"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย" ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย "ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง" กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb - ตอนที่ 11 โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย,ยูริ,รักโรแมนติก,รัก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ยุคปัจจุบัน,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ยูริ,รักโรแมนติก,รัก

รายละเอียด

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb โดย มลพิสุทธิ์. @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"ใช่ค่ะ หลินไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนของพ่อ หนูไม่อยากไปอยู่ผู้ชาย" ลินลดาบอกพ่อไปตามความจริง เธอไม่อยากไปอยู่กับเพื่อนพ่อเลย "ผู้ชายที่ไหนลูก พี่หยกเขาเป็นผู้หญิง" กันยารัตน์บอกลูกสาวที่เข้าใจผิด

ผู้แต่ง

มลพิสุทธิ์.

เรื่องย่อ

“หลินจะกลับพร้อมอาไหม”


ยามิกาโทรบอกลินลดาเธอขี้เกียจเดินไปเรียกหลานสาวแล้ว อีกอย่างนายแทนไทก็คงจะไม่อยากเจอหน้าเธอด้วย สงสัยคงกลัวที่เธอว่าให้วันนั้น



(กลับค่ะ)



“จะกลับบ้านก็เดินมา ถ้าไม่มาเดี๋ยวนี้ อากลับก่อนนะ”



(เดี๋ยวสิค่ะ หลินจะเดินไปเดี๋ยวนี้แหละ คนแก่อะไรใจร้อนจัง)



ตี๊ด (เสียงยามิกากดวางสาย)



“อะไรของอาเนี่ย”

ลินลดาพูดกับโทรศัพท์ ด้วยความไม่เข้าใจอารมณ์ของคุณอาสาว



“แทนเรากลับก่อนนะ คุณอาโทรเรียกแล้ว”



“อืม”

แทนไทตอบเพื่อนสาวด้วยรอยยิ้ม 

บอกลาแทนไทแล้ว ลินลดาก็รีบเดินไปหาคุณอาที่อยู่อีกไร่หนึ่ง ที่อยู่ติดกัน



“พักนี้มึงดูหน้าตากำลังมีความรักนะ”

พนาพรเอ่ยทักเพื่อน



“หน้าตาดูมีความรักยังไงของมึง”

ยามิกาถามเพื่อนด้วยความไม่เข้าใจ



“ก็มึงไม่เหมือนเมื่อก่อนไง ดูมีความสุข หน้าดูอิ่ม มีออร่าเหมือนคนกำลังมีความรัก”



“มึงคิดไปเองรึเปล่า คนอย่างกูเนี่ยนะจะมีความรัก บ้าหรือเปล่า”



“มึงต้องมีคนที่แอบชอบอยู่ใช่ไหม บอกมาเลยนะ ไม่งั้นหน้ามึงไปฟ้องออกมาแบบนี้หรอก ถึงมึงจะเก็บมันเก่งสักแค่ไหน มันก็ต้องมีวันหลุดสักครั้งละว้า ว่ามึงกำลังมีความรัก ปกติก็พูดน้อย หน้านิ่ง เงียบไม่ค่อยพูดกับคนที่ไม่ค่อยสนิทด้วย ตั้งแต่มีน้องหลินมาอยู่ด้วย หน้ามึงดูมีความสุขกว่าเมื่อก่อน เอ๊ะหรือว่ามึงจะชอบน้องเขา”



“ไม่ได้ชอบ มึงน่ะคิดไปเอง หลินเป็นหลานกูนะเว้ย มึงก็พูดไป มึงคิดว่าหลินจะชอบผู้หญิงหรือไง”

