[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
หลังจากวันที่หน้าผา ไอลาพยายามจะใช้ชีวิตให้เงียบที่สุด เธอหลบสายตาของไค และชาวบ้านทุกคน เพราะกลัวว่าพวกเขาจะเห็น "สิ่งที่อยู่ในดวงตา" ของเธอ แต่ยิ่งเธอพยายามหลับตา เส้นแสงสีเงินเหล่านั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้น มันไม่ได้แค่ลอยไปมา แต่มันเริ่ม "หนาแน่น" จนอากาศรอบตัวเธอดูเหมือนน้ำเชื่อมที่ไหลช้าๆ
บ่ายวันนั้น ไอลาเดินลงไปที่สะพานปลาเก่าที่ถูกทิ้งร้าง เนื่องจากไม่มีปลาให้จับมาหลายสัปดาห์แล้ว ชาวประมงพากันไปนั่งกินเหล้าย้อมใจอยู่ในเมือง ทิ้งให้ท่าเรือเงียบสงัดมีเพียงเสียงไม้กระดานที่เบียดกันตามแรงคลื่น
“ทำไมมันถึง... เยอะขนาดนี้” ไอลาพึมพำกับตัวเอง
ในสายตาของคนทั่วไป ทะเลที่ท่าเรือนี้คือสีครามที่ว่างเปล่าและแห้งแล้ง แต่ในดวงตาของไอลา... ผิวน้ำเบื้องล่างกลับคลาคล่ำไปด้วย "มวลมหาศาลของบางอย่าง" มันคือฝูงปลาขนาดมหึมาที่รวมตัวกันจนน้ำกลายเป็นสีดำสนิท พวกมันว่ายวนไปมาอย่างเป็นระเบียบจนดูเหมือนพายุหมุนใต้น้ำ แต่ที่น่าประหลาดคือ "พวกมันไม่มีเสียง" ไม่มีเสียงน้ำที่เคลื่อนไหวหรือกระจายออก ไม่มีเสียงหางปลาสะบัด มีเพียงความเงียบที่กึกก้อง
ไอลาคุกเข่าลงบนขอบไม้ผุๆ เธอพยายามยื่นมือลงไปแตะผิวน้ำ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสความเย็นของน้ำเกลือ ฝูงปลาที่ดูเหมือนวิญญาณเหล่านั้นก็เริ่ม "เปล่งแสง" ตอบรับตะกอนในอกของเธอ แสงสีเงินวาววับวาบขึ้นมาจากใต้ลึก มันไม่ใช่แสงไฟ แต่มันคือการสั่นสะเทือนของชีวิตที่กำลังรอคอยอะไรบางอย่าง
“พวกคุณมารออะไรกัน?” เธอถามเสียงแผ่ว ในวินาทีนั้นเอง กระแสสีเงินเส้นหนึ่งที่โยงมาจากท้องฟ้าก็ทิ้งตัวลงมาสัมผัสกับผิวน้ำตรงหน้าเธอ มันรวดเร็วเหมือนสายฟ้าแต่เงียบเชียบเหมือนความฝัน ไอลาเห็น "จุดแสง" เล็กๆ จมดิ่งลงไปท่ามกลางฝูงปลาที่หิวกระหาย พวกมันกรูเข้าหาจุดแสงนั้นราวกับมันคือหยดเลือดที่หอมหวานที่สุด
ไอลาใจหายวาบ... เธอรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงที่แล่นพล่านขึ้นมาจากนิ้วมือสู่หัวใจ
นี่ไม่ใช่การหาอาหารปกติ แต่มันคือ "พิธีกรรม" ที่เธอยังไม่เข้าใจความหมาย เสียง "หึ่ง" ในหัวของเธอเปลี่ยนโทนเสียง มันดูเร่งเร้าและหนักแน่นขึ้น ราวกับว่า "งานเลี้ยง" ที่ใครบางคนพูดถึงกำลังจัดเตรียมโต๊ะอยู่เบื้องล่าง และเธอ... ในฐานะพยานเพียงคนเดียว กำลังถูกดึงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมันโดยไม่รู้ตัว
เธอมองขึ้นไปบนฟ้า... เห็นเมฆที่หมุนวนเป็นเกลียวช้าๆ โลกบนบกกำลังตายลงช้าๆ ในขณะที่ใต้สมุทรกำลังเดือดพล่านด้วยความลับ ไอลาถอยห่างจากขอบสะพาน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าที่ยืนมองความงดงามที่คนทั้งเมืองหวาดกลัว และเธอก็เริ่มตระหนักว่า... ความลับนี้มันใหญ่โตเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะแบกรับไหว