เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ
แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ตอนที่ 6
"ฝากไว้ก่อนเถอะพวกมึง"
มิ่งตัดสินใจกระโดดพุ่งหน้าต่างโถงกลางบ้าน วิ่งหนีฝ่าความมืดหายเข้าไปในร่องสวนผลไม้ท้ายบ้านทันทีด้วยความขลาดกลัว เมื่อเหตุการณ์สงบลง ลินทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยและตื่นเต้น ฟ้าวิ่งเข้ามาสวมกอดพี่สาวด้วยความกลัว ส่วนวินเดินเข้ามาตบไหล่ลินเบา ๆ
"ลิน แผลที่หน้ามิ่งน่ะ ฝีมือแกใช่ไหม สุดยอดเลยว่ะ"
ลินยิ้มแห้ง ๆ พยักหน้า
"อื้ม ถ้าไม่ได้วิชามวยที่เรียนมา ฉันคงแย่แน่ ๆ ขอบใจแกมากนะวินที่ตามมาช่วย
เช้าวันรุ่งขึ้นวันพุธ
เป็นวันปัจฉิมนิเทศของฟ้าแสงแดดอบอุ่นยามเช้าสาดส่องเข้ามาในสวนผลไม้ บรรยากาศร่องรอยการต่อสู้เมื่อคืนถูกเก็บกวาดจนหมดสิ้น ลินแต่งตัวด้วยชุดแซกสีขาวสะอาดตา หน้าตาแจ่มใสสลัดความเครียดเมื่อคืนทิ้งไป เธอช่วยพยุงแม่ที่สวมเสื้อผ้าชุดใหม่เนื้อดีลงมานั่งบนรถเข็นคันหรูที่ซื้อมาให้ โดยมีวินอาสาขับรถพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนมัธยมของฟ้า
ณ หอประชุมใหญ่ของโรงเรียน เต็มไปด้วยกลุ่มนักเรียน ม.6 ในชุดนักเรียนขาวสะอาด มีเสียงหัวเราะ คราบน้ำตาแห่งความยินดี และเสื้อนักเรียนที่เต็มไปด้วยรอยปากกาเมจิกเขียนความในใจ ฟ้าเดินยิ้มร่าหอบช่อดอกไม้กิที่ซื้อมาเข้ามาสวมกอดแม่และพี่
"ยินดีด้วยนะยัยฟ้า จบ ม.6 แล้ว"
ลินยิ้มกว้างน้ำตาคลอ กดชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปครอบครัวสามคนแม่ลูกอย่างมีความสุข โดยมีวินช่วยถือของอยู่ข้างๆ แม่ของลินลูบหัวฟ้าด้วยความภาคภูมิใจ
"แม่ดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นวันนี้ ขอบใจลินมากนะลูกที่สู้เพื่อครอบครัวมาตลอด"
ในระหว่างที่ลินกำลังเดินไปหาน้ำดื่มให้แม่ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีฟ้าอ่อนยืนอยู่ตรงซุ้มลูกโป่งหน้าหอประชุม ชายหนุ่มคนนั้นหันมาสบตากับลินพอดีแล้วยิ้มละมุนให้ พี่รุจ
เดินถือช่อดอกไม้ทานตะวันช่อโตตรงเข้ามาหาลินที่ยืนนิ่งอึ้งไป
"ยินดีด้วยนะน้องฟ้า แล้วก็ ยินดีด้วยกับลินด้วยนะ"
รุจยื่นช่อดอกไม้ให้ลิน
ลินหน้าร้อนผ่าว แก้มแดงระเรื่อ
"อ้าว พี่รุจ มาได้ยังไงคะเนี่ย"
"อ๋อ พอดีพี่มาร่วมงานในฐานะศิษย์เก่าน่ะ แล้วก็ ตั้งใจเอาดอกไม้มาแสดงความยินดีกับนักเรียนมวยอันดับหนึ่งของพี่ด้วย"
รุจแซวขำๆ แววตาของเขามองลินด้วยความชื่นชมและดูอบอุ่นกว่าทุกครั้ง
ลินยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายแห่งความสุขอย่างแท้จริง เงินทองมหาศาลจากไหวิเศษอาจจะซื้อความสะดวกสบายได้ แต่มิตรภาพของวิน ความสำเร็จของน้องสาว รอยยิ้มที่แข็งแรงขึ้นของแม่ และความรู้สึกดีๆ จากพี่รุจตรงหน้านี้ต่างหาก คือสิ่งมีค่าที่สุดที่เธออยากจะปกป้องไว้ด้วยสองหมัดของเธอเอง