ยามิกาแก้ต่างให้ตัวเองไม่ให้มันจับได้ว่าเธอกำลังชอบใครบางคนอยู่ หารู้ไม่ว่าลินลดาที่กำลังเดินเข้ามาหายามิกานั้น ก็หยุดชะงักทันทีที่ได้ยินอาหยกพูดแบบนั้น อกข้างซ้ายของเธอมันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที ที่ได้ยินว่าอาหยกไม่ได้รักเธอ แล้วที่ผ่านมาล่ะมันคืออะไร เธอได้แต่คิดในใจด้วยความสับสน ละคนเสียใจ ตกลงคนที่คนอาพูดถึงคือใครกันแน่



“ข้อหลังที่มึงพูดมากูก็ไม่รู้วะ ตกลงมึงไม่ได้ชอบน้องหลินใช่ไหม”



“เออ! ชัดพอไหมเพื่อน”

คำตอบครั้งที่สองยิ่งทำให้ใจเธอเจ็บ ตอบเน้นขนาดนี้ เธอเชื่อแล้วว่า อาหยกไม่ได้ชอบเธอจริง ๆ 



“ชัดมาก ๆ เลยคร้าบเพื่อน ตกลงมึงไม่ได้มีความรักจริง ๆ ใช่ปะ”

พนาพรถามด้วยความไม่แน่ใจ ในคำบอกกล่าวของเพื่อนสาว ดูยังไงมันก็ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทรงแบบนี้ มันต้องมีอะไรที่เขาไม่รู้แน่ ๆ



“จริงที่สุด”



“อ้าวน้องหลินทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้นครับ”

พนาพรเอ่ยทักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นลินลดาหยุดยืนอยู่ไม่ไกล ยามิกาที่ยืนคุยกับเพื่อนอยู่หันหน้าไปมองลินลดาด้วยความตกใจเล็กน้อย เรื่องที่เธอคุยกับพนาพร หลินคงได้ยินแล้วสินะ ถ้ารู้ว่าหลินกำลังเดินมาหาเธอเร็วขนาดนี้ เธอไม่น่าตอบคำถามมันเลย

น่าจะเงียบปากไว้ ไม่รู้ว่าหลินคิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ดูทำหน้าเข้าคงงอนเธอแล้วจริง ๆ ใช่ไหม ยามิกาได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ กับตัวเองที่ทำให้หลินโกรธ เห็นแบบนั้นยามิกาก็เดินไปหาหลานสาว

ลินลดาถอยหลังเล็กน้อย ที่คุณอาเดินเข้ามาใกล้เธอ



“กลับบ้านกันหลิน”

ยามิการ้องเรียกลินลดาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น



“ค่ะ”

เธอตอบคุณอาไปด้วยใบหน้าปกติ แต่ในใจเธอในตอนนี้ไม่ได้ปกติเหมือนใบหน้า เธอไม่อยากเดินกลับบ้านกับคุณอาเลย แต่เธอก็ต้องเดินไปหาคุณอาโดยที่ไม่มีอะไร ทั้ง ๆ ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อได้รู้ความจริง จากปากอาหยก



“เป็นอะไรรึเปล่าหลิน”

ยามิกาถามคนข้างกายด้วยความผิดปกติ เมื่อเธอรู้สึกว่าอามรมณ์ของหลินเปลี่ยนไปเมื่ออยู่กับเธอ ไม่เหมือนเมื่อก่อน เธอรู้สึกได้ ถึงใบหน้าของหลินจะดูเหมือนเดิมก็ตาม

คงจะงอนเธอสินะ ถึงได้เป็นแบบนี้



“ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ”

เมื่ออยู่กันสองคน ลินลดาก็ไม่คิดจะปกปิดใบหน้าของตัวเองอีกต่อไป เธอทำหน้าบึ้งตึงใส่อาหยก

พร้อมกับตอบยามิกาน้ำเสียงราบเรียบ



“ไม่ได้เป็นแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น อาไปทำอะไรให้หลินโกรธเหรอ บอกอาได้นะ”

เธอรู้ว่าลินลดาโกรธอะไรเธอ เธอก็แค่ถามดู เพื่อว่าหลินนั้นจะบอกเธอจริง ๆ



“ไม่มีค่ะ”

ลินลดาปากแข็งไม่ยอมบอกยามิกา



“หลินมีอะไรทำไมไม่บอกอา”

ยามิกาเดินเข้าไปคว้าแขนลินลดาไว้ เมื่อหลินจะเดินหนีเธอไป



“ปล่อยนะคะ”

เธอบอกคนตรงหน้าด้วยใบหน้าหงุดหงิด



“ไม่ปล่อยจนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง”

ยามิกาพูดเสียงเข้ม พร้อมกับจับแขนของหลานสาวแรงขึ้น



“หลินเจ็บนะคะ ถ้าจะมาเค้นเอาคำตอบกันแบบนี้ หลินไม่ชอบ ไม่มีอะไรจะคุยกับอาด้วย”

ลินลดาพูดด้วยใบหน้าโมโห พร้อมกับสะบัดแขนออกจากมือปลาหมึกของคุณอา 

ยามิกายอมปล่อยแขนหลานสาวแต่โดยดี ทำให้แรงที่ลินลดาสะบัดมือของเธอนั้นไปโดนข้างลำตัวเธออย่างแรง แต่ยามิกาก็ไม่ได้สนใจอะไร



“ได้ งั้นเราก็ไม่ต้องมาพูดคุยกันอีก อาคงไม่ใช่คนสำคัญสำหรับหลินสินะ หลินถึงไม่ยอมบอกอา ว่าหลินเป็นอะไร”

ยามิกาพูดด้วยความโกรธ พูดจบเธอก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้ลินลดารู้สึกสับสน ตกลงว่าใครโกรธใครกันแน่



“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูดสิ”

ลินลดาตะโกนไล่หลังยามิกา 

ถึงจะรู้สึกเสี

ยใจยังไง เธอก็ไม่ไปง้ออาหยกก่อนหรอก ก็เธอเป็นคนโกรธอาหยกก่อน ยามิกานั้นแหละต้องมาง้อเธอ


สารบัญ

คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 1,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 2,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 3,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 4,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 5,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 6,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 7,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 8,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 9,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 10,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 11,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 12,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 13,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 14,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 15,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 16,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 17,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 18,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 19,คุณอาสาวบ้านไร่ มีอีบุ๊ค meb-ตอนที่ 20

เนื้อหา

ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

“หยกแล้วมึงจะเอายังไงบอกพวกกูซิ”
วุฒิชัยหันหน้ามาถามเพื่อน ที่เอาแต่ดื่มเหล้าไม่พูดอะไรเลย

“เอาแบบที่มึงว่านั้นแหละ”
ยามิกาพูดด้วยน้ำเสียงยานคางเล็กน้อย ไม่ถึงกลับเสียงยานมาก จนฟังไม่ออก เธอเริ่มเมาแล้ว

“เอาน้องหลินเป็นแฟนน่ะนะ มึงไม่กลัวเหรอวะ ที่ผู้หญิงด้วยกันจะแตะต้องเนื้อตัวมึงแบบแฟน ขนาดยัยนิปปี้ มาจับแขนกู กูยังกลัวและขนลุกเลย”
พนาพรพูดแล้ว ก็เอามือลูปแขนตัวเองไปด้วย เวลาเขาไปตรวจดูคน
งานในไร่มะลิ ยัยนิปปี้จะชอบ มาเกาะแขนเขาเวลาจะเข้ามาพูดด้วย ดีที่วันนี้ ยัยนิปปี้มันไม่มาทำงาน ไม่งั้นเขาคงพาลินลดาเยี่ยมชมไร่ไม่ค่อยสะดวกแน่ เพราะยัยนิปปี้นั้นจะตามเขาไปด้วย บอกอะไรก็ไม่เคยฟังและไม่เคยกลัว ครั้งหนึ่งเขาบอกจะหักเงินร้อยกว่าบาท ยัยนี่ก็ไม่ยอม บอกว่าหักให้หมดเลย รวมถึงหัวใจเธอด้วย พูดแบบนี้เขาก็ไม่กล้าหักน่ะสิ เขาไม่อยากเอาหัวใจยัยนี่ไปด้วย เขาก็เลยไม่หักเงินเธอ ถ้ายัยนิปปี้เห็นน้องหลินเข้า คงจะทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขามากกว่าเมื่อก่อนแน่ เห็นเขาคุยกับใครเป็นไม่ได้ ต้องคอยมาขัดขวางตลอด
ยามิกายิ้มขำกับทางท่าของเพื่อน
เธอเห็นจนชินแล้วคู่นี้ แต่บางครั้งเธอก็แอบสงสารมันอยู่นะ

