"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย"
ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย
"ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง"
กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด
รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ยูริ,รักโรแมนติก,รัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย"
ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย
"ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง"
กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด
ผู้แต่ง
มลพิสุทธิ์.
เรื่องย่อ
“หลินจะกลับพร้อมอาไหม”
ยามิกาโทรบอกลินลดาเธอขี้เกียจเดินไปเรียกหลานสาวแล้ว อีกอย่างนายแทนไทก็คงจะไม่อยากเจอหน้าเธอด้วย สงสัยคงกลัวที่เธอว่าให้วันนั้น
(กลับค่ะ)
“จะกลับบ้านก็เดินมา ถ้าไม่มาเดี๋ยวนี้ อากลับก่อนนะ”
(เดี๋ยวสิค่ะ หลินจะเดินไปเดี๋ยวนี้แหละ คนแก่อะไรใจร้อนจัง)
ตี๊ด (เสียงยามิกากดวางสาย)
“อะไรของอาเนี่ย”
ลินลดาพูดกับโทรศัพท์ ด้วยความไม่เข้าใจอารมณ์ของคุณอาสาว
“แทนเรากลับก่อนนะ คุณอาโทรเรียกแล้ว”
“อืม”
แทนไทตอบเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้ม
บอกลาแทนไทแล้ว ลินลดาก็รีบเดินไปหาคุณอาที่อยู่อีกไร่หนึ่ง ที่อยู่ติดกัน
“พักนี้มึงดูหน้าตากำลังมีความรักนะ”
พนาพรเอ่ยทักเพื่อน
“หน้าตาดูมีความรักยังไงของมึง”
ยามิกาถามเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ
“ก็มึงไม่เหมือนเมื่อก่อนไง ดูมีความสุข หน้าดูอิ่ม มีออร่าเหมือนคนกำลังมีความรัก”
“มึงคิดไปเองรึเปล่า คนอย่างกูเนี่ยนะจะมีความรัก บ้าหรือเปล่า”
“มึงต้องมีคนที่แอบชอบอยู่ใช่ไหม บอกมาเลยนะ ไม่งั้นหน้ามึงไปฟ้องออกมาแบบนี้หรอก ถึงมึงจะเก็บมันเก่งสักแค่ไหน มันก็ต้องมีวันหลุดสักครั้งละว้า ว่ามึงกำลังมีความรัก ปกติก็พูดน้อย หน้านิ่ง เงียบไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่ค่อยสนิทด้วย ตั้งแต่มีน้องหลินมาอยู่ด้วย หน้ามึงดูมีความสุขกว่าเมื่อก่อน เอ๊ะหรือว่ามึงจะชอบน้องเขา”
“ไม่ได้ชอบ มึงน่ะคิดไปเอง หลินเป็นหลานกูนะเว้ย มึงก็พูดไป มึงคิดว่าหลินจะชอบผู้หญิงหรือไง”
ยามิกาแก้ต่างให้ตัวเองไม่ให้มันจับได้ว่าเธอกำลังชอบใครบางคนอยู่ หารู้ไม่ว่าลินลดาที่กำลังเดินเข้ามาหายามิกานั้น ก็หยุดชะงักทันทีที่ได้ยินอาหยกพูดแบบนั้น อกข้างซ้ายของเธอมันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที ที่ได้ยินว่าอาหยกไม่ได้รักเธอ แล้วที่ผ่านมาล่ะมันคืออะไร เธอได้แต่คิดในใจด้วยความสับสน ละคนเสียใจ ตกลงคนที่คนอาพูดถึงคือใครกันแน่
“ข้อหลังที่มึงพูดมากูก็ไม่รู้วะ ตกลงมึงไม่ได้ชอบน้องหลินใช่ไหม”
“เออ! ชัดพอไหมเพื่อน”
คำตอบครั้งที่สองยิ่งทำให้ใจเธอเจ็บ ตอบเน้นขนาดนี้ เธอเชื่อแล้วว่า อาหยกไม่ได้ชอบเธอจริง ๆ
“ชัดมาก ๆ เลยคร้าบเพื่อน ตกลงมึงไม่ได้มีความรักจริง ๆ ใช่ปะ”