ปัง เสียงแก้วเหล้าราคาแพงถูกเขวี้ยงอัดเข้ากับกำแพงปูนจนแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย ภายในห้องทำงานสุดหรูที่บุด้วยหนังสีดำสนิทของคฤหาสน์หลังใหญ่ท้ายเมือง ชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลสีเทาภูมิฐาน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองอัน ใหญ่ หน้าของเขาเหี้ยมเกรียมและเต็มไปด้วยร่องรอยของความโหดเหี้ยม ชายคนนี้คือ
เสี่ยทรงพล หรือที่คนในวงการมืดเรียกกันว่า เจ้าพ่อทรงพล ผู้ทรงอิทธิพลที่ทำธุรกิจสีเทาทั้งจังหวัด ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเสี่ยทรงพล มีร่างของ มิ่งในสภาพสะบักสะบอม ใบหน้าบวมเป่ง จมูกมีผ้าก๊อซแปะเอาไว้หนาเตอะจากการโดนหมัดขวาของลินซัดเข้าเต็มเปาเมื่อคืน มิ่งกำลังคุกเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนพรมหรูหราด้วยความกลัว แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วย ความอาฆาตมาดร้าย
"มึงแน่ใจนะ ว่าสิ่งที่มึงพูดมาเป็นความจริง" เสี่ยทรงพลเอ่ยเสียงเรียบต่ำ แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาลพลางพ่นควันบุหรี่ซิการ์ราคาแพงลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
"ถ้ามึงหลอกกูเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้บ่อน มึงรู้ใช่ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร"
"แน่ใจครับเสี่ย แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ"
มิ่งรีบก้มกราบหัวแทบติดพื้น เสียงสั่นเครือด้วยความเร่งรีบ
"ไอ้ไหดินเผาซอมซ่อใบที่เสี่ยสั่งให้คนตามหาทั่วประเทศน่ะ มันไม่ได้อยู่ต่างประเทศหรืออยู่ในกรุสมบัติของมหาเศรษฐีที่ไหนเลยครับ แต่มันตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติประจำจังหวัดเรานี่เอง แต่ตอนนี้มันโดนพวกเพื่อนเก่าของผมแอบสลับเอาของปลอมไปวางแทนแล้วครับ ของจริงอยู่ที่บ้านสวนผลไม้ของอีลินท้ายหมู่บ้านดอนเสือครับเสี่ย"
เสี่ยทรงพลหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด
"ไหใบนั้น ถ้าหย่อนอะไรลงไป มันจะเพิ่มพูนออกมาจริงอย่างในตำนานงั้นเหรอ"
"จริงครับเสี่ย ผมเห็นกับตามาแล้ว"
มิ่งรีบใส่ไฟทันที
"อีลินมันหย่อนทองคำ สร้อยทอง เงินสด ล้นทะลักออกมาเต็มพื้นห้องนอนมันเลยครับเสี่ย ตอนนี้มันรวยเละ แอบเสวยสุขอยู่คนเดียว ขนาดยอดฝีมือระบบคอมพิวเตอร์อย่างไอ้วินยังได้เงินไปเปิดอู่รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดเลยครับ ทั้งหมดนั่นเป็นเงินที่มาจากไหวิเศษใบนั้นทั้งสิ้นครับเสี่ยทรงพล"
เสี่ยทรงพลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นอาณาจักรธุรกิจของเขา ความโลภในใจของเจ้าพ่อเริ่มลุกโชนขึ้นมาทันที หากเขาได้ไหใบนั้นมาครอบครอง อำนาจ เงินทอง และอิทธิพลของเขาจะไม่มีวันสิ้นสุด และจะกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศนี้
"ชาญ"
เสี่ยทรงพลเรียกชื่อมือขวาคนสนิทที่เป็นอดีตทหารรับจ้างร่างกำยำ