“กลัวทำไม ไม่ได้เป็นแฟนกันจริง ๆสักหน่อย เป็นแค่แฟนปลอม ๆ น้องหลินไม่กล้าถึงเนื้อถึงตัวกูหรอก น้องมันก็คงจะขนลุกเหมือนมึงนั่นแหละ ดูแล้วน้องเขาน่าจะชอบผู้ชาย”
ยามิกาบอกเพื่อน ถึงเธอจะชอบผู้หญิงด้วยกัน เธอก็ไม่กล้าทำอะไรที่มันต้องแตะเนื้อต้องตัวหลานสาวเพื่อนหรอก แต่ถ้าเธอห้ามใจตัวเองไม่ได้มันก็ไม่แน่ เรื่องที่ว่าเธอนั้นชอบผู้หญิงนั้น พวกเพื่อน ๆ ของเธอไม่รู้ และก็ไม่มีใครรู้เลย พ่อกับแม่และน้องชายของเธอไม่รู้เหมือนกัน ที่เธอยังไม่มีแฟนเพราะว่าเรื่องนี้แหละ และอีกอย่างเธอยังไม่เจอคนที่ใช่ด้วย  

“กูก็ว่าอย่างนั้นแหละ”
พนาพรเห็นด้วยกับเพื่อนสาว คนอย่างน้องหลินเนี่ยนะจะชอบผู้หญิง น้องเขาทั้งสวยทั้งน่ารัก ก็ต้องเหมาะกับผู้ชายมากกว่าแน่นอน 

“แล้วมึงจะเข้าไปถามน้องเขาตรง ๆ เลยหรอกวะ ที่มึงจะจ้างน้องเขามาเป็นแฟนปลอม ๆ ของมึง”
วุฒิชัยถามเพื่อนด้วยความอยากรู้ ว่าเพื่อนสาวจะทำยังไง

“ก็คงอย่างนั้นแหละ”

“แล้วถ้าน้องเขาไม่ตอบตกลงมึงล่ะ มึงจะทำยังไง”
คราวนี้พนาพรเอ่ยถามเพื่อนบ้าง

“ก็คงต้องจ้างผู้ชายมาเป็นแฟนนั้นแหละ”
ถ้าลินลดาไม่เอากับเธอด้วย เธอก็คงต้องไปหาผู้ชายคนอื่นมาเป็นแฟนไม่จริงนั้นแหละ แต่ก็น่าเสียดายที่ไม่ใช่น้องหลินที่มารับบทแฟนปลอม ๆ ของเธอ ยามิกาคิด

21:55

(เป็นไงบ้างลูกไปอยู่กับเพื่อนพ่อ พ่อขอโทษนะที่ไม่ได้โทรมาหาลูกเมื่อคืน เมื่อวานพ่อยุ่งมากตั้งแต่ไปถึงที่โน่น)

