[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
แรงสั่นสะเทือนจากการปฏิสนธิใต้สมุทรส่งผลกระทบมาถึงชายหาดไซเรนโฮปอย่างรุนแรงจนแผ่นดินสะท้านสะเทือน ไคนอนขดตัวอยู่บนทรายเย็นเยียบที่บัดนี้ดูเหมือนจะกลายเป็นเนื้อเยื่อมีชีวิตที่คอยดูดกลืนเรี่ยวแรงของเขาไป มือขวาของเขากำเกล็ดมุกไว้แน่นจนขอบที่คมกริบของมันบาดลึกเข้าไปในเนื้อฝ่ามือ ความเจ็บปวดนั้นแหลมคม แต่สิ่งที่ไหลซึมออกมาจากบาดแผลกลับไม่ใช่เลือดสีแดงฉานเพียงอย่างเดียว แต่มันมีตะกอนสีมุกข้นคลักที่เรืองแสงจางๆ ไหลเวียนออกมาสมานแผลอย่างน่ารังเกียจ
ทุกครั้งที่หัวใจของวาฬยักษ์เบื้องล่างเต้น ตึ้บ... ตึ้บ... ร่างของไคจะกระตุกตามอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าไปที่กลางอก มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกายภาพเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการ "ขยายตัว" ของตัวตนที่พยายามจะฉีกร่างมนุษย์ของเขาออกเพื่อรองรับจังหวะชีวิตที่ใหญ่โตกว่า พลันดวงตาของเขาก็เบิกโพลงแต่กลับกลายเป็นสีขาวโพลนไร้นัยน์ตา... "นิมิต" ได้เข้าจู่โจมสติสัมปชัญญะของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว มันรุนแรงจนเขาเรารู้สึกเหมือนวิญญาณถูกกระชากออกจากร่างด้วยมือที่มองไม่เห็น
ในชั่วพริบตา โลกที่โกลาหลบนบกหายไปสิ้น ไคไม่ได้ยินเสียงคลื่นหรือเสียงชาวบ้านที่ฮัมเพลงบิดเบี้ยวอีกต่อไป แต่วิญญาณของเขาถูกลากดิ่งลงสู่ความมืดมิดก้นมหาสมุทรที่ลึกเกินกว่าแสงอาทิตย์จะเอื้อมถึง เขาไม่ได้มองเห็นภาพจากสายตาภายนอก แต่เขา "รู้สึก" และ "รับรู้" ผ่านประสาทสัมผัสที่เชื่อมต่อกับไอลาโดยตรงผ่านเกล็ดมุกในมือ
เขามองเห็นภาพภายใน "ครรภ์วาฬ" มันคือ ความมืดมิดที่สนิท มืดจนมองไม่เห็นขอบเขตของผนังเนื้อหนัง มีเพียงเสียงเต้นของกล้ามเนื้อที่หนาแน่นดัง กึก... กึก... สะท้อนไปมาในความว่างเปล่า ท่ามกลางความมืดมิดที่กดทับนั้นเอง ร่างของ ไอลา ลอยตระหง่านอยู่เพียงลำพัง
ร่างของเธอในนิมิตนั้น สว่างไสวเป็นสีขาวโชติช่วง ราวกับเธอเป็นหลอดไฟดวงเดียวที่ส่องสว่างท่ามกลางจักรวาลที่ดับมืด ผิวหนังของเธอไม่ได้เป็นสีเนื้อแบบมนุษย์ปกติอีกต่อไป แต่มันดูเหมือนทำมาจากแสงมุกที่โปร่งแสงและเรืองแสงออกมาจากภายในทุกอณูรูขุมขน ใบหน้าของเธอยังคงสวยงามหมดจด ดวงตาที่หลับพริ้มนั้นดูสงบนิ่งราวกับกำลังตกอยู่ในห้วงนิทราที่แสนยาวนาน เธอกลายเป็น "จุดศูนย์กลางของแสงสว่าง" ภายในท้องของอสูรกายทมิฬ