"จัดกำลังคนฝีมือดีไป 5 คน เอาอาวุธไปให้ครบมือ คืนวันศุกร์นี้ บุกไปที่สวนผลไม้นั่น ลากคออีลินกับครอบครัวมันมาให้กู พร้อมกับไหวิเศษใบนั้น"
"ครับเสี่ย"
ชาญรับคำเสียงนิ่งกริบเสี่ยทรงพลหันกลับมามองมิ่งที่ยังคุกเข่าอยู่
"ส่วนมึง มิ่ง คืนวันศุกร์นี้มึงต้องเป็นคนนำทางคนของกูไปที่บ้านสวนนั่น ถ้างานนี้สำเร็จ กูจะยกหนี้บ่อนทั้งหมดให้มึง แถมจะตบรางวัลให้อีกสิบล้าน แต่ถ้ามึงตุกติก กูจะให้คนฝังมึงไว้ใต้ต้นมะม่วงที่สวนนั่นแหละ"
"ขอบคุณครับเสี่ย"
มิ่งยิ้มกว้างจนหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ ในใจคิดพยาบาทอย่างบ้าคลั่ง
'อีลิน ไอ้วิน วันศุกร์นี้พวกมึงเตรียมตัวพังพินาศกันได้เลย'
ตัดภาพมาที่ยิมมวยของโค้ชรุจ เย็นวันพฤหัสบดีหลังจากวันปัจฉิมนิเทศของฟ้าผ่านไปอย่างมีความสุข ลินก็กลับมาเข้าสู่โหมดการฝึกซ้อมมวยอย่างเข้มงวดอีกครั้ง วันนี้ลินดูมีสมาธิและออกหมัดได้หนักหน่วงกว่าเดิมมากเนื่องจากได้ผ่านสถานการณ์จริงเมื่อคืนมาแล้ว
ตับ ตับ ตับ ปัง
ลินออกหมัดชุด แย็บซ้าย หมัดตรงขวา และเตะตัดล่างเข้าเป้าล่อที่รุจถืออยู่อย่างแม่นยำ น้ำหนักของการสลัดสะโพกส่งแรงทำให้อดีตนักมวยอย่างรุจถึงกับต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรับแรงกระแทก
"เฮ้ยลิน พัฒนาการเร็วมากเลยนะเนี่ย"
รุจเอ่ยชมพลางถอดเป้าล่อออกมา ยกน้ำขึ้นดื่ม แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง น้ำหนักหมัดสัปดาห์นี้ต่างกับวันแรกราวฟ้ากับเหวเลย ไปโกรธใครมาหรือเปล่า"
ลินยิ้มบางๆ พลางใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อบนใบหน้า
"เปล่าหรอกค่ะ แค่รู้สึกว่า ยิ่งเรามีสิ่งที่อยากปกป้องมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งต้องเก่งขึ้นให้เร็วที่สุดเท่านั้นน่ะค่ะ"
รุจมองลึกเข้าไปในดวงตาของลิน เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจและเดินเข้ามานั่งลงบนขอบเวทีข้าง ๆ เธอ บรรยากาศในยิมช่วงค่ำเริ่มปลอดคน เหลือเพียงเสียงพัดลมเพดานหมุน
เอื่อย ๆ
"ลิน ตั้งแต่เรากลับมาเจอกัน พี่สังเกตเห็นแววตาของลินดูมีความกังวลอยู่ตลอดเวลาเลยนะ"
รุจเอ่ยถามด้วยความห่วงใยจากใจจริง
"ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจ หรือมีใครมาข่มขู่รังควานลิน บอกพี่ได้เสมอนะ พี่ไม่ได้เป็นแค่โค้ชมวยของลินนะแต่พี่เป็นรุ่นพี่ที่ เป็นห่วงลินจริงๆ"
คำว่าเป็นห่วงจากปากของชายหนุ่ม
ที่เธอแอบชอบมานาน ทำเอาลินใจสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอสบตากับรุจและเกือบจะหลุดปากเล่าเรื่องไหวิเศษและเรื่องของมิ่งให้ฟัง แต่ความระแวงว่าความลับนี้จะนำอันตรายมาสู่รุจ ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบและยิ้มตอบแทน
"ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่รุจแค่ช่วงนี้สวนผลไม้มีขโมยชุกชุมน่ะค่ะ ลินเลยต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน ขอบคุณพี่รุจมากนะคะที่เป็นห่วงลิน"
ลินกล่าวเสียงนุ่ม