[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"

THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร - ตอนที่ 4 [บทที่ 2] ความว่างเปล่าที่โอบอุ้ม โดย N Y X A @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย

รายละเอียด

THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร โดย N Y X A @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"

ผู้แต่ง

N Y X A

เรื่องย่อ

สารบัญ

THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 1 [บทที่1] เปลือกไม้ที่ปริร้าว,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 2 [บทที่1] เศษฝุ่นในม่านตา,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 3 [บทที่1] กระแสลมที่ปลายหน้าผา,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 4 [บทที่1] ฝูงปลาที่มองไม่เห็น,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 5 [บทที่1] เปลือกที่ปริแตก,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 6 [บทที่1] นาฏกรรมของผู้แห้งเหี่ยว,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 7 [บทที่1] คำลาที่ริมผาและอสุจิจากดวงดาว,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 1 [บทที่ 2] ใต้เงาอสูรแห่งจันทร์,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 2 [บทที่2] นิมิตแห่งครรภ์และจังหวะที่ซ้อนทับ,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 3 [บทที่2] สวนปะการังแห่งเนื้อสด,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 4 [บทที่ 2] ความว่างเปล่าที่โอบอุ้ม,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 5 [บทที่ 2] ครรภ์ดาราสูญ,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนทีี่ 6 [บทที่ 2] สัญญาณจากดาราที่ดับสูญ,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 7 [บทที่ 2] ปัจฉิมบทแห่งมนุษย์,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 1 [บทที่ 2] สัญญาณจากรังไหมสีเงิน,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 2 [บทที่ 3] รอยร้าวของตัวตน,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 3 [บทที่ 3] เสียงกระซิบจากท้องสมุทร,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 4 [บทที่ 3] นิมิตหมื่นปี,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 5 [บทที่ 3] พันธสัญญาปฐมกาล,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 6 [บทที่ 3] การปฏิรูปกายา,THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร-ตอนที่ 7 [บทที่ 3] จุดศูนย์กลางของอนธการ

เนื้อหา

ตอนที่ 4 [บทที่ 2] ความว่างเปล่าที่โอบอุ้ม

 ทุกอย่างจบลงที่ความเงียบ...

พริบตาที่ร่างของไคดิ่งพ้นจากหน้าผาที่ไซเรนโฮป ความโกลาหลของพายุที่เคยกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่รอบตัวก็ถูกตัดฉับราวกับภาพยนตร์ที่ถูกปิดเครื่องกะทันหัน เสียงลมหวีดหวิวที่เคยบาดแก้วหูและกลิ่นคาวเกลือที่แผดเผาจมูกหายวับไปในชั่วอึดใจ เขาไม่รู้สึกถึงแรงกระแทกอันรุนแรงของผิวน้ำทะเลเบื้องล่าง ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการตกจากที่สูงอย่างที่สังขารมนุษย์ควรจะเป็น มีเพียงความรู้สึกของการ "เปลี่ยนผ่าน" อย่างแผ่วเบา... ราวกับเขาก้าวข้ามจากมวลอากาศที่หนักอึ้งเข้าสู่มวลของเหลวที่อุ่นจัด นิ่งสงบ และหนาแน่นจนน่าประหลาด

 

 ไคพยายามลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าก้นบึ้งของขุมนรกใด ที่เขาเคยจินตนาการ มันไม่ใช่ความมืดมิดที่เกิดจากการไร้แสงสว่างเพียงอย่างเดียว แต่มันคือความมืดที่ดูเหมือนจะมีตัวตนและจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง เขาพบว่าตัวเองกำลังลอยละล่องอยู่ในความว่างเปล่าที่ไร้ขอบเขต พื้นที่รอบกายกว้างขวางจนมองไม่เห็นแม้แต่เส้นขอบฟ้า หรือจุดสิ้นสุดของเงาร่างตัวเอง เขารู้สึกเหมือนเป็นเพียงฝุ่นผงที่ถูกโยนลงไปในครรภ์ของจักรวาลที่ยังไม่ถูกสร้าง

มวลของเหลวที่โอบอุ้มร่างของเขาอยู่นั้นคือ อนธการที่หลอมละลายจนกลายเป็นเนื้อเดียว (อน-ธะ-การ) มันดำสนิทและข้นหนืดราวกับความมืดมิดในจุดที่ลึกที่สุดของมิติต่างๆ ได้ถูกบีบอัดจนแปรสภาพกลายเป็นของเหลวที่โอบรัดทุกอณูผิวของเขา 

 

 ของเหลวนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเปียกชื้นเหมือนน้ำ แต่มันให้ความรู้สึกเหมือนกระแสพลังงานที่เย็นเยือกทว่ากลับอุ่นจัดอยู่ในที ท่ามกลางความลึกลับที่ดูเหมือนจะไร้ชีวิตนั้น กลับมี ตะกอนแสงขนาดเล็กจิ๋วนับล้าน ลอยฟุ้งอยู่ภายในมวลอนธการ พวกมันดูเหมือนเศษเสี้ยวของดวงดาวที่แตกดับซึ่งถูกกักขังไว้ในห้วงลึก วูบวาบระยิบระยับทุกครั้งที่ไคขยับกายสร้างระลอกคลื่น ประกายดาวจิ๋วเหล่านั้นสั่นไหวล้อไปกับแรงเคลื่อนไหวของเขา ราวกับเขากำลังแหวกว่ายอยู่ใจกลางสุญญากาศที่เต็มไปด้วยเถ้าถ่านของดาราจักร ในพื้นที่ที่กาลเวลาถูกแช่แข็งเช่นนี้ ความคิดของไคเริ่มแตกสลาย...

เขารู้สึกได้ถึงความเป็นมนุษย์ที่หยาบกร้านของตัวเองที่กำลังค่อยๆ ถูก "ฟอก" ออกไปทีละน้อยผ่านผิวหนังที่สัมผัสกับอนธการที่เหลวข้น ความทรงจำเกี่ยวกับไซเรนโฮป บ้านไม้ที่ผุพัง กลิ่นคาวปลาบนเสื้อผ้า หรือแม้แต่เสียงฝีเท้าของเพื่อนบ้านบนสะพานปลา ทั้งหมดนั้นเริ่มจางหายไปเหมือนภาพวาดที่ถูกเทน้ำราดใส่จนสีละลาย ไคเริ่มจำไม่ได้ว่ารสชาติของออกซิเจนที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร หรือความรู้สึกของการมี "น้ำหนัก" เมื่อเหยียบลงบนพื้นดินนั้นมั่นคงเพียงใด ทุกวินาทีที่ผ่านไป ตัวตนของ "ไค ชาวประมง" ถูกบดขยี้จนเหลือเพียงสภาวะจิตที่ว่างเปล่า ซึ่งกำลังถูกปรับแต่งให้พร้อมสำหรับการรับรู้บางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์

 

 ท่ามกลางความเวิ้งว้างที่มืดบอดนั้นเอง เส้นใยสีเงินบริสุทธิ์ นับล้านเส้นเริ่มปรากฏขึ้นรอบกาย พวกมันขยับเลื่อนเคลื่อนไหวไปมาอย่างอ้อยอิ่งตามกระแสของมวลสารที่มองไม่เห็น ดูเหมือนเส้นประสาทของแสงดาวที่ถูกกระตุกให้ตื่นขึ้นในความมืด เมื่อพวกมันเลื่อนลอยเข้ามาสัมผัสกับร่างกาย ไคกลับไม่รู้สึกถึงการพันธนาการทางกายภาพ แต่มันคือการเชื่อมต่อที่หยั่งลึกลงไปในระดับดวงวิญญาณ

 

 เส้นใยเหล่านั้นชอนไชผ่านรอยแตกของแผลไหม้รูปเกล็ดมุกบนมือขวาของเขาอย่างแผ่วเบา ราวกับเข็มที่เย็บด้ายละเอียดอ่อนลงบนเนื้อหนังเพื่อตรึงเขาไว้กับมิตินี้ แผลที่เคยเจ็บปวดรวดร้าวบัดนี้กลับกลายเป็น "ประตู" ที่คอยรับเอาข้อมูลและความรู้สึกจากความว่างเปล่าเข้ามาสู่แกนกลางของตัวตน

