เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ
แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
ลินและมิ่งเนียนเดินเข้ามาในพิพิธภัณฑ์อีกครั้งในคราบนักศึกษา
โดยลินสะพายเป้ใบใหญ่ที่ซ่อนไหปลอมเอาไว้ข้างใน เมื่อสบโอกาสในช่วงที่เจ้าหน้าที่เริ่มทยอยกลับและปลอดคน ทั้งคู่รีบพุ่งตัวเข้าไปแอบซ่อนอยู่ในห้องน้ำชายโซนลึกสุด ปิดประตูเงียบและยืนเอาเท้าเหยียบบนคอห่านเพื่อไม่ให้ใครเห็นปลายเท้าจากใต้ประตู
แกร๊ก ตูม
เสียงประตูใหญ่ของพิพิธภัณฑ์ถูกปิดล็อกลงจากด้านนอก แสงไฟในอาคารดับลง เหลือเพียงไฟสลัวระบบรักษาความปลอดภัยขณะเดียวกัน วินที่นั่งสแตนด์บายอยู่ในรถกระบะเก่าที่จอดห่างออกไป 100 เมตร เปิดโน้ตบุ๊กคู่ใจขึ้นมา นิ้วรัวแป้นพิมพ์แฮกเข้าระบบส่วนกลางของพิพิธภัณฑ์อีกครั้ง
"ลิน มิ่ง ฟังนะ"
เสียงวินดังผ่านหูฟังบลูทูธ
"ฉันจะทำการเจาะระบบบล็อกสัญญาณกล้องวงจรปิด และตัดกระแสไฟระบบเลเซอร์ตรวจจับความร้อนรอบๆ ตู้โชว์ให้ชั่วคราว มีเวลาแค่ 10 นาทีเท่านั้น เริ่มได้"
ลินและมิ่งย่องออกจากห้องน้ำในความมืด ตรงดิ่งไปยังตู้กระจก ลินหยิบไหปลอมออกมา วางสลับที่กับไหวิเศษของจริงอย่างเบามือและรวดเร็ว ทันทีที่ไหจริงเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเธอ ลินสัมผัสได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมา
"สำเร็จแล้วลิน รีบไป"
มิ่งยังพูดไม่ทันจบคำ
ตึก ตึก ตึก
แสงจากไฟฉายกระบอกใหญ่สาดส่องเข้ามาจากหัวมุมตึก พร้อมเสียงฝีเท้าหนักๆ ของ รปภ. ที่เดินตรวจตรากะกลางคืน
"หลบเร็วลิน มีคนเดินมา"
มิ่งกระซิบเสียงหลงพลางดึงแขนลินกระชากเข้าหลังเสาต้นใหญ่ทันทีลินกอดไหวิเศษไว้แน่นในความมืด ทั้งสองคนกลั้นหายใจจนหน้าอกแทบระเบิด แสงไฟฉายสาดวูบวาบเฉี่ยวหน้าเสาไปเพียงนิดเดียว รปภ. เดินมาหยุดอยู่หน้าตู้กระจก เขายกไฟฉายขึ้นส่องดูไหดินเผาใบปลอม อยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไหยังคงตั้งอยู่ที่เดิมและไม่มีร่องรอยการงัดแงะตู้ กระจก รปภ. จึงหันหลังเดินฮัมเพลงตรวจต่อไปทางอื่นจนเสียงฝีเท้าเงียบหายไป
ตอนที่ 2
ทันทีที่เศษหยากไย่แห้ง ๆ ร่วงผ่านช่องระบายอากาศตู้กระจกจมหายลงไปในก้นไหดินเผาโบราณ สิ่งไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แสงสีทองส่องประกายวาบขึ้นมาเงียบ ๆ ภายในความมืดของไห หยากไย
ผุดขึ้นมาเติมเต็มจนสูงถึงครึ่งไห ลินและมิ่งเบิกตากว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น ตำนานในหนังสือเป็นเรื่องจริง
ลินพยายามควบคุมสติไม่ให้มือสั่น เธอหันไปยิ้มหวานให้เจ้าหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์แล้วเอ่ยถามเสียงใส