พนาพรถามด้วยความไม่แน่ใจ ในคำบอกกล่าวของเพื่อนสาว ดูยังไงมันก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทรงแบบนี้ มันต้องมีอะไรที่เขาไม่รู้แน่ ๆ
“จริงที่สุด”
“อ้าวน้องหลินทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้นครับ”
พนาพรเอ่ยทักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลินลดาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล ยามิกาที่ยืนคุยกับเพื่อนอยู่หันหน้าไปมองลินลดาด้วยความตกใจเล็กน้อย เรื่องที่เธอคุยกับพนาพร หลินคงได้ยินแล้วสินะ ถ้ารู้ว่าหลินกำลังเดินมาหาเธอเร็วขนาดนี้ เธอไม่น่าตอบคำถามมันเลย
น่าจะเงียบปากไว้ ไม่รู้ว่าหลินคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ดูทำหน้าเข้าคงงอนเธอแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ยามิกาได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ กับตัวเองที่ทำให้หลินโกรธ เห็นแบบนั้นยามิกาก็เดินไปหาหลานสาว
ลินลดาถอยหลังเล็กน้อย ที่คุณอาเดินเข้ามาใกล้เธอ
“กลับบ้านกันหลิน”
ยามิการ้องเรียกลินลดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ค่ะ”
เธอตอบคุณอาไปด้วยใบหน้าปกติ แต่ในใจเธอในตอนนี้ไม่ได้ปกติเหมือนใบหน้า เธอไม่อยากเดินกลับบ้านกับคุณอาเลย แต่เธอก็ต้องเดินไปหาคุณอาโดยที่ไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อได้รู้ความจริง จากปากอาหยก
“เป็นอะไรรึเปล่าหลิน”
ยามิกาถามคนข้างกายด้วยความผิดปกติ เมื่อเธอรู้สึกว่าอามรมณ์ของหลินเปลี่ยนไปเมื่ออยู่กับเธอ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอรู้สึกได้ ถึงใบหน้าของหลินจะดูเหมือนเดิมก็ตาม
คงจะงอนเธอสินะ ถึงได้เป็นแบบนี้
“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”
เมื่ออยู่กันสองคน ลินลดาก็ไม่คิดจะปกปิดใบหน้าของตัวเองอีกต่อไป เธอทำหน้าบึ้งตึงใส่อาหยก
พร้อมกับตอบยามิกาน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่ได้เป็นแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น อาไปทำอะไรให้หลินโกรธเหรอ บอกอาได้นะ”
เธอรู้ว่าลินลดาโกรธอะไรเธอ เธอก็แค่ถามดู เพื่อว่าหลินนั้นจะบอกเธอจริง ๆ
“ไม่มีค่ะ”
ลินลดาปากแข็งไม่ยอมบอกยามิกา
“หลินมีอะไรทำไมไม่บอกอา”
ยามิกาเดินเข้าไปคว้าแขนลินลดาไว้ เมื่อหลินจะเดินหนีเธอไป
“ปล่อยนะคะ”
เธอบอกคนตรงหน้าด้วยใบหน้าหงุดหงิด
“ไม่ปล่อยจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”
ยามิกาพูดเสียงเข้ม พร้อมกับจับแขนของหลานสาวแรงขึ้น
“หลินเจ็บนะคะ ถ้าจะมาเค้นเอาคำตอบกันแบบนี้ หลินไม่ชอบ ไม่มีอะไรจะคุยกับอาด้วย”
ลินลดาพูดด้วยใบหน้าโมโห พร้อมกับสะบัดแขนออกจากมือปลาหมึกของคุณอา
ยามิกายอมปล่อยแขนหลานสาวแต่โดยดี ทำให้แรงที่ลินลดาสะบัดมือของเธอนั้นไปโดนข้างลำตัวเธออย่างแรง แต่ยามิกาก็ไม่ได้สนใจอะไร
“ได้ งั้นเราก็ไม่ต้องมาพูดคุยกันอีก อาคงไม่ใช่คนสำคัญสำหรับหลินสินะ หลินถึงไม่ยอมบอกอา ว่าหลินเป็นอะไร”
ยามิกาพูดด้วยความโกรธ พูดจบเธอก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้ลินลดารู้สึกสับสน ตกลงว่าใครโกรธใครกันแน่
“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดสิ”
ลินลดาตะโกนไล่หลังยามิกา
ถึงจะรู้สึกเสี
ยใจยังไง เธอก็ไม่ไปง้ออาหยกก่อนหรอก ก็เธอเป็นคนโกรธอาหยกก่อน ยามิกานั้นแหละต้องมาง้อเธอ
ตอนที่ 22
บ้านไกรศร
18:00
“ไอ้วิทย์ มึงเชื่อไหมว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกัน”
ไกรศรเอ่ยถามลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะกินข้าว เว้นระยะห่างออกมานิดหนึ่ง เพื่อจะได้ไม่ยืนใกล้เจ้านายกินข้าวจนเกินไป
“ผมไม่เชื่อครับนาย ท่าทางก็ดูจะไม่ใช่แฟนกันจริง ๆ”
วิทย์คิดเหมือนเจ้านาย เหมือนว่าผู้สองคนนั้นเป็นอากับหลานธรรมดาไม่ได้มีได้ความเป็นแฟนกันเลยซักนิด เหมือนอาที่เอ็นดูหลานสาวก็แค่นั้น เขามองไม่เห็นการเป็นแฟนของคนทั้งสองเลย
“กูก็ว่างั้นแหละ”
ไกรศรเห็นด้วยกับลูกน้อง แล้วเทน้ำสีอำพันลงไปในแก้วใบเล็ก
“ถ้านายอยากพิสูจน์ มันก็พิสูจน์ได้นะครับ”
วิทย์เสนอผู้เป็นเจ้านายแล้วยิ้มพราย
“พิสูจน์ยังไงวะ”
ไกรศรถามด้วยความสงสัย แล้วกับยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดอึกเดียว
“ก็ให้พวกเขาจูบกันลองดู ถ้าเขาทำไม่ได้ก็แปลว่าไม่ใช่ แต่ถ้าทำได้เราก็ดูปฏิกิริยาของพวกเขาเวลาที่จูบกัน ว่ามันใช่การแสดง หรือว่ามาจากความรู้สึกข้างใน”
“กูไม่ยอมให้เด็กหลินนั่นจูบน้องหยกของกูหรอก ถึงมันจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ กูก็ไม่ยอม”
ประโยคสุดท้ายไกรศรพูดด้วยใบหน้าเอาจริง เขาไม่ยอมให้ใครมาจูบน้องหยกของเขา ก่อนเขาหรอก
หารู้ไม่ว่ายามิกานั้นได้จูบลินลดาไปก่อนตัวเองแล้ว แถมยามิกานั้นก็ยังเป็นคนจูบลินลดาก่อนเสียด้วย
“แล้วเรื่องที่ให้ไปทำเรียบร้อยดีไหม”
ไกรศรหมายถึงเรื่องตุ๊กแกที่ให้วิทย์เอาไปไว้ห้องนอนของลินลดา
“เรียบร้อยดีครับนาย”
วิทย์รายงานเจ้านาย พร้อมกับยิ้มด้วยความพอใจ เขาใส่ห้องไม่ผิดแน่ เพราะเขาเปิดเข้าไปดูในห้องด้วยว่าใช่ห้องของลินลดาไหม ซึ่งมันก็ดูไม่ยากอะไรเลย ก็แค่ดูเสื้อผ้าก็รู้แล้วว่าเป็นห้องของใคร
“ดี แล้วพ่อฉันไปไหนทำไมไม่มากินข้าว”
“ออกไปข้างนอกครับ”
ตกดึกสี่ทุ่ม
ลินลดานอนหลับอย่างสบายใจอยู่บนเตียง ไม่รู้เลยว่าตุ๊กแก มันมาเกาะอยู่ที่หัวเตียง
“กั๊บ แก๊ กั๊บแก๊!”
เสียงตุ๊กแกร้อง
ลินลดาลืมตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงียเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากหัวเตียง
เธอลุกขึ้นนั่ง แล้วกดเปิดโคมไฟข้างเตียงให้สว่างเพื่อดูว่ามันเป็นเสียงของตัวอะไร
พรึ่บ (เสียงโคมฟังดังขึ้น)
“กรี๊ดดดดดด”
พอไฟติด ลินลดาก็เห็นตุ๊กแกตัวใหญ่สีเทาอยู่บนหัวเตียงของเธอ ลินลดากรี๊ดออกมาเสียงดังด้วยความกลัวเธอรีบลงจากเตียงทันที แล้วรีบวิ่งไปหายามิกาที่อยู่อีกห้องทันที
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ลินลดารีบเคาะประตูห้องของคุณอาทันที ไม่เรียกว่าเคาะหรอก ทุบประตูเลยต่างหาก
“คุณอา! คุณอา!”
