[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
รัตติกาลนี้ช่างเงียบสงัด... เงียบจนไอลาได้ยินเสียงสะท้อนของเกล็ดมุกที่ขยับขยายพื้นที่ทับซ้อนลงไปบนผิวหนังที่เคยเป็นมนุษย์
เธอตัดสินใจเดินออกจากห้องเช่า พยุงร่างที่หนักอึ้งและเย็นเฉียบลงมาที่ลานกว้างหน้าหมู่บ้าน โดยมีไคแอบเดินตามมาห่างๆ ด้วยความรู้สึกสับสนและหวาดกลัวที่ปิดไม่อยู่ แสงจันทร์สีนวลส่องกระทบผิวน้ำทะเลที่ราบเรียบราวกระจกบานยักษ์ ชาวบ้านเมืองไซเรนโฮปที่เคยเมินเฉยต่อความเศร้าของเธอ บัดนี้ยืนเรียงรายกันเป็นวงกลมขนาดใหญ่ ทุกคนก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดหน้าอก แขนขาทิ้งดิ่งลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่วงท่าของพวกเขาไม่ใช่การยืนรอแต่คือการ "จำนน" ต่อสิ่งที่กำลังจะมาถึง
[...จงดูไว้... เพราะนี่คือสิ่งเดียวที่จะหลงเหลืออยู่...]
เสียงนั้นดังกึกก้องอยู่ในหัวของไอลา มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์คนใด แต่มันสั่นสะเทือนขึ้นมาจากความว่างเปล่าของจักรวาล
วินาทีนั้นเอง ชาวบ้านทุกคนเริ่ม "เคลื่อนไหว" มันไม่ใช่การร่ายรำที่สวยงาม แต่เป็นการขยับร่างกายที่บิดเบี้ยวและผิดธรรมชาติ พวกเขาขยับแขนขาอย่างช้าๆ ราวกับเป็นหุ่นเชิดที่ไร้สายป่าน ท่วงทำนองเพลงที่ไม่มีเครื่องดนตรีดังก้องออกมาจากลำคอของพวกเขา มันเป็นเสียงฮัมเพลงที่พร่าเลือนและไร้ความหมาย ฟังดูเหมือนเสียงลมที่พัดผ่านโครงกระดูกที่แห้งผาก ไอลาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ... เธอเห็น "กระแสสีเงิน" ที่หม่นหมองและเน่าสลายไหลเวียนอยู่ในตัวพวกเขา เส้นแสงเหล่านั้นไม่ได้ส่องประกายวาววับเหมือนในตอนที่ 2 แต่มันดูเหมือนเมือกสีดำที่กำลังกัดกินวิญญาณของพวกเขา
พวกเขาคือเศษซากของสายเลือดที่ล้มเหลว... มนุษย์ที่เคยมีความลับของทะเลอยู่ในตัวแต่กลับเลือกที่จะทิ้งมันไปเพื่อใช้ชีวิตบนบก บัดนี้พวกเขามาเพื่อ "ส่งศพสุดท้าย" ให้กลับคืนสู่ที่ที่เธอจากมา ไคที่ยืนดูอยู่ห่างๆ รู้สึกคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียนออกมา ท่วงท่าที่บิดเบี้ยวและเสียงเพลงที่ไร้ความหมายของชาวบ้านทำให้เขาขนลุกซู่ เขาพยายามจะวิ่งเข้าไปหาไอลาแต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกสะกดไว้
ไอลาเดินผ่านฝูงชนที่เงียบสงัดไปอย่างช้าๆ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นทรายทิ้งร่องรอยเมือกสีมุกวาววับเอาไว้ แสงดวงดาวที่ฝังอยู่ในตะกอนตรงหน้าอกของเธอกะพริบเป็นจังหวะเนิบช้า ล้อไปกับแสงสีครามบนฟากฟ้าที่เริ่มม้วนตัวเป็นเกลียวขนาดใหญ่เหนือท้องทะเล
[...จงมา...จงมา... งานเลี้ยงเริ่มต้นแล้ว...]
เสียงนั้นเร่งเร้าให้ไอลาเดินลงไปที่ชายหาด น้ำทะเลเย็นจัดซัดขึ้นมาโอบล้อมข้อเท้าของเธอ
วินาทีนั้นเอง ความรู้สึกโหยหาที่อธิบายไม่ได้ก็พุ่งจู่โจมหัวใจ ไอลาไม่ได้รู้สึกกลัวน้ำอีกต่อไป แต่น้ำทะเลตรงหน้ากลับดูเหมือน "เตียงนอนที่นุ่มที่สุด" ที่เธอเคยเห็น รอยแยกสามรอยที่ลำคอของเธอเริ่มขยับเปิด-ปิดอย่างหิวกระหาย มันต้องการน้ำเค็ม มันต้องการความเย็นที่บดขยี้ปอด
“ฉันไม่ใช่คน... และฉันก็ไม่ใช่ปลา” ไอลาพึมพำผ่านน้ำทะเล
เธอหันกลับไปมองไคเป็นครั้งสุดท้าย เห็นเงาของเขาที่ยืนนิ่งหมอบกราบอยู่ริมหน้าผาเหมือนหินโสโครกที่ไร้ชีวิต
...ไอลาเดินผ่านฝูงชนที่เงียบสงัดและบิดเบี้ยวไปอย่างช้าๆ ทุกก้าวที่เหยียบลงบนพื้นทรายทิ้งร่องรอยเมือกสีมุกวาววับเอาไว้ ชาวบ้านที่ฮัมเพลงไร้ท่วงทำนองเริ่มขยับวงล้อมบีบเข้ามาหาเธอ ดวงตาที่ไร้แววของพวกเขามองมาที่หน้าอกของไอลาอย่างหิวกระหาย
"ดูสิ... เปลือกของนางกำลังจะแตกแล้ว" เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากยายแก่คนหนึ่งในกลุ่มร่ายรำ
ไคพยายามจะฝ่าวงล้อมเข้ามา แต่เขากลับถูก "แรงกดอากาศ" บางอย่างผลักจนล้มคว่ำลงบนทราย เขาทำได้เพียงมองดูไอลาที่กำลังถูกห้อมล้อมด้วยนาฏกรรมที่น่าสะอิดสะเอียนนี้ ไอลาเงยหน้ามองฟ้า เห็นเมฆม้วนตัวเป็นเกลียวสีม่วงเข้ม แสงดวงดาวดวงแรกเริ่มส่องประกายจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นเงาปลาวาฬขนาดยักษ์พาดผ่านก้อนเมฆ
เธอยังไม่ได้ไปไหน... แต่เธอกำลังจะถูก "ส่งมอบ" ให้กับมหาสมุทรในวินาทีข้างหน้า