"พี่คะ หนูสามารถลองสัมผัสเนื้อผิวของไหใบนี้ได้ไหมคะ อยากรู้ว่าดินเผาสมัยก่อนผิวสัมผัสเป็นยังไง เผื่อเอาไปเขียนลงในรายงานน่ะคะ"
"อ๋อ ได้สิค่ะ ตรงฝาครอบด้านบนมันเผยออยู่ ขยับเปิดออกนิดหน่อยแล้วเอามือล้วงลงไปจับได้ แต่อย่าทำตกนะ"
เจ้าหน้าที่ตอบอย่างใจดีโดยไม่เอะใจอะไรเลยในจังหวะเดียวกันนั้นเอง
วินที่แฝงตัวอยู่ข้างนอกพิพิธภัณฑ์ เขานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม บนตักมีโน้ตบุ๊กคู่ใจที่กำลังรันโค้ดเจาะเข้าสู่ระบบเน็ตเวิร์กของพิพิธภัณฑ์ นิ้วของวินรัวแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว เหงื่อผุดตามไรผมด้วยความลุ้นระทึก อีกนิดเดียวก็สำเร็จ
วินแฮกระบบควบคุมกล้องได้สำเร็จ เขาบังคับให้เลนส์กล้องวงจรปิดตัวที่ส่องมายังตู้ไหค่อยๆ หันเหไปทางมุมอื่น เพื่อเปิดทางให้ลิน เมื่อเห็นสัญญาณไฟสีเขียวบนหน้าจอมือถือสว่างขึ้น ลินรู้ทันทีว่ากล้องถูกเบี่ยงเบนแล้ว เธอรีบเปิดฝาครอบตู้กระจกออกอย่างเบามือ แล้วล้วงมือลงไปในไหอย่างรวดเร็ว สัมผัสหยากไย่ที่มิ่งหย่อนลงไป มันมีเยอะจนเป็นก้อนใหญ่ที่อัดแน่นเกือบจะเต็มไห ทำให้อะดรีนาลินในก้อนเนื้ออกซ้ายสูบฉีด ลินกวาดเอาหยากไย่ทั้งหมดออกมายัดใส่กระเป๋าเป้อย่างเงียบเชียบที่สุด ขณะที่ลินกำลังลงมือ มิ่ง ก็ทำหน้าที่หน้าม้าได้อย่างยอดเยี่ยม เขาชู
สมุดโน้ตขึ้นมาบังสายตาเจ้าหน้าที่ แสร้งทำเป็นกดถ่ายรูปมุมต่างๆ ของไหอย่างกระตือรือร้น
"พี่ครับ แล้วลวดลายตรงฐานนี่มันมีความหมายเฉพาะไหมครับ" มิ่งชวนคุยเสียงดังฟังชัดเพื่อดึงความสนใจทั้งหมดไว้ จนกระทั่งลินรูดซิปกระเป๋าเป้เสร็จสรรพ
"ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ข้อมูลแน่นมากเลย เดี๋ยวพวกหนูไปดูโบราณวัตถุชิ้นอื่นต่อก่อนค่ะ"
ลินกล่าวลาเจ้าหน้าที่อย่างเนียนๆ ทั้งสองเดินแยกย้ายไปดูของชิ้นอื่นในห้องถัดไปเพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัย ก่อนที่ลินจะเดินเลี่ยงออกไปนอกอาคารแล้วโทรศัพท์หาวินด้วยเสียงกระซิบ
"วิน ฉันได้ของมาแล้ว ตอนนี้กำลังไปรอที่รถนะ"
ทว่ามิ่งไม่ได้เดินตามลินออกมาด้วย
"ลิน เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำแป๊บนึงนะ เยี่ยวจะราดแล้ว"
มิ่งตะโกนบอกเบา ๆ ก่อนจะเดินแยกไปทางป้ายสุขาที่อยู่ลึกเข้าไปในโซนส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ ทว่าในระหว่างที่กำลังเดินหาห้องน้ำ สายตาของมิ่งก็เหลือบไปเห็นประตูไม้บานใหญ่ห้องหนึ่งที่แง้มอยู่เล็กน้อย มีเสียงเข้ม ๆ ของชายสองคนกำลังสนทนากันอย่างเคร่งเครียด
"เฮ้ย มาทำอะไรอยู่ตรงนี้"
เสียงห้าวของ รปภ. ร่างใหญ่ดังขึ้นข้างหลัง พร้อมกับจับหมับเข้าที่หัวไหล่ของมิ่งอย่างแรงมิ่งสะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบหันกลับมาสะบัดหน้า แสร้งทำหน้าตาเลิกลั่กขี้อายให้สมกับเป็นนักศึกษาปี 1