ลินลดาทั้งทุบทั้งเคาะประตูพร้อมกับเพื่อปลุกยามิกาให้ตื่น เธอกลัวตุ๊กแกเหลือเกิน เธอไม่กล้ากลับไปนอนห้องนั้นอีกแล้ว เธอกลัวเวลามันจ้องมองเธอตาไม่กระพริบ แถมตัวของมันก็ดูน่าเกียจมีลายสีส้มสีแดง เธอไม่ชอบมองมัน และไม่อยากเข้าใกล้มันด้วย มันทั้งตัวใหญ่ แล้วเท้าก็เหนียวติดกับผนังอีกด้วย
ยามิกาตื่นขึ้นมาในที่สุด เธอว่าจะทำเป็นไม่ได้ยิน แต่ลินลดาก็ไม่ยอมหยุดเคาะประตูสักที เธอรำคาญก็ลุกขึ้นมาจากที่นอนด้วยใบหน้าหงุดหงิด ปนงัวเงียที่ต้องตื่นมากลางดึก เพราะลินลดา
แอ๊ด (เสียงเปิดประตู)
“มีอะไรถึงมาเคาะห้องอาดึกแบบนี้”
ยามิกาถามเสียงเข้มเจือความไม่พอใจอยู่ในที
ลินลดาไม่ได้ฟังที่คุณอาถามเธอเลยสักนิด เธอรีบแทรกตัวเข้าไปในห้องนอนของผู้เป็นอาทันที
ยามิกาทำเพียงแค่ปิดประตูลงแล้วเดินไปนั่งลงข้างลินลดาที่นั่งอยู่บนเตียงเธอ อย่างถือวิสาสะ เธอง่วงเกินกว่าจะมาคาดคั้นถามเด็กสาวตรงหน้าแล้ว
“ถ้าไม่พูดอะไร งั้นอาไปนอนนะ”
ว่าจบยามิกาก็เดินไปล้มตัวลงนอนทางฝั่งซ้ายไม่สนใจลินลดาที่นั่งอยู่ฝั่งขวาเลยสักนิด เพราะว่าง่วง
ลินลดามองไปรอบห้องของคุณอาสาว
อย่างไม่รู้จะทำยังไง ห้องของเธอก็ไม่กล้ากลับไปนอนต่ออีกแล้ว เธอกลัวเกินกลัวจะกลับไปที่ห้องของตัวเอง นอนที่ห้องของอาหยกนี่แหละปลอดภัยสุด คิดได้แบบนั้น ลินลดาก็ล้มตัวลงนอนหันหน้าไปหายามิกา ห้องนี้ไม่ค่อยจะมืดมากนัก เธอก็เลยมองเห็นแผ่นหลังของคุณอาที่นอนหันข้างให้เธอ เธอเอาผ้าห่มที่อาหยกห่มอยู่ดึงมาห่มตัวของตัวเองเพื่อไม่ตัวเธอนั้นนอนหนาวคนเดียว ลินลดาคิดว่าคุณอาหลับไปแล้ว เธอก็เลยขยับไปใกล้ ๆ แล้วเอามือไปกอดคุณอาอย่างที่ใจของตัวเองคิด เพื่อหาความอบอุ่นจากตัวของคุณอาสาว
ลินลดายิ้มกับตัวเองที่ได้นอนกอดคุณอา คืนนั้นมีแต่ยามิกาที่นอนกอดเธอฝ่ายเดี๋ยว เธอก็เลยอยากจะเป็นฝ่ายที่กอดคุณอาบ้าง
‘แค่กอดคุณอาแค่นี้ทำไมใจเรามันต้องเต้นแรงอย่างนี้วะ’
ลินลดาคิดในใจ
หารู้ไม่ว่า ยามิกานั้นรู้สึกตัวตั้งแต่แรกที่มือของลินลดากอดอยู่ที่เอวของเธอแล้ว เธอไม่ได้ว่าอะไร เพราะง่วงจัด เธอก็เลยนอนหลับไปทั้งที่ไม่ได้ว่าอะไรลินลดาสักคำ และนอนหลับไปในที่สุด