางตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนผิดอยู่ครับ"
แม่ของพิมพ์และญาติ ๆ นั่งฟังด้วยความตกใจ ใบหน้าของผู้เป็นแม่ซีดเผือดลงเมื่อรู้ว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อาจมีเบื้องหลังที่น่ากลัว แต่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนช่วยชีวิตลูกสาวเอาไว้และคอยจัดการเรื่องราวทุกอย่างให้อย่างดีตลอดสามวันที่ผ่านมา ความซาบซึ้งใจก็แล่นเข้ามาแทนที่ เธอลุกขึ้นเดินเข้ามาหารุจ เอื้อมมือไปแตะแขนเขาเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความขอบคุณจากใจจริง

"ขอบใจนะที่ช่วยเรื่องพิมพ์ ขอบคุณมากๆ เลยนะถ้าไม่ได้เธอ พิมพ์จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้"
แม่พิมพ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะกวาดสายตามองใบหน้าที่อิดโรยและขอบตาที่คล้ำลงของรุจจากการไม่ได้พักผ่อน

"แต่ตอนนี้แม่กับญาติ ๆ มาถึงแล้ว คงจะอยู่ดูแลพิมพ์ยาว ๆ เลยล่ะจ่ะ ตอนนี้เธอไม่ต้องมาเฝ้าแล้วล่ะ เธอไปพักผ่อนเถอะนะ"
คำพูดของแม่พิมพ์ทำให้รุจรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในฐานะคนรู้จักเก่าถือว่าสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และที่สำคัญที่สุด วินาทีนี้ใบหน้าเด็ดเดี่ยวของลินผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างรุนแรง สามวันที่ผ่านมาเขาต้องทนอยู่กับความอึดอัดระทมใจคืนนี้เขาจะได้กลับไปอธิบายความจริงทุกอย่างให้เธอฟังเสียที่

"ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ มีอะไรด่วนโทรหาผมได้ตลอดเวลาเลยครับ"
รุจรับคำอย่างสุภาพเขาหันไปยิ้มให้พิมพ์บนเตียงเป็นเชิงบอกลา ก่อนจะหมุนตัวเดินก้าวออกจากห้องพักฟื้นระดับวีไอพีไปด้วยฝ่าเท้าที่เบาสบายขึ้นกว่าเดิม รุจมุ่งตรงไปยังลานจอดรถ สตาร์ทเครื่องยนต์รถกระบะคู่ใจแล้วเหยียบคันเร่งมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านสวนในทันทีหัวใจของโค้ชหนุ่มเต้นรัวด้วยความหวังว่า วันนี้เขาจะสามารถทวงคืนปัจจุบันอันมีค่าของเขากลับคืนมาได้