[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
ไซไฟ,แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,มหาสมุทร,สยองขวัญ,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
THE GLIMERING WITNESS IN THE OCEAN' WOMB พยานพราย ในครรภ์สมุทร[พยานพราย ในครรภ์สมุทร - The Glimmering Witness in the Ocean's Womb] ความจริง: ทะเลไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันกำลังตั้งครรภ์... ความลับ: ดวงดาวไม่ได้อยู่บนฟ้า แต่กำลังจะร่วงลงมาหาพวกเรา... พยาน: เด็กสาวที่มีรอยแยกตามลำคอและดวงตาสีครามจัด... ท่ามกลางพิธีเต้นรำที่บิดเบี้ยวของชาวบ้านและเสียงเพรียกจากก้นบึ้ง ไอลากลายเป็นแขกคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงที่มนุษย์ไม่ได้รับเชิญ นี่คือเรื่องราวการเดินทางของพยานหนึ่งเดียว ผู้ต้องแบกรับความลับของโลกไว้... ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกัดกิน "อย่ามองหาปลาในทะเล... เพราะสิ่งที่คุณจะเจอ คือจุดจบของมนุษยชาติ"
อนธการที่เหลวข้นรอบกายพลันปริร้าว เมื่อรัศมีสีนวลตาระเบิดตัวออกมาจากความว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ แสงนั้นไม่ได้ส่องสว่างเพื่อมอบความหวัง แต่มันกัดกินความมืดมิดให้จางหายไปเหมือนหมึกที่ถูกหยดลงในน้ำเย็นจัด ไคลอยคว้างอยู่กลางพายุของตะกอนแสงที่สั่นระริกราวกับเศษกระจกที่แตกละเอียด จนกระทั่งมวลอนธการที่บดบังทัศนวิสัยมลายสิ้น... และเผยให้เห็นสิ่งที่สถิตอยู่ ณ ใจกลางแห่งความว่างเปล่านี้
ไอลา ลอยนิ่งอยู่ใจกลางมิตินี้ราวกับเป็นดวงอาทิตย์ที่เย็นเยือก
ร่างของเธอสว่างโชติช่วงตัดกับความเวิ้งว่างรอบด้านจนดูเหมือนภาพฝันที่บิดเบี้ยว ผิวของเธอขาวบริสุทธิ์และดูโปร่งแสงจนมองเห็นเส้นเลือดสีเงินที่ไหลเวียนอยู่ภายในราวกับธารน้ำแข็งที่เรืองแสง เส้นสายเหล่านั้นเต้นตุบเป็นจังหวะเชื่องช้าทว่าหนักแน่น เธอไม่ได้สวมใส่อาภรณ์ใดๆ แต่มีเมือกมุกเรืองแสงโอบคลุมร่างกายไว้เหมือนชุดราตรีที่ถักทอจากดวงดาวและเศษเสี้ยวของมิติมืด มันพริ้วไหวไปตามกระแสน้ำคร่ำอย่างสง่างามและไร้น้ำหนัก ทุกครั้งที่ชุดราตรีมุกนั้นสะบัดพริ้ว มันจะทิ้งละอองแสงระยิบระยับลอยฟุ้ง เหมือนเถ้าถ่านของดวงดาวที่มอดไหม้ไปนานนับล้านปี
ไคจ้องมองร่างตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ได้ มันไม่ใช่ความรักแบบที่มนุษย์มีต่อกันอีกต่อไป แต่มันคือความหลงใหลในอำนาจที่มองไม่เห็น ทว่าสิ่งที่ทำให้จิตวิญญาณของเขาต้องสั่นสะเทือน คือหน้าท้องที่นูนเด่นของเธอ... ภายใต้ผิวหนังที่บางใส เขาเห็นเนบิวลาสีม่วงครามและกลุ่มก๊าซสีทองหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นอย่างบ้าคลั่ง มีจุดแสงของดวงดาวนับพันล้านดวงกำลังระเบิดตัวและมอดดับอยู่ภายใต้ผิวหนังของเธอตลอดเวลา ทุกครั้งที่ไอลาหายใจเข้า แสงวาบของการดับสูญจะปะทุขึ้นสลับกับการก่อเกิดใหม่ มันคือครรภ์ที่แบกรับประวัติศาสตร์ของการล่มสลายเอาไว้ในรูปของกลุ่มก๊าซและแสงดาวอย่างแท้จริง
เมื่อเส้นใยสีเงินนับล้านเส้นกระชากร่างของไคเข้าไปหาเธออย่างรุนแรง เขาไม่ได้รู้สึกถึงแรงกระแทก แต่รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังถูก "กลืนหาย" เข้าไปในรัศมีแสงนั้น เส้นใยเหล่านั้นชอนไชเข้าไปในบาดแผลเกล็ดมุกบนมือของเขา เย็บประสาทสัมผัสของเขาเข้ากับระบบประสาทของไอลา วินาทีที่ใบหน้าของพวกเขาห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว ไคก็ได้กลิ่นของความว่างเปล่า—มันคือกลิ่นที่ไม่มีอยู่บนโลกมนุษย์ แต่กลับคุ้นเคยอย่างประหลาด
