[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
เสียงสุดท้ายที่ ไค ได้ยินก่อนที่โลกมนุษย์จะดับสูญไป คือเสียงปริแตกของกระดูกตัวเองที่บดเบียดกับผนังมุกอันเย็นเยือก ร่างกายของเขาสลายกลายเป็นของเหลวสีน้ำนม ไหลปนเปไปกับมวลสารมุกที่ข้นคลักภายในรังไหมมุกที่ห่อหุ้มเขาไว้ แรงอัดมหาศาลจาก ครรภ์วาฬ บีบคั้นจนจิตวิญญาณของเขาแทบจะกลายเป็นธุลี
แต่ทว่า... ในความมืดมิดที่ควรจะเป็นจุดจบ กลับมีแสงสว่างเรืองรองสีเงินยวงปรากฏขึ้นสว่างจ้า
.
.
.
.
.
ท่ามกลางความเงียบงัดที่อื้ออึงไปด้วยเสียงบีบอัดของมวลสาร ไค รู้สึกได้ถึงวินาทีที่ตัวตนทางกายภาพของเขาดับสูญไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เพียงความเจ็บปวด แต่มันคือการ "ละลาย" ของนิยามคำว่ามนุษย์ ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และกระดูกที่เคยประกอบกันเป็นร่างของเขา บัดนี้กลายเป็นเพียงของเหลวขุ่นข้นสีน้ำนมที่หลอมรวมเข้ากับมวลสารมุกภายในรังไหม สติของเขาแตกซ่านเหมือนเศษแก้วที่ถูกโยนลงในบ่อลาวาที่ร้อนระอุ เขากำลังจะสูญเสียจุดยึดเหนี่ยวสุดท้ายของดวงวิญญาณไปในกระแสธารแห่งอนธการที่เชี่ยวกรากภายใน มหาครรภ์วาฬ
ทว่า ในห้วงขณะที่เขากำลังจะกลายเป็นเพียงอณูขยะที่ล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า... ไอลา กลับขยับเขยื้อน
เธอไม่ได้ขยับด้วยกายหยาบ แต่เธอขยับด้วยเจตจำนงที่เข้มข้นเสียจนบรรยากาศรอบข้างสั่นสะเทือน ไอลาที่นั่งนิ่งสงบอยู่ใจกลางรังไหมมุกนั้นคือความจริงเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ เธอไม่ได้เพิ่งตื่นรู้ด้วยความขลาดเขลาของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ แต่ความตื่นรู้ของเธอนั้นลุ่มลึกและกว้างใหญ่เกินกว่าที่ไคจะเคยจินตนาการได้ สติของเธอนั้นไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในร่างที่ดูเหมือนสลายไปแล้ว แต่มันแผ่ขยายออกไปครอบคลุมทุกอณูของมวลสารมุกรอบตัว และแทรกซึมลึกลงไปในเนื้อเยื่อของครรภ์วาฬที่ห่อหุ้มพวกเขาไว้
ไอลาเฝ้ามองดูความพินาศของไคด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจที่น่าหวาดหวั่น เธอสัมผัสได้ถึงความเปราะบางของสติที่กำลังกระเสือกกระสนของเขา รับรู้ถึงความกลัวที่สั่นระริกเหมือนเปลวเทียนที่กำลังจะดับลงในพายุคลั่ง เธอรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เพียงเสี้ยววินาที ไคจะสูญสิ้นความเป็นตัวตนและกลายเป็นเพียงส่วนประกอบที่ไร้ชีวิตของลูปนี้ไปตลอดกาล
ด้วยอำนาจแห่งภาชนะที่ตื่นรู้อย่างสมบูรณ์ ไอลาจึงเอื้อมมือในกระแสจิตออกไปหาเขา มันไม่ใช่การช่วยเหลือที่นุ่มนวล แต่คือการฉุดกระชากที่รุนแรงและเด็ดขาด เธอออกแรงดึงเอาเศษเสี้ยวสติที่แตกซ่านของไคให้พุ่งเข้าสู่อาณาเขตของเธอทันที เป็นการบังคับให้วิญญาณที่กำลังจะดับสูญต้องกลับมารวมตัวกันภายใต้ร่มเงาแห่งอำนาจของเธอ
"ตื่นขึ้นมาสิ... ไค อย่าปล่อยให้ความมืดกลืนกินเจ้าไปมากกว่านี้เลย"
เสียงของเธอดังก้องอยู่ในแก่นแท้ของจิตวิญญาณเขา ไม่ใช่เสียงที่ผ่านอากาศ แต่มันคือแรงสั่นสะเทือนที่สอดประสานกับจังหวะการบีบตัวของผนังมหาครรภ์ และทันใดนั้น โลกที่เคยดำมืดและเต็มไปด้วยความตายของไคก็ถูกแทนที่ด้วยภาพนิมิตที่วิจิตรจนแทบหยุดหายใจ
สิ่งที่เขาเห็นผ่านดวงตาและจิตของไอลาคือสถานะที่แท้จริงของพวกเขา ภายในรังไหมที่ดูเหมือนคุกใต้สมุทรนั้น กลับเต็มไปด้วย เส้นด้ายโชคชะตา สีเงินยวงนับหมื่นนับแสนเส้นที่แสงเรืองรองดุจใยแมงมุมที่ถักทอโดยพระเจ้า เส้นด้ายเหล่านั้นไม่ได้ลอยอยู่อย่างไร้จุดหมาย แต่พวกมันถูกถักทอออกมาจากกึ่งกลางอกของไอลา พุ่งทะลุผ่านรังไหมมุก แทรกเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ของวาฬ และโยงใยยาวไกลออกไปสู่กระแสกาลเวลาภายนอกที่กำลังบิดเบี้ยว
ไอลาเฝ้ามองเส้นด้ายเหล่านั้นด้วยความนิ่งเฉยที่น่าเกรงขาม เธอเห็นภาพซ้อนของ "ไค" และ "ไอลา" ในทุกตัวตนที่เวียนวนเป็นวงกลมไม่สิ้นสุด เธอเห็นเส้นด้ายที่มัดคอพวกเขาไว้กับคำสัญญาที่ไม่มีวันตาย และตอนนี้เธอคือผู้นำทางที่กำลังดึงไคให้ลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับมัน ครรภ์ของวาฬที่โอบล้อมพวกเขาอยู่นั้นครางต่ำลึกด้วยความร้อนแรงมหาศาล เมือกมุกที่ฉาบอยู่บนเนื้อเยื่อที่มีชีวิตเริ่มหลอมละลายและก่อตัวเป็นรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้นตามจังหวะความคิดของเธอ
ไคสัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นซึ่งโอบอุ้มเขาไว้ไม่ให้แตกสลายไปมากกว่านี้ เขารู้สึกถึงความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวของไอลาที่กำลัง "ประคอง" จิตวิญญาณของเขาไว้ในอุ้งมือของเธอ ความเปราะบางของเขาถูกความแข็งแกร่งของเธอเข้าแทนที่ทีละน้อย จนเขาสามารถมองเห็นโลกในมุมเดียวกับที่เธอเห็น...โลกที่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งในลูปกาลเวลาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
สัญญาณจากรังไหมเริ่มสั่นไหวและกรีดร้องแหลมสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันคือเสียงเตือนจากจักรวาลว่าภาชนะชั้นใน (ไอลา) และภาชนะชั้นนอก (วาฬ) กำลังจะเปลี่ยนผ่านไปสู่ขั้นต่อไปของการรีเซ็ต ไอลาขยับจิตวิญญาณของเธออีกครั้ง เพื่อยึดเหนี่ยวไคไว้ให้แน่นหนาที่สุดท่ามกลางพายุมวลสารมุกที่กำลังเริ่มหมุนวนเป็นน้ำวนขนาดใหญ่ภายในครรภ์แห่งนี้