[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
องฟ้าเหนือเมืองไซเรนโฮปปริแยกออกราวกับบาดแผลที่ถูกกรีดด้วยคมมีดล่องหน แสงสีม่วงคล้ำแผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวนั้นราวกับเลือดของจักรวาลที่กำลังหลั่งไหล ก่อนที่ หยาดดาวดวงที่สอง จะพุ่งทลายชั้นบรรยากาศลงมาด้วยความเร็วที่เหนือคณา มันไม่ใช่ก้อนหินที่ลุกไหม้ด้วยไฟนรก แต่มันเป็นหยาดของเหลวสีขาวขุ่นหนืดที่ดูเหมือนหยดอสุจิขนาดยักษ์ของพระเจ้าที่ถูกกลั่นออกมาจากดวงดาว มันพุ่งดิ่งลงกระแทกใจกลางหมู่บ้านที่เคยสงบสุขด้วยแรงอัดมหาศาล
วูบบบ!!!....
ไม่มีเสียงระเบิดที่ดังกัมปนาทอย่างที่มนุษย์คุ้นเคย มีเพียงคลื่นกระแทกที่เย็นเฉียบและเงียบงัดจนหูอื้ออึง แสงสีขาวกระจายตัวออกเป็นวงกว้างเหมือนคลื่นน้ำคร่ำที่ซัดสาดเข้าหาทุกชีวิตที่ยังเหลืออยู่บนบก ไคกระโดดหลบหลังโขดหินใหญ่ที่เย็นเยียบ กำเกล็ดมุกในมือไว้แน่นจนมันสั่นสะท้านเป็นจังหวะเตือนภัยล่วงหน้า เขาชะโงกหน้าออกไปมองผ่านม่านหมอกสีมุก และภาพที่เห็นก็ทำให้หัวใจของเขาเกือบหยุดเต้น ลำคอแห้งผากจนแทบจะเปล่งเสียงไม่ออก
ชาวบ้านที่เคยเป็นเพียงหุ่นเชิดยืนฮัมเพลงอย่างไร้วิญญาณ บัดนี้ร่างกายของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนสภาพอย่างน่าสยดสยองภายใต้แสงดาวที่อาบร่าง ผิวหนังที่เคยเหี่ยวหย่นตามวัยพลันตึงเปรี๊ยะจนปริแตกออก เสียงดัง เปรี้ยะ... เปรี้ยะ... ของเนื้อที่ฉีกขาดดังระงมไปทั่วชายหาด เผยให้เห็นกิ่งก้านของ "ปะการังมุก" สีขาวบริสุทธิ์ที่แทงทะลุออกมาจากข้างใน รูขุมขนทุกอณูขยายตัวเพื่อระเบิดเอาผลึกหินสีนวลออกมาชอนไชไปตามมัดกล้ามเนื้อและเส้นประสาท
"อึ้ก... อะ... กะ..." เสียงร้องครั้งสุดท้ายของหัวหน้าหมู่บ้านถูกกลืนกินหายไปในลำคอ เมื่อช่อปะการังมุกขนาดมหึมาพุ่งสวนออกมาจากปากที่อ้าค้างจนขากรรไกรล่างฉีกหลุด กิ่งก้านเหล่านั้นงอกเงยออกมาอย่างรวดเร็วและประณีตราวกับประติมากรรมที่สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและความตาย ดวงตาที่เคยสั่นระริกด้วยความกลัวถูกแทนที่ด้วยผลึกมุกใสที่งอกทับซ้อนกันจนมองไม่เห็นนัยน์ตาเดิม เหลือเพียงดวงตาแก้วที่สะท้อนแสงดาวอย่างเย็นชา
ไม่เพียงแค่ร่างกายภายนอก แต่รากของปะการังเหล่านั้นชอนไชลงไปในพื้นทรายและชั้นดินเบื้องล่าง มันไม่ได้งอกออกมาเฉย ๆ แต่มันสูบฉีดเอาสารอาหารจากกระแสเลือดและแคลเซียมจากกระดูกของพวกเขามาสร้างร่างแหที่แข็งแกร่ง ชาวบ้านเหล่านั้นยืนนิ่งสนิท กลายเป็น "แท่นบูชาที่มีลมหายใจ" ที่ถูกตรึงไว้กับแผ่นดินอย่างถาวร พวกเขายังไม่ตาย... ไคเห็นหน้าอกของปะการังมนุษย์เหล่านั้นยังขยับขึ้นลงเนิบช้าตามจังหวะการหายใจของวาฬอสูรใต้สมุทรที่เป็นหัวใจหลักของเครือข่ายนี้