“ไม่เป็นไรค่ะ หลินเข้าใจ อยู่กับเพื่อนพ่อก็โอเคอยู่ค่ะ อาหยกให้เงินเดือนหลินด้วยนะคะ เดือนละห้าพัน อาเขาให้หลินช่วยป้านวลทำกับข้าว และทำความสะอาดบ้าน ที่นี่บรรยากาศสดชื่นมากค่ะพ่อ 
อาหยกปลูกทั้งดอกมะลิ อ้อย มันสำปะหลัง และก็ต้นปาล์มด้วยนะคะ พ่อไม่ต้องห่วงหลินน้า อาหยกเขาดูแลหลินดีมาก”
ลินลดาบอกพ่อด้วยรอยยิ้ม เธอพูดคุยกับพ่อผ่านวิดีโอคอล 
อธิกรได้ยินก็ยิ้ม ที่ลูกของเขาชอบที่นั่น เขานึกว่าลูกของเขาจะไม่ชอบที่นั่น ได้ฟังแบบนี้เขาก็สบายใจแล้วล่ะ

(ก็ดีแล้วแหละที่ลูกอยู่ได้)

“ค่ะพ่อ ที่นั่นหนาวมากไหมคะ”

(หนาวมากลูก ดีที่ลูกไม่ได้มาด้วย ไม่อย่างงั้นบ่นหนาวตลอดทั้งเดือนแน่นอน)
กันยารัตน์บอกลูกสาวด้วยรอยยิ้ม

“ค่ะ ที่นี่ก็เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวแล้วเหมือนกัน แต่ที่นี่ไม่ได้หนาวมาก พยากรณ์อากาศเขาบอกว่า พรุ่งนี้ก็เข้าสู่หน้าหนาวแล้วค่ะ และอาทิตย์หน้ายิ่งจะหนาวก็กว่านี้อีกค่ะ”

(จ๊ะ จะสี่ทุ่มแล้ว หนูนอนเถอะ ฝันดีนะลูก)

“ค่ะ ฝันดีค่ะ”
ลินลดาบอกฝันดีแม่กับพ่อ แล้วเธอก็ส่งจุ๊ปให้ทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มผ่านกล้อง
คุยกับพ่อแม่เสร็จ ลินลดาก็เอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียง แล้วเธอก็ล้มตัวลงนอน ห่มผ้าห่มจนถึงคอ แล้วนอนหลับไป

“มึงไหวไหมเนี่ยหยก”

“วายยยสิวะ”
วุฒิมองดูสภาพเพื่อนที่ตอนนี้หน้าแดงไปหมดเพราะความเมา

“เฮ้ย ๆ มึงอย่าอ้วกออกมานะเว้ย โน้นห้องน้ำ”
พนาพรตกใจที่เพื่อนจะเอาถังน้ำแข็งมาอ้วกใส่

“มึงพามันไปอ้วกเลย ทำแบบนี้เจ้าของผับได้ด่ากันบ่ดี”
ว่าแล้วพนาพรก็แย่งถังสแตนเลสออกจากมือเพื่อน

“เออ ๆ”
แล้ววุฒิชัยก็พยุงเพื่อนสาวพาไปเข้าห้องน้ำ เขารอมันอยู่หน้าห้องน้ำหญิง ดีที่ห้องวีไอพีมีห้องน้ำส่วนตัวไม่งั้นเขาได้ออกจากห้องพามันไปเข้าห้องน้ำแน่ ยามิกาอ้วกอยู่นาน กว่าจะออกมา พอเพื่อนสาวเปิดประตูออกมาก็ล้มลงพื้นทันที วุฒิชัยตกใจรีบไปรับตัวเพื่อนไว้ได้ทันท่วงที

“ไหวไหมเนี่ยหยก”
วุฒิชัยถามเพื่อนที่ตอนนี้นิ่งไปแล้ว

“....”
เขาเอาผมที่มันปรกหน้าเพื่อนไว้ออก และตบแก้มเพื่อนเบา ๆ เพื่อเรียกสติ

“ไอ้หยกตื่น ๆ”
ตอนนี้มันเมาหลับไปแล้ว จะตบหน้ามันยังไงมันก็ไม่ตื่นขึ้นมา สภาพของเพื่อนสาวนั้นดูไม่ได้เลย ผมเผ้าก็หยุ่งเหยิง หน้าแดง บนปากก็มีคราบน้ำติด วุฒิชัยยกตัวยามิกาขึ้นอุ้ม พาไปนอนบนโซฟา