"จงมองดูสิ ไค..." เสียงของไอลาดังขึ้นในหัวของเขา ไม่ใช่การพูดผ่านริมฝีปากที่สวยงามนั่น แต่มันคือการสั่นสะเทือนของดวงวิญญาณที่ทำให้มิติรอบข้างสั่นไหวจนความมืดสั่นสะท้าน เธอโน้มตัวลงมาหาเขา ดวงตาที่เป็นสีขาวโพลนของเธอไม่มีนัยน์ตาให้เขาค้นหาความทรงจำเดิมๆ อีกต่อไป มีเพียงภาพสะท้อนของจักรวาลที่ดับสูญอยู่ภายในนั้น มันคือสุสานของดาราจักรที่เคยยิ่งใหญ่ ซึ่งบัดนี้ถูกเก็บรักษาไว้ในดวงตาของสตรีที่เขาเคยรักเพื่อรอวันที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาใหม่
"จงดูงานเลี้ยงที่กำลังจะเริ่มขึ้น... จงดูความล่มสลายที่สวยงาม และ...จงดูสิ่งที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้นในกายเรา"
พร้อมกับคำพูดนั้น ไคถูกกระชากเข้าสู่นิมิตที่แสนสาหัส เขาเห็นเกาะไซเรนโฮปที่ถูกพายุกลืนกิน ผู้คนบนฝั่งกำลังกรีดร้องขณะที่ร่างกายของพวกเขาค่อยๆ กลายสภาพเป็นปะการังมุก เลือดที่ไหลรินลงสู่ทะเลถูกลำเลียงผ่านเส้นใยสีเงินพุ่งตรงมายังในครรภ์ เพื่อกลายเป็นหยาดฝนแห่งแสงที่ตกลงสู่ครรภ์ของไอลา ความวินาศเบื้องบนกลายเป็นสารอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตใหม่เบื้องล่าง เขาก็คือ "สายชนวน" ที่เชื่อมต่อโลกทั้งสองใบเข้าด้วยกัน
และนั่นคือตอนที่ ความลับใต้ผิวหนังหน้าท้องของเธอเริ่มขยับเขยื้อน...
มันไม่ใช่การขยับของสิ่งมีชีวิตที่โลกนี้จะเข้าใจได้ ไคมองเห็นรูปทรงเรขาคณิตที่บิดเบี้ยวเริ่มดันตัวออกมาจากภายในครรภ์ของเธอ ผิวหน้าท้องที่งดงามถูกยืดออกจนเห็นเป็นเหลี่ยมมุมที่คมกริบของ "แก่นกลางโลกใหม่" มันขยับเยื้อนอย่างกระหายรุนแรง ราวกับสถาปัตยกรรมมีชีวิตที่พยายามจะฉีกกระชากเปลือกนอกออกมา
ไคจ้องมองความสยดสยองที่วิจิตรนั้นด้วยสายตาที่คลุ้มคลั่ง เขาไม่ได้รู้สึกถึงความตาย แต่เขาสัมผัสได้ถึง "จังหวะของพระเจ้า" ที่เต็นอยู่ในข้อมือของเขาเอง ไคยื่นมือที่สั่นเทาไปวางทับบนหน้าท้องที่กำลังขยับเขยื้อนนั้น สัมผัสที่ได้รับกลับมาไม่ใช่ความอบอุ่นของชีวิต แต่เป็นความร้อนรุ่มของดาราจักรที่กำลังจะระเบิด
ผิวหนังของไอลาตึงเปรี๊ยะและสั่นไหวตามจังหวะของการจุติ เขามองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในหน้าท้องโปร่งแสงนั้น...เห็นตัวเองกลายเป็นเพียงเงาสีดำที่กำลังถูกดูดกลืนหายไปในเนบิวลา
ไคหัวเราะออกมาอย่างเงียบเชียบในมวลน้ำคร่ำแห่งจักรวาล เขาพร้อมแล้วที่จะปล่อยให้ตัวตนเดิมถูกเผาไหม้ เพื่อให้ความลับในท้องของไอลาเบ่งบานออกมาเป็นนิรันดร์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
.
.
.
มิติรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยวตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เส้นใยสีเงินถักทอเข้ากับเนื้อเยื่อของไคอย่างถาวร เย็บเขาเข้ากับครรภ์ของเธอจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ไคหลับตาลงรับเอาความเจ็บปวดอันศักดิ์สิทธิ์นั้น ปล่อยให้ร่างกายนมนุษย์ที่น่าสมเพชแตกสลายลงไป เพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของมหากาพย์การอุบัติขึ้นของมหาเทวีผู้ครองโลกใบใหม่... โลกที่ความมืดและแสงสว่างหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวชั่วนิรันดร์