 

 ความรู้สึกยามที่เส้นใยสีเงินเย็บทะลุผ่านวิญญาณนั้นช่างวิปริต มันไม่ใช่ความเจ็บ แต่เป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้ไครู้สึกเหมือนดวงจิตของเขาถูกคลี่ออกเป็นแผ่นบางๆ แล้ววางลงบนแท่นพิมพ์ของพระเจ้า เขาเริ่มได้รับ "นิมิต" ที่ไหลผ่านเส้นใยเหล่านั้นเข้ามาในสมอง ภาพของจักรวาลที่ไร้พระอาทิตย์แวบผ่านเข้ามาเป็นระลอก เขาเห็นดวงดาวมหาศาลที่เคยรุ่งโรจน์กลับกลายเป็นเพียงเศษซากที่ลอยคว้าง เห็นอารยธรรมที่สาบสูญซึ่งเคยบูชาสิ่งมีชีวิตเฉกเช่นวาฬอสูรตัวนี้ และนิมิตเหล่านั้นค่อยๆ หล่อหลอมให้เขารู้สึกว่า โลกมนุษย์ที่เขาเพิ่งจากมานั้นช่างเล็กน้อยและไร้ค่าราวกับละอองธุลี

 

 แรงสั่นสะเทือนจางๆ สะท้อนผ่านอนธการที่เหลวข้นเข้ามาเป็นระยะๆ มันไม่ใช่เสียงสะท้อนจากโลกภายนอก แต่มันคือจังหวะที่สม่ำเสมอและหนักแน่นราวกับจังหวะการหมุนของเฟืองจักรแห่งจักรวาล ไคลอยไปตามแรงเหนี่ยวนำของเส้นใยสีเงินที่เริ่มตึงตัวขึ้น พวกมันกำลังลากจูงร่างที่เกือบจะไร้สภาพของเขาให้มุ่งหน้าไปสู่จุดสว่างไกลๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้น ณ ปลายทางที่มองไม่เห็น แสงสว่างเบื้องหน้านั้นดูคล้ายกับอ้อมกอดของอำนาจที่มองไม่เห็น ซึ่งรอคอยที่จะมอบบทเรียนสุดท้ายเรื่องความพินาศที่สง่างามให้แก่เขา

 

 เขามองเห็นร่างกายตัวเองเริ่มโปร่งแสง ประกายจากตะกอนแสงในมวลอนธการรอบข้างเริ่มไหลเข้าไปในกระแสเลือดแทนที่เม็ดเลือดแดงที่เหือดแห้งไป ทุกครั้งที่เขาหายใจ เขาไม่ได้สูดเอาอากาศ แต่เขาสูบเอา "ความมืดที่มีชีวิต" เข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจที่เต้นช้าลงเรื่อยๆ จนเกือบจะหยุดนิ่ง ความเงียบงันกลายเป็นบทเพลงที่ไคเริ่มคุ้นชิน เขาเลิกดิ้นรน เลิกตั้งคำถาม และเลิกเหนี่ยวรั้งเศษเสี้ยวความเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ เขายอมสยบต่อความยิ่งใหญ่ที่โอบล้อม พร้อมจะสูญสลายเพื่อกลายเป็นเพียง "ดวงตา" ของสิ่งที่กำลังจะอุบัติขึ้น

 .

 .

 .

 

 ในห้วงลึกที่ไร้แสงสว่างนี้ ไคได้ตระหนักถึงความจริงประการหนึ่ง... ว่าเขาไม่ได้ถูกกินเพื่อทำลาย แต่เขาถูก "เลือก" เพื่อให้คงอยู่ ในฐานะส่วนหนึ่งของนิรันดร์ที่มืดมิดและสวยงามที่สุดเท่าที่จดจำได้ อนธการที่หลอมละลายเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นที่สง่างาม โอบอุ้มเขาไปสู่อ้อมกอดของแสงสว่างที่ปลายทาง—ที่ซึ่งไอลาและจักรวาลใหม่กำลังรอคอยเขาอยู่