“เมาหลับไปแล้ว”
เขาบอกเพื่อน เมื่อจัดท่าทางการนอนให้ยามิกาแล้ว

“เอาไงเปิดห้องให้มันดีไหม ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว”
พนาพรเอ่ยขึ้นสภาพแบบนี้ มันขับรถกลับไม่ไหวชัวร์ อีกอย่างเขาก็เริ่มเมาเริ่มปวดหัวขึ้นมาแล้ว ถ้าขับรถพายามิกากลับก็คงไม่ไหว

“เออ เปิดห้องเถอะตอนนี้กูง่วงไม่ไหวแล้ว”

“เออ ๆ เดี๋ยวไปบอกพนักงาน”

“อือ อือ ม่ายต้องไปเปิด กูจากาบบ้าน”
ยามิกาสลึมสลือ ตื่นขึ้นมาและปรือตาขึ้นมองเพดาอย่างยากลำบาก
พนาพรหยุดชะงักเท้าทันที และหันกลับมามองเพื่อนที่กำลังเมาอาละวาดอยู่ เขายังไม่ไปบอกพนักให้เปิดห้องให้ ดูสิว่ามันจะอวดเก่งได้อีกนานเท่าไหร่ พนาพรคิด

“ยังจะทำเก่งนะมึง ลุกยังไม่ไหวเลย

“คายว่ากูลุกม่ายไหววะ”
ยามิกาพูดเสียงดังอย่างคนเมาที่ไม่ยอมแพ้ พร้อมกับเอามือทั้งสองข้างดันโซฟาไว้ เพื่อพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น ยามิกาจะทำยังไงเธอก็ลุกไม่ขึ้น แถมยังล้มทุกครั้งที่พยามจะลุกขึ้นอีก

“นอนนี้แหละมึง ไม่ไหวก็อย่าขับรถมันอันตราย”
วุฒิชัยบอกเพื่อน

“ม่ายยย โนนนนน กูจายกาบบ้าน”
ยามิกาที่นอนอยู่ยกนิ้วชี้ขึ้นมากลางอากาศแล้วส่ายนิ้วไปมาอย่างไม่ยอมฟังเพื่อนทั้ง
ยามิการวมร่วมแรงทั้งหมดที่มีเพื่อลุกขึ้นจากโซฟา ไม่นานเธอก็ลุกขึ้นยืนได้

“ยืนยังไม่ตรงเลย”
วุฒิชัยส่ายหน้าแล้วเดินเข้าไปจับตัวเพื่อนไว้ เพราะกลัวว่ายัยเพื่อนตัวดีจะล้มใส่โซฟาแล้วเจ็บตัว
ยามิกาดิ้นไปมา และสะบัดแขนเพื่อนออก แต่ทำยังไง แขนของวุฒิชัยที่จับแขนของเธอไว้ทั้งสองข้างก็ไม่หลุดสักที
เมื่อทำอะไรไม่ได้ยามิกาก็ร้องออกมาเสียงดัง

“กูจากาบบ้าน กูจากาบบ้าน กูจากาบบบบบ”

“ปล่อยมันไปเถอะ ดูซิมันจะทำเก่งได้แค่ไหนกันเชียว”
พนาพรว่าอย่างไม่สนใจเพื่อนสาวอีก แล้วเขาก็เดินออกไปหาพนักงานเพื่อเปิดห้องนอนในคืนนี้ วุฒิชัยปล่อยแขนที่พยุงเพื่อนออก ใจจริงก็เป็นห่วงมันอยู่หรอก แต่ดื้อแบบนี้เขาก็ไม่ไหวเหมือนกัน หัวก็ปวด อยากนอนก็อยากนอน ต้องมายุ่งยากกับยัยหยกอีก
วัฒิชัยนั่งลงบนโซฟา มองเพื่อนที่กำลังพยามก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโอนเอนไปมา เหมือนจะล้มอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ล้มสักที เขามองเพื่อนเดินไปจนถึงประตูและเปิดประตูออก 