"อ๋อ อ๋อ พี่ครับ พอดีผม ท้องเสียครับ กำลังเดินหาห้องน้ำ เดินวนไปวนมาเลยมาโผล่ตรงนี้ พี่ช่วยบอกทางหน่อยได้ไหมครับ ปวดจะราดแล้วครับพี่"
มิ่งแกล้งบิดตัวไปมาอย่างสมบทบาท
รปภ. มองหน้ามิ่งอย่างจับผิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วชี้มือไปอีกทาง
"ห้องน้ำอยู่ฝั่งนู้น ตรงนี้มันเขตหวงห้ามของเจ้าหน้าที่ วันหลังดูป้ายด้วย"
"ขอบคุณครับพี่ ขอบคุณครับ"
มิ่งรีบก้มหัวปะลก ๆ แล้วซอยเท้าวิ่งแน่บออกมาทันที โดยไม่ลืม ที่จะจดจำบทสนทนาลึกลับเมื่อครู่ไว้ในสมอง
ภายในรถกระบะเก่า ๆ ท้ายสวนผลไม้ลิน วิน และมิ่ง นั่งสุมหัวกันอยู่ภายในรถที่จอดซ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของต้นมะม่วง บนเบาะมีหยากไย่วางอยู่ แต่บรรยากาศกลับเคร่งเครียดเมื่อมิ่งเล่าสิ่งที่แอบได้ยินมาให้เพื่อน ๆ ฟัง
"พวกแกฟังฉันน่ะ"
มิ่งพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ
"ในห้องนั้น พวกเจ้าหน้าที่ระดับสูงมันคุยกันเรื่อง เจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง เจ้าพ่อคนนี้กำลังตามหาไหวิเศษในตำนานอยู่ และประกาศรับซื้อในตลาดมืดด้วยราคาสูงถึง หลายสิบล้านบาท ใครหาไปประเคนมันให้ได้คือรวยพลิกชีวิตเลย"
"อ้าว แล้วพวกเจ้าหน้าที่มันรู้ไหมว่าไหใบนั้นอยู่กับพวกมัน"
วินถามขัดขึ้นพลางดันแว่นสายตา
"ไม่รู้"
มิ่งทุบเบาะรถเบาๆ อย่างตื่นเต้น
"พวกมันรู้แค่ว่าเจ้าพ่อต้องการไหใบนี้ แต่พวกมันโง่ มันไม่รู้ว่าไหดินเผาเก่า ๆ ซอมซ่อที่ตั้งโชว์อยู่ในพิพิธภัณฑ์ของพวกมันเองนั่นแหละคือของจริงที่เจ้าพ่อตามหาอยู่ มีแค่พวกเราสามคนเท่านั้นที่รู้ความลับนี้จากหนังสือของพ่อลิน"
ลินกำมือแน่น ดวงตาเป็นประกาย
ลินรู้ว่าหย่อนหยากไย่ลงไปในไหเเล้วมันเพิ่มพูนขึ้นมา
"ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเราขโมยแค่ทองในไหมาเรื่อย ๆ สักวันเจ้าหน้าที่ก็ต้องจับได้ และถ้าวันหนึ่งพวกเจ้าหน้าที่รู้ความจริงว่าไหใบนี้คืออะไร พวกมันต้องเอาไปขายให้เจ้าพ่อแน่ๆ แล้วแม่ของฉันก็จะไม่มีโอกาสได้ใช้ไหใบนี้รักษาโรคอีกเลย
"ลินหันไปมองหน้ามิ่งและวินด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"เราจะเปลี่ยนแผน เราจะไม่ใช้แค่แอบหย่อนของแล้วจิ๊กทองออกมาแล้ว แต่พวกเราต้องขโมยไหวิเศษใบนี้ออกมาจากพิพิธภัณฑ์คืนนี้เลย ก่อนที่พวกเจ้าหน้าที่หรือคนของเจ้าพ่อจะรู้ตัว
วินกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ความกลัวเริ่มกลับเข้ามาอีกครั้ง
"ขะ ขโมยไหทั้งใบเลยเหรอ ลิน คืนนี้ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบเลเซอร์ และเครื่องจับการเคลื่อนไหวจะเปิดทำงานเต็มรูปแบบเลยนะ"