[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
เช้านี้ เมืองไซเรนโฮปยังคงเหมือนเดิม... สากระด้างและส่งกลิ่นเกลือที่บูดเน่า
ไอลาพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับโลกใบเดิม เธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีซีด ติดกระดุมจนถึงเม็ดบนสุดเพื่อซ่อนรอยแยกที่เริ่มปริออกใต้ลำคอ และสวมถุงเท้าหนาเพื่อปกปิดเกล็ดที่เริ่มลามขึ้นมาถึงข้อเท้า เธอต้องเดินไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อเกลือสมุทรมาแช่ตัวเหมือนทุกวัน แต่วันนี้... โลกที่เธอเคยรู้จักกลับเริ่มมี "ตำหนิ"
ขณะที่เธอเดินผ่านตรอกแคบๆ ที่แดดส่องลงมาไม่ถึง ไอลาหยุดชะงักในอากาศที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า เธอเห็น "กระแสสีเงิน" บางเบาพริ้วไหวอยู่ มันดูเหมือนเส้นใยไหมที่ละเอียดอ่อนที่สุด ลอยละล่องอยู่ในอากาศอย่างเชื่องช้า เส้นแสงเหล่านั้นไม่ได้ลอยไปตามแรงลม แต่มันดูเหมือนกำลัง "ไหล" จากยอดตึกสูงลงสู่ท่อระบายน้ำ และบางเส้นก็โยงใยระหว่างไหล่ของผู้คนที่เดินผ่านไปมา
ไอลาขยี้ตาจนแดงก่ำ “ตาฝาดไปเอง... แค่แสงสะท้อน...” เธอกระซิบปลอบใจตัวเอง
แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าสู่ตลาดที่พลุกพล่าน กระแสสีเงินเหล่านั้นก็ชัดเจนขึ้นจนน่ากลัว มันไม่ใช่แค่เส้นเดียว แต่มันคือตาข่ายขนาดยักษ์ที่ถักทออยู่รอบตัวมนุษย์ทุกคน เธอเห็นเส้นแสงสีเงินเส้นหนึ่งโยงออกมาจากหน้าอกของแม่ค้าที่กำลังตะโกนด่าทอลูกค้า เส้นแสงนั้นดูหม่นหมองและสั่นระริก ในขณะที่เด็กทารกที่นอนอยู่ในรถเข็นกลับมีกระแสสีเงินที่สว่างจ้าและบริสุทธิ์ไหลวนอยู่รอบตัวเหมือนรัศมี
ไม่มีใครเห็น... ไม่มีใครหยุดมอง ไอลาเดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินที่เนืองแน่น เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินผ่าน "ป่าที่มองไม่เห็น" ทุกครั้งที่ร่างกายของเธอสัมผัสกับกระแสสีเงินเหล่านั้น ตะกอนในอกของเธอจะตอบรับด้วยความร้อนรุ่มจนเธอต้องเอามือกุมหน้าอกไว้
“ป้าคะ... ป้าเห็นเส้นพวกนี้ไหม?” ไอลาเผลอหลุดปากถามหญิงวัยกลางคนที่กำลังเลือกปลาสดหญิงคนนั้นหันมามองไอลาด้วยสายตาเหยียดหยาม คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
"เส้นอะไรของแกนังหนู? เส้นก๋วยเตี๋ยวเรอะ? ท่าทางจะบ้า..."
ไอลาถอยกรูดออกมา หัวใจของเธอเต้นรัวจนเจ็บซี่โครง
เธอเริ่มตระหนักว่า... กระแสสีเงินเหล่านี้คือ "ข้อความของมหาสมุทร" ที่หลั่งไหลออกมาปนเปกับอากาศบนบก มันคือร่องรอยของพลังงานที่กำลังรอการถูกปลุกให้ตื่น และเธอคือคนเดียวในเมืองนี้ที่มี "ดวงตา" สำหรับมองเห็นมัน
เธอยืนมองดูเส้นแสงเหล่านั้นพริ้วไหวไปมาท่ามกลางความโกลาหลของมนุษย์ ความรู้สึกหนึ่งเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ... มันคือความโดดเดี่ยวที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เธอไม่ได้แค่แปลกแยกทางร่างกาย แต่เธอกำลังกลายเป็น "พยาน" ต่อความลับที่โลกพยายามจะปกปิด
“ถ้าฉันเห็นมันอยู่คนเดียว... มันก็เท่ากับว่ามันไม่มีอยู่จริงใช่ไหม?”
เธอก้มหน้าลง มองเห็นกระแสสีเงินจากมือของตัวเองเริ่มยืดขยายออกไปหาท้องทะเลเบื้องหน้า ราวกับว่าสายสะดือที่มองไม่เห็นกำลังดึงรั้งเธอให้กลับคืนสู่ที่ที่เธอจากมาทีละน้อย