เมื่อชีวิตมาถึงทางตันและแม่ป่วยหนักลินเด็กสาวชาวสวนผู้ต้อยต่ำกลับค้นพบไหวิเศษในตำนานที่สามารถทวีคูณสมบัติพลิกชีวิตให้ร่ำรวยในพริบตาทว่าพลังอันเหนือธรรมชาติกลับมาพร้อมกับรสชาติของความละโมบ
แฟนตาซี,รัก,ชาย-หญิง,ครอบครัว,ไทย,หักหลัง,แย่งชิง,เพื่อน,ความโลภ,ความรัด,ไหวิเศษ,นักมวยหญิง,แอบรัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ตอนที่ 10
เช้าวันศุกร์ วันแห่งการพิพากษาบรรยากาศที่ร้านอาหารหรูใจกลางเมือง พลอยนั่งอยู่ในชุดเดรสสีแดงเพลิงสุดเซ็กซี่ เธอกำลังก้มมองหน้าจอมือถือเช็กข้อความจากชาญที่ส่งสัญญาณมาว่า
'กำลังนำคนมุ่งหน้าไปบ้านป้าจัน'
พลอยแสยะยิ้มสะใจ
ยามเห็นรุจเดินเข้ามาในร้านอาหารตามนัดหมาย
"พี่รุจ ทางนี้ค่ะ พลอยสั่งสเต็กเนื้ออย่างดีที่พี่ชอบไว้รอแล้วนะคะ"
พลอยรีบปรี่เข้าไปเกาะแขนรุจอย่างออดอ้อนรุจพยายามปรับสีหน้าให้เป็นธรรมชาติที่สุด เขาส่งยิ้มสุภาพให้พลอยแต่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับไฟลน
"ขอบคุณครับพลอย วันนี้พลอยดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนะ มีเรื่องอะไรน่ายินดีหรือเปล่าครับ"
"แหม่ ก็ได้มาทานข้าวสองต่อสองกับพี่รุจทั้งที พลอยก็ต้องมีความสุขสิค่ะ"
พลอยจีบปากจีบคอพูด โดยหารู้ไม่ว่ารุจแอบกดส่งโลเคชันสแตนด์บาย และเปิดระบบเครื่องดักฟังแชร์เสียงไปยังอุปกรณ์ของวินที่นั่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตัดภาพมาที่ บ้านสวนอันเงียบสงบของป้าจัน
19.30
ความมืดเข้าปกคลุมหมู่บ้านท้ายซอยลึก ลิน วิน และน้ำ แฝงตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ รอบบ้านสวนของป้าจันอย่างเงียบเชียบ โดยป้าจันและแม่ของลิน รวมถึงน้องสาว ถูกส่งไปซ่อนตัวในห้องนิรภัยที่ห่างไกลล่วงหน้าแล้ววินที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของบ้านในซอกมืด สวมหูฟังบลูทูธและคอยรายงานสถานการณ์ผ่านวอล์กเกอร์ทอล์กเกอร์ กระซิบ
"ลิน น้ำ สัญญาณเลเซอร์เตือนภัยท้ายสวนกล้วยถูกตัดแล้ว พวกมันมากันแล้ว คราวนี้ชาญมันพาลูกน้องมาเพิ่มอีก 4 คน และมีไอ้ลุงใจ เดินนำหน้าอยู่"
"รับทราบ"
ลินตอบกลับเสียงเรียบ เธอจับสนับมือและนวมเปิดนิ้วแน่น แววตาจ้องมองผ่านช่องหน้าต่างไม้บ้านป้าจัน เห็นเงาร่างของลุงใจ ที่เดินถือไฟฉายส่องทางนำพาชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนก้าวเข้ามาในอาณาเขตบ้านด้วยท่าทางทรยศเด่นชัด
"นั่นไง ห้องนอนอีจันอยู่ตรงนั้น ไหวิเศษกับเงินของอีลินต้องซ่อนอยู่ในนั้นแน่ๆ"