ทุกครั้งที่ไอลาหายใจภายในครรภ์มืดมิดเบื้องล่าง ปะการังมุกที่งอกออกจากร่างชาวบ้านจะส่องแสงวาบออกมาเป็นสีขาวนวลพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน พวกเขาไม่ได้เป็นมนุษย์ที่มีเจตจำนงอีกต่อไป แต่กลายเป็น "เสารับสัญญาณ" ที่คอยกรองเอาพลังงานจากหยดดาวบนฟ้าส่งผ่านรากลงสู่ดิน เพื่อรอให้วาฬยักษ์ขยับเข้าใกล้ชายฝั่งและสูบกินสารอาหารจากวิญญาณเหล่านั้นผ่านกระแสน้ำในยามที่น้ำหลาก
ไคพยายามวิ่งฝ่าสวนปะการังเนื้อสดที่เรียงรายอยู่ทั่วชายหาดและทางเดินหมู่บ้าน กลิ่นคาวมุกที่หอมหวานอย่างประหลาดปนกับกลิ่นคาวเลือดที่ถูกแช่แข็งอบอวลไปหมดจนเขารู้สึกคลื่นไส้ เขาเห็นหญิงสาวที่เคยยิ้มให้เขา บัดนี้กลายเป็นเพียงรูปปั้นปะการังที่งดงามซึ่งมีน้ำตาเป็นไขมันสีเงินไหลอาบแก้มแข็ง ๆ สองข้าง มือของเธอยังคงพยายามไขว่คว้าหาอากาศ แต่กลับถูกกิ่งมุกตรึงไว้ในท่าทางที่บิดเบี้ยวตลอดกาล
ในขณะนั้นเอง จังหวะหัวใจในอกของไคเต้นแรงจนเขาต้องทรุดลงคุกเข่า แสงจากเกล็ดมุกในมือเริ่มแผ่ความร้อนมหาศาลจนแทบจะเผาไหม้ผิวหนังของเขา นิมิตวูบหนึ่งปรากฏขึ้นในหัว... เขาเห็นไอลาที่ยังคงล่องลอยในครรภ์วาฬมืดสนิท เธอเรืองแสงสว่างจ้าและดูเหมือนกำลังพยายามจะยื่นมือมาหาเขาผ่านมวลน้ำที่ขุ่นมัว
เขามองกลับไปที่หมู่บ้านที่เขาเคยเรียกว่าบ้าน... บัดนี้มันไม่เหลือเงาของความเป็นมนุษย์อีกต่อไป มีเพียงป่าปะการังสว่างไสวที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมบ้านเรือนและท้องถนน เสียง กึก... กึก... ของหินมุกที่งอกเพิ่มขึ้นดังต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ราวกับเมืองทั้งเมืองกำลังถูก "กลืนกิน" และเปลี่ยนสภาพเป็นวิหารที่มีชีวิตเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตจากฟากฟ้าดวงต่อไป
ไคเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้งด้วยดวงตาที่พร่าเลือน... หยาดดาวดวงที่สาม เริ่มขยับตัวและหมุนวนอยู่ในรอยแยกสีม่วงนั้นแล้ว และคราวนี้เป้าหมายของมันชัดเจนและเจาะจงยิ่งกว่าดวงที่ผ่านมา มันไม่ได้พุ่งลงใจกลางหมู่บ้าน แต่มันกำลังเล็งเป้ามาที่จุดที่ไคยืนอยู่โดยตรง! แสงสีขาวนวลจากฟากฟ้าเริ่มอาบทั่วตัวเขา ไครู้ดีว่าเวลาของเขาเหลือไม่มากแล้ว เขาต้องตัดสินใจระหว่างการกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวนปะการังบนบก หรือจะเสี่ยงชีวิตกระโดดลงสู่มหาสมุทรที่มืดมิดเพื่อตามหาไอลาในครรภ์ของอสูรกาย
[ถ้าต้องกลายเป็นหินอยู่ที่นี่... ฉันขอดิ่งลงไปหาเธอในความมืดดีกว่า]
ไคกัดฟันกรอด ท่ามกลางแสงดาวที่กำลังจะร่วงลงมาถล่มร่าง เขาหันหลังให้หมู่บ้านที่ล่มสลายและออกตัววิ่งสุดกำลังมุ่งหน้าสู่ขอบหน้าผาชันที่เบื้องล่างคือมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง... สถานที่เดียวที่หัวใจของเขายังคงเต้นอยู่อย่างมีความหมาย