"ไค..." เสียงของเธอไม่ได้ผ่านโสตประสาท แต่มันดังก้องมาจาก "จังหวะหัวใจ" ที่เต้นซ้อนทับอยู่ในอกของเขาเอง ไคเห็นผ่านสายตาของไอลาว่าของเหลวจากดวงดาวที่พุ่งเข้ามานั้น ไม่ได้ทำลายล้างเธอ แต่มันกำลังไหลเวียนปกป้องเธอไว้ และเป็นต้นกำเนิดของแสงสีขาวที่เรืองรองออกมาจากร่างของเธอเอง ไครู้สึกถึงความสงัดเงียบที่เยือกเย็นแต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาลภายในครรภ์วาฬนั้น เขาเห็นฝูงวิญญาณปลานับล้านที่ว่ายวนอยู่รอบร่างที่เรืองแสงของไอลา ราวกับพวกมันกำลังบูชาดวงอาทิตย์ดวงใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นใต้ก้นบึ้งมหาสมุทร
แต่ความงดงามในนิมิตนั้นกลับถูกฉีกกระชากทิ้งด้วยภาพหลอนที่แทรกเข้ามาจากเบื้องบน! นิมิตนั้นสะท้อนภาพท้องฟ้าเหนือเมืองไซเรนโฮปที่บัดนี้ดูเหมือนแผลเหวอะหวะสีม่วงคล้ำ หยาดดาวดวงที่สองและสามเริ่มสั่นไหวและเตรียมตัวร่วงหล่นลงมา และครั้งนี้พวกมันไม่ได้พุ่งลงทะเลเพื่อไปหาไอลา แต่มันเล็งเป้ามาที่มนุษย์ที่เหลือบนบก
ไคเห็นภาพชาวบ้านที่ยืนแข็งทื่อกำลังถูกแสงดาวสีขาวขุ่น "อาบ" ร่างกายจนผิวหนังแข็งเป็นมุก และมีกิ่งก้านปะการังงอกออกมาจากปากและดวงตาเพื่อเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นแท่นบูชาที่มีลมหายใจสำหรับงานเลี้ยงดวงดาว
"วิ่งไป... ไค... วิ่งไปจากที่นี่!" เสียงกระซิบของไอลาเต็มไปด้วยความห่วงใยครั้งสุดท้าย ก่อนที่นิมิตจะระเบิดออกเป็นแสงสีเงินจ้า
ไคสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนหาดทราย หอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนคนเพิ่งจมน้ำ เหงื่อสีมุกไหลท่วมใบหน้าและลำคอจนเสื้อผ้าเปียกโชก เขามองไปที่ท้องฟ้าเบื้องบนด้วยดวงตาที่ยังคงมีเศษเสี้ยวของนิมิตหลงเหลืออยู่ หยาดดาวดวงที่สองกำลังทิ้งตัวลงมาจริงๆ มันเป็นลูกไฟสีขาวหนืดที่ดูเย็นเยียบและทรงพลัง
ไครู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาเห็นในนิมิตไม่ใช่แค่ความเพ้อฝัน แต่มันคือคำเตือนจากไอลาที่พยายามจะปกป้องเขาเป็นครั้งสุดท้าย เขากำเกล็ดมุกในมือแน่นจนมือสั่นสะเทือนเป็นจังหวะเดียวกับคำเตือนที่ไร้เสียงนั้น จังหวะหัวใจในอกของเขาเต้นรัวขึ้นเรื่อยๆ ตามความเร็วของหยาดดาวที่ร่วงหล่น ไคมองไปที่หมู่บ้านที่เขาเคยเรียกว่าบ้าน... บัดนี้มันกำลังจะเปลี่ยนเป็นสวนปะการังแห่งเนื้อสดที่ไร้ทางสู้
"ไอลา... ฉันจะไปหาเธอ..." ไคพึมพำกลางความเงียบที่กำลังจะถูกทำลาย
เขาไม่ได้เลือกที่จะวิ่งหนีเข้าป่า แต่เขากลับหันหน้าเข้าหาหยาดดาวที่กำลังจะร่วงลงมาปะทะแผ่นดิน แสงจากเกล็ดมุกในมือของเขาเริ่มส่องสว่างแข่งกับแสงจากดวงดาวบนฟ้า พันธะสัญญาระหว่างพยานบนบกและพยานในครรภ์วาฬได้เริ่มต้นขึ้นอย่างสมบูรณ์ และไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งงานเลี้ยงที่แสนดิบเถื่อนนี้ได้อีกต่อไป