ลุงใจชี้มือชี้ไม้บอกข้าศึกอย่างกระตือรือร้นหวังเงินสิบล้าน ลินสูดหายใจเข้าลึก นึกถึงสัมผัสที่อบอุ่นและคำสัญญาของพี่รุจเมื่อวันก่อน ความกลัวทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงจิตวิญญาณนักสู้ที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับศัตรู
"วิน เปิดระบบกับดักได้เลย คืนนี้เราจะล้างบางพวกมันให้หมด"
ลินส่งสัญญาณเสียงเฉียบขาด ยุติความนิ่งสงบ และเปิดฉากสงครามปกป้องครอบครัวครั้งสุดท้ายทันที"
แกร๊ก
เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังขึ้นแผ่วเบา ที่บริเวณชายป่ากล้วยท้ายบ้านป้าจัน
ลุงใจเดินนำหน้าด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ มือข้างหนึ่งถือไฟฉายส่องทางส่ายไปมาวูบวาบ
ส่วนสายตาคอยชำเลืองมอง
ชาญ และลูกน้อง อีก 4 คนที่เดินตามมาติด ๆ
ทุกคนอยู่ในชุดรัดกุมและกุมอาวุธปืนพกสั้นไว้ในกระเป๋าเสื้ออย่างมิดชิด
"เบา ๆ หน่อยพี่ บ้านอีจันมันอยู่ข้างหน้านี่เอง"
ลุงใจหันมากระซิบกระซาบเสียงสั่น
"อีลินมันหูไวตาไวจะตาย คราวก่อนไอ้มิ่งยังพลาดท่าโดนมันต่อยคว่ำมาแล้ว"
"หุบปากแล้วเดินนำไปซะไอ้แก่"
ชาญสบถเสียงต่ำในลำคอด้วยความหงุดหงิด
"คราวนั้นไอ้มิ่งมันโง่และบุกมาคนเดียว แต่คราวนี้กูเอาคนมาเพิ่ม แถมปืนพร้อม ถ้ามันกล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว กูจะเป่าหัวมันทิ้งซะ"
ลุงใจกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ใจหนึ่งก็กลัว แต่อีกใจหนึ่งเมื่อนึกถึงเงินรางวัลสิบล้านที่จะได้จากเสี่ยทรงพลเอาไปล้างหนี้พนัน ความละโมบก็เข้าบดบังความถูกต้องจนหมดสิ้น แกซอยเท้าเดินนำหน้าแก๊งโจรตรงดิ่งไปยัง
บ้านไม้สองชั้น ของป้าจันทันทีทว่าสิ่งที่ลุงใจและพวกโจรไม่รู้ก็คือ ทุก ๆ ย่างก้าวของพวกมันถูกจับจ้องผ่าน เลนส์กล้องอินฟราเรด ขนาดจิ๋วที่วินแอบเอามาซ่อนไว้ตามยอดต้นกล้วยเรียบร้อยแล้ว
ภายในร้านอาหารหรูใจกลางเมืองบรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว พลอยยังคงนั่งม้วนปอยผมพลางส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้รุจ ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระและพยายามตักอาหารให้เขาไม่หยุดหย่อน
"พี่รุจลองชิมเนื้อแกะจานนี้ดูสิคะ พลอยตั้งใจสั่งมาให้พี่โดยเฉพาะเลยนะ"
รุจส่งยิ้มตอบตามมารยาท มือข้างหนึ่งถือมีดหั่นเนื้อสเต็กอย่างเชื่องช้า แต่ดวงตาของเขากลับคอยชำเลืองมอง นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ที่ข้อมือซ้ายอยู่เป็นระยะ สัญญาณไฟสีแดงกะพริบเบา ๆ บนหน้าปัดเป็นรหัสที่วินส่งมาว่า
'พวกมันเริ่มเข้าเขตบ้านป้าจันแล้ว'
เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควร รุจวางมีดและส้อมลงพลางแสร้งทำสีหน้าเจ็บปวดขึ้นมาทันที เขาเอามือกุมท้อง
"โอ๊ย พลอยครับ พี่รู้สึกปวดท้องจี๊ดขึ้นมาดื้อๆ เลย แสบท้องมาก น่าจะเป็นโรคกระเพาะกำเริบแน่ๆ"
"ตายแล้ว พี่รุจเป็นอะไรมากไหมคะ"
พลอยหน้าเสียรีบขยับเข้ามาดูด้วยความตกใจ
"ให้พลอยเรียกพนักงานเช็กบิลแล้วพาไปโรงพยาบาลไหมคะ"
"ไม่ ไม่เป็นไรครับพลอย ยาเคลือบกระเพาะของพี่อยู่ในรถน่ะ เดี๋ยวพี่ขอตัวเดินไปหยิบยาที่รถแป๊บเดียวนะครับ พลอยนั่งทานรอตรงนี้ก่อนนะ"
รุจพูดเสียงอ่อนแรงพลางลุกขึ้นยืนทำท่าเดินตัวงอออกไปทางประตูร้านอย่างเนียนๆทันทีที่พ้นสายตาของพลอยและก้าวขาออกจากประตูร้านอาหาร รุจสลัดคราบคนป่วยทิ้งทันที เขายืดตัวตรง แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันระคนเป็นห่วงลินสุดขีด รุจพุ่งตัวขึ้นรถกระบะของตัวเอง สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นแล้วเหยียบคันเร่งจนมิด ล้อรถบดกับพื้นถนนจนเกิดเสียงเอี๊ยดก้อง ทะยานมุ่งหน้าออกนอกเมืองเพื่อไปยังบ้านป้าจันด้วยความเร็วสูงสุดในชีวิต
ณ บ้านป้าจันแก๊งโจรของชาญและลุงใจเดินมาถึงบริเวณลานดินกว้างหน้าบ้านไม้ ตัวบ้านเงียบเชียบและปิดไฟมืดสนิท ลุงใจย่องขึ้นไปบนระเบียงหน้าบ้านพลางลองผลักประตูดู
"ชาญ ประตูล็อกว่ะเอาไงดี"
"หลบไป"
ชาญเดินสวนขึ้นมา เอาปืนพกเก็บเสียงเล็งไปที่แม่กุญแจ ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้เหนี่ยวไก
สปอตไลท์ขนาดใหญ่ 4 ดวง ที่วินแอบติดตั้งไว้ตามมุมหลังคาบ้านก็เปิดวาบขึ้นมาพร้อมกัน
พรึ่บ
แสงสีขาวสว่างจ้าจนแสบตาพุ่งเข้าใส่หน้าของพวกโจรเต็ม ๆ จนดวงตาปรับแสงไม่ทัน ชาญและสมุนอุทานลั่นพลางเอามือขึ้นมาบังตาด้วยความลนลาน
"แสงบ้าอะไรวะ มองไม่เห็นเลย"
"เปิดระบบเสียงก่อกวนได้เลยน้ำ"
วินที่ซ่อนตัวอยู่ชั้นสองตะโกนสั่งผ่านวอล์กเกอร์ทอล์กเกอร์
วี้ด เสียงสัญญาณไซเรนความถี่สูงปรี๊ดดังกระหึ่มออกมาจากลำโพงขยายเสียงที่แอบซ่อนอยู่รอบลานบ้าน เสียงนั้นแหลมสูงจนแก้วหูแทบระเบิด ทำให้พวกโจรถึงกับต้องเอามือข้างหนึ่งปล่อยปืนเพื่อมาอุดหูขยับตัวลนลานเสียหลักไปตาม ๆ กันและนั่นคือสัญญาณลงมือของลินที่ยืนกบดานอยู่ในมุมมืดใต้ถุนบ้าน สวมสนับมือหนังแน่นหนา เธออาศัยจังหวะที่พวกโจรเบลอแสงและเสียง พุ่งตัวออกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาห์ ลินก้าวสไลด์เท้าขวา ปัดปืนพกในมือโจรคนแรกทิ้งอย่างแม่นยำ ก่อนจะหมุนตัวส่งแรงเหวี่ยงจากลำตัว ซัด เตะตัดล่าง เข้าที่ข้อพับขาของมันจนล้มคว่ำ และตามด้วยหมัดขวา
เข้าเต็มเหนี่ยวจนมันสลบเหมือดคาที่
"อีลิน อยู่ทางนี้ ยิงมัน"
ลุงใจที่แอบอยู่หลังเสาร้องลั่นพลางชี้มือบอก โจรอีกสองคนพยายามจะเล็งปืนสุ่มสี่สุ่มห้ามาทางลิน ทว่า น้ำที่ซ่อนอยู่บนขอบหน้าต่างชั้นสอง ก็เทน้ำมันหล่อลื่นข้นคลั่ก ที่วินเตรียมไว้ ลงมาจากด้านบนราดรดใส่หัวและพื้นปูนบริเวณที่พวกโจรยืนอยู่พอดี
"ว้ายยย ลื่น"
โจรทั้งสองคนเสียหลักหงายหลังล้มก้นกระแทกพื้นปูนที่เต็มไปด้วยน้ำมันอย่างหมดท่า ปืนพกหลุดมือไถลไปไกล ลินไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เธอพุ่งเข้าไปตวัดเท้าเตะเสยเข้าใต้คางโจรคนที่กำลังจะลุกขึ้นจนหงายเก๋งหมดสภาพไปอีกคนสถานการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็ว ชาญที่หลบอยู่หลังกระบะเริ่มปรับสายตาเข้ากับแสงได้ มันเห็นลูกน้องโดนเก็บไปทีละคน ก็โกรธจนฟิวส์ขาด มันเล็งปืนไปทางลินที่กำลังจะเข้าจัดการโจรคนสุดท้าย
"อีเด็กนรก มึงตาย"
ปัง เสียงปืนดังขึ้น ทว่าไม่ใช่ปืนของชาญ รถมอเตอร์ไซค์หรือพาหนะของใครบางคนพุ่งเข้ามาชนร่างของชาญจากด้านหลังจนมันกระเด็นหลุดไปกระแทกต้นมะม่วง ปืนหลุดมือ รถกระบะของ โค้ชรุจ เบรกเอี๊ยดจอดสนิทกลางลานบ้าน รุจกระโดดลงจากรถพร้อมท่อเหล็กในมือ แววตาของเขาดุดันและน่ากลัวยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ รุจพุ่งเข้าไปยืนเคียงข้างลินทันที สองคนสบตากันแวบหนึ่งโดยไม่ต้องพูดอะไรก็เข้าใจกัน ลินยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจที่รุ่นพี่ทำตามสัญญา รุจหันไปจัดการกับชาญที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาสู้ต่อด้วยแม่ไม้มวยไทยสายโหด คลุกวงในทุบศอกสั้นเข้าหน้าอกจนชาญตาเหลือกทรุดลงไปกองกับพื้นแน่นิ่งเหลือเพียงคนเดียว
ลุงใจ แกยืนขาสั่นพั่บ ๆ อยู่กลางลานน้ำมัน แววตาเต็มไปด้วยความกลัวจนฉี่แทบราด เมื่อหันไปมองรอบตัวเห็นมือปืนระดับพระกาฬของเจ้าพ่อโดนลินและโค้ชรุจถล่มจนยับเยินไม่มีชิ้นดีลินเดินย่ำเท้าเข้าไปหาลุงแท้ ๆ อย่างช้า ๆ เสียงสนับมือกระทบกันดังแกร๊ก ๆ ชวนขนลุก
"ลุงใจ หนูบอกลุงแล้วใช่ไหม ว่าเงินของหนูมีไว้รักษาแม่ ไม่ได้มีไว้ให้ลุงเอาไปเล่นพนัน แล้วลุงยังกล้าพาคนมาทำร้ายแม่อีกเหรอ"
"ลิน ลุงขอโทษ ลุงโดนพวกมันบังคับ ลุงไม่ได้ตั้งใจนะหลานรัก"
ลุงใจทรุดตัวลงคลานเข่ากราบลินปะลก ๆลินมองลุงใจด้วยสายตาที่เย็นชาและผิดหวังถึงขีดสุด เธอไม่ได้ลงมือทุบตีแก แต่หันไปหาวินที่เดินลงมาจากบนบ้านพร้อมเชือก
"วิน มัดมันไว้รวมกับพวกโจรนั่นแหละ แล้วโทรเรียกตำรวจมาลากคอพวกมันเข้าคุกให้หมดทุกคน"
แสงไฟสปอตไลท์ยังคงสว่างจ้า อาบไล้ร่างของลินและรุจที่ยืนเคียงข้างกันท่ามกลางชัยชนะที่เด็ดขาด น้ำและวินวิ่งเข้ามาสวมกอดร่วมยินดี ความสามัคคีและมิตรภาพที่แท้จริงสามารถเอาชนะความโลภอันโสมมลงได้ในที่สุด