“ดีขึ้นกว่าเมื่อกี้แหะ สงสัยจะพยุงตัวเองได้แล้ว”
วุฒิชัยพูดกับตัวเอง ด้วยความที่เขาเป็นห่วงเพื่อน เขาก็เลยลุกขึ้นเดินตามเพื่อนไปติด ๆ เพราะเขากลัวว่าถ้ามันเดินลงไปข้างล่างแล้ว จะมีคนมาฉุดมันไปทำมิดีมิร้ายได้ เพราะชั้นล่างของผับนั้นคนเยอะมาก มีทั้งผู้หญิงผู้ชายที่กำลังดื่มกันอย่างมึนเมา บางคนก็ลุกขึ้นเต้นด้วยความสนุก เขากลัวว่าเพื่อนจะไม่รอดจากเงื้อมมือพวกขี้เมาที่อยู่ข้างล่าง ระหว่างที่เดินลงจากบันได เขาก็เดินตามเพื่อนไม่ห่าง เวลาที่มันจะล้มเขาก็เข้าไปจับมันไว้ แล้วพาเดินลงไปได้อย่างปลอดภัย พอถึงชั้นล่างเขาก็ปล่อยให้มันเดินเอง ยามิกากับเขาเดินเบียดผู้คนออกไป กว่าจะเดินออกมาได้เขาเกือบพัดหลงกับเพื่อน ดีที่เขาเห็นมันก่อน ไม่อย่างนั้นพวกขี้เมาที่อยู่ใกล้ ๆ คว้าแขนมันพาไปที่อื่นแน่ เขาเห็นสายตาพวกชายฉกรรจ์สามสี่คนที่นั่งอยู่ตรงนั้น ตรงที่ ๆ ยามิกายืนอยู่ แววตาของพวกมันหื่นกระหาย และแวววาว อย่างคนคิดดีไม่ได้เลย
หลังจากพ้นตรงนั้นไป เขากับยามิกาก็ออกจากผับได้อย่างปลอดภัย ตอนนี้เขากำลังส่งเพื่อนสาวขึ้นรถ

“ไหวไหม”
วุฒิถามด้วยความเป็นห่วง ตอนนี้หน้าของยามิกาไม่ค่อยแดงแล้ว ตาก็ลืมได้เกือบจะเต็มที่แล้ว แบบนี้เขาก็ค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อย ถ้าขับรถกลับในสภาพเมื่อกี้ เขาละเป็นห่วงมันมากยิ่งกว่าเมื่อกี้อีก เขาก็อยากจะไปส่งมันอยู่หรอก แต่เขาง่วงนอนและปวดหัวมาก ไม่อยากขับรถกลับ อีกอย่างมันก็ดึกแล้ว เขาอยากนอนที่นี่
  
“กลับก่อนนะมึง”
ยามิกาบอกเพื่อน ตอนนี้เธอเริ่มสร่างเมาแล้ว แต่ไม่ถึงกลับสร่างเมามาก จนไม่เมาเลย แค่รู้สึกตัวและพูดคุบกับเพื่อนรู้เรื่องแล้ว และไม่ค่อยปวดหัวแล้วด้วย แต่ก็ปวดนิด ๆ ยังทนได้

“อืม ขับรถกลับดี ๆ ล่ะ ถ้ามีอะไรก็โทรหากูกับไอ้พนาได้ตลอดนะ”

“อืม ๆ กูกลับล่ะ”
ว่าจบยามิกาก็สตาร์ทรถและขับรถออกไปอย่างช้า ๆ ตามสไตล